ปี พศ. 2112 อาณาจักรกรุงศรีอยธยา
ค่ำคืนที่มืดมิด ผู้คนในกรุงศรี ยามนี้ตกอยู่ในความระส่ำสาย ไฟา ลามไปทุกหย่อมหญ้าแต่บุรุษหนุ่มคล้ำแดด ร่างกายกำยำ สวมเสื้อเกราะหนังกวางสีดำสนิท มีผ้าคลุมสีดำคลุมทับอีกชั้น ทั่วร่างกายมีร่องรอยการต่อสู้มาอย่างโชคโชน เสื้อเกราะหนังมีรอยขาดหลายจุด แต่ร่างกายไร้รอยาแใดใด เขามีนามว่า แม่ทัพเทพ เป็แม่ทัพ รักษาเมืองประตูด้านทิศตะวันตกของกรุงศรีอยุธยา เขายืนอยู่บนกำแพง มองข้ามไปยังฝั่งแม่น้ำฝั่งตรงข้าม มองกองทัพของค่ายของหงสา ที่มาตั้งค่ายไว้เกือบเดือนแล้ว แต่ไม่สามารถตีหักเข้ามาในกรุงศรีได้ จึงได้แต่รอทัพหลวงเข้ามาเสริม ส่วนแม่ทัพเทพ ไม่ได้หลับนอนมา 7 วันแล้ว รู้สึกสังหรณ์ใจ เหมือนมีอะไรบางอย่างผิดปกติ
ในขณะนั้นเอง มีเสียงม้าเร็ววิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ พร้ะโกนด้วยเสียงอันดัง
" เกิดเื่ใหญ่แล้ว"
" มีอันใดหรือ ไอ้แสง ทำหน้าแตกตื่นเยี่ยงนี้"
" พระศรีเสวราช เกิดเื่ พระองค์ถูกตั้งข้อหากบฎ ถูกตัดสินปะาชีวิตแล้ว"
เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางศรีษะ ร่างกายที่แข็งแกร่งดังขุนเขา ถึงกับเซถอยหลังไปหลายก้าว แม่ทัพเทพยืนนิ่ง ไปพักใหญ่
" เวลานี้พระองค์ทรงประทับอยู่ที่ใด"
คุกหลวงกรุงศรียามนี้ มีคนถูกจับมาขังมากมาย สำหรับรอการปะานับร้อยๆคน ใครเล่าจะคาดคิด
ผู้ซึ่งพระอนุชาของกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ผู้ซึ่งเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ ควบคุมทั่วพระนคร จะถูกตั้งข้อหากบฎ
ต้องโทษปะาชีวิต
พอแม่ทัพเทพ กับทหารคนสนิท สี่คนมาถึง ทหารผู้คุมนับร้อย ก็กรูกันออกมาขวางหน้า ไม่ให้แม่ทัพเทพเข้าไปในคุกหลวงเป็อันขาด
" พวกเ้า ถึงกับกล้าไม่ให้ข้าเข้าไปข้างในเชียวหรือ?" แม่ทัพเทพเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย แต่ในใจเริ่มโมโหแล้ว
" ท่านแม่ทัพ นี่เป็คำสั่งท่านแม่ทัพใหญ่คนใหม่ ห้ามผู้ใดเข้าไปเป็อันขาด ท่านกลับไปเสียเถิด" หัวหน้าคุกหลวงเอ่ยด้วยเสียงอันดังไม่เกรงกลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น
" ถ้าข้าจะเข้าไป ข้าอยากรู้นัก ว่าหน้าไหน มันจะกล้าขวางข้า" แม่ทัพเทพไม่สนใจเดินเข้าไปในคุกหลวงทันที
แต่ว่าหัวหน้าคุกหลวงกับลูกน้องอีกหลายร้อยคน ชักดาบออกมาขวางหน้าแม่ทัพเทพเอาไว้ แล้วแม่ทัพเทพ ก็ใช้เท้า สี่สิบห้าองศาถีบเข้า
ปลายคางของหัวหน้าคุกหลวง รางลอยขึ้นฟ้าตกลงมาดัง ตุบ ! ไม่ขยับเขยื้้อนไปไห สลบไปในทันที รองหัวหน้ากับลูกน้องอีกร้อยกว่าคน
เริ่มถอยหลังออกมาแล้วร้องะโเหมือนกับนัดแนะกันไว้แล้ว
" แม่ทัพเทพก่อกบฎแล้ว" พูดได้ประโยคเดียว ก็มีร่างสูงใหญ่ดำทมึน มายืนอยู่ตรงหน้า จะพูดอีกครั้งก็ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยอะไรได้อีก
เพราะมีฝ่ามืออันใหญ่เท่าหน้า ฟาดเข้าไปเต็ม ๆ ฟันร่วงหมดทั้งปาก สติดับวูบ ร่วงไปกองกับพื้นสลบแน่นิ่งไปอีกคน
กองทหารที่เหลืออีกนับร้อยเห็นหัวหน้าล้มไป ก็ตกลงพร้อมใจใช้อาวุธทุกขนิดที่มีบุกเข้ารุมแม่ทัพเทพ กับ สี่รองแม่ทัพ โดยไม่กลัวเกรงกันอีกต่อไปแล้ว แมีทัพเทพไม่อยากเสียเวลามากนัก หยิบทวนของทหารยามด้านข้างหักเหล็กปลายแหลมออก แล้วใช้พลังอันมหาศาลฟาดเข้าใส่กองทหาร
ที่เข้ามาคนที่อยู่ด้านหน้า กระอักเืกระเด็นไปชนคนข้างหลัง ลงไปกองทีละ ห้าคน หกคน แม่ทัพควงกระบอง ฟาดเข้าใส่ ผู้คุมคุกหลวง
ไม่กี่อึดใจ ทั้งร้อยคน ล้มไปนอนแน่นิ่ง เกลื่อนกลาด หน้าคุกหลวง
"พวกเอ็ง รอข้าอยู่ด้านนอกห้ามใครเข้าไปเด็ดขาด" แม่ทัพเทพเอ่ยจบก็สะบัดผ้าคลุม แล้วเดินเข้าไปด้านใน
ในห้องขัง มีชายคนหนึ่งยืนอยู่แหงนหน้าไปมองพระจันทร์อยู่ด้านนอกผ่านหน้าต่างกรงขัง มีเสียงรองเท้าหนัก ๆ เดินเข้ามา
ชายคนที่มองพระจันทร์อยู่ก็เอ่ยคำพูดออกมาโดยที่ไม่ได้หันมามองว่า
" ในที่สุด เองก็มา ข้ารู้อยู่แล้ว ไม่มีใครขัดขวางเอ็งได้แน่"
" เกิดอะไรขึ้น เหตุได จึงเกิดเื่เช่นนี้ได้"
พระศรีเสาวราชถอนหายใจยาวๆ เหมือนคนหมดอาลัย ในชีวิต ค่อยๆ หันหน้ากลับมาหาแม่ทัพเทพ
" เสด็จพี่เชื่อฟังคำยุยงของขุนนางบางคน หาว่าข้าซ่องสุมกำลัง เตรียมก่อการกบฎ เฮอะ ข้าเป็แม่ทัพใหญ่ เตรียมกองกำลังจะเผด็จศึก
กองทัพหงสา เพียงแค่รอให้ทัพหลวงมันเข้ามา ข้ากับเ้า จะขี่ม้าห้อตะบึงไปกวาดล้าง เ้าผู้ชนะสิบทิศคนนั้น ไม่ให้เหลือซาก ข้าจะตีขนาบซ้าย
เ้าตีขนาบขวา ใครตัดหัว เ้าชนะสิบทิศได้ก่อนเป็ฝ่ายชนะ หึ หึ หึ แต่ใครเล่าจะคาดคิด กองกำลังทั้งสี่ทิศที่ข้ากับเ้าได้วางไว้ กลับกลายเป็กบฎ
ต่อแผ่นดินไปเสียแล้ว บัดนี้กรุงศรีคงหมดหวังที่กอบกู้ศักดิ์ศรีคืนมาได้แล้ว เอ็งรีบไปทางหัวเหมืองเหนือ อยู่ที่เมืองสองแคว ไม่ต้องกลับมาอีก"
พระศรีเสาวราชเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหวัง
" ท่านแม่ทัพใหญ่ โปรดสั่งมาเถิด ข้าจะพาท่านออกจากที่นี่ ไปตั้งหลักที่อื่น รวบรวมกำลังได้ใหม่ ค่อยกลับมาตีกรุงศรีคืนก็ได้"
เทพไม่อยากให้ท่านแม่ทัพใหญ่สิ้นหวังเช่นนี้
" อย่าเลย ข้าเกิดมาเป็ข้าแผ่นดิน ดื่มน้ำสาบาน จะจงรักภักดีต่อกษัตริย์ พระองค์มีพระประสงค์ให้ข้าตายก็ต้องตาย เื่นี้เ้าอย่าได้เสียใจ
อีกต่อไป ข้าดูชะตาบ้านเมืองมาแล้วต้องใช้เวลาอีก 15 ปี ถึงจะกลับมาเป็อิสระได้อีกครั้ง ่เวลานี้เ้าอย่าได้ทำอะไรวู่วาม รวบรวมคน
ไปที่สองแคว ที่นั่น จะมีคนมากอบกู้เอกราชแทนพวกเราเอง" พระศรีเสาวราช ก็มีวิชาดูโหราศาสตร์เป็เลิศ ทรงล่วงรุ้ชะตากรรมว่าจะต้องเป็เช่นนี้ เลยไม่คิดจะหนี หรือโทษใคร
" แต่ว่า"
" ไม่ต้องมีแต่นี่คือคำสั่งของข้าครั้งสุดท้าย" พระศรีเสาวราชเอ่ยเป็คำพูดกับแม่ทัพเทพเป็ครั้งสุดท้ายแล้วไม่เอื่้อนเอ่ยคำพูดใดใดอีกเลยมีแต่น้ำตาที่รินไหลออกจากใบหน้า ของชายหนุ่มที่ทรงยึดมั่นต่อแผ่นดิน ถึงรู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นจะต้องพบจุดจบเช่นนี้ แม่ทัพเทพก้มลงกราบพระองค์เป็ครั้งสุดท้าย แล้วเดินออกจากคุกหลวงด้วยความเสียใจ ที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
พอเดินออกมาหน้าคุกหลวง ก็พบว่า รองแม่ทัพทั้งสี่ได้ถูก จับตัวเอาไว้ โดยมีกองทหารศึกนับพันคนมายืนเรียง มีทหารธนูเรียงหน้ากระดานเรียง
สองอยู่ สองแถว มีแม่ทัพคนใหม่ กับ รองแม่ทัพคนใหม่เช่นกัน นั่งบนม้า ทั้งสองต่างก็มองมาที่แม่ทัพเทพ
" ท่านแม่ทัพเทพ เหตุใดท่านต้องมาที่แห่งนี้ ดูซิ แล้วทำร้ายพวกเด็ก ๆ เหล่านี้ไปทำไม พวกเขาแค่ต้องทำหน้าที่เท่านั้น ท่านทำเช่นนี้ถือเป็ขบฎ
ต่อแผ่นดินก็ได้นะ" แม่ทัพใหญ่คนใหม่เอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ดูยังไงก็ ไม่ใช่คนดี
" ปล่อยคนของข้าซะ แล้วบอกความประสงค์ของท่านมา" แม่ทัพเทพ ถามกลับแม่ทัพใหญ่
" เฮอะ เป็แค่แม่ทัพรักษาประตูเล็ก ๆ กลับหาญกล้า พูดจาโอหังกับ ท่านแม่ทัพใหญ่ ทหารลากมันมาตบปาก เลาะฟันมันออกมาให้หมด"
รองแม่ทัพคนใหม่ะโสั่งออกมาแบบนี้ แม่ทัพใหญ่คนใหม่ถึงกับสะดุ้ง รีบถอยม้าออกห่างรองแม่ทัพคนใหม่ทันที ทหารกลุ่มนี้ก็ไม่มีใครรู้จัก
ท่านแม่ทัพเทพกันนัก จึงเดินเข้ามาแบบไม่สนใจ ว่าเอ็งเป็ใคร ยังไม่ทันจะถึงตัว แม่ทัพเทพ ก็ใช้เท้าขวากระทืบไปที่แผ่นดิน เกิดฝุ่นคลุ้งไปทั่ว
แล้วท่านแม่ทัพเทพก็หายไปจากที่ยืนอยู่ ทุกคนหาเท่าไรก็หาไม่เจอ
แม่ทัพเทพหายตัวมาอยู่ต่อหน้า รองแม่ทัพที่นั่งอยู่บนหลังม้า พอแม่ทัพเทพมาถึง ก็ใช้ไม้กระบองที่หยิบมาฟาดเข้าใบหน้าของรองแม่ทัพ ล้มไปนอนคว่ำ ฟันที่อยู่ในปากร่วงออกมาจนหมด แม่ทัพเทพเตะเข้าชายโครงอีกทีกระเด็นไปชน คนที่จับรองแม่ทัพทั้งสี่ จนกระเด็นไปกองรวมกันหมด แล้วแม่ทัพเทพกับลูกน้องทั้งสี่คน ก็ขี่ม้าจากที่แห่งนี้ไปในทันที
พอเดินทางมาได้ไม่เท่าไร ก็เห็นแม่ทัพคนใหม่ ขี่ม้าออกมาหลบอยู่ไม่ไกล จากคุกหลวงนัก แม่ทัพเทพเคลื่่อนตัวเข้าไปหาทันที
"ท่านแม่ทัพใหญ่คนใหม่ ข้าขอถามท่าน ท่านจะสาบานต่อหน้าข้า หรือ จะตายในวันนี้ เลือกเอา" แม่ทัพเทพขู่กันซึ่งหน้า
" สาบาน ข้าสาบาน"
" กล่าวตามข้า ข้าจะจงรักภักดีต่อแผ่นดินกรุงศรี หากคิดคดทรยศ ขอให้ข้าตายภายใน เจ็ดวัน"
" ข้าขอสาบานจะจงรักภักดีต่อแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา หากคิดคดทรยศ ของให้ตายภายใน เจ็ดวัน" แม่ทัพใหญ่คนใหม่เอ่ยแล้วมองหน้าแม่ทัพเทพ
อย่างกลัวเกรง
" ข้าแม่ทัพเทพ ขอลาออกจาก ตำแหน่งแม่ทัพ นับั้แ่วันนี้ เป็ต้นไป" สิ้นเสียงแม่ทัพเทพประกาศออกไป ท้องฟ้าส่งเสียงครืนไปทั่ว
เหมือนกับว่า รับทราบความรู้สึกขมขื่นของท่านในเวลานี้.....