ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 48 ข้อเสนอของพ่อครัวหลวง

            จ้าวซีเหอพาฉู่เมิ่งเอ๋อร์ไปยังเรือนแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลเรือนแห่งนี้มีชื่อว่าสวนไผ่ เนื่องจากเรือนแห่งนี้มีต้นไผ่ปลูกอยู่เต็มไปหมด ทำให้บรรยากาศดูเงียบสงบและสวยงาม

            จ้าวซีเหอรู้ว่าบิดาไม่อยากเห็นหน้าฉู่เมิ่งเอ๋อร์ทุกวันจึงพามาที่เรือนซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลนี้ทว่ากลับทำให้ฉู่เมิ่งเอ๋อร์รู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก

            จู่ๆ ท่าทีของจ้าวซีเหอก็แปรเปลี่ยนไปเป็นเย็นชาเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่ใส่ใจนัก “ในเมื่อเข้ามาอยู่ในตำหนักอ๋องก็ต้องทำตามกฎของตำหนักอ๋องเข้าใจหรือไม่”

            ฉู่เมิ่งเอ๋อร์มองท่าทางของจ้าวซีเหอที่อยู่ดีๆก็เปลี่ยนเป็นเย็นชากับนางอย่างนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ แม้นนางรู้สึกไม่พอใจ ทว่าไม่อยากแสดงออกมาเพราะกลัวว่าเขาจะโกรธนาง นางจึงจำใจต้องรับคำอย่างว่าง่าย “เจ้าค่ะ เมิ่งเอ๋อร์ทราบแล้ว”

            หญิงสาวสองสามคนซึ่งดูท่าจะเป็นสาวใช้เดินเข้ามาก่อนจะโค้งตัวคำนับ “บ่าวคารวะอนุฉู่เจ้าค่ะ”

            จ้าวซีเหอหันหลังให้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “นี่คือสาวใช้ที่ข้าส่งมาให้รับใช้เจ้าต่อไปพวกนางจะรับผิดชอบดูแลทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเจ้าแล้วเจ้าต้องจำไว้อย่างหนึ่ง ห้ามเดินไปไหนสุ่มสี่สุ่มห้าภายในตำหนักอ๋องเด็ดขาด”

            ฉู่เมิ่งเอ๋อร์มองท่าทางเย็นชาของจ้าวซีเหออย่างน้อยใจขณะพยักหน้ารับจ้าวซีเหอสั่งงานสาวใช้อีกไม่กี่ประโยคก็จากไป

            หนิงมู่ฉือได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวตั้งแต่ฉู่เมิ่งเอ๋อร์เข้าประตูตำหนักอ๋องมาแล้วทว่านางแกล้งทำเป็นฝืนยิ้มพอได้ยินท่านอ๋องกล่าวว่าจะมีการแข่งขันระหว่างนางกับพ่อครัวหลวงนางจึงเอาแต่ตั้งใจพัฒนาฝีมือการทำอาหารของตัวเองอยู่ในห้องครัว

            คนของตำหนักอ๋องในเวลานี้ต่างวุ่นวายไม่น้อยเลยทีเดียว

            ทว่าหัวหน้าขันทีของฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวกับฮ่องเต้วุ่นวายใจยิ่งกว่าเสียอีก ขันทีพ่อครัวหลายคนต่างพากันมาบ่นกับเขาว่าไม่ยินยอมเรื่องหนิงมู่ฉือเยี่ยงนั้นเยี่ยงนี้อยากจะแข่งกับหนิงมู่ฉือสักครา

            ขันทีหัวหน้าพ่อครัวเดินอย่างนอบน้อมมายังตำหนักซึ่งฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินประทับอยู่เมื่อมาถึงก็คุกเข่าลงกับพื้น

            ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินมองเหตุการณ์ตรงหน้าซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอย่างแปลกใจเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงน่าเกรงขาม “มีเรื่องใดหรือ”

            ขันทีหัวหน้าพ่อครัวมองฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินก่อนจะใช้เสียงเล็กแหลมของตนเองกล่าวตอบ“ทูลฝ่าบาทบ่าวมีเรื่องอยากทูลขอพ่ะย่ะค่ะ”

            ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินรู้สึกประหลาดใจยิ่งนักยิ้มพลางเอ่ยถามขันทีหัวหน้าพ่อครัว “เรื่องใด หรือเจ้าเหนื่อยกับการเป็นพ่อครัวแล้ว จึงอยากย้ายไปทำตำแหน่งอื่น”

            ขันทีหัวหน้าพ่อครัวมีสีหน้าไม่ค่อยดีนักรีบก้มหน้าก่อนจะตอบ “ฝ่าบาทเข้าพระทัยบ่าวผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะเพียงแต่ผลการแข่งทำอาหารกับต่างแคว้นทำให้บรรดาขันทีพ่อครัวหลวงต่างรู้สึกไม่ยินยอมบ่าวจึงอยากขอให้มีการจัดการแข่งขึ้นอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ”

            ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินนึกถึงวันที่พ่อครัวหลวงของตนเองทำขายหน้าแขกต่างแคว้นลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าไม่พอใจ กล่าวกับขันทีหัวหน้าพ่อครัวซึ่งนั่งคุกเข่าด้วยน้ำเสียงดุดัน“พวกเจ้ายังขายหน้าไม่พออีกใช่หรือไม่ถ้าไม่ใช่เพราะวันนั้นแม่ครัวจากตำหนักอ๋องช่วยกู้หน้ากลับคืนมาให้ราชวงศ์ของเราคงต้องขายหน้าให้ต่างแคว้นอีกคราเป็นแน่!”

            ขันทีหัวหน้าพ่อครัวได้ยินคำเอ็ดจากฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินตัวสั่น สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

            ต่อมา ได้ยินเสียงฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินถอนหายใจ“เอาเถิดนานแล้วที่ในวังไม่มีเรื่องครึกครื้น เราอนุญาตให้จัดการแข่งขันขึ้นอีกครั้งได้”

            ขันทีหัวหน้าพ่อครัวคาดไม่ถึงว่าฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินจะทรงรับปากเงยหน้ามองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ก่อนจะก้มหน้ากล่าวขอบพระทัย

            “วันที่สามสิบเดือนสิบเป็นวันดีจัดการแข่งขันในวันนั้นก็แล้วกัน ต่อไปเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ไม่ต้องมาหาเราเรื่องของห้องเครื่อง เรายกอำนาจการดูแลทั้งหมดให้แก่เต๋อเฟยไปแล้ว” ในช่วงนี้ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินกำลังยุ่งกับงานบ้านงานเมืองเขายกมือนวดขมับทั้งสองข้าง เพื่อคลายอาการปวดศีรษะ

            ขันทีหัวหน้าพ่อครัวหาโอกาสเอ่ยปากขอตัวก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป

            ครั้นได้ยินว่าฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินพระราชทานอำนาจทุกอย่างที่เกี่ยวกับห้องครัวให้แก่เต๋อเฟย ในใจซูเฟยรู้สึกโกรธแค้นยิ่งนักจึงไปหา “พันธมิตร” ในตอนนี้ของนาง...องค์หญิงซีเยวี่ยเพื่อปรับทุกข์

            องค์หญิงซี่เยวี่ยในตอนนี้กำลังอ่านจดหมายที่ถูกส่งมาจากแคว้นของตัวเองส่งมาเตือนว่าให้รีบลงมือได้แล้ว ทว่าตอนนี้ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินป้องกันตัวเองดีมากแม้แต่หน้านางก็ไม่ยอมพบ แล้วนางจะลงมือได้อย่างไร

            ได้ยินเสียงซูเฟยจากด้านนอกประตูนางรีบเผาจดหมายทิ้งทันที ไม่ให้เหลือแม้แต่เศษซาก

            ซูเฟยเปิดประตูเข้ามานางรีบลุกขึ้นยืน ส่งยิ้มพร้อมกับยอบกายคำนับ “ซีเยวี่ยถวายบังคมพระสนมซูเฟยเพคะ”

            ซูเฟยเห็นองค์หญิงซีเยวี่ยมีรูปโฉมงดงามทั้งยังเยาว์วัย ใบหน้าซูเฟยฉายแววลุ่มลึกครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาอ่อนหวานดังเดิม นางส่งยิ้มให้องค์หญิงซี่เยวี่ย“น้องซีเยวี่ยนี่กิริยามารยาทงดงามประหนึ่งดอกบัวที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำเรียนรู้กฎของวังหลวงได้ไม่เลวเลย”

            องค์หญิงซีเยวี่ยยิ้มรับคำชมก่อนจะเดินไปจุดเทียนหอม เมื่อควันลอยขึ้นสูง กลิ่นดอกกล้วยไม้พลันอบอวลไปทั่วห้อง

            ซูเฟยได้กลิ่นแล้วรู้สึกสดชื่นเหลือเกินเดินไปนั่งก่อนจะเอ่ยออกมา “กลิ่นเทียนหอมนี้หอมดีจริง น้องซีเยวี่ยได้มาจากที่ใดหรือ”

            องค์หญิงซีเยวี่ยยังพูดภาษาจีนได้ไม่คล่องนักเอ่ยอย่างติดๆ ขัดๆ ว่า “เทียนหอมนี้คือกลิ่นดอกกล้วยไม้เพคะหากพี่สาวชื่นชอบ หม่อมฉันยินดียกให้เพคะ”

            ซูเฟยใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากแย้มยิ้มออกมาทว่าผ่านไปสักพัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นทุกข์ตรมไม่เพียงแค่นั้นยังถอนหายใจออกมาอีกด้วย

            องค์หญิงซีเยวี่ยได้ยินเสียงถอนหายใจมองหน้าซูเฟยพร้อมกับเอ่ยถามอย่างแปลกใจ “พระสนมทรงเป็นอันใดไปหรือเพคะ”

            “น้องคงไม่รู้ว่าฝ่าบาทไม่ได้เสด็จมาหาข้านานแล้วแถมยังยกอำนาจทั้งหมดของห้องเครื่องให้เต๋อเฟยดูแลอีก น้องสาวว่าฝ่าบาททรงไม่โปรดข้าแล้วใช่หรือไม่” ใบหน้าของซูเฟยเต็มไปด้วยความเศร้าโศกขณะเอ่ยเรื่องที่กังวลออกมา

            “ไม่ใช่หรอกเพคะเรื่องในห้องเครื่องไม่ใช่ว่าเต๋อเฟยทรงรับผิดชอบอยู่แล้วหรือเพคะช่วงนี้ฝ่าบาททรงยุ่งกับงานราชกิจ คงไม่ค่อยมีเวลานักนะเพคะ” องค์หญิงซีเยวี่ยมองซูเฟยอย่างระมัดระวัง

            ซูเฟยยิ้มก่อนจะหันหน้าไปหาองค์หญิงซีเยวี่ยมองด้วยแววตาคมปลาบ “น้องซีเยวี่ยเหตุใดหลายวันมานี้ฝ่าบาทถึงไม่เสด็จมาหาน้องเลย”

            “ซีเยวี่ยไร้ความสามารถไม่อาจทำให้ฝ่าบาททรงโปรดหม่อมฉันได้” องค์หญิงซีเยวี่ยหลุบตาขณะตอบ

            ซูเฟยใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเจือแววถากถาง “เรื่องที่น้องรับปากในตอนแรกเมื่อใดถึงจะทำสำเร็จ น้องต้องใกล้ชิดกับฝ่าบาทให้มากฝ่าบาทถึงจะเลื่อนยศให้ข้าได้”

            องค์หญิงซีเยวี่ยพยักหน้าขณะคิดในใจว่าซูเฟยช่างน่ากลัวเหลือเกิน นางมองส่งจนซูเฟยเดินออกไปไกลก่อนจะเบนสายตาไปยังใบไม้ที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนอกหน้าต่างในใจแอบลอบถอนหายใจออกมา

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604