หลายวันผ่านไปหลังจากที่ตกลงกันว่าจะออกเดินทางไปท่องเที่ยว ท่านอาจารย์ของตงซิงอีต่างง่วนอยู่กับการเก็บยาสมุนไพรและเก็บกวาดข้าวของในเรือนให้เรียบร้อยไม่หยุด ส่วนนางเองเพียงช่วยเหลือเท่านั้น ข้าวของนางล้วนอยู่ในมิติ จึงไม่ต้องเก็บสิ่งใดมากนัก
กว่าจะได้ออกเดินทางใช้เวลาไปเกือบครึ่งเดือน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ทั้งศิษย์และอาจารย์ต่างหอบถุงผ้าเล็กๆ คนละใบ ก่อนทั้งสองจะใช้วิชาตัวเบาและพลังเวทย์เหาะเหินบนอากาศที่ตงซิงอีเพิ่งศึกษาเพิ่มใน่เวลาเก็บข้าวของช่วยอาจารย์มาทดสอบพอดี เพื่อใช้เดินทางออกจากหุบเขาลี้ลับ ตงซิงอีรู้สึกว่ามันง่ายดายกว่าตอนที่นางเดินทางมาในคราแรกมากนัก แทบไม่ได้ต่อสู้กับสัตว์ป่าและสัตว์อสูรเลย ช่างดีนัก!
“ท่านอาจารย์เ้าคะ เราจะไปไหนเ้าคะ?”
“ข้าจะพาเ้าไปเมืองแถบชายแดนที่เป็ทางผ่านของหลายแคว้น มีผู้คนหลายแคว้นมาค้าขายที่นี่และแวะพักระหว่างทางมากมาย คึกคักน่าดู ข้าไม่ได้ไปนานแล้ว แต่อาหารและสินค้าล้วนแปลกตา ด้วยมาจากหลายชนเผ่า ข้าเลยจะพาเ้าไปเที่ยวเป็ที่แรก”
ตงซิงอีได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มยินดี นางมีท่านอาจารย์ที่มีประสบการณ์มาหลายปีในการเดินทางพาท่องเที่ยวเช่นนี้ช่างดีนัก ท่านอาจารย์ชิงอี้เป็ผู้าุโที่นางนับถือไม่ต่างกับบิดา ท่านดีกับนางเสมอ บางคราก็ทำให้นางรู้สึกคิดถึงบิดาของนาง ป่านนี้ไม่รู้ว่าท่านพ่อจะคิดถึงข้าบ้างหรือไม่นะ
ตงซิงอีแต่งกายเป็สตรีออกเดินทางพร้อมท่านอาจารย์ของนางไปยังเมืองแถบชายแดน ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ด้วยใช้วิชาตัวเบาและพลังเวทย์ใหม่ของนางเหาะเหินเดินอากาศมาพร้อมอาจารย์ ท่านอาจารย์พาแวะพักที่โรงเตี๊ยมที่คนพลุกพล่านแห่งหนึ่ง ชั้นล่างเป็โต๊ะอาหารมากมายส่วนชั้นบนเป็ห้องพัก
เพียงเดินเข้าไปภายใน มีชายหนุ่มจ้องมองตงซิงอีไม่วางตา บางคนอ้าปากค้าง มือที่จับตะเกียบคีบอาหารอยู่ยังอ่อนแรงทำอาหารหลุดร่วง
ตงซิงอีเคยเจอสายตาเช่นนี้บ่อยครั้งเมื่อสหายของบิดามาร่วมงานเลี้ยงฉลองในวันสำคัญต่างๆ ของบิดาที่สำนัก แต่นางไม่ได้สนใจอันใด ด้วยคิดว่าเป็เื่ธรรมดาทั่วไป ส่วนคนในสำนักล้วนเห็นนางมาั้แ่เด็กจึงคุ้นชินแล้ว
อยู่ดีๆ มีชายผู้หนึ่งเดินมาขวางทางนาง ท่านอาจารย์ของนางเดินขึ้นบันไดไปก่อนแล้วอย่างรีบร้อนเมื่อได้ห้องพัก ด้วยอยากรีบพักผ่อนหลังจากใช้พลังเวทย์ในการเดินทางมากเกินไป จึงไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นทางด้านหลังตน
“ท่านมาขวางทางข้าด้วยเหตุใด ถอยไปเดี๋ยวนี้!”
ตงซิงอีไม่พอใจจึงตวาดออกไป ด้วยทั้งหงุดหงิดและเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไม่ต่างจากอาจารย์ของนาง
“โอ้ว ช่างดุนัก แม่นางคนงาม ข้าเพียงอยากทำความรู้จักเ้าเท่านั้น ไม่ทราบเ้ามีนามว่าอย่างไรรึ ข้าไม่เคยพบเห็นสาวงามเช่นเ้ามาก่อนเลย”
ตงซิงอีในครานี้อายุ 18 ปี เต็มแล้ว หลังจากมาฝึกวิชากับอาจารย์ของนางได้ 3 ปี นางอาศัยอยู่แต่ในป่าลี้ลับ อากาศบนหุบเขาสดชื่นทั้งมีไอปรานวิเศษอ่อนๆ จึงยิ่งทำให้ผิวพรรณของนางงดงามเปล่งปลั่งมากกว่าคนทั่วไป รูปร่างสมส่วนอย่างหญิงสาวโตเต็มวัย ทรวดทรงองค์เอวล้วนเด่นชัด ใครเห็นย่อมสะดุดตา ทั้งใบหน้าที่งดงามล่มเมืองจนสะกดจิตใจชายหนุ่มหลายคนให้จ้องมองอย่างเลื่อนลอยนั่นอีก
“ข้าไม่อยากรู้จักเ้า หลีกทาง!”
ตงซิงอีเหนื่อยหน่ายกับคนเช่นนี้ นางไม่อยากเสียเวลาพักผ่อนของนางกับการทำความรู้จักใคร
“ข้าพูดกับเ้าดีๆ เหตุใดตัดรอนกันเช่นนี้เล่า หากเ้าไม่อยากทำความรู้จักกับข้าดีๆ เช่นนั้นก็ไปเป็คนของข้าดีหรือไม่ บ้านข้าร่ำรวยนัก มีให้เ้ากินใช้ไม่มีวันหมดเลยนะ”
“ข้าไม่ขาดเหลือเงินทอง ใย้าเงินตำลึงของเ้ากัน หลีกไปได้แล้ว อย่าให้ข้าต้องเปลืองแรงกับเ้านานนัก”
“นี่เ้า! หน้าตาก็งดงาม เหตุใดนิสัยก้าวร้าวเช่นนี้ เพียงรู้จักกันไว้ไม่ได้รึ หากพึงใจกัน ข้าย่อมส่งแม่สื่อไปสู่ขอเ้า! แล้วเหตุใดต้องรีบตัดไมตรีเช่นนี้”
“ข้าไม่้าให้ใครมาสู่ขอ! และไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับคนแปลกหน้า เ้าเข้าใจหรือไม่ หากคนจะรู้จักกันไม่จำเป็ต้องมาขวางทางผู้อื่นเช่นนี้ ก็ทำความรู้จักพูดคุยได้เมื่อถึงเวลาอันสมควร ข้าเดินทางมาเหนื่อยๆ เจอคนเช่นเ้ามาขวางทางไม่ให้พักผ่อนจะให้ข้ายิ้มขอบคุณเ้าหรือไร หลีกไป! ก่อนข้าจะหมดความอดทน”
ชายผู้นั้นได้ยินเช่นนั้นยิ่งกำหมัดแน่น เขาเป็ถึงบุตรชายเพียงผู้เดียวของคหบดีใหญ่แห่งเมืองแถบชายแดนนี้ กลับถูกสตรีหยามหน้าถึงเพียงนี้ ทำให้อับอายขายหน้ายิ่งนัก แม้นางจะงดงามแต่หากเขาไม่ได้นาง ก็ไม่จำเป็ต้องไว้ไมตรี นางกล้าลบหลู่เขาต่อหน้าคนมากมาย เขาต้องทำให้นางรู้สำนึกว่าไม่ควรทำเช่นนี้กับเขาอีก ทั้งผู้อื่นจะได้ยำเกรงเขา
“เด็กๆ จัดการนาง!!”
เมื่อได้ยินคำสั่ง ชายร่างใหญ่ 4-5 คนต่างพุ่งเข้ามาหาตงซิงอีที่ยืนอยู่หน้าทางเดินของโรงเตี๊ยม
นางได้แต่ส่ายหน้าระอาใจ ก่อนจะรีบจัดการคนเหล่านี้ให้จบๆ ไปเพียงไม่กี่กระบวนท่า จนคนรอบข้างตะลึงไปตามๆ กัน
ชายที่ออกคำสั่งตัวสั่นงันงกทันทีที่เห็นตงซิงอีล้มคนของเขาที่สูงใหญ่กว่านางหลายเท่าภายในเวลาชั่วพริบตาแทบมองไม่ทัน เขารีบวิ่งหนีเตลิดออกไปอย่างไม่คิดชีวิต แต่ตงซิงอีไหนเลยะปล่อยไปง่ายๆ นางซัดอาวุธลับออกไปทันทีจนเขาทรุดเข่าลงกับพื้นกุมาแ เืจากขาทั้งสองข้างของเขาที่ถูกอาวุธลับซัดเข้าใส่ไหลลงมาเป็ทาง
“ต่อไปยังอยากรู้จักข้าหรือไม่”
ตงซิงอีเดินมาพูดกับเขาพลางกอดอกจ้องมองหน้าเขาอย่างเ็า
“ข้าจะไม่รบกวนแม่นางอีกแล้วขอรับ ข้าขออภัยที่ขัดขวางการพักผ่อนของท่านขอรับ ท่านช่วยปล่อยข้าไปเถิด”
“ทีหน้าทีหลังก็อย่าทะนงตนมากนัก เหนือฟ้ายังมีฟ้า แม้ข้าเป็สตรีก็อย่าได้คิดว่าเ้าจะข่มเหงสตรีได้ทุกคน ข้าสั่งสอนเ้าให้รู้ว่าทีหลังอย่าได้คิดรังแกผู้อื่นอีก จำไว้!”
“ขอรับๆ ข้าขอตัว”
ชายผู้นั้นรีบพาตัวเองไปจากจุดนั้นโดยไว คนของเขายังสลบอยู่ในโรงเตี๊ยม แต่เขาไม่คิดใส่ใจรีบจากไปอย่างรวดเร็ว
ผู้คนรอบด้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างรีบก้มหน้าก้มตากินอาหารและทำธุระของตน ไม่กล้าข้องแวะกับตงซิงอีอีก ด้วยกลัวนางจะพาลโมโหพวกเขาขึ้นมา
“พวกไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ต้องให้ข้าออกแรง เสียงพลังปรานไปอีกแล้ว”
ตงซิงอีบ่นพึมพำก่อนจะเดินขึ้นไปยังห้องพักของตนทันที พลางปิดปากหาว ด้วยนางอ่อนเพลียและง่วงนอนมาก