บทที่ 21 ดูสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่เซี่ยจื่ออวี้เก็บมา
เสียงของชายหนุ่มขาดหายราวกับกระอักเืออกมา
เซี่ยจื่ออวี้สายตาดุร้าย ไม่รู้ว่าการตอบสนองอันรวดเร็วนี้มาจากที่ใด เขาพลันยื่นมือออกไปคว้าแขนของซิงซิงทันที! หลังจากนั้นก็กอดซิงซิงไว้ในอ้อมแขนแน่น มือใหญ่ปกป้องหลังศีรษะของเธอและก้มศีรษะลง...
เพล้ง!
กระจกรถแตกกระจาย ทั้งแก้มและคอของเขามีแต่รอยเื หน้าผากชนเข้ากับพวงมาลัยทำให้เขางงและสำลักออกมา แต่หลังจากรถหยุดลงการตอบสนองแรกคือการมองไปที่ซิงซิงในอ้อมแขน
เซี่ยจื่ออวี้ก้มศีรษะมองดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความใกลัว ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ยังดีที่ซิงซิงไม่เป็อะไร…
เมื่อครู่ความเร็วของรถเร็วพอสมควร ซิงซิงโผเข้ามาหักพวงมาลัยอย่างรุนแรงทำให้รถเกิดพลิกคว่ำ ยังดีที่แค่พลิกคว่ำไถลไปชนกับที่กั้นถนนข้างทาง คนในรถจึงไม่ได้รับาเ็สาหัสอะไร
เซี่ยจื่ออวี้หลับตาทนต่อความวิงเวียนอย่างรุนแรง ก่อนจะตระหนักได้ถึงความรู้สึกหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด...
เมื่อครู่เขาเกือบจะต้องเสียซิงซิงไปแล้ว
ความหวาดหวั่นอย่างถึงที่สุดนำพามาซึ่งความโกรธ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมซิงซิงที่เป็เด็กดีมาโดยตลอดจึงทำเื่แบบนี้!
แขนของเซี่ยจื่ออวี้สั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่
หลังจากกัดฟันแน่นก็ยากที่จะระงับความโกรธของตัวเองจากความเ็ปอย่างรุนแรงได้
เืที่หน้าผากไหลลงมาที่คิ้ว ดวงตาแดงก่ำทั้งสองข้างจ้องเขม็งเข้าไปในดวงตาคู่นั้นของซิงซิง
ร่างเล็กของเด็กน้อยขดตัวกลายเป็ก้อน ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยน้ำตาสั่นระริก ก่อนที่น้ำตาเม็ดโตจะร่วงลงมา เธอััได้ถึงแขนของเซี่ยจื่ออวี้ที่ร้อนผ่าว ท่าทางแบบนี้ของพี่ชายเหมือนพี่ชายน่ากลัวในฝัน
ซิงซิงไม่อยากให้พี่ชายกลายเป็แบบนั้น!
ยิ่งไปกว่านั้นพี่ชายยังได้รับาเ็อีก...
ซิงซิงบุ้ยปากเป่าลมที่หน้าผากของเซี่ยจื่ออวี้เบา ๆ “ความเ็ปจงจางหายไป...”
ในดวงตาของเซี่ยจื่ออวี้เปล่งประกาย ความโกรธในแววตาลดลงไปไม่น้อย ในขณะที่กำลังจะดุซิงซิงที่ทำตัวดื้อ ทันใดนั้นก็เหลือบไปเห็นกระจกหลังจนหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง
ผ่านกระจกหลัง เขาเห็นว่าสี่แยกเมื่อครู่มีรถสินค้าขนาดใหญ่สามคันชนประสานงากันอยู่! ที่แท้เสียงชนกัมปนาทดังสนั่นเมื่อครู่ก็คือรถขนของขนาดใหญ่!
เขาคิดว่าตัวเองหูฝาดไปเอง
และสถานที่ที่รถขนของทั้งสามคันชนประสานงากัน ก็คือตำแหน่งที่เมื่อครู่เขาถูกซิงซิงหักพวงมาลัยออกมาพอดี! ถ้าไม่ใช่เพราะเบี่ยงหักมุมมา เกรงว่าเขาคงไปอยู่ตรงกลางจนกลายเป็ชิ้นเนื้อไปแล้ว
ไร้สัญญาณเตือน รถขนของสามคันประสานงากัน...
นี่ไม่ใช่เื่บังเอิญ
หัวใจของเซี่ยจื่ออวี้เต้นกระหน่ำ เล็บจิกลงไปที่กลางฝ่ามืออย่างแรง
เสียงไซเรนดังขึ้นทั่วบริเวณ ฝูงชนต่างตรงเข้ามาทางพวกเขา
เซี่ยจื่ออวี้กอดซิงซิงแน่น พยายามดิ้นรนปีนออกมาจากหน้าต่างรถที่แตกละเอียด เศษกระจกบาดเข้าที่แขนของเขาจนเืไหลซึม
เ้าก้อนแป้งน้อยในอ้อมแขนกลับถูกเขาปกป้องเอาไว้ในอ้อมกอดแน่น จนไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อย
ไม่นานก็มีคนมาช่วยพยุงเขา ในปากพูดบางอย่างแต่ในหัวเขากลับได้ยินแต่เสียงวิ้ง ๆ
เขาผลักคนอื่นออกไปตามสัญชาตญาณ แต่กลับพบว่าครั้งนี้ตัวเองยืนต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ เกรงว่าขาซ้ายคงไม่ใช่แค่กระดูกหักธรรมดา ดวงตาทั้งสองข้างของชายหนุ่มแดงก่ำ เขาหอบหายใจอย่างรุนแรงก่อนจะทรุดเข่าลงกับพื้น
ที่ใบหน้ามีเืไหลอาบลงมาแต่ก็ไม่ได้ลดทอนความงดงามนั้น แขนซ้ายของเสื้อนอกฉีกขาดจนเผยให้เห็นรอยสักแปลกประหลาดข้างใน บรรยากาศรอบข้างดุดันราวกับภูตผีที่ห่อหุ้มด้วยความงามทำให้คนไม่กล้าเข้าใกล้
เซี่ยจื่ออวี้ออกแรงสะบัดศีรษะ ข้างหูได้ยินเสียงสั่นเครือของซิงซิงดังขึ้นมาอย่างนุ่มนวล เหมือนแกะน้อยที่หวาดกลัวเป็อย่างยิ่งแต่กลับปลุกความกล้าขึ้นมา
“พี่ชาย...พี่ชายาเ็ พี่ชายรีบไปโรงพยาบาลเร็ว”
“พี่ชายปล่อยซิงซิงลง ซิงซิงเดินเองได้ ซิงซิงจะช่วยพยุงเอง!”
ซิงซิงยิ่งพูดก็ยิ่งร้อนรน อดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหลลงมา แต่กลับอดกลั้นไม่ให้ตัวเองส่งเสียงร้องสะอื้นออกมา
เธอไม่กล้าดิ้นตัวเพราะกลัวว่าจะทำให้พี่ชายยิ่งเจ็บ
รถพยาบาลมาถึงแล้ว ร่างกายของเซี่ยจื่ออวี้ค่อย ๆ ผ่อนคลายท่ามกลางเสียงของซิงซิง แต่เขาก็กอดซิงซิงไว้ในอ้อมแขนไม่ยอมปล่อย
เขาที่ถูกวางลงบนเปลหามชี้ไปทางซิงซิงให้เ้าหน้าที่แพทย์เห็น “น้องสาวฉัน”
หมอพยักหน้า “วางใจได้ ฉันจะดูแลเธอให้ดีก่อนที่ผู้ปกครองของพวกเธอจะมา”
เซี่ยจื่ออวี้วิงเวียนฝืนกดหมายเลขโทรศัพท์ ก่อนจะเรียกเสียงหนึ่ง “พี่”
เขาโทรหาอินเสิน
หลังจากพูดบางอย่างไปสองประโยคเขาก็วางสายและยิ้มให้ซิงซิง “ไม่ต้องกลัว”
เือาบหน้าจนมองเห็นไม่ชัดเจน เห็นเพียงเงาร่างเล็กอันพร่ามัว มองผ่านความไม่ชัดเจนและมึนงงราวกับเห็นดาวดวงน้อย
สุดท้ายเซี่ยจื่ออวี้ก็หมดสติไป
ซิงซิงที่เดิมทีจับนิ้วของเขาร้องไห้มาโดยตลอด หลังจากที่เซี่ยจื่ออวี้หมดสติไปกลับหยุดร้องไห้ เธอออกแรงขยี้ดวงตากลมโต กัดริมฝีปากล่างกลืนเสียงสะอึกสะอื้นเ่าั้ลงไป
เธอต้องเป็เด็กดี จะทำให้พี่ชายลำบากไม่ได้
หมอและพยาบาลอดไม่ได้ที่จะมองเ้าก้อนแป้งน้อย
เด็กน้อยเพิ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์มาแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่ร้องไห้โฮเสียงดัง ทั้งยังว่าง่ายมากอีกด้วย ที่สำคัญที่สุดคือเด็กหญิงนั้นงดงามถึงเพียงนี้ ท่าทีที่มีน้ำตาไหลออกมาทางหางตาแต่กลับไม่ร้องไห้งอแงทำให้คนปวดใจจริง ๆ
พยาบาลอดไม่ได้ที่จะลูบหัวของซิงซิง
“เด็กน้อยอยากไปพักข้าง ๆ หน่อยไหม”
ซิงซิงสูดหายใจแรง เสียงนุ่มนวลนั้นยิ่งทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกะเืใจ
“ขอบคุณค่ะพี่สาว ไม่เป็ไรค่ะ ซิงซิงอยากอยู่เป็เพื่อนพี่ชาย”
เมื่อมองผ่านหน้าต่างรถพยาบาล เธอก็เห็นจุดที่รถขนของคันโตทั้งสามคันชนประสานงากัน เธอถอนหายใจออกมาเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อยและบีบนิ้วของพี่ชายไว้แน่น
......
่นี้ความร่วมมือระหว่างอินเสินและโจวเต๋อไม่ค่อยลงรอยกันนัก แต่ก็นับเป็เื่ปกติมากที่นักธุรกิจเมื่อมีผลประโยชน์อันดีทั้งสองฝ่ายทุกอย่างก็ล้วนดีทั้งสิ้น
แต่หากเกิดความขัดแย้งเื่ผลประโยชน์ก็ย่อมแตกหักกันเป็เื่ปกติ
อินเสินกำลังจับตามองวงการบันเทิง แต่เื่ด้านนี้โจวเต๋อเหนือกว่าก้าวหนึ่งเสมอ
เขา้าทรัพยากรบางอย่างในมือโจวเต๋อ เป็ธรรมดาที่โจวเต๋อจะไม่ยินยอม เขาจึงใช้ประโยชน์จากสิ่งอื่นเพื่อมาหลอกล่อ
ตอนนี้เกรงว่าโจวเต๋อคงลังเลอยู่
ส่วนอินเสินเองก็ไม่ได้รีบร้อน หากมองในระยะยาว ถ้าเขาและโจวเต๋อร่วมมือเป็พันธมิตรต่อกันย่อมดีกว่า แต่ไหนแต่ไรเขาก็มองเพียงผลประโยชน์เท่านั้น
อินเสินยืนขึ้นจัดเนกไทและให้ผู้ช่วยไปเตรียมรถ
เมื่อครู่เขาเพิ่งรับโทรศัพท์จากเซี่ยจื่ออวี้ให้เขาไปรับซิงซิงที่โรงพยาบาล
เขารู้สึกแปลกใจทีเดียว
ภายในระยะเวลาสั้น ๆ น้องชายคนนี้ก็มาขอให้พี่ใหญ่อย่างเขาช่วยเหลือถึงสองครั้ง อีกทั้งยังล้วนเพื่อเด็กน้อยอายุสามสี่ขวบคนหนึ่งด้วย
ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถ ในหัวของเขาก็หวนนึกถึงเ้าก้อนแป้งน้อยที่ดูเศร้าสร้อย เห็นได้ชัดว่าเจอกันในระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น แต่ดวงตาทั้งสองข้างที่ชุ่มไปด้วยน้ำตากลับทำให้เขาจำได้แม่นยำ
เดิมทีเขาควรจะปฏิเสธ แต่คำปฏิเสธกลับไม่ออกมาจากปาก ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่พูดออกไป
ไม่นานก็มาถึงโรงพยาบาล
แต่ก่อนที่รถจะหยุดเขาก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง หลังจากอินเสินเห็นหมายเลขโทรศัพท์ รูม่านตาก็หดลงเล็กน้อย เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะรับโทรศัพท์
“ครับพ่อ”
เสียงเกียจคร้านและเยือกเย็นดังมาจากปลายสาย “จื่ออวี้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เหรอ”
อินเสินไม่แปลกใจที่พ่อจะรู้เื่เร็วขนาดนี้ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะพูดเสียงต่ำ “ครับ พ่อคงรู้อยู่แล้ว”
“ฉันเป็ห่วงพวกแกนิดหน่อย ฉันจะรีบไป”
“เป็ห่วงเขาอยู่บ้าง เป็ห่วงเขานิดหน่อย แล้วก็…”
“เป็ห่วงสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่เขาปกป้องชีวิตเอาไว้”