เด็กสาวผู้ดูแลร้านหมูหยองอินเตอร์เนทลุกขึ้นไปปรับม่านบังแสงไม่ให้สะท้อนเข้าตา ก่อนกลับมานั่งจ้องหน้าคอมพิวเตอร์ราวกับไม่อยากละสายตาจากการอ่านข้อความในเวบไซต์
“ฉันแปะรูปนายตามเวบแล้ว ทิ้งอีเมล์ไว้ให้ติดต่อกลับแล้วไม่รู้จะออกหัวออกก้อยยังไงเน๊าะ”
โซดาพยายามพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา ไม่อยากให้เป็ที่สังเกตจากลูกค้าในร้าน ั้แ่เธอรู้จักนายผีนิรนามนี่ก็ถูกมองว่าอยากเป็นักเขียนจนเพี้ยน พูดจาคนเดียวอยู่บ่อยๆ
“นายเจ๋งมากเลยอ่ะตอบปัญหาวรรณกรรมยาก ๆ พวกนั้นได้ไง”
เด็กสาววัยสิบเจ็ดหมายถึงข้อความโพสในเนทที่เป็คำถามเกี่ยวกับวรรณกรรมยาก ๆแต่ผีหนุ่มร่างโปร่งใสจะเป็คนกำกับให้เธอพิมพ์ข้อความตามคำสั่งของเขา เธอเองก็พลอยได้ความรู้ใหม่ ๆที่ไม่เคยรู้มาก่อน
“ไม่รู้ซิมันแวบขึ้นมาในหัวเฉย ๆ ” ิญญาพเนจรเอ่ยแล้วขยับแว่นสายตาให้กระชับใบหน้าจนคล้ายว่าจะท่าทางเฉพาะตัวของเขา
“นี่ตอนนี้เราก็มีเบาะแสของนายคือ นายชอบงานวรรณกรรม เป็ผู้รอบรู้ด้านนี้ นายต้องเคยเข้ามาเวบไซต์พวกนี้บ่อย ๆแน่ นายน่าจะมีล็อกอินใช้นะ พอจะจำได้ไหม”
คุณผีเร่ร่อนสายหน้าไปมา
“เอางี้...มีตัวอักษรหรือตัวเลขอะไรที่แวบๆ ขึ้นมาในสมองบ้างไหม”
“ตัว S “ เขาพยายามคิด จู่ ๆก็ปวดหัวขึ้นมาอย่างรุ่นแรงจนจนยกมือขึ้นกุมขมับ
“นายวุ่นวาย!”
โซดาเผลอส่งเสียงดังโชคดีที่ในร้านไม่มีลูกค้า คุณผีนิรนามทรุดนั่งกับพื้น ท่าทางปวดหัวรุ่นแรงจนโซดาอยากแบ่งปันความเ็ปไว้เสียเอง ไม่รู้ทำไมถึงห่วงใยมากขนาดนี้ทั้ง ๆที่ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่คนรู้จักคุ้นเคย หรือจะห่วงใยแบบเพื่อนก็ไม่น่าจะมากมายขนาดนี้
“ถ้าคิดอะไรไม่ออกก็อย่าคิดเลย อย่าฝืนเลย”
น้ำใส ๆไหลจากดวงตากลมโตมันหยดลงหลังมือของเขาที่เท้ากับพื้นข้างหนึ่ง แต่หยดน้ำตานั่นกลับหยดลงพื้นทะลุผ่านร่างของเขา ิญญาหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง ร่างบางที่สะอื้นอยู่ตรงหน้า เป็แววตาห่วงใยที่ไร้การเสแสร้ง
“ขอโทษ ผมไม่เป็ไรแล้ว”
เขาเอื้อมมือไปเกลี่ยหยดน้ำตาที่เปื้อนแก้มแ่เบา แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรได้เลยยิ่งเห็นแบบนี้เขายิ่งปวดใจ ทำไมต้องเป็แบบนี้ ทำไมต้องอยู่ในสภาพนี้ ถ้าจะทำอะไรไม่ได้เลย เขาก็ไม่ควรทำให้ใครคนหนึ่งต้องเสียน้ำตาเช่นนี้
“โซดา”
เขายื่นหน้าไปใกล้กระซิบเรียกชื่อเธออย่างอ่อนโยน แม้จะััจับต้องไม่ได้ แต่เขาก็ดีใจที่รู้ว่าเธอได้ยินเสียงของเขา โซดาคลายสะอื้นแต่กลับรู้สึกร้อนผ่าวที่แก้มแทนเมื่อรู้ว่าใบหน้าของเขาอยู่ใกล้นิดเดียว
“ผมไม่เป็ไรแล้ว” แม้จะััไม่ได้แต่ก็ยื่นนิ้วไปเกลี่ยเส้นผมที่ลงมาปรกหน้า
“ฉันขอโทษนะ ฉันช่วยอะไรไม่ได้เลย ยุ่งแต่เื่ของตัวเองทั้งนั้นฉันมันเห็นแก่ตัวจริง ๆ ”
“โซดาครับ” เขายิ้มละมุ่น “ผมมีความสุขในทุกวันๆ ผมไม่ได้พูดเอาใจโซดาแต่ถ้าวันหนึ่งผมจำได้ว่าผมเป็ใครแต่ไม่มีความสุขกับความทรงจำนั้น ผมก็เลือกที่จะเป็แบบนี้ดีกว่า”
“นายก็พูดได้ซิเพราะตอนนี้นายจำไม่ได้ถ้าเกิดนายจำได้ว่านายเคยเป็ใคร นายอาจจะเสียใจที่อยู่ลำบากกับฉันอย่างนี้”
เขาจะบอกเธอยังไงว่าไม่ใช่คนยุคนี้ถ้าบอกไปเธออาจถามเลขรางวัลที่1 ซึ่งเขาก็ไม่รู้อีกนั้นแหละ
“โธ่! อย่าลืมนะว่าผมเป็ิญญาเร่ร่อนเป็แค่เนื้องอกของโซดา ผมรู้แล้วจะไปทำอะไรได้ แต่การที่ผมได้ใช้ชีวิตแบบนี้ ได้เจอโซดา อยู่กับเบียร์ ได้รู้จักตั้มกับน้ำหวาน ผมว่ามันอาจเป็ของขวัญที่คนบนฟ้ามอบให้ผมก่อนที่ผมจะไปเกิดใหม่ก็ได้ ถ้าเกิดผมจะสลายหายไปวันนี้หรือพรุ่งนี้ ก็ขอให้โซดารู้ว่าทุกเวลาที่ได้อยู่กับโซดาผมมีความสุขมาก ยิ่งได้เห็นโซดาวิ่งตามความฝันผมกลับรู้สึกสุขใจมากกว่า”
“นายวุ่นวาย...”
“ผมไม่อยากรู้แล้วว่าผมเป็ใคร แต่อยากเห็นโซดาเป็นักเขียนใหญ่มากกว่า” เขากลับมายิ้มทะเล้นดวงตาหลังแว่นทรงกลมเป็ประกายจนคนถูกมองต้องหลบตา
“งานเสวนาเปิดตัวนักเขียนรุ่นใหม่นี่น่าสนใจนะ เล่มที่โซดาซื้อไปจำได้ไหม จัดที่ร้านUnderground Book ด้วยนะ ” เขาเปลี่ยนเื่แล้วชี้นิ้วไปที่จอคอมพ์ โซดาลุกขึ้นเดินกลับไปนั่งที่เดิม ยังแอบเอาทิชชู่เช็ดน้ำตาที่เลอะเทอะใบหน้า
“ฮืม…ฉันอ่านหนังสือแล้วนะ เขียนดีชะมัดเลยไม่เหมือนที่เคยอ่านมาก่อน เื่สั้น ๆ แต่มีอะไรให้คิดเยอะเชียว”
“มันสามารถต่อยอดทางความคิดให้ผู้อ่านได้ไง” เขาหันมายิ้มให้กับท่าทางกระตือรือร้นของเด็กสาวที่นั่งอยู่หน้าคอมพ์
“แอบปิดร้านสักครึ่งวันแล้วย่องไปฟังงานเสวนาดูบ้างไหม” โซดาหันมาขอความเห็น
“เราปิดร้านบ่อย ๆจะดีเหรอ” คุณผีนิรนามทำหน้าแหย
“พี่หมูหยองแกยุ่งกับเื่แต่งงานไม่ค่อยสนใจหรอก ถ้ายังหาคนมาเซ็งร้านต่อไม่ได้แกอาจจะปิดด้วยซ้ำไป”
“จริงเหรอ”
“ก็พี่หมูหยองแกจะไปอยู่กับแฟนไงที่นี่ก็ไม่มีคนดู แกอยากขายร้านให้พี่เบียร์จะตายไป แต่เราไม่มีเงินขนาดนั้น”
“ถ้างั้นปิดร้านครึ่งวันก็เป็ความคิดที่ดีมากเลยดีกว่าไปนั่งกินแฮมเบอร์เกอร์แพง ๆ อย่างวันนั้น”
โซดาทำตาดุนึกอยากเถียงแต่ก็กลัวเถียงไม่ขึ้นถ้าเื่พวกนี้เธอยอมรับว่าไม่มีข้อมูลที่จะเอาไปเถียงผู้ชายคนนี้ได้เลยและไม่และเห็นช่องทางที่จะเอาชนะด้วย
“ว่าไงนักเขียนน้อยเขียนนิยายไปถึงไหนแล้ว”
“พี่ตั้ม”
เพื่อนพี่ชายหิ้วกล่องขนมโดนัทขึ้นมาวางข้างคอมพ์ สาวโซดาซ่ายิ้มกว้างยกมือไหว้ขอบคุณ
“เหมาะกับเวลาบ่าย ๆอย่างนี้เลยรับกาแฟสักถ้วยไหมค่ะ”
“โอ๊ยไม่ต้องทำเป็ผู้ดีดัดจริตขนาดนั้นหรอกน้ำเปล่าก็พอแล้วจ๊ะน้องรัก” หน้าหน้าตี๋หัวเราะจนตาหยีโซดาลุกไปรินน้ำเย็นมาให้เพื่อนพี่ชาย
“ท่าทางเหนื่อย ๆ นะคะ” เด็กสาวทักเมื่อเห็นรอยคล้ำที่ใต้ตาของตั้มชัดเจนจนเหมือนแพนด้า
“งานที่อู่มันยุ่งนะคนงานสองคนก็เพิ่งลาออกกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด อีกคนก็เมียคลอดลูกกลับไปเยี่ยมบ้าน ตอนนี้พี่เลยวุ่นคนเดียวเลย”
“แล้วอย่างนี้จะมีเวลาทำคะแนนกับพี่น้ำหวานเหรอ”
“พี่ทำใจเื่น้ำหวานมาตั้งนานแล้ว” เขายกแก้วน้ำเย็นขึ้นจิบเหมือนจะดับความอ่อนล้าในจิตใจ
“พี่ขอแค่ดูแลเค้าจนกว่าเค้าจะเจอคนของหัวใจก็พอแล้ว”
“ไม่เข้าใจอ่ะ ถ้าโซดามีผู้ชายดี ๆอย่างพี่ตั้มมาจีบก็ต้องรักแน่ ๆ เลย”
“มันไม่เสมอไปหรอก เราเลือกที่จะรักได้ แต่เราไม่สามารถบังคับใครให้มารักเราได้หรอกโลกยังมีอะไรอีกเยอะให้เรียนรู้นะเด็กน้อย” มือใหญ่หยาบกร้านเอื้อมมาขยี้ผมของโซดาที่มักจะรวบเป็หางม้าเสมอๆ อย่างเบามือ
“วันนี้ไอ้เบียร์หยุดใช่ไหม”
“ค่ะ...นอนอ่านหนังสืออยู่มั่ง...พี่ตั้มรู้ไหมว่าห้องพี่เบียร์มีหนังสือเยอะมากหนังสือปรัชญาทั้งนั้นเลย”
“ฮืม...พี่ถึงคิดว่าเรามีเชื้อนักอ่าน-นักเขียนมาจากไอ้เบียร์ไงพี่ไปหาเพื่อนคุยดีกว่านะ”
ชายหนุ่มหน้าตี๋ลุกขึ้นยืนบิดตัวไปมา ไล่ความเมื่อยขบจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบ แต่ประตูกระจกบานใสของร้านก็ถูกผลักเข้ามา หญิงสาวผมยาวหยักศกก้าวเข้ามาแล้วยิ้มให้น้องสาวของเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่หลังคอมพ์
“พี่เขียนแบบเสื้อที่จะส่งประกวดยังดีไซด์เนอร์เสร็จแล้วอาทิตย์นี้ว่างไหม ไปตึกR&Mเป็เพื่อนพี่นะ”
“ได้ค่ะ...เอ่อ...เอ๊ย ไม่ได้ค่ะ โซดาติดธุระด่วนมาก ๆเอาพี่ตั้มไปแทนได้ไหมคะพี่น้ำหวาน” โซดาหันมาพยักเพยิดให้ทางเพื่อนพี่ชายที่ยืนอยู่นอกสายตาของหญิงสาวผมหยักศก
“โซดาไม่ว่างก็ไม่เป็ไรจ๊ะถ้าไปกับตานี่พี่นั่งแท็กซี่ไปเองดีกว่า” ใบหน้าสวยคมเชิดใส่อย่างไม่สนใจแววตาอาทรของอีกฝ่าย
“เดี๋ยวใกล้ ๆค่อยนัดอีกทีดีกว่านะค่ะ” โซดาพยายามไกล่เกลี่ย เธอหันไปขอความช่วยเหลือจากผีหนุ่มผู้ยืนดูสถานการณ์อย่างจนปัญญาของผีไร้ฤทธิ์เดชตนหนึ่ง
“ไม่เป็ไรหรอกพี่มันก็มีแค่รถเวสป้าเก่า ๆ แก่ ๆ คันหนึ่งใครจะอยากมานั่งซ้อนท้าย” หนุ่มหน้าตี๋เอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนผลักบานประตูกระจกออกไป
“เอาไว้ใกล้ ๆแล้วพี่จะโทรนัดนะ” น้ำหวานยิ้มให้ก่อนที่จะเดินตามแผ่นหลังของเพื่อนหนุ่มออกมา
“จะถึงขั้นเืตกยางออกไหมเนี่ยนายวุ่นวายตามไปดูหน่อยซิ”
โซดาหันมาขอร้องผีหนุ่มเขาพยักหน้าแล้วเดินทะลุประตูกระจกใสออกไป ใจจริงเธอก็อยากตามไปด้วยแต่ห่วงที่ร้าน
“เอาเถอะจัดการกับโดนัทนี่ก่อนดีกว่าเดี๋ยวมันจะน้อยใจแย่” โซดายิ้มกริ่มกับตัวเองก่อนอ้าปากกว้างกัดโดนัทคำโตราวกับกลัวใครจะมาแย่ง
เบียร์เข็นจักรยานสภาพกลางเก่ากลางใหม่ที่เพิ่งล้างคราบสกปรกออก วันนี้เป็วันหยุดพักของเขาเลยได้มีโอกาสสะสางงานบ้าน ถึงที่บ้านจะมี “น้องสาว”แต่ความเป็ผู้หญิงในตัวเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้งานบ้านของเขาลดน้อยลงหลังจากเสร็จภาระส่วนตัวเขาก็ลงแรงเข็นจักรยานคันเก่าออกมาปัดฝุ่นเคาะสนิมเขรอะออกตั้งใจจะเอาไว้ใช้ในยุคน้ำมันแพง
ชายหนุ่มเข็นจักรยานมาที่อู่ซ่อมรถของเพื่อนรักที่รับหน้าที่ดูแลทุกอย่างในอู่แทนผู้เป็พ่อที่แก่ชราลงมากแล้ว เขายิ้มทักทายเด็กซ่อมรถสามสี่คนที่สนิทสนมกัน
“สูบลมยางกับเปลี่ยนโซ่ใหม่ก็วิ่งฉิวแล้วพี่เบียร์”
“ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยเปลี่ยนให้หน่อยได้ไหม”
“ได้พี่แต่ที่ร้านมีแต่โซ่มอเตอร์ไซด์นะพี่ผมไม่เคยลองเปลี่ยนสักที พี่จะลองเป็เหยื่อผมไหมละ”
“พี่ขอเสียเงินซื้อโซ่จักรยานดีกว่าแล้วตั้มไม่อยู่เหรอ”
“ออกไปไหนไม่รู้เดี๋ยวก็มามั้ง”
เบียร์นั่งที่เก้าอี้ที่ทำมาจากยางรถยนต์หลังจากควักเงินในกระเป๋าสตางค์ให้เด็กซ่อมรถไปซื้อโซ่จักรยานมาเปลี่ยนขณะทอดสายตาฝ่าเปลวแดดไปยังถนนฝั่งตรงข้าม เขาก็มองเห็นร่างสูงของเพื่อนซี้ตาชั้นเดียวกำลังเดินตรงมา
หญิงสาวเสยผมยาวหยักศกอย่างหงุดหงิด เมื่อพยายามเดินตามแผ่นหลังของเพื่อนชายที่เห็นหน้ากันมาั้แ่เด็ก เดินจ้ำพรวดพลาดออกมาจากร้านเนท เธอหยุดยืนหอบหายใจเหนื่อย
“อย่ามาประชดฉันแบบนี้นะนายตั้ม”
“ขอโทษทีแต่คนอย่างเราทำอะไรไปก็ไม่วันดีในสายตาของน้ำหวานได้หรอก” ตั้มหันกลับมาตะคอกใส่อย่างที่ไม่เคยทำจนอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือก
“รู้ตัวอย่างนี้ก็ดีแล้วนิ!” น้ำหวานเชิดหน้าพูดใส่ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“ใช่!ไม่ว่าอะไรที่ทำไปทั้งหมดมันเทียบไม่ได้กับพี่โตหรือพี่ต้องสักนิดเดียวในสายตาของน้ำหวานก็จะมีแค่เพียงพี่ต้องเท่านั้นไม่มีใครมาแทนที่ได้”
“หยุดนะ! อย่าพูดเื่นี้กับฉัน”
“เราต่างหากที่ควรจะเป็ฝ่ายไม่อยากฟังเื่พวกนี้ จะพยายามทำอะไรสักเท่าไหร่มันไม่มีวันจะดีขึ้นมาได้เลย ไม่ว่าจะเป็เตี่ยหรือแม้แต่น้ำหวาน เราก็ไม่มีวันจะเป็คนดีในสายตาของคนบนโลกนี้ได้เลย”
“หยุดนะนายตั้ม!”
เสียงฝ่ามือกระทบซีกแก้มจนหน้าสะบัดตามแรงฝ่ามือเล็กๆ ของหญิงสาว เธอกัดริมฝีปากแน่นจนรู้สึกถึงรสเค็มคาวที่ปลายลิ้น แต่มีหยดน้ำใส ๆ มาคลอเบ้าตา
ชายหนุ่มไม่รู้สึกถึงความเ็ปจากฝ่ามือที่มากระทบซีกหน้าอย่างแรงแต่เขากลับปวดร้าวไปทั้งดวงใจ
“ใช่...คนอย่างนายตั้มไม่มีวันเทียบพี่ต้องได้เลยแม้แต่ปลายเล็บ”
ตั้มพึมพำเผชิญสายตากับหญิงสาวเธอสะบัดหน้าแล้วรีบเดินไปโบกแท็กซี่ที่แล่นผ่านมาจอดพอดี โดยไม่สนใจความรู้สึกของคนที่ยืนอยู่ริมฟุตปาธ และสายตาใครต่อใครที่มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
เบียร์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ยางรถยนต์ ใกับภาพที่เห็นอย่างไม่คาดคิดเพื่อนหนุ่มหน้าตี่เดินเข้ามาในอู่ท่าทางพลุกพล่านเหมือนะเิที่ใกล้เวลาจะปะทุ
“ใจเย็นก่อนมีเื่อะไรกัน”
“ไอ้เบียร์นายเห็นไหมเห็นสิ่งที่เราทำมั้ย ทุกคนสรรเสริญยกยองพี่โตที่เป็หมอ พี่ต้องที่เป็วิศวกรแต่คนแสนดีทั้งสองไม่เคยมาช่วยเหลืออะไรครอบครัว แค่เราไม่ได้ร่ำเรียนจบปริญญาเหมือนพวกเขามันทำให้ความเป็คนลดคุณค่าไปเลยรึไง”
“ไอ้ตั้มใจเย็นก่อน”
ตั้มหันซ้ายหันขวาเตะกระป๋องน้ำมันที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ล้มกลิ้งเสียงดังโครมคราม จนลูกน้องในอู่เข้ามามุ่งดู หนุ่มเชื้อจีนเสยผมสั้น ๆ อย่างหงุดหงิด ก่อนเหลือบไปมองที่กระดานแขวนกุญแจรถของลูกค้า เขาคว้ามันมาก่อนเดินกระแทกส้นเท้าตรงดิ่งไปรถเก๋งคันหรูที่เอาเข้ามาปรับแต่งท่อไอเสีย
“ตั้มหยุดนะ”
เวลานี้แม้แต่เสียงะโของเพื่อนรักก็ไม่สามารถหยุดเขาได้ เบียร์พยายามตบกระจกรถเรียกเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างในรถ เสียงเครื่องกระหึ่มขึ้นก่อนรถมาสด้าซีดานสามสีดำมันวาวจะถอยออกจากอู่ ตั้มแตะเบรกเพียงนิดก่อนหักพวกมาลัยรถแล้วเหยียบคันเร่งส่งให้รถยนต์คันเท่ทะยานออกไป
เป็จังหวะเดียวกับมอเตอร์ไซด์ขนาดสี่สูบที่เด็กซ่อมรถขับออกไปซื้อโซ่จักรยานขับกลับเข้ามา เบียร์รีบะโคร่อมรถเมื่อเ้าของมอเตอร์ไซด์ลงจากรถอย่างงุนงง ไม่ทันเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเบียร์สวมหมวกกันน๊อกอย่างรวดเร็วก่อนบิดคันเร่งควบสปอร์ตไบค์ตามรถเก่งคนหรูที่วิ่งแล่นฝ่าไฟแดงไป
“แย่แล้วโซดา!”
ผีหนุ่มร่างโปร่งใสะโเสียงดังเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มอเตอร์ไซด์คันใหญ่ชะลอเมื่อใกล้สัญญาณไฟเป็จุดที่ิญญาหนุ่มยืนอยู่ เขาใช้จังหวะที่รถชะลอะโซ้อนท้ายอย่างชำนาญ
“นายวุ่นวาย!”
โซดาก็สะดุ้งเฮือก ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้หน้าคอมพิวเตอร์ในร้านอินเตอร์เนท เธอได้ยินเสียงเขาดังก้องในสมองอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ลูกค้าหลายคนที่กำลังใช้บริการใกับอาการของเธอเด็กสาวรีบวิ่งออกมาหน้าร้านเห็นพี่ชายตัวเองบิดมอเตอร์ไซด์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
“พี่เบียร์นายวุ่นวายนี่มันเกิดอะไรขึ้น!”