บทที่19.ราชโองการ
หลังเดินทางกลับจากงานพิธีล่าสัตว์เรียบร้อยแล้วมู่หรงซีเหมินก็เร่งรุดขอเข้าเฝ้าฝ่าาในวังหลวงทันที ในเขตตำหนักส่วนพระองค์ปกติไม่อนุญาตให้ใครเข้าออกได้ง่ายๆแต่ครั้งนี้เป็มู่หรงซีเหมินผู้เป็น้องชายมาขอพบจึงอนุญาตให้เขามาพบที่ห้องทรงอักษรในตำหนักส่วนพระองค์ได้นั้นเอง
“คงเป็เื่สำคัญมากทีเดียวถึงทำให้เ้ามาเข้าเฝ้าข้าถึงที่นี่ได้”ฮ่องเต้มู่หลงเฟยฉีตรัสด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยถ้อยคำเหมือนประชดหากแต่ความจริงแล้วไม่มีเจตนาเช่นนั้นเพราะปกติมู่หรงซีเหมินนับแต่เติบโตมาก็ไม่เคยคิดจะเข้าหาพี่ชายผู้เป็ฮ่องเต้เสียแล้วเพราะตัวเขาในชีวิตก่อนนั้นคิดแต่ว่าจะแก่งแย่งชิงอำนาจของพี่ชายมาเป็ของตนเท่านั้นแต่ว่าตอนนี้หาใช่เช่นเดิมอีกแล้ว
“ฝ่าา”
“ว่าอย่างไรมีอันใดก็พูดมา”กล่าวทั้งที่สายตายังคงไล่มองกระดานหมากตรงหน้าไปด้วย
“กระหม่อมมาเพื่อทูลขอสมรสพระราชทานพ่ะย่ะค่ะ”มู่หรงซีเหมินเองก็ไม่อ้อมค้อมกล่าวสิ่งที่้าออกไปทันที
“หื้ม” แม้จะพอรู้เื่ของน้องชายกับบุตรสาวท่านแม่ทัพหยางมาบางแต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะถึงกับเข้ามาขอสมรสพระราชทานด้วยตนเองเช่นนี้เลย
“กับใครเล่า”เอ่ยถามไปทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าว่าอย่างไรก็ต้องเป็คุณหนูใหญ่ตระกูลหยางผู้นั้นแน่
“บุตรสาวคนโตแม่ทัพใหญ่หยางพ่ะย่ะค่ะ”รู้อยู่แล้วก็ยังทรงแกล้งอีกมู่หรงซีเหมินแอบคิดในใจส่วนภายนอกยังคงแสดงสีหน้าจริงจังอยู่
“แล้วเ้าไม่คิดว่าข้าจะเกิดความระแวงบ้างหรือหากให้เ้าแต่งบุตรสาวคนโตของแม่ทัพใหญ่เข้าตำหนักของเ้าก็มิใช่ว่าเป็การส่งเสริมให้เ้ามีกองทัพใหญ่ของแคว้นคอยหนุนหลังเ้าอยู่หรือ”
“เื่นี้ข้าคิดว่าฝ่าาคงสืบทราบมาแล้วว่าข้าหาได้มีความคิดเช่นนั้นไม่”
น้ำเสียงและแววตาจริงจังและจริงใจที่หาได้ยากยิ่งจากน้องชายคนนี้ส่งมาให้ไม่ยอมหลบทำเอาฮ่องเต้ถึงกับเชื่อว่าเพราะว่าได้พบรักคุณหนูใหญ่หยางจึงทำให้น้องชายผู้นี่เปลี่ยนไปตามที่องครักษ์เงาทั้งหลายมารายงานจริงๆ
สิ่งที่บรรดาเงาทั้งหลายเข้ามารายงานล้วนแต่เป็เื่น่าเหลือเชื่อทั้งนั้นการกระทำเช่นบุรุษคลั่งรักนั้นไม่แปลกหากไปเกิดขึ้นกับบุรุษผู้อื่นแต่นี่เกิดขึ้นกับบุรุษมากเล่ห์กลร้ายกาจที่ไม่เคยมีความจริงใจกับใครคอยแต่วางแผนแสวงหาผลประโยชน์จากผู้อื่นเพียงเท่านั้นอย่างมู่หรงซีเหมินต่างหากที่เป็เื่เหลือเชื่อเกินไปรายงานที่ได้มาทั้งส่งคนตามเฝ้า ทั้งกีดกันบุรุษไม่ให้เข้าใกล้ทั้งตามไปเฝ้าหน้าต่างห้องนางยามค่ำคืนทั้งเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ให้เป็สีเดียวกับนางยามออกไปพบเจอสารพัดที่น้องชายเขาจะทำช่างมีแต่เื่น่าเหลือเชื่อ
“แต่หาฝาบาทยังกังวลพระทัยกระหม่อมยินดีคืนยศศักดิ์ชินอ๋องและยินดีย้ายไปอยู่หัวเมืองแทนพ่ะย่ะค่ะ”เสียงหนักแน่นกล่าวออกมาอย่างหนักแน่นด้วยตัดสินใจมาดีแล้วหากต้องแลกยศศักดิ์เพื่อให้ได้นางมาเขาก็ยินดีและเชื่อว่าซินโหยวยินดีติดตามเขาไปทุกหนแห่ง
“อื้มเอาเป็ว่าข้าเชื่อเ้าโจวกงกงเตรียมราชโองการ”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
แล้วไม่นานเกินรอจวนแม่ทัพใหญ่หยางก็ได้รับการมาเยื่อนจากโจวกงกงเพื่อประกาศราชโองการ พร้อมทหารองครักษ์มากมายที่คุ้มกันขนของมีค่าแก้วแหวนเงินทองผ้าไหมล้ำค่า ปะการังสีชาดหายาก ไข่มุกราตรีเป็หีบๆเข้ามาที่จวนตระกูลหยางเพื่อมาประกาศราชโองการสมรสพระราชทานนั้นเองทุกคนในจวนตระกูลหยางล้วนออกมาก้มหน้าเก็บคางคุกเข่าเพื่อรับราชโองการกันเต็มลานหน้าจวน
“คุณหนูใหญ่หยางหยางซินโหยวรับราชโองการเนื่องด้วยโอรส์ทรงมีพระเมตตาเล็งเห็นถึงคุณงามความดีของคุณหนูใหญ่หยางเป็สตรีที่ดีงามเพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติที่สตรีพึ่งมีทั้งยังกตัญญูรู้คุณต่อบิดามารดาจิตใจงดงามมีคณุธรรมเต็มเปี่ยม เหมาะสมแต่งเป็ชายาเอกเป็ชินหวางเฟยให้ชินอ๋องมู่หรงซีเหมินยามนี้ให้ถือว่ามั้นหมายเอาไว้ก่อนรอพิธีปักปิ่นเรียบร้อยให้แต่งเข้าตำหนักชินอ๋องทันที จบราชโองการ”
“หยางซินโหยวน้อมรับราชโองการของจงทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นหมื่นปี”เสียงหวานนุ่มฟังเย็นสบายเอ่ยรับราชโองการด้วยท่าทีนุ่มนวลไม่ได้แสดงความดีใจมากไปหรือน้อยไปทำให้โจวกงกงที่มองแล้วรู้สึกพึงพอใจที่ได้เห็นเช่นนั้นเป็อย่างยิ่ง เพราะเป็สตรีงดงามเย็นตาเย็นใจถึงเพียงนี้นี่เองที่ทำให้ท่านอ๋องปรารถนารักใคร่ได้ถึงเพียงนั้นจนต้องรีบทูลขอราชโองการ
ร่างบางรับราชโองการม้วนผ้าสีทองมาถือไว้ด้วยสองมือจากนั้นก็เกินถอยหลังไปหลังท่านพ่อ ส่วนท่านแม่ทัพหยางก็เดินเข้ามาหาโจวกงกงทันที
“ขอบคุณโจวกงกงแล้วที่ลำบากมาถึงที่จวนตระกูลหยางด้วยตนเองนี่ของตอบแทนเล็กน้อยที่ท่านเป็ธุระให้ในวันนี้”แม้เขาจะเป็ทหารเก่งบู๊แต่ก็เข้าใจธรรมเนียมในวังหลวงเป็อย่างดี
“เป็หน้าที่ของข้าอยู่แล้วอีกทั้งเื่นี้ฝ่าาทรงใส่พระทัยเป็อย่างมากจึงมอบหมายให้ข้ามาด้วยตนเองท่านแม่ทัพใหญ่อย่างได้เกรงใจเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วข้าคงขอตัวก่อน”โจวกงกงกล่าวลาด้วยใบหน้ายิ้มน้อยๆ ก่อนเดินจากไป
เมื่อคล้อยหลังผู้มาจากในวังหลวงแล้วร่างสูงใหญ่ของท่านแม่ทัพก็เดินเข้าไปหาบุตรสาวคนโตของตนเองทันที
“ซินโหยวของพ่อตอนนี้เ้าก็มีคู่หมั้นเสียแล้วสินะ”มือหน้าหยาบกร้านเพราะจับอาวุธมาเกือบทั้งชีวิตเอื้อมไปลูบผมบุตรสาวคนโตด้วยความรัก
“ท่านพี่แล้วขอพวกนี้เล่าเ้าคะ”เป็ฮูหยินรองเอ่ยแทรกบรรยากาศอบอุ่นของพ่อลุกขึ้นมาตาของนางมองของหมั้นพระราชทานมากมายด้วยสายตาละโมบโลภมากและอดที่จะอิจฉาไม่ได้
“พ่อบ้านฉางนำของหมั้นของซินโหยวทั้งหมดไปเป็ไว้กับสินเดิมของฮูหยินเอกก่อนข้าจะเก็บทั้งหมดไว้เป็สินเดิมยามที่ซินโหยวแต่งงานออกไป”หยางซินฉู่ไม่ตอบคำถามของฮูหยินรองของตนเองแต่เลือกที่จะสั่งงานพ่อบ้านฉางแทน
“ขอรับนายท่าน”พ่อบ้านฉางรับคำก่อนจะเกณฑ์คนงานมาช่วยกันขนสมบัติมากมายไปเก็บตามสั่งของนายท่าน
ท่ามกลางสายตาไม่พอใจของฮูหยินรองและหยางไป๋เฉียนที่ได้แต่มองตามสมบัติมีค่ามากมายไปจนลับสายตาอย่างเจ็บใจที่พี่สาวตามมารดาได้ดิบได้ดีเป็ถึงชายาของชินอ๋อง…แม้มู่หรงซีเหมินมีข่าวลือชื่อเสียงไม่ดีนักแต่ก็เป็ถึงเชื้อพระวงศ์มีบรรดาศักดิ์เป็ถึงชินอ๋องเชียวนะคอยดูเถอะนางเองก็จะต้องได้แต่งให้ท่านอ๋องไม่ก็องค์ชายสักพระองค์เป็แน่
และไม่นานเพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามชาวบ้านชาวเมืองก็เล่าลือกันไปทั่วทั้งเมืองหลวงเื่ที่คุณหนูใหญ่ตระกูลหยางได้รับสมรสพระราชทานกับท่านอ๋องมู่หรงซีเหมินมีทั้งคนที่ยินดีและมีทั้งคนที่ไม่อยากยินยอมเพราะริษยาแต่ก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้
“กรี๊ดดด” เพล้ง!!!!
และคนที่ไม่อยากยินยอมที่ว่านั้นก็คือคุณหนูจวนตระกลูจางนั้นเองที่เมื่อได้ยินข่าวก็เริ่มลงมืออาละวาดทำลายข้าวของและไล่ทุบตีบ่าวที่อยู่ในเรือนเพื่อระบายอารมณ์
“เมตตาด้วยเ้าค่ะคุณหนูเมตตาบ่าวเถิดเ้าค่ะ”บ่าวที่ถูกทุบตีได้แต่พากันหมอบลงกับพื้นต้องยินยอมให้คนเป็นายทุบตีไม่อาจขัดขืนได้ได้แต่ร้องของความเมตตาเพียงเท่านั้น
“นี่แนะ เมตตาหรือๆ ข้าจะฆ่าเ้าๆเพลี๊ยะๆๆ”ราวกับคนเสียสติไปแล้วจนเมื่อจางฮูหยินผู้เป็มารดาของนางต้องเร่งเข้ามาเอ่ยห้ามปราม
“ฮุ่ยเหมยหยุด แม่บอกให้เ้าหยุด”เสียงตะวาดของมารดาจึงทำให้นางได้สติขึ้นมาบ้าง
“ท่านแม่”เอ่ยเรียกอย่างไม่ยินยอมที่ถูกขัดใจ
“หากเ้ายังขืนอาละวาดเช่นนี้ท่านพ่อของเ้ารู้เข้าต้องไม่พอใจแน่หัดรู้จักข่มใจตนเองเสียงบ้าง”
“แล้วเหตุใดข้างต้องข่มใจต้องอดกลั้นด้วยเล่าข้าอยากได้สิ่งใดข้าก็ต้องได้” มู่หรงอ๋องนั้นแม้ชั่วร้ายแต่ก็หล่อเหล่างดงามราวเทพเซียนแค่ได้เห็นก็พลันทำให้นางรู้สึกลุ่มหลงจนไม่อาจถอนตัวได้อีก
“หุบปากของเ้าซะนังลูกโง่ไม่มีหัวคิดเอาเสียเลย”เป็เสียงท่านเสนาบดีจางที่เดินเข้ามาเมื่อมีคนไปรายงานเื่บุตรสาวที่กำลังอาละวาดอยู่
“ทะ ท่านพ่อ”
“ต่อไปเลิกหวังเื่มู่หรงอ๋องได้แล้วเพราะข้ามีคนที่จะให้เ้าแต่งให้แล้วเตรียมตัวเสียอีกไม่นานข้าจะให้เ้าแต่งออกไปเป็ชายารองขององค์ชายหก”
“ท่านพ่อไม่นะเ้าคะข้าไม่แต่งองค์ชายหกมีชายาเอกอยู่แล้วอีกทั้งหน้าตาก็ยัง...ฮึ้ยเอาเป็ว่าข้าไม่ยอมข้าไม่ชอบเขา”องค์ชายหกเป็บุรุษรูปงามอยู่ก็จริงแต่ก็ดูจืดชืดเกิดไปถ้าเทียบกับมู่หรงอ๋องแล้วนั้นเทียบกันไม่ติดเลยด้วยซ้ำ
“เ้าลูกโง่ในหัวคิดได้เพียงเท่านั้นข้าให้เ้าแต่งเ้าก็ต้องแต่ง หากยังดื้อด้านอย่าหาว่าข้าไม่เตือน”กล่าวจบก็สะบัดชายเสื้อออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ เขากำลังทำการใหญ่ดังนั้นจึงต้องวางแผนให้ดีในเมื่อตอนนี้ไม่อาจเข้าหามู่หรงอ๋องเพื่อสนับสนุนชิงอำนาจได้แล้วเขาจึงต้องมองหาท่างอ๋องไม่ก็องค์ชายองค์อื่นที่มีเป้าหมายเดียวกันกับเขานั้นเอง
ตึกดึกเวลาเข้าสู่ยามปลายยามห้าย (21.00 – 22.59) ร่างสูงทะยานไต่กำแพงและต้นไม้มาหยุดอยู่ที่กิ่งไม้ประจำของตนเองที่ประจำไว้มองดูหน้าต่างห้องคู่หมั้นตัวน้อยตอนนี้นางเป็คู่หมั้นของเขาแล้วอีกไม่นานก็จะแต่งเข้ามาเป็ชายาบานหน้าต่างเปิดออกก่อนที่เสียงเบาๆ เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ข้ารู้นะว่าท่านมา” นางพอจะรู้แล้วว่าเหตุใดเวลาที่เปิดหน้าต่างออกยามค่ำคืนจึงรู้สึกว่ามีสายตาคอยจ้องมองแต่เป็สายตาที่ไม่ได้รู้สึกถึงอันตรายแต่อย่างใดและนางก็เดาว่าจะต้องเป็คนเอาแต่ใจอย่างท่านอ๋องเป็แน่จึงลองเสี่ยงเอ่ยปากพูดขึ้น
มุมปากหยักหยกยิ้มอย่างชอบใจก่อนจะเร้นกายออกมาเคลื่อนไหวเพียงพริบตาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าต่างตรงหน้านาง
“คิดถึงเ้า”เสียงบอกคิดถึงกระซิบแหบพร่าชวนในสั่นสะท้านดังออกมาให้ได้ยินอย่างชัดเจนจนหน้าเรียวงามขึ้นสีแดงเรื่ออย่างไม่อาจควบคุมได้
“ท่านอ๋อง”
“จุ๊ๆๆบอกแล้วว่ายามอยู่ลำพังให้เรียกพี่ซีเหมิน” นิ้วชี้ยกขึ้นมาส่ายไปมาน้อยๆพร้อมจุ๊ปากเบาๆ อย่างหยอกเย้าพร้อมเอาศอกเท้าที่ขอบหน้าต่างยื่นหน้าหล่อเหลาเข้าไปหานางใกล้ๆจนต้องรีบผงะถอยออกห่าง
“เข้าใจแล้วเพคะ พะ พี่ซีเหมิน”
“ดีมากเด็กดีๆ”แขนยาวเอื้อมไปด้านหลังนางแล้วเกี่ยวเอวบางดึงรั้งให้ขยับเข้ามาใกล้ๆ ก่อนยื่นมืออีกข้างลูบแก้มนุ่มนิ่มพร้อมดึงเล่นไปมาเบาๆ
“เหตุใดแก้มเ้าจึงนุ่มนิ่มนัก”
“ก็หม่อมฉันยังเด็ก”กล่าวพร้อมจับมือหนาที่ยังคงบีบแก้มนางเล่นให้หยุดมือซีเหมินจึงฉวยโอกาสพลิกฝ่ามือกลับไปสอดประสานนิ้วมือเข้ากอบกุมมือน้อยไว้แแ่ไม่ยอมปล่อย
“หึ หึ ฉลาดพูดนักเป็การบอกข้าเป็นัยว่าเ้ายังเด็กไม่ให้พี่รังแกเ้าหรือไม่”สรรพนามแทนตัวที่เปลี่ยนไปเป็‘พี่’นั้นทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างทั้งยังมีอาการเลิ่กลั่กที่ถูกจับความคิดได้ด้วย
“ฟอดด ชื่นใจจริงๆและเพราะเ้ายังเด็กอย่างไรเล่าพี่จึงทำเพียงหอมแก้มเ้าเท่านั้น ไว้รอเ้าปักปิ่นก่อนเถิดหึ หึ”
“ท่านนี่ช่าง...”ไม่รู้จะเอ่ยตคำใดดีแล้ว
“เอาล่ะๆ ไม่แกล้งเ้าแล้วเด็กดีนี้ก็ดึกมาแล้วไปนอนเถิดมาหาก็เพียงอยากเห็นหน้าเ้าเท่านั้นตอนนี้ก็ได้เห็นแล้วคืนนี้พี่คงนอนหลับฝันดีเป็แน่” กล่าวพร้อมร้องยิ้มหวานหยดเขาจงใจยั่วยวนให้นางเพราะซีเหมินอยากให้นางรักเขามากๆเหมือนที่เข้ารักนางรักมากยิ่งๆขึ้นไปอีกจนสายตาของนางสะท้อนเพียงเงาของเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น
“พะ เพคะ”คนถูกหว่านเสน่ห์ใส่ก็ก้มหน้างุดเลยทีเดียว
“ไปนอนเถิดเดี๋ยวพี่ปิดหน้าต่างให้เ้าเองจุ๊บ”
กล่าวจบยังไม่วายฉวยจุมพิตที่หน้าผากเกลี้ยงเกลาเร็วๆพร้อมส่งยิ้มหวานให้จนซินโหยวต้องรีบถอยหลังแล้วเดินเร็วๆไปที่เตียงนอนจัดการห่มผ้าจนมิดหลับตาปี๋ ส่วนคนที่ทำตัวเป็โจรเด็ดบุปผาก็ได้แต่ยิ้มกริ่มหัวเราะเบาๆก่อนจะปิดหน้าต่างให้อย่างแ่เบาแล้วเร้นกายกลับตำหนักชินอ๋องอย่างอิ่มเอมใจ.....