“หัวใจของคุณอยู่ข้างขวานี่นา”ธามิณีเม้มปากทำหน้าไม่ถูกเพราะเธอไม่รู้แถมยังทำอะไรกับร่างกายของเขาไปตั้งหลายอย่าง
ศนิยิ้มรับก่อนจะยอมปล่อยข้อมือของธามิณีแล้วกอดเอวบางเอาไว้แทน เมื่อครู่เธอทั้งกดหน้าอกเขา ล่วงเกินริมฝีปากของเขาช่างเป็นมนุษย์ผู้หญิงที่ทำตามใจตัวเองหากเป็นมนุษย์อื่นทำเช่นนี้คงถูกเขาฟาดด้วยพลังไปแล้ว
“ขอโทษค่ะธามไม่รู้จริงๆ เลย...เลยคิดว่าคุณจะตาย”
สีหน้าตอนธามิณีพูดคำว่าตายเธอคงเจ็บปวดมากตอนนี้นอกจากเพื่อนสนิทสองคน ทนายที่เป็นเพื่อนกับมาสุและเขาธามิณีก็ไม่มีใครในชีวิตอีกแล้ว
“ฉันยังไม่ดับขันธ์...หมายถึงตายน่ะฉันยังไม่ตายเร็วๆ นี้หรอก ฉะนั้นต่อให้เลือดแทบหมดกาย ฉันก็ไม่มีทางตาย”
“ถ้างั้นก็ดีสิคะ”ธามิณีฟังแล้วก็ยิ้มกว้างอย่างโล่งอก แล้วขยับลงนอนข้างๆ ศนิที่ปล่อยเอวของเธอแล้ว
ศนิขยับตัวนอนตะแคงพลางเท้าแขนใช้มือรองใบหน้าตัวเองเพื่อที่จะมองใบหน้าที่กำลังยิ้มของธามิณีทำไมการตื่นมาในเช้าวันนี้ช่างสดใสเหมือนรอยยิ้มของเธอผู้นี้ที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำตัวยาวของเขาเธอนอนบนที่นอนของเขา ครอบครองผลึกกาลอีกครึ่งของเขา แต่เธอไม่ใช่ของเขา
“การที่ไม่มีวันตายมันดียังไง”
ธามิณีหันมากำลังจะตอบแต่กลับต้องรีบหันไป ศนิเท้าแขนนอนมองเธอแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ความใกล้เกินไปทำให้หัวใจเต้นแรงแต่การไม่ตอบคงกลายเป็นพิรุธยิ่งกว่า
“อย่างน้อยธามก็ไม่ต้องเห็นคุณตายไม่ว่ายังไงธามคงตายก่อนคุณอยู่ดีมันคงดีกว่าธามต้องเห็นคนที่อยากให้มีความสุขต้องมาตายไปก่อน”
ศนิรับฟังไม่อยากจะเอ่ยถามไม่คิดบ้างหรือว่าเขาเองก็ไม่ได้ชาชินที่จะเห็นใครต่อใครตายไปก่อนแต่จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อคนตายไปแล้วย่อมไม่ต้องมารับผิดชอบความรู้สึกของคนที่ยังมีชีวิตต่อ หญิงสาวผงกหัวขึ้นไม่ทันได้มองเลยไปโขกหน้าผากของศนิเข้าเต็มรัก
“โอ้ย!”
ศนิไม่ได้รู้สึกเจ็บเท่าไหร่แต่ธามิณีน่าจะเจ็บแน่ๆ เพราะหญิงสาวคลำหน้าผากตัวเองป้อยๆเขายื่นมือไปจะสัมผัสหน้าผากมน แต่กลับถูกธามิณีจ้องแล้วปัดมือของเขาออก ความรู้สึกไม่ชอบใจของการถูกมองข้ามกระมังทำให้ศนิขยับแขนคล่อมร่างบางไว้ใบหน้าของเขาเลื่อนลงมาใกล้ดวงตาของธามิณีเบิกกว้างด้วยความตกใจไม่คิดว่าเพียงทำแค่นั้นไปจะทำให้ศนิโกรธ
“คือ...”
เรียวปากบางถูกครอบครองอย่างหมดจดด้วยเรียวปากหนาแต่เพียงเสี้ยววินาทีศนิก็เลื่อนริมฝีปากห่างออกมานิดเดียวเท่านั้นจมูกของเขาเคลียอยู่ที่แก้มของธามิณี เธอมองเขา มือทั้งสองข้างยันอกหนาไว้หัวใจของเธอเต้นแรงจนเขารู้สึกได้
“คุณ...”
เรียวปากของศนิแนบประทับเรียวปากที่เผยอค้างของธามิณีอีกครั้งแล้วขยับออกหญิงสาวเม้มปากพลางมองว่าเขาทำแบบนี้ทำไม ความโกรธของเขาต้องระบายด้วยการจูบอย่างนั้นเหรอ
“ธาม...”
ธามิณีเม้มริมฝีปากเมื่อเรียวปากของศนิเข้ามาแนบแต่คราวนี้เขากลับจูบเม้มเบาๆ ไล้วนที่เรียวปากบนและล่างของเธอหญิงสาวหลับตาเพราะความรู้สึกแบบนี้มันเหมือนจูบอย่างที่เคยอ่านในนิยาย เธอกลั้นใจจนกระทั่งเผลอถอนใจทำให้ริมฝีปากของเธอเปิดออกริมฝีปากอุ่นของเขาเลื่อนมาจูบมุมปากข้างหนึ่งก่อนจะย้ายไปอีกข้างปลายจมูกของเขาไล้จมูกของเธอไปพร้อมกัน ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะเลื่อนออกมาหญิงสาวกลืนลมหายใจเมื่อรู้สึกว่าอากาศน้อยเกินไปแล้ว
“หายกันเธอจูบฉัน 3 ครั้ง ฉันจูบเธอ 3 ครั้ง เราจะได้ไม่ต้องติดค้างกันในเรื่องนี้อีก”
แม้จุดเริ่มจะมาจากความไม่พอใจแต่พอได้ทำเรื่องที่ทำให้ ‘หายกัน’ คงมีแค่เขาที่พอใจระคนหวานละมุนอยู่ในอก
ธามิณีผลักอกของศนิเต็มแรงแล้วนั่งมองเขาที่นอนมองเธอแถมยังเอาแขนรองศีรษะ สีหน้าดูสบายใจเหลือเกิน แน่ล่ะสิ เขาได้แกล้งเธอแล้วเทพกึ่งมนุษย์อะไรช่างไม่ยอมราข้อกันบ้าง แค่เธอปัดมือเขาออกเขาต้องหาเรื่องที่ทำให้หายกันได้น่าโมโหกว่าเดิมด้วยเหรอ
“ธามทำ CPR ให้คุณแบบนั้นไม่เรียกว่าจูบสักหน่อย”
ศนิเปลี่ยนใจยันแขนลุกขึ้นมานั่งบ้าง“หรือว่าเธอจะให้ฉันทำ CPR แบบเดียวกัน”
“ไม่ต้องค่ะหายกันแล้วนี่ ต่อไปธามจะจูบกับคนที่ธามชอบ แล้วเขาก็ชอบธามเท่านั้น”ธามิณีลืมตัวค้อนใส่ศนิไปเรียบร้อย ตอนนี้เขาช่างไม่เหมือนครั้งแรกที่พบกัน“มีอายุหลายร้อยปี แต่ทำไมกวนโมโหได้ขนาดนี้”
ศนิเลิกคิ้วการทำแบบนี้เรียกว่ากวนโมโหแล้วใครกันทำให้เขาโมโหก่อน แต่พอได้ทำตามใจตัวเองกับมนุษย์ผู้หญิงคนนี้ก็ทำให้เขาปลอดโปร่งรู้สึกสนุกดีเหมือนกัน
“ไปอาบน้ำได้แล้วพอกินอาหารเช้าเสร็จ ฉันจะส่งเธอกลับหอพัก”
ธามิณีพยักหน้าเพิ่งสังเกตว่าศนิจงใจกอดอกนั่งขัดสมาธิเลียนแบบเธอนี่นาจูบแรกของเธอเกิดขึ้นกับเขา จูบที่สองก็ยังเป็นเขาอีก ทำไมคราวนี้เธอไม่รู้สึกเหมือนมีผีเสื้อในอกอย่างที่เคยอ่านแต่กลับรู้สึกอยากประทุษร้ายมากกว่า หญิงสาวลงจากเตียงพร้อมกับเม้มปาก ถอนใจแรงแต่คนที่ทำให้เธอเป็นแบบนั้นกลับยิ้มชอบใจ ศนิมองตามร่างเพรียวพลันเกิดคำถามว่าทุกวันของตลอดชีวิตที่ยาวนานเขาเคยพบเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนบ้างไหม
คำตอบคือ...ไม่มีไม่เคยมีเลย จนกระทั่ง...วันนี้
ธามิณีเหมือนได้เลือกเสื้อผ้าจากตู้ใบเดิมของตัวเองซึ่งก็ไม่มีอะไรให้แปลกใจพระเสาร์ทำอะไรที่คาดไม่ถึงได้เสมอ รวมทั้งการเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป แล้วพบตู้เสื้อผ้าของตัวเองอยู่ในนั้นพอเลือกเสร็จตู้เสื้อผ้าก็หายไปในพริบตา ตอนนี้เธอเหมือนได้อยู่ห้องตัวเอง เพียงแต่สิ่งต่างๆเป็นบ้านของเขา เธอเดินมาเรื่อยๆ ผ่านห้องต่างๆ และห้องโถงใหญ่ที่เพดานเป็นหลังคาใสหากเธอมีบ้านแบบนี้คงมานอนดูดาวในบางคืนแน่นอน แต่เขาคนนั้นที่อยู่มาหลายร้อยปีการนอนมองดูดาวคงเป็นเรื่องน่าเบื่อ
ศนิเงยหน้ามองหญิงสาวในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์สีซีดที่ได้มาจากตู้เสื้อผ้าของเธอเองผมยาวถูกมัดไว้ลวกๆ ใบหน้าของเธอไม่มีเครื่องสำอางใดๆ มองดูแล้วเหมือนเด็กน้อยสักคนธามิณีหาที่นั่งให้ตัวเองซึ่งก็ถัดจากเขาที่นั่งอยู่หัวโต๊ะนั่นเองโต๊ะอาหารตัวยาว แต่ถ้าต้องนั่งคนเดียวคงเหงาน่าดู
“ฉันไม่รู้ว่าเธอชอบหรือไม่ชอบอะไรเลยสั่งให้ธำรงค์เตรียมมาภายในเวลาครึ่งชั่วโมง”
ธามิณีฟังแล้วมองอาหารบนโต๊ะอย่างทึ่งๆภายในครึ่งชั่วโมงคนที่ชื่อธำรงค์ซึ่งไม่รู้ไปอยู่เสียที่ไหน เตรียมอาหารได้ถึง 10 อย่างเชียวนะ ต้มจืด แกงเผ็ด ผัดผัก ของทอดต่างๆ ข้าวต้มข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว เธอคงกินไม่หมดแน่ๆ หญิงสาวมองอย่างทึ่งๆ พลางตักข้าวผัดมาใส่จาน
“คุณจะกินอะไรคะข้าวต้ม ข้าวผัด หรือว่าจะกินอย่างอื่น” ธามิณีถามชักรู้สึกเกรงใจที่มาอยู่ฟรีกินฟรี แถมเผลอโมโหใส่เจ้าของบ้านอีกด้วย
“เหมือนเธอแล้วกัน”
ธามิณีตักข้าวผัดที่ใส่หมู หมึก แต่ไม่มีกุ้งมาใส่จานให้ศนิ เธอฉุกสงสัยว่าเขารู้งั้นหรือว่าเธอแพ้กุ้ง ว่าแต่เขาแพ้อาหารทะเลได้ไหมแต่คนแข็งแรงขนาดนั้นคงไม่แพ้อะไรหรอกมั้ง หญิงสาวกินอาหารเช้าไปเงียบๆในขณะที่ศนิก็ไม่อยากทำให้เธอโกรธอะไรอีก การผ่านมาความตายมาด้วยความอดทนควรได้สิ่งตอบแทนเป็นความสุขจากการได้กินของอร่อย
“ธามถามเรื่องกาญเกล้าได้ไหมคะ”ธามิณีรอจนเห็นว่าศนิพยักหน้าจึงถามว่า “กาญเกล้าเป็นยังไงบ้างคะ”
ศนิเลิกคิ้วมองธามิณีที่จงใจเลี่ยงคำว่า‘ตาย’ แม้จะมีชีวิตมายาวนาน แต่บางครั้งเขาก็ไม่เข้าใจมนุษย์ตอนมีชีวิตอยู่กาญเกล้าไม่เคยปรารถนาดีต่อธามิณีเลยแต่พอกลัวว่าจะตายกลับขอให้ธามิณีช่วยธามิณีก็พร้อมจะช่วยทั้งที่ถูกอีกฝ่ายกลั่นแกล้งมาหลายครั้งความเป็นคนดีจนเกินไปบางทีก็ดูเหมือนมนุษย์คนนั้นไม่เข็ดหลาบเอาเสียเลย
“หมดอายุขัยฉันบอกเธอไปแล้วว่าเปลี่ยนอะไรไม่ได้หรอก”
ธามิณีพอจะรู้คำตอบอยู่แล้วเพียงแค่ถามให้สิ้นสงสัยเท่านั้นหญิงสาวถอนใจรู้สึกใจหาย สงสารและเสียใจ แม้กาญเกล้าจะไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้องที่หวังดีต่อกันแต่การตายจากเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ หากกาญเกล้าไม่ได้อยากจะตาย ชะตากรรมเป็นเรื่องน่าโมโหบางคนอยากมีชีวิตยืนยาวกลับตายเร็วจนไม่ทันคาดคิดในขณะที่บางคนอยากตายทุกลมหายใจกลับไม่ได้ตายสมใจราวกับจงอยู่อย่างทรมานในการมีชีวิตต่อไป
“อย่าโทษตัวเองฉันบอกเธอแล้ว มันเป็นเรื่องที่มนุษย์อย่างเธอแก้ไขไม่ได้หรอก”
สีหน้าของเธอคงบอกความรู้สึกออกไปจนศนิเดาได้ธามิณีรู้ว่าตัวเองจะต้องรู้สึกแบบนี้ถึงได้พยายามเพื่อที่จะแก้ไขความตายแต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆ อย่างที่เขาบอก
“ถ้าแก้ไขไม่ได้ทำไมต้องทำให้ธามเห็นว่ากาญเกล้าจะจากไปยังไงด้วยล่ะคะ”
“ประโยชน์อีกอย่างของผลึกกาลคือการได้เห็นความตายในอนาคตอย่างเคสของเธอคือคนที่เป็นญาติ แต่คนอื่นๆ เธอจะไม่เห็นอย่างน้อยก็เป็นการเตือนเพื่อให้มีโอกาสได้ทำดีต่อกัน ได้ร่ำลากระมัง”
ธามิณีหมดคำถามเพราะมันตื้อไปหมดแม้จะรู้ว่าแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่เธอก็รู้สึกไม่อยากเห็นนิมิตแบบนั้นอีกแล้วศนิมองแต่ไม่พูดอะไร ธามิณีต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวางเพราะเมื่อถึงเวลาหนึ่งจะเป็นเธอเองที่ต้องจากไปแต่ทำไมเขาถึงเกิดความรู้สึกว่าไม่อยากให้ถึงเวลานั้น อีก 3 เดือน เธอช่างไม่รู้เลย เขาเองก็ไม่รู้ว่าเธอจะตายเพราะอะไร
...หากเป็นเขาที่ยื่นมือเข้าไปทำให้การตายไม่เกิดขึ้น
ไม่! เขาไม่ควรทำแบบนั้น การมีชีวิตต่ออาจทรมานกว่าการตายเขามีบทเรียนมาแล้ว ดังนั้นจะไม่ยอมทำผิดซ้ำอีก
แจ้งข่าวนะคะ
1.ขอเพียงรักนี้นิรันดร จำหน่ายในรูปแบบ E-Book แล้วนะคะที่เว็บMEB ในวันนี้ (8 มีนาคม 2566) หมวด นิยายรัก
2.โบว์ทำโปรโมชั่นลดราคานิยายเป็นเวลา 18 วันในราคา 180 บาท จากราคาเต็มหน้าปก 329 ราคาลดลง45% ค่ะ
3.โบว์จะลงนิยายให้อ่านประมาณ 65% ของเรื่องราวทั้งหมดหรือประมาณบทที่ 16 แล้วสิ้นสุดการลงนิยายนะคะ
*****************************************************
เคยรู้สึกว่าคิดถึงใครสักคนจนอยากร้องไห้บ้างไหม?
ฝันถึงใครบางคนที่ไม่รู้ชื่อแต่รู้สึกว่ารักคนคนนั้นมากอย่างไม่น่าเชื่อ
อยากหาเหตุผลว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น แต่ก็หาคำตอบไม่พบ
ขอบคุณไม่นับครั้ง
อัมราน