ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 20 ไม่ใช่คู่ต่อสู้
เมื่อหลุดออกจากการจับกุม ชายร่างกำยำก็ให้ความร่วมมืออย่างดี ค่อยๆ ลากร่างอันอ่อนแอของมันพาทุกคนตรงไปยังทิศทางหนึ่ง
ส่วนร่างของกลุ่มโจรที่เหลือ ไม่มีใครคิดอยากจะเสียเวลาจัดการจึงปล่อยทิ้งไว้แบบนั้น
ระหว่างทางทั้งห้าคนรักษาระยะระหว่างตนเองกับชายร่างกำยำอยู่เสมอ ไม่ให้ใกล้หรือห่างจนเกินไป ทุกคนรู้ดีว่าไม่อาจจะไว้ใจคนตรงหน้าได้
โจรร่างกำยำพาทุกคนลัดเลาะแนวไม้ และซอกหินใหญ่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอยู่หลายครั้ง นับว่าหนทางที่จะเข้าไปถึงค่ายพักของพวกโจรนั้นซับซ้อนไม่น้อย
'หึ รอก่อนเถอะ ถ้ากลับไปถึงค่ายเมื่อไหร่พวกเ้าไม่รอดแน่!'
หน่วยลาดตระเวนของโจรเต่าเขียวที่เหลือรอดอยู่เพียงคนเดียวคิดในใจขณะเดินนำหน้าทุกคน
มันมั่นใจมากว่าเมื่อไปถึง คนทั้งห้าจะไม่สามารถมีชีวิตรอดกลับออกไปได้
สิ่งที่มันเล่าออกไปก่อนหน้านี้เป็ความจริงแน่นอน เพียงแต่ไม่ได้บอกเื่ที่มันรู้ทั้งหมด ไม่ได้บอกว่าบัดนี้คนที่มอบหมายหน้าที่ให้หัวหน้ากลุ่มโจรเต่าเขียวก็อยู่ภายในค่ายพักเช่นกัน และคนผู้นั้นยังเป็ถึงอเวกระดับที่หก!
ต่อให้กลุ่มของคนทั้งห้าแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ในความเห็นของมัน อย่างไรก็ต้องพ่ายแพ้ต่ออเวกระดับหก
ชายร่างกำยำในชุดสีน้ำตาลประคองแขนตัวเองเดินไปด้านหน้า ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนฝีเท้าลง
“ค่ายพักของพวกข้าอยู่หลังมุมแผ่นหินด้านหน้านี้แล้วขอรับ”
มันหันหน้ากลับมาบอกทั้งห้าคนด้วยอาการนอบน้อม แต่ภายในใจแทบไม่สามารถเก็บความเกรี้ยวกราดที่รอคอยวันปะทุได้เลย
“อืม เ้าจงเดินนำเข้าไปซะ” มาคัสออกคำสั่ง ทำให้ชายร่างกำยำเดินต่อไปอย่างช้าๆ
“วี่วิ๊ด!” มีเสียงผิวปากดังขึ้นด้านหน้า สะท้อนไปตามสันเขาโดยรอบ
มาคัสและสี่คนที่เหลือรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลได้ทันที
มาคัสที่อยู่ด้านหน้าสุดตัดสินใจในฉับพลัน จ้วงมือเข้าใส่แผ่นหลังพุ่งทะลุออกไปถึงบริเวณด้านหน้าทรวงอกของชายตรงหน้าทันทีด้วยความเร็วที่ยากจะตอบสนอง
“อั่ก...ถะ...ท่าน......” ชายร่างกำยำหันกลับมาด้วยสีหน้าใสุดขีด
มันตั้งใจจะหลบหนีอยู่แล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าคนที่มันนำทางมาจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ เร็วยิ่งกว่าตอนที่ปะทะกันเมื่อครู่เสียอีก
มาคัสกระชากมือออกจากอกของมัน ทิ้งร่างให้นอนตาเบิกโพลงอยู่แบบนั้น
นี่ต้องขอบคุณเสื้อคลุมเคลื่อนคล้อยดาราที่เพิ่มความเร็วให้กับผู้สวมใส่อย่างมาก ก่อนหน้านี้เขายังไม่ได้ใช้ความเร็วของตนเองจนถึงขีดสุด กระนั้นก็ยังเร็วจนน่าใ
ยามนี้เมื่อทดลองใช้ความเร็วขั้นสูงสุด รวมเข้ากับการเสริมพลังของเสื้อคลุม พูดได้เลยว่าว่องไวมากจนอเวกระดับที่หกบางคนก็อาจจะเคลื่อนไหวตามความเร็วนี้ไม่ทัน
ทั้งสี่คนที่เหลือเองก็ใไม่ต่างกัน แต่พวกเขาจำเป็ต้องสนใจสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นมากกว่า จึงตั้งสติกลับมาตรวจสอบพื้นที่โดยรอบโดยพลัน
“มาแล้ว...อเวกระดับที่ห้า!” มาคัสพูดออกมาเสียงดังเพื่อให้คนด้านหลังรับรู้
พลังที่เขาตรวจจับได้นั้นรุนแรงอย่างยิ่ง เหมือนเ้าของพลังไม่ได้จงใจปกปิดพลังแม้แต่น้อย...ออกจะเอนเอียงไปทางปล่อยพลังข่มขู่เสียด้วย
เ้าของพลังกำลังมุ่งหน้าตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง เหมือนรีบร้อนจะมาจัดการพวกเขาอย่างไรอย่างนั้น
มาคัสตั้งท่าเตรียมพร้อม ตั้งมือขึ้นตามกระบวนท่าของตระกูล ซึ่งจินที่เฝ้ามองอยู่คงจะเกาหัวยิกๆ เพราะตนไม่รู้จักกระบวนท่าพวกนี้มาก่อน อาจจะเป็ลูกหลานของเขาสักคนที่คิดค้นวิชานี้ขึ้นมา
“ใครมันกล้ามาลองดีกับกลุ่มโจรเต่าเขียว!”
เสียงะโดังลั่น มาพร้อมกับร่างของชายคนหนึ่งที่มีรูปร่างไม่สูงนัก แต่ทั่วร่างเต็มไปด้วยมัดกล้าม มันทะยานลงจาก้าแนวหิน พุ่งตัวลงสู่พื้นด้านล่างที่พวกของมาคัสยืนอยู่
สายตาดุดันของหัวหน้ากลุ่มโจรเต่าเขียวจ้องเขม็งมาที่คนทั้งห้า โดยเฉพาะมาคัส ก่อนจะค่อยๆ ดึงดาบโค้งมนออกมาจากข้างเอว
ไม่มีใครตอบรับมันแม้สักคนเดียว ทุกคนนิ่งเงียบไม่ปริปากแต่เตรียมพร้อมรับการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น
“ดี! ในเมื่อไม่คิดจะตอบ ก็มาคุยกันด้วยวิธีป่าเถื่อน! ฮ่า!!”
มันกวัดแกว่งดาบสีเทาหม่น พุ่งเข้ามาหามาคัสเป็คนแรกโดยไม่สนใจว่ามาคัสจะอยู่ระดับไหนด้วยซ้ำ
สมาชิกตระกูลพีไรซ์อีกสี่คนตั้งใจจะเข้าไปช่วยแต่ก็พบว่ารอบข้างของพวกเขารายล้อมไปด้วยกลุ่มคนนับสิบคนที่ล้อมกรอบเข้ามาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ทั้งสี่จึงจำเป็จะต้องเฝ้าระวังการโจมตีของกลุ่มคนเ่าั้ที่อาจจะโจมตีเข้ามาได้ทุกเมื่อ
“เป๊ง! ฝึ่บๆ”
มาคัสยืนนิ่งอยู่กับที่รอจนหัวหน้ากลุ่มโจรพุ่งเข้ามาแล้วเบี่ยงตัวออกด้านข้างแล้วใช้หลังมือกระแทกใบดาบให้เบี่ยงออกไป และใช้จังหวะต่อเนื่องซัดฝ่ามือโจมตีเข้าใส่
แต่มีหรือที่อเวกระดับห้าจะไร้ประสบการณ์เช่นนั้น เมื่อรู้ตัวว่าไม่อาจโจมตีอีกฝ่ายได้ มันก็เหวี่ยงตัวเองหลบการโจมตีไว้ล่วงหน้า ทำให้ฝ่ามือของมาคัสไม่สามารถทำอันตรายมันได้
“โฮ่ ที่แท้ก็เป็ถึงอเวกระดับที่ห้า ไม่แปลกใจที่ลูกน้องของข้าสิ้นท่าได้ง่ายเพียงนี้”
ชายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามกำดาบแน่น ะโถอยกลับไป มันจ้องมองมาคัสด้วยความระแวดระวัง
เมื่อครู่มัน้าจะทดสอบความสามารถของศัตรูสักเล็กน้อย แต่คาดไม่ถึงว่าศัตรูจะมีฝีมือไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ามัน หากมันหลบฝ่ามือเมื่อกี้ไม่ได้ ดูท่าอาจจะาเ็สาหัสไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
มาคัสไม่ได้ตอบคำ จ้องมองการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ตาไม่กะพริบ
ภายในใจของมาคัสกำลังคิดว่าจะจัดการอีกฝ่ายให้รวบรัดอย่างไรดี เพราะเขาเองก็มีเวลาไม่มาก ไม่รู้ว่าที่แห่งนี้จะมีอันตรายอะไรซ่อนอยู่อีก แต่อย่างน้อยๆ เื่ที่หัวหน้ากลุ่มโจรกลุ่มนี้เป็อเวกระดับที่ห้าก็เป็เื่จริง
เพียงแต่ว่าเ้าโจรที่นำทางนั้นมีท่าทางผ่อนคลายมากเกินไป เขาจึงไม่อาจจะมั่นใจได้ว่าอเวกระดับห้าคือทั้งหมดในสถานที่แห่งนี้
มาคัสตัดสินใจจะใช้พลังเต็มที่ในทันที เขาไม่ควรจะเก็บซ่อนพลังในสถานการณ์เช่นนี้ อย่างไรเสียเขาก็ยังมีเกราะหนังเกล็ดโลหะและจี้เครื่องรางป้องกันภัยที่บรรพบุรุษมอบเอาไว้ให้อีก
“พรึ่บ!”
หัวหน้าตระกูลพีไรซ์ยันพื้นด้วยพลังทั้งหมด ดีดร่างของตัวเองพุ่งไปด้านหน้าอย่างแรง เกิดระลอกคลื่นกระจายออกเป็วงจากจุดที่เขาเคยยืนอยู่
“เฮ้ย” หัวหน้ากลุ่มโจรเต่าเขียวใลนลาน รีบฟันดาบออกต้านรับ
แต่น่าเสียดายที่มาคัสมาถึงก่อนหัวหน้ากลุ่มโจรจะเหวี่ยงดาบออกมาด้วยแรงเต็มที่
มาคัสใช้มือทั้งสองประกบดาบไว้แน่น ชักนำแรงเหวี่ยงจากการเคลื่อนไหวให้หมุนวนเป็เกลียว
ดาบของหัวหน้าโจรเต่าเขียวถูกแรงเหวี่ยงของมาคัสหมุนดาบทั้งเล่มหลุดออกจากมือในทันที
เท่านั้นยังไม่พอ เพราะขณะที่ร่างของมาคัสหมุนเหวี่ยงเป็วงกลางอากาศ บัดนี้หน้าแข้งของมาคัสก็แทบจะััเข้ากับสันกรามด้านขวาของหัวหน้ากลุ่มโจรอยู่รอมร่อ
หัวหน้ากลุ่มโจรเต่าเขียวรับรู้ถึงการโจมตีที่พุ่งเข้ามา แต่มันสายเกินไปแล้วที่จะตอบสนองได้ทัน ต่อให้กระแทกร่างถอยกลับก็ยังเร็วไม่พอที่จะหลบการโจมตีครั้งนี้
“ปัง!”
หน้าแข้งที่ถูกเหวี่ยงมาด้วยความเร็วสูง บวกกับความแข็งแกร่งในด้านร่างกายของอเวกระดับห้าอย่างมาคัส หัวหน้ากลุ่มโจรเต่าเขียวไม่มีแต้มต่อที่จะป้องกันการโจมตีครั้งนี้ได้เลย
ร่างของมันถูกกระแทกหมุนกลิ้งไปตามแรงเตะ กระเด็นออกไปไกลกว่าสี่เมตร
ทั้งมาคัส ทั้งสมาชิกตระกูลพีไรซ์ และกลุ่มโจรเต่าเขียว ล้วนมองเห็นเืและฟันหลายซี่ซึ่งเคยอยู่ภายในปากของหัวหน้ากลุ่มโจรกระเด็นออกมาพร้อมกันกับที่ร่างนั้นหมุนขว้างไปกลางอากาศ
“ตึกๆ”
ร่างที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม กลิ้งไปกับพื้นอยู่สองสามตลบก่อนจะหยุดนิ่ง
ทุกคนที่เห็นฉากดังกล่าวก็ไม่มีใครกล้าลงมืออะไร ปล่อยให้มาคัสค่อยๆ ก้าวเดินไปหาร่างบนพื้น
ทว่า......
“โหวกเหวกโวยวายอะไรกัน!”
เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทดังไปทั่วบริเวณ มันเป็คลื่นเสียงที่ทรงพลังจนผู้คนสั่นสะท้าน
ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนในชุดสีทองลอยละล่อง พุ่งลงมาจากแนวหินด้านหน้าเช่นเดียวกับหัวหน้ากลุ่มโจรเต่าเขียว
ชายคนนี้มีใบหน้าเกลี้ยงเกลา ชุดที่หรูหราของเขาก็บ่งบอกได้ชัดเจนว่าไม่ใช่พวกเดียวกับกลุ่มโจรกักขฬะพวกนี้แน่
ร่างนั้นค่อยๆ กวาดสายตามองคนทั้งหมด แล้วมาหยุดมองอยู่ที่มาคัสและร่างของหัวหน้ากลุ่มโจรเต่าเขียวที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น