ถึงแม้ว่าไป๋เฮ่อจะเพิ่งกลับมาทำงานเป็ราชครูได้ไม่นาน แล้วท่านปู่เทพก็ยังสูญเสียพลังยุทธ์ทั้งหมดแต่กระนั้นตอนนี้ทั้งสองคนก็ยังรักกันดี ไป๋เฮ่อก็คอยดูแลภรรยาไม่ห่างออกจากเรือนไปที่วังหลวงตรงเวลา กลับถึงเรือนตรงเวลาทุกวัน อวิ้นหยางมองพี่ชายกับภรรยาที่รักกันดีแล้วยังรักกันเพิ่มทุกวันอย่างวางใจตอนนี้อวิ้นหยางเคยชินกับการจัดการงานทุกอย่างแทนพี่ชายแล้วดังนั้น่นี้ก็ให้พี่ชายของเขาได้เอาอกเอาใจภรรยาอย่างเต็มที่เถอะ
นอกจากประมุขราชครูที่ต้องเข้าวังเป็ประจำทุกวันแล้วคนอื่นๆที่ได้รับหน้าที่เป็ราชครูให้กับเหล่าองค์หญิงองค์ชายในจักรพรรดิพระองค์ก่อนก็ไม่ค่อยได้เข้าวังเท่าไหร่นักและตอนนี้ยังไม่มีใครได้เป็ราชครูเพิ่มขึ้นมาเพราะจักรพรรดิองค์ปัจจุบันยังไม่ได้มีโอรสและธิดาและตัวอวิ้นหยางเองก็ไม่ได้เป็อาจารย์ให้กับใคร ส่วนใหญ่จะสอนอยู่ที่ฉางเก๋อที่เป็สำนักการศึกษาตามปกติเหมือนอาจารย์ที่ประจำอยู่ที่สำนักหรือไม่ก็อยู่ที่หอตำราเพราะที่หอตำรานั้นจะไม่มีใครสามารถเข้าไปได้นอกจากจะได้รับอนุญาตจากอวิ้นหยางดังนั้นที่นี่จึงเป็ที่ที่สงบมาก ไร้คนรบกวน
หรือต่อให้มีคนมารบกวนก็เข้ามาข้างในหอตำราไม่ได้
“รองประมุขท่านลู่เฉิงมีความประสงค์้าอ่านตำราเกี่ยวกับการบรรเลงพิณขั้นที่ห้ายื่นความประสงค์มาสี่วันแล้วขอรับ อนุญาตหรือไม่” หน่วยลับที่ตอนนี้ทำหน้าที่เป็ผู้ช่วยในการดูแลหอตำราช่วยอวิ้นหยางนำสารที่ยื่นความประสงค์ขออ่านตำราบรรเลงพิณขั้นที่ห้าที่ลงนามลู่เฉิงมาให้อวิ้นหยางเลิกคิ้ว วันนี้ก็ยังส่งมาอีกรึ
“เขาเพิ่งจะบรรเลงพิณได้ถึงขั้นที่สามคิดจะอ่านตำราขั้นที่ห้ารึ ประเมินตัวเองไว้สูงเสียจริง” ศาสตร์ในบรรเลงพิณของฉางเก๋อนั้นมีทั้งหมดเจ็ดระดับผู้ที่บรรเลงพิณได้ระดับสูงที่สุดในตอนนี้อยู่ที่ขั้นที่หกซึ่งก็คือประมุขของฉางเก๋อไป๋เฮ่อ อวิ้นหยางนั้นอยู่ที่ขั้นที่ห้าแต่เพราะความสามารถในการสรรสร้างบทเพลงที่หาได้ยากเขาจึงเทียบเท่าในขั้นที่หกเหมือนพี่ชาย น้อยคนนักที่จะไปถึงขั้นที่เจ็ดของการบรรเลงพิณตอนนี้ภายในฉางเก๋อส่วนใหญ่อยู่ที่ขั้นที่สามถึงสี่เท่านั้นมีเพียงไป๋เฮ่อและอวิ้นหยางเท่านั้นที่อยู่ในขั้นที่หก
การที่จะบรรลุขั้นที่เจ็ดได้นั้นไม่ได้อาศัยเพียงแค่ความสามารถในการบรรเลงพิณแต่ตัวพิณเองก็ต้องมีความสามารถที่จะรองรับพลังในการก้าวสู่ขั้นที่เจ็ดได้ด้วยแต่ในตอนนี้วัสดุที่จะใช้สร้างพิณที่มีพลังในการก้าวข้ามขีดจำกัดไปจนถึงขั้นที่เจ็ดได้นั้นหาได้ยากั้แ่เกิดมาอวิ้นหยางก็ยังไม่เคยเห็นดังนั้นการที่จะไปให้ถึงขั้นที่เจ็ดได้นั้นคงเป็ได้แค่ฝัน
เป้าหมายสูงสุดของคนในฉางเก๋อก็คือการบรรลุขั้นที่เจ็ดของการบรรเลงพิณ ขั้นที่หนึ่งถึงสามนั้นเป็ขั้นพื้นฐานที่ทำให้สามารถบรรเลงเพลงได้สามารถปกป้องความฝันได้ แต่ขั้นที่สี่ถึงห้าจะสามารถเข้าไปในฝันได้ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะทำให้ความฝันของเ้าของฝันต้องพังทะลายลงจากการที่มีคนอื่นเข้าไปดังนั้นทุกคนจึงพยายามเลื่อนขั้นมาให้ถึงขั้นที่หกและเจ็ดเพื่อที่จะเข้าไปในฝันของคนอื่นได้อย่างปลอดภัยทั้งตัวเองและเ้าของฝันแล้วขั้นที่เจ็ดนั้นยังมีสิ่งพิเศษอยู่ นั่นคือจะสามารถใช้ิญญาของตัวเองเข้าไปในฝันของใครบางคนได้ซึ่งแตกต่างจากการใช้จิตเข้าไปในฝัน แล้วการใช้ิญญาเข้าไปในฝันนั้นยังสามารถเชื่อมดวงชะตาหรือผูกชีวิตไว้กับเ้าของฝันเป็การชั่วคราวได้ซึ่งการผูกชีวิตไว้กับเ้าของฝันนั้นการที่สองชีวิตผูกติดกันอยู่่ระยะเวลาหนึ่งหากคนใดคนหนึ่งมีแผลแผลนั้นก็จะถูกแบ่งความเ็ปหรือขนาดของาแไปที่อีกคนครึ่งหนึ่งเพื่อเป็การยืดชีวิตออกไปแล้วการบรรเลงพิณในขั้นที่เจ็ดยังสามารถดึงพลังชีวิตของคนอื่นมาเป็ของตัวเองหรือสามารถแบ่งพลังชีวิตของตัวเองให้กับคนอื่นได้อีกด้วย
แต่กว่าจะไปได้ถึงขั้นนั้นก็ยังเป็ได้แค่ฝัน เฮ้อ
“เช่นนั้นให้เรียนไปตามเดิมหรือไม่ขอรับ” อวิ้นหยางพยักหน้า ผ่านขั้นที่สี่ให้ได้ก่อนเถอะค่อยนึกอยากจะอ่านตำราขั้นที่ห้า
“รองประมุขขอรับ” อวิ้นหยางเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งวันนี้ธุระเยอะเสียจริง ใครอยากจะเข้ามาที่หอตำราอีกอย่างนั้นรึ
ภายในฉางเก๋อน้อยคนนักที่จะยื่นความประสงค์ในการเข้ามาอ่านตำราที่หอตำราจนกว่าจะถึงขั้นที่ต้องพึ่งตำราภายในหอตำราจริงๆถึงจะยื่นความประสงค์มาก็มีแต่ลู่เฉิงกับภรรยาเท่านั้นที่ยื่นความประสงค์เข้ามาไม่หยุด
“มีเื่อะไรอีก”
“มีของส่งมาจากฉางหวั่นขอรับ” รองประมุขเลิกคิ้วมีอะไรส่งมาจากฉางหวั่นอย่างนั้นรึ
อวิ้นหยางมองกล่องไม้ที่แกะสลักอย่างงดงามที่อยู่ตรงหน้าหากจะพูดถึงคนรู้จักที่อยู่ฉางหวั่นเขาก็ไม่ได้มีใครที่รู้จักเป็พิเศษถึงขนาดที่จะส่งอะไรมาให้ได้เป็ใครกันที่ส่งกล่องไม้นี้มาให้
“หืม?” คนที่เปิดกล่องทำเสียงสูงภายในกล่องไม้ที่สวยงามนั้นมีขนมหลายชิ้นที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย หน้าตาของขนมนั้นน่ารักมากแล้วยังมีหลายสี ภายในกล่องนั้นมีสารแผ่นเล็กๆเขียนแนบมาด้วย
‘นี่เป็ขนมที่ขึ้นชื่อในเขตของฉางหวั่นหากท่านชอบข้าจะพาท่านไปกินที่ร้านในคราวหน้า ลี่ฮุ่ยซิ่ว’
แม่ทัพใหญ่รึ?
แต่จะเป็แม่ทัพใหญ่ก็ไม่แปลก เขาเป็คนเดียวในฉางหวั่นที่รู้ว่าอวิ้นหยางชอบกินขนมหวานนี่
ส่งขนมมาให้เขาอย่างนั้นรึ
รองประมุขพิจารณาขนมที่จัดอยู่ในกล่อง จริงอยู่ที่เขาต้องให้หน่วยลับตรวจสอบที่มาที่ไปของขนมกล่องนี้เพื่อความปลอดภัยแต่อวิ้นหยางเคยเห็นลายมือของแม่ทัพใหญ่มาก่อน ดังนั้นจึงจำได้ว่านี่เป็ลายมือของแม่ทัพใหญ่แต่ก็ให้หน่วยลับตรวจสอบพิษหรือสิ่งแปลกปลอมตามหน้าที่ของพวกเขา เมื่อตรวจสอบแล้วไม่มีอะไรผิดปกติอวิ้นหยางก็ชงชามากินคู่กับขนมขนมที่ขึ้นชื่อในเขตของฉางหวั่นอย่างนั้นรึ เมื่อก่อนอวิ้นหยางก็เคยออกท่องไปทั่วแคว้นแต่นั่นก็นานมาแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้รสชาติของขนมจะเป็อย่างไรบ้างถึงจะเป็เขตการดูแลของนักรบ แต่เื่ทัศนียภาพและชีวิตความเป็อยู่ก็ศรีวิไลมากทีเดียว
แก้มใสๆแดงขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้กัดขนมเข้าไปหนึ่งคำ ดวงตาสีเขียวเป็ประกายบ่งบอกถึงรสชาติขนมที่ได้กินเข้าไปรองประมุขแก้มแดงปลั่งเพราะขนมนี้รสชาติอร่อยมาก แล้วยังละมุนลิ้นกัดเข้าไปหนึ่งคำก็ััได้ถึงไส้ขนมที่ทำออกมาเป็อย่างดี แล้วขนมนี่ยังอุ่นๆอยู่เลยหรือว่าแม่ทัพใหญ่ให้คนใช้เส้นทางลับส่งขนมนี่มาให้อย่างนั้นรึ
เห็นทีเขาจะต้องไปเยี่ยมเยือนเขตตะวันออกเสียหน่อยแล้ว
แต่ก่อนหน้านั้นต้องหาขอตอบแทนให้กับแม่ทัพใหญ่เสียก่อน
ระหว่างที่กำลังนั่งกินขนมอวิ้นหยางก็มองไปรอบๆหยิบขนมออกมาหนึ่งชิ้นก่อนจะเดินไปยังชั้นสี่ของหอตำรา แม้ว่าที่นี่จะเป็หอตำราของฉางเก๋อที่เก็บตำราเกี่ยวกับการบรรเลงพิณเป็ส่วนใหญ่แต่ก็มีตำราหายากเกี่ยวกับเื่อื่นๆเก็บเอาไว้เช่นเดียวกันรองประมุขกวาดสายตาอย่างรวดเร็วเพื่อหาตำราที่้าจากนั้นก็หยิบออกมา
ตำราที่อวิ้นหยางหยิบออกมานั้นเป็ตำราพิชัยาที่เขียนขึ้นเมื่อสองร้อยปีก่อนรองประมุขหยิบบันทึกเล่มเปล่ามาหนึ่งเล่มก่อนจะเริ่มตวัดพู่กันคัดลอกเนื้อหาที่อยู่ภายในตำราพิชัยานั้นอวิ้นหยางต้องหาของตอบแทนให้แม่ทัพใหญ่ก็จริง แต่เขาก็ให้ตำราเล่มจริงไปไม่ได้ดังนั้นเขาจึงจะคัดลอกเนื้อหาในตำรานี้ลงในบันทึกเล่มใหม่แล้วมอบเป็ของตอบแทนให้กับแม่ทัพใหญ่
อีกอย่างตำราที่เขียนขึ้นั้แ่สองร้อยปีก่อนก็เก่าแก่และหลุดลุ่ยบ้างแล้วไม่เหมาะที่จะมอบให้เป็ของขวัญ ดังนั้นการทำตำราเล่มใหม่แต่เนื้อหาภายในยังเหมือนเดิมทุกประการจะน่าประทับใจกว่า
ระหว่างที่คัดลอกตำราไปอวิ้นหยางก็กินขนมไป รสชาติของขนมนี้ถูกปากเขามากเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีคนที่รู้รสนิยมในการกินขนมของเขาด้วย นานแล้วที่เขาไม่ได้แบ่งปันเื่นี้กับใครการที่มีคนสังเกตเห็นเช่นนี้นับว่าเป็ความรู้สึกที่ดีมากทีเดียวราวกับอวิ้นหยางได้มีสหายที่รู้ใจเพิ่มขึ้นมาอีกคน
รองประมุขใช้เวลาทั้งวันภายในหอตำรา ขนมที่แม่ทัพใหญ่ส่งมาให้นั้นถึงจะมีเพียงกล่องเดียวทว่ามีถึงสามชั้นขนมแต่ละชั้นนั้นยังไม่เหมือนกันอีกด้วย อวิ้นหยางมีความสุขในการกินขนมพวกนั้นมากทั้งหน้าตาที่น่ารัก รสชาติที่ละมุนลิ้น ไหนจะการจัดวางลงบนกล่องที่ประณีตอีกแม้แต่ขนมยังทำออกมาได้สวยแล้วจัดวางเรียบร้อยถึงเพียงนี้ เขาชักอยากจะเห็นแล้วว่าร้านที่ทำขนมนี้ออกมาจะหน้าตาเป็เช่นไร
มือเรียววางพู่กันลงก่อนจะขยับตัวเล็กน้อย การคัดลอกตำราพิชัยากินเวลามากทีเดียวทั้งคำคัพท์บางอย่างที่อวิ้นหยางไม่คุ้นชินหรือศัพท์ที่ใช้เฉพาะภายในกองทัพดังนั้นจึงต้องใช้เวลานานเพื่อคัดลอกศัพท์เ่าั้ให้ถูกต้องมิเช่นนั้นคงจะอ่านไม่รู้เื่ตรวจสอบความถูกต้องอีกเล็กน้อยจนมั่นใจว่าเนื้อหาที่คัดลอกลงไปถูกต้องทุกตัวอักษรก็ยิ้มอย่างพอใจจิบน้ำชาที่ยังเหลืออยู่ครึ่งถ้วยก่อนจะหากระดาษที่มีลวดลายเป็ลายดอกไม้และมีกลิ่นหอมมาเขียนสารฉบับเล็กๆแนบไปด้วยจากนั้นก็บอกกับหน่วยลับว่าพรุ่งนี้ให้ใช้เส้นทางลับนำตำรานี้กับสารไปส่งให้แม่ทัพใหญ่ที่ฉางหวั่นเพราะอวิ้นหยางใช้เวลาทั้งวันในการคัดลอกตำราจึงทำให้ตอนนี้ดึกแล้วไม่เหมาะที่จะไปรบกวนแม่ทัพใหญ่ หน่วยลับรับทราบคำสั่งก่อนจะเตือนว่าตอนนี้อวิ้นหยางควรพักผ่อนแล้วรองประมุขจึงได้วางมือจากงานในวันนี้เพื่อเดินกลับไปที่เรือน
หากแม่ทัพใหญ่ชอบตำราที่เขาเขียนด้วยลายมือของตัวเองก็คงจะดี
รุ่งเช้า แม่ทัพใหญ่ออกมาฝึกตามปกติ ที่ฉางหวั่นนั้นจะฝึกกันั้แ่เช้ามืดแล้วค่อยพักระหว่างวันจากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย ระหว่างที่กำลังฝึกอยู่นั้นหน่วยลับสองคนก็เข้ามาพบลี่ฮุ่ยซิ่วที่ลานฝึก
“หืม?”
“คารวะแม่ทัพใหญ่” หน่วยลับทั้งสองประสานมือคำนับแม่ทัพใหญ่ที่ยืนอยู่กลางลานฝึกด้วยร่างสูงกำยำที่สมกับเป็แม่ทัพทำให้หน่วยลับดูตัวเล็กเหมือนคนวัยกลางคนกับคนหนุ่มมายืนข้างกันลี่ฮุ่ยซิ่วส่งเสียงด้วยความแปลกใจ ทำไมหน่วยลับถึงมาอยู่ที่นี่เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นรึ
“มีเื่อะไรอย่างนั้นรึ”
“พวกเราได้รับคำสั่งจากรองประมุขแห่งฉางเก๋อให้นำสิ่งนี้มามอบให้กับแม่ทัพใหญ่ขอรับ”หน่วยลับนำกล่องไม้กล่องขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มามอบให้กับลี่ฮุ่ยซิ่วร่างสูงทำหน้าเข้าใจ เมื่อวานเขาส่งขนมไปให้รองประมุขอวิ้นหยาง รองประมุขคงจะส่งอะไรมาให้ลี่ฮุ่ยซิ่วเพื่อเป็การตอบแทนกระมัง
เมื่อหน่วยลับทำหน้าที่ส่งของให้กับรองประมุขเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็ขอตัวกลับแม่ทัพใหญ่มองกล่องที่อยู่ในมือก่อนจะเปิดออกดูภายในเป็ตำราเล่มหนึ่งที่เขียนปกเอาไว้ว่าเป็ตำราพิชัยาบนปกนั้นมีสารแผ่นเล็กๆที่เป็ลวดลายดอกไม้บ่งบอกว่ากระดาษนี้ถูกสั่งทำขึ้นมาเป็พิเศษเพื่อใช้ในโอกาสสำคัญเท่านั้นมือหนาััสารแผ่นเล็กนั้นเบาๆ เมื่อหยิบมาดูใกล้ๆก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้อยู่บนสารแผ่นนี้ด้วย
นอกจากจะชอบกินขนมหวานแล้ว ยังชอบเขียนสารจากกระดาษที่ทำขึ้นเป็พิเศษด้วยอย่างนั้นรึรองประมุขอวิ้นหยางช่างมีรสนิยมที่ดีเสียจริง สารแผ่นนี้สวยมาก แล้วลายมือที่เขียนอยู่บนสารก็สวยงามเป็ระเบียบน่าอ่านสมแล้วที่เป็ราชครูจากสำนักการศึกษา ลี่ฮุ่ยซิ่วคิดว่าตัวอักษรของเขาสวยแล้วแต่รองประมุขนั้นเขียนอักษรสวยยิ่งกว่าเขาเสียอีก
‘ขอบคุณสำหรับขนม รสชาติดีมากคราวหน้าข้าจะไปกินกับท่านที่ร้านอย่างแน่นอน เพื่อตอบแทนขนมอร่อยๆข้าจึงส่งตำราพิชัยาเล่มนี้มาให้แต่เป็ฉบับที่ข้าคัดลอกมาจากฉบับจริงเพราะฉบับจริงนั้นเป็ของที่ไม่สามารถเอาออกมาจากหอตำราได้แต่ก็น่าเสียดายที่เนื้อหาที่สำคัญเหล่านี้จะถูกเก็บเอาไว้เพียงแค่ภายในหอตำราข้าจึงคัดลอกทำเป็ตำราเล่มใหม่ให้กับท่าน หวังว่าท่านจะไม่ถือสาที่ข้าส่งฉบับคัดลอกมาให้อวิ้นหยาง’
ลี่ฮุ่ยซิ่วอ่านสารแผ่นนั้นอย่างละเอียดตำราที่อยู่ภายในหอตำราของฉางเก๋อนั้นว่ากันว่าเป็ตำราที่สำคัญมากแล้วยังเป็ตำราหายากได้ยินมาว่านอกจากศาสตร์แห่งการบรรเลงพิณแล้วยังมีศาสตร์อื่นๆเก็บเอาไว้ ไม่คิดว่าจะมีเื่เกี่ยวกับพิชัยาเก็บอยู่ด้วยรองประมุขอาจจะคิดว่าการส่งฉบับคัดลอกมาให้เขาเป็การเสียมารยาทแต่ลี่ฮุ่ยซิ่วไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อยยามเมื่อเปิดตำราเล่มนั้นแล้วได้เห็นตัวอักษรที่ถูกคัดอย่างบรรจงเรียงเป็ระเบียงอย่างสวยงามยิ่งทำให้ลี่ฮุ่ยซิ่วอยากจะอ่านตำราเล่มนี้มากขึ้นไปอีก ััของกระดาษที่เนียนละเอียดเส้นของน้ำหมึกที่สม่ำเสมอและมั่นคง บ่งบอกว่าอวิ้นหยางนั้นตั้งใจคัดลอกตำราเล่มนี้มากแค่ไหน
อีกอย่างลี่ฮุ่ยซิ่วนึกอยากจะขอบคุณรองประมุขเสียด้วยซ้ำที่ส่งฉบับคัดลอกมาให้เขาเพราะตำราพิชัยาส่วนใหญ่นั้นถูกบันทึกในระหว่างที่ทำา ดังนั้นลายลักษณ์อักษรจึงอ่านยากมากต้องเสียเวลานั่งอ่านเพื่อทำความเข้าใจนานทีเดียว แต่สำหรับตำราเล่มนี้นอกจากตัวอักษรจะเป็ระเบียบและเส้นคมชัดแล้ว เนื้อหาภายในยังครบถ้วนไม่ตกหล่นเพราะแค่อ่านไปได้เพียงสองหน้าลี่ฮุ่ยซิ่วก็รู้แล้วว่าอวิ้นหยางคัดลอกจากเล่มจริงมาอย่างถูกต้องลี่ฮุ่ยซิ่วไม่เคยเห็นตำราพิชัยาที่อยู่ภายในหอตำราของฉางเก๋อก็จริง แต่เขาก็รู้หลักวิธีการเขียนตำราพิชัยาที่ถูกต้องจึงมั่นใจได้ว่าตำรานี้เป็เนื้อหาที่ถูกต้องและคัดลอกมาอย่างไม่ผิดเพี้ยนอย่างแน่นอน
แต่ว่า ขนมอร่อยถูกปากอย่างนั้นรึ
คนที่ยืนอยู่กลางลานฝึกยกยิ้ม เก็บตำราเล่มนั้นและสารนั้นใส่เอาไว้ในกล่องเช่นเดิมหลังจากนี้เขาต้องหาหีบสักใบเอาไว้เก็บสารนี้เสียแล้ว จะได้เก็บเอาไว้ได้นานๆด้วย
เพราะหลังจากนี้เขาคงจะได้รับสารตอบกลับพร้อมกับของตอบแทนกลับมามากมายเลยทีเดียว
อวิ้นหยางคงจะคิดว่าขนมที่ลี่ฮุ่ยซิ่วส่งไปให้นั้นเป็ขนมจากร้านขึ้นชื่อภายในเมืองจริงๆแต่ที่จริงแล้วขนมเ่าั้เป็ขนมที่ลี่ฮุ่ยซิ่วเป็คนทำ แม่ทัพใหญ่ของฉางหวั่นมีงานอดิเรกเล็กๆเป็การทำอาหารแต่น้อยคนนักที่จะรู้เพราะภาพลักษณ์ของลี่ฮุ่ยซิ่วแม้จะเป็คนที่สุภาพอ่อนโยนทว่าก็ไม่ได้ดูเหมือนคนที่ชอบทำอาหารอีกทั้งเขางานยุ่งตลอดเวลา จึงไม่มีใครคิดว่าเขาจะมีเวลามาทำอาหารกินเองแบบนี้
จนถึงตอนนี้แม้เขาจะได้เป็ประมุขของฉางหวั่น แต่สาวใช้ภายในเรือนก็ไม่เคยได้ทำสำรับให้เขากินเลยสักครั้งเพราะลี่ฮุ่ยซิ่วนั้นจะทำอาหารกินเองเสมอซึ่งเป็เช่นนี้มาั้แ่เด็กแล้วดังนั้นทักษะในการทำอาหารของแม่ทัพใหญ่จึงเป็เลิศไม่ต่างจากทักษะในการรบ และอวิ้นหยางเป็คนแรกที่ได้กินขนมฝีมือของเขาเพราะที่ผ่านมาไม่มีคนรู้ว่าลี่ฮุ่ยซิ่วทำอาหารเป็และตัวเขาเองก็ไม่ได้เปิดเผยเื่นี้ การทำขนมเป็สิ่งที่ลี่ฮุ่ยซิ่วชื่นชอบแต่ทำกินเองคนเดียวก็ออกจะเหงาอยู่บ้าง จะให้ทำแบ่งคนอื่นก็ดูขัดเขินเกินไป ที่ผ่านมาเขาจึงไม่ได้ทำให้ใครกินเลยอวิ้นหยางเป็คนแรกที่ได้ลอง ดูเหมือนเขาจะชอบด้วย เท่านั้นลี่ฮุ่ยซิ่วก็พอใจแล้ว
หากรองประมุขรู้ว่าขนมนั่นเขาเป็คนทำจะมองเขาแปลกๆหรือเปล่านะ
ชายชาตรีอกสามศอกทำขนมรูปดอกไม้หน้าตาน่ารักพร้อมทั้งจัดลงกล่องอย่างสวยงามราวกับมีสาวน้อยผู้อ่อนหวานเป็ผู้ทำเห็นทีเื่การทำอาหารของเขาคงจะเปิดเผยให้ใครรู้ไม่ได้ มิเช่นนั้นภาพลักษณ์แม่ทัพจะต้องสั่นคลอนเป็แน่และหากรองประมุขอวิ้นหยางมาที่ฉางหวั่นจริงๆเขาก็คงต้องหาร้านขนมอร่อยๆเตรียมเอาไว้จะให้รองประมุขรู้เื่ที่ลี่ฮุ่ยซิ่วทำขนมพวกนั้นไม่ได้เด็ดขาด
ในที่สุดก็ได้เจอคนที่กินขนมของเขาอย่างอร่อย น่าเสียดายนักที่ไม่สามารถออกตัวเป็เ้าของฝีมือขนมพวกนั้นได้
อยากรู้จังว่ารองประมุขอวิ้นหยางชอบกินขนมแบบไหนบ้างลี่ฮุ่ยซิ่วทำขนมได้เยอะมากทีเดียว ลองส่งไปให้เขาชิมบ่อยๆดีกว่า จะได้รู้ว่าฝีมือของตัวเองพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว
การที่จะหาคนมาชิมขนมที่ตัวเองเป็คนทำได้เช่นนี้แม่ทัพใหญ่จะปล่อยให้เสียเปล่าได้อย่างไร อีกทั้งเขาก็มีความมั่นใจอยู่มากว่าตัวเองนั้นทำขนมอร่อยจึงมีความรู้สึกเล็กๆอยู่ภายในใจว่าอยากจะอวดอ้างความสามารถนี้บ้างถึงจะไม่สามารถเอ่ยปากออกไปได้ แต่อย่างน้อยๆได้ทำให้ใครสักคนกินก็ยังดี
หวังว่ารองประมุขจะไม่เบื่อไปเสียก่อน
หลังจากที่ได้รับของตอบแทนอยู่ประมาณสามวัน แม่ทัพใหญ่ก็ส่งขนมชนิดใหม่มาที่ฉางเก๋ออีกครั้งอวิ้นหยางตาเป็ประกายเมื่อได้เห็นขนมที่อยู่ภายในกล่อง เป็ขนมเปี๊ยะรูปดอกกุหลาบที่ถูกจัดมาเป็อย่างดีรองประมุขไม่รอให้ใครตรวจสอบรีบหยิบเข้าปากทันทีก่อนที่จะทำหน้ามีความสุขจิบน้ำชาเล็กน้อยเพื่อให้คล่องคอ อ่านสารที่แนบมากับขนมกล่องนี้พลางยิ้ม
‘ข้าออกไปลาดตระเวนที่นอกเมืองมามีร้านเปิดใหม่อยู่ใกล้ๆกับฉางหวั่นข้าจึงลองไปชิมดู เห็นว่ารสชาติดีจึงสั่งให้เ้าของร้านทำขนมมาหนึ่งชุดแล้วส่งมาให้ท่าน ชอบหรือไม่ ลี่ฮุ่ยซิ่ว’
รองประมุขไม่รอช้า ถือขนมเดินไปเลือกตำราอย่างอารมณ์ดี ครั้งก่อนส่งตำราพิชัยาไปให้แล้วคราวนี้ส่งตำราเกี่ยวกับวิถีดาบไปให้ดีกว่า แน่นอนว่าจะต้องคัดลอกขึ้นใหม่ด้วยตัวเองแล้วเขียนสารลงบนกระดาษลายดอกไม้แนบไปด้วยเหมือนกับคราวก่อน แม่ทัพใหญ่ไม่ได้บอกว่าตำราพิชัยาคราวก่อนเป็อย่างไรเขาคงจะไม่ได้คิดมากเื่ที่ตำรานั้นเป็ฉบับคัดลอกกระมังแล้วยังส่งขนมมาให้เขาอีก ขนมที่ส่งมาวันนี้อร่อยมากจนเขาอดไม่ได้ที่จะวาดรูปขนมนั้นส่งกลับไปให้แม่ทัพใหญ่ด้วย ซึ่งคนที่ได้รับสารตอบกลับพร้อมกับของตอบแทนนั้นก็มองภาพที่วาดมาด้วยรอยยิ้มอวิ้นหยางวาดรูปออกมาสวยมากทีเดียว มีรอยกัดคำเล็กๆอยู่ด้วยดูเหมือนอวิ้นหยางจะชอบมาก สงสัยขึ้นชื่อว่าเป็ขนมอวิ้นหยางคงจะชอบหมดกระมัง
สารที่เขียนแนบมาด้วยนั้นวันนี้เป็ลายดอกไม้สีฟ้าในขณะที่ครั้งก่อนเป็สีชมพูกลิ่นหอมๆของดอกไม้ทำให้แม่ทัพใหญ่อดไม่ได้ที่จะให้ได้กลิ่นใกล้ๆจมูก กระดาษนี้ทำขึ้นมาอย่างไรไยมีกลิ่นหอมถึงเพียงนี้รอบๆตัวของรองประมุขคงจะเต็มไปด้วยกระดาษเช่นนี้กระมัง เพราะลี่ฮุ่ยซิ่วจำได้ว่าเคยได้กลิ่นหอมอ่อนๆแบบนี้จากตัวของอวิ้นหยาง
‘ขนมหนนี้น่ารักทั้งยังอร่อยมากจนข้าอดไม่ได้ที่จะวาดรูปส่งมาให้ท่านด้วย ร้านขนมที่เพิ่งเปิดใหม่จะต้องขายดีมากเป็แน่ทั้งขนมในคราวก่อนและขนมในคราวนี้ข้าชอบมากจะต้องหาเวลาไปเยือนฉางหวั่นของท่านในเร็ววันอย่างแน่นอนตำราที่ข้าส่งไปให้ท่านถูกใจหรือไม่ ข้าคัดลอกจากฉบับจริงไม่มีผิดเพี้ยนหากท่านชอบข้าจะหาตำราดีๆส่งไปให้ท่านอีก อวิ้นหยาง’
ดวงตาสีทองมองไปยังตำราวิถีดาบที่ถูกคัดลอกด้วยตัวอักษรที่เป็ระเบียบเนื้อกระดาษที่ละเอียดและเส้นหมึกที่คมชัด ลายมือของอวิ้นหยางทั้งอ่านง่ายและสบายตาตำราที่ส่งมาคราวก่อนแม่ทัพใหญ่ก็อ่านไม่รู้ตั้งกี่รอบจนจำได้ขึ้นใจ เขาชอบอ่านตัวอักษรที่รองประมุขเป็คนเขียนแต่จะให้คัดลอกจากหอตำราส่งมาให้เขาทั้งเล่มเช่นนี้เห็นทีจะไม่ได้ กว่าจะคัดลอกเสร็จมิกินเวลาหลายวันหรอกรึ
แต่ตำราวิถีดาบเล่มนี้น่าสนใจจริงๆเป็วิถีดาบที่ฝึกกันเมื่อสมัยสองร้อยปีก่อน ลี่ฮุ่ยซิ่วตั้งใจที่จะศึกษาเื่นี้อยู่เช่นกันรองประมุขมีลางสังหรณ์หรืออย่างไรถึงได้รู้ว่าเขากำลังสนใจเื่นี้อยู่ เพราะการเขียนที่เป็ระเบียบทำให้ลี่ฮุ่ยซิ่วสามารถอ่านจบภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามตำรานี่นับว่ามีค่าสำหรับนักรบอย่างเขาจริงๆ หากศึกษาอย่างละเอียดและฝึกฝนไปด้วยจะทำให้วิถีดาบก้าวหน้าขึ้นมากเรียกได้ว่านำหน้าคนอื่นไปหลายก้าวนัก
ลี่ฮุ่ยซิ่วก็อยากจะแบ่งปันตำรานี้ให้กับคนอื่นอยู่เช่นกัน แต่รองประมุขคัดลอกตำรานี้มาจากตำราภายในหอตำราของฉางเก๋อเพื่อมอบให้กับเขาคงจะไม่ดีเท่าไหร่นักหากเขาจะเอาเื่ที่อยู่ในตำรานี้ไปบอกกับคนอื่นเช่นนั้นก็ใช้วิธีฝึกให้คล่องก่อนแล้วค่อยสอนคนอื่นไปทีละเล็กละน้อยก็แล้วกัน
แต่จะให้รองประมุขคัดลอกตำราออกมาจากหอตำราบ่อยๆคงจะไม่ดีเท่าไหร่นัก ถึงจะเป็ผู้ดูแลหอตำราแต่ก็อาจจะมีความผิดในภายหลังเขาไม่อยากให้รองประมุขต้องมาเดือดร้อนเพราะตอบแทนเขา แต่ว่าหากไม่ตอบแทนเลยรองประมุขคงจะไม่สบายใจมีวิธีอื่นอีกหรือเปล่านะ
จะว่าไปแล้วลี่ฮุ่ยซิ่วยังไม่ได้ถามเลยว่าขาของเขาเป็อย่างไรบ้างแต่ผ่านมาหลายวันคงจะหายแล้วกระมังตอนนี้ลี่ฮุ่ยซิ่วยังคิดหาวิธีอื่นที่จะให้รองประมุขตอบแทนเขาไม่ได้อีกห้าหรือสิบวันค่อยส่งขนมไปให้รองประมุขอีกรอบก็แล้วกัน ยิ่งส่งไปบ่อยเท่าไหร่รองประมุขก็ต้องหาของตอบแทนบ่อยเท่านั้นระวังเอาไว้หน่อยดีกว่า
“แม่ทัพใหญ่ขอรับ” ลี่ฮุ่ยซิ่วเงยหน้าจากสารแผ่นนั้นมองไปยังรองแม่ทัพของเขาหลังจากที่ลี่ฮุ่ยซิ่วขึ้นเป็ประมุขเขาก็ต้องแต่งตั้งรองประมุขของตัวเองไม่ชินเท่าไหร่นักกับการที่มีคนจัดการเื่ต่างๆแทนเหมือนที่เขาเคยทำในอดีต
คิดถึงวันที่วุ่นวายเช่นนั้นเสียจริง
“มีอะไรรึ”
“อีกสองเดือนจะเป็กำหนดการซ้อมรบให้กับกองทัพหลวงแม่ทัพใหญ่ยังไม่ได้มีคำสั่งให้เลือกคนในการเดินทางไปที่วังหลวงเพื่อฝึกซ้อมเลยขอรับ”ร่างสูงทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้อีกไม่นานฉางหวั่นจะต้องไปฝึกการรบให้กับกองทัพหลวงเป็เวลาสามเดือนจากนั้นก็จะเป็เทียนเช่อที่เข้ามาฝึกให้ต่ออีกสามเดือนลี่ฮุ่ยซิ่วลืมไปเลยว่าต้องสั่งการให้เตรียมนำกำลังคนไปฝึกซ้อมในครั้งนี้แล้วก็ต้องส่งสารไปที่กองทัพหลวงเพื่อให้เตรียมกำลังคนสำหรับฝึกซ้อมด้วย
“จริงสิ ข้าลืมเื่นี้ไปเสียสนิท”
“กำลังมีรักจึงลืมเื่การรบไปแล้วหรือขอรับ” ลี่ฮุ่ยซิ่วลำสักอากาศเล็กน้อย พูดอะไรกัน มีรักที่ไหน
“มีรักอะไรกัน”
“ข้าเห็นแม่ทัพใหญ่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตอนที่กำลังอ่านสารที่อยู่ในกล่องนั้นเป็แม่นางน้อยจากที่ไหนหรือขอรับ” รองแม่ทัพถามด้วยความสงสัยเขาไม่เคยเห็นแม่ทัพใหญ่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เช่นนี้มาก่อน ท่าทางมีความสุขเช่นนี้หากไม่ใช่มีรักจะเป็สิ่งใดได้กัน
“ไม่มีแม่นางน้อยที่ไหนทั้งนั้น แค่ของขวัญจากสหาย”
“สหายคนพิเศษ?”แค่สหายจะทำหน้ามีความสุขเช่นนั้นได้อย่างไร อย่างน้อยก็ต้องเป็สหายที่มีความสำคัญมากเป็แน่
“แค่สหายธรรมดาก็จะไม่ได้เชียวรึ”
“สหายธรรมดาไม่มีทางทำให้แม่ทัพใหญ่ยิ้มได้เช่นนี้หรอกขอรับจะต้องมีอะไรอย่างแน่นอน” ลี่ฮุ่ยซิ่วนึกอยากจะยกดาบใหญ่ฟาดรองแม่ทัพของตัวเองกลายๆพูดอะไรไม่รู้
“อาจจะมี แต่ข้าไม่บอกเ้าหรอก”
“ข้าจะสืบรู้ให้ได้ว่าแม่นางน้อยผู้นั้นเป็ใครแล้วจะเตรียมการเขียนรายการสินสอดให้เรียบร้อยขอรับ” รองแม่ทัพเอ่ยด้วยความมุ่งมั่น แม่ทัพใหญ่ถอนหายใจ จะล้อเล่นก็อย่าล้อเล่นด้วยใบหน้าที่จริงจังเช่นนั้นจะได้หรือไม่
“จัดเตรียมกำลังคนหนึ่งกองทัพสำหรับเดินทางไปฝึกซ้อมให้กับทัพหลวงเลือกเฉพาะคนที่ผ่านการทำามาแล้วก็พอที่เหลือให้ประจำอยู่ที่พรรคแล้วฝึกซ้อมต่อไป”
“ขอรับแม่ทัพใหญ่” รองแม่ทัพรับคำอย่างคล่องแคล่วก่อนจะไปทำตามคำสั่งลี่ฮุ่ยซิ่วมองกล่องไม้ที่อยู่ข้างๆสงสัยหลังจากนี้เขาจะต้องอ่านสารจากรองประมุขแค่ภายในเรือนของเขาเสียแล้ว มิเช่นนั้นคงได้มีคนคิดเป็ตุเป็ตะเช่นนี้อีกเป็แน่
หนหน้าส่งขนมอะไรไปให้ดีนะ