ก็อก ก็อก ก็อก
"พี่! รีบตื่นเร็ว พ่อบอกให้พี่ไปเมืองมณฑลเพื่อตรวจดูขา แล้วก็พาพี่เขยกลับมาด้วย!" โจวชิวะโเรียกอยู่ที่ข้างหูของเธอ
โจวเซี่ยลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เมื่อวานยังไม่ได้บอกเลยว่าจะเข้าในเมือง? ทำไมพอนอนไปคืนหนึ่ง พ่อกำมะลอคนนี้ถึงได้รีบร้อนอยากไปเมืองมณฑลนัก? ดูท่าคงจะกลัวว่าเธอจะหย่าจริง ๆ
ในยุคสมัยนี้ การหย่าร้างยังเป็เื่ที่ผู้คนให้ความสำคัญมาก แม้ว่าชีวิตคู่จะไม่มีความสุข ถูกทำร้ายร่างกาย หรือถูกแม่สามีรังแก หลายคนก็ยอมทนทุกข์ไปตลอดชีวิตดีกว่าที่จะหย่า และเลือกที่จะอดทนใช้ชีวิตต่อไป
แต่เธอเป็คนที่ทะลุมิติมาจากอนาคต เธอจะใช้ชีวิตตามความคิดของตัวเอง และจะไม่ยอมให้ใครมาบงการ
หลังจากรับประทานอาหารเช้า โจวเซี่ยก็เข้าไปในมิติส่วนตัวเพื่อดื่มน้ำพุวิเศษครึ่งชาม และเติมน้ำใส่กระติกน้ำทหารจนเต็มเพื่อเก็บไว้ดื่มระหว่างทาง เมื่อคืนเธอลองดื่มไปครั้งหนึ่ง รู้สึกว่าร่างกายเบาสบายขึ้นมาก แผลที่ศีรษะก็ไม่เจ็บแล้ว ดูเหมือนว่าน้ำนี้จะมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์อย่างมากจริง ๆ
หรือนี่จะเป็น้ำพุวิเศษในตำนาน? ที่สามารถนำมาปรุงยาเพื่อรักษาโรคและช่วยชีวิตคน ทั้งยังแก้กระหาย คลายร้อน และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ต่อไปเธอคงต้องใช้ประโยชน์จากมันให้ดี เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้มวลมนุษย์
คุณย่าคิดจะตามไปด้วย แต่โจวเซี่ยไม่ยินยอม จะรบกวนหญิงชราให้เดินทางไกลขนาดนั้นได้อย่างไร เธอทำใจไม่ได้หรอก
เธอมั่นใจในตัวเองมาก การจะจัดการกับผู้ชายสารเลวคนนั้นเป็เื่ง่ายนิดเดียว ไม่จำเป็ต้องรบกวนคุณย่า
สองพ่อลูกเดินทางไปที่บ้านของหัวหน้ากองผลิตเพื่อขอหนังสือแนะนำตัวและใบรับรองอีกสองสามฉบับ โจวเซี่ยยังไปสืบหาหน่วยงานที่สวีกังทำงานอยู่จากทะเบียนบ้านรวม ซึ่งจริง ๆ เธอรู้อยู่แล้ว เพราะเธอยังจำหน่วยงานที่เขียนไว้ในนิยายได้
ชายหนุ่มเพื่อนบ้านขับรถม้ามาส่งสองพ่อลูกที่ในตำบล หลังจากซื้อตั๋วแล้วก็นั่งรถไฟไปยังเมืองมณฑล ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง จึงลงจากรถที่เมืองมณฑล แล้วนั่งรถเมล์ต่อไปยังหน่วยงานของสวีกัง นั่นคือโรงงานสิ่งทอแห่งที่สอง โดยสวีกังทำงานอยู่ที่แผนกรักษาความปลอดภัยของหน่วยงาน
เธอสอบถามที่อยู่บ้านของสวีกังจากพี่ใหญ่ที่ป้อมยามหน้าโรงงาน จึงทราบว่าอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ สองพ่อลูกจึงเดินมุ่งหน้าไปตามถนน
ตลอดทาง โจวเซี่ยไม่พูดอะไรเลย เอาแต่ลากขาที่าเ็เดินไปข้างหน้า หลังเดินไปได้สักพัก พอมองกลับหลังก็เห็นว่าโจวเหล่าต้าถูกเธอทิ้งห่างไปไกล เธอจึงหยุดรอ "ทำไมพ่อเดินช้าแบบนี้ล่ะคะ?"
โจวเหล่าต้ามองเธอ "เซี่ยเซี่ย ลูกฟังพ่อนะ ถ้าสวีกังไม่ได้คบหากับคนอื่น ลูกก็กลับไปใช้ชีวิตกับเขาให้ดี เพราะการหย่าร้างไม่ใช่เื่ดีนัก"
โจวเซี่ยเม้มริมฝีปากแน่น จ้องตาของโจวเหล่าต้า "พ่อก็รู้ว่าเขากลับเข้าเมืองมาเกือบครึ่งปีแล้ว แต่กลับไม่มีจดหมายส่งมาแม้แต่ฉบับเดียว คนแบบฉันจะฝากชีวิตไว้ได้อย่างไร พ่อก็เคยเห็นแล้ว ครอบครัวของเขาดูถูกฉันขนาดไหน ต่อให้ฝืนอยู่กับเขา คนที่ต้องทนทุกข์ก็คือฉัน แล้วจะหาเื่ใส่ตัวไปทำไมคะ"
โจวเหล่าต้ามองลูกสาว ชายวัยกลางคนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สิ่งที่โจวเซี่ยพูดเขาก็เข้าใจดี เพียงแต่เขายังยอมรับความจริงไม่ได้ที่ลูกสาวแต่งงานได้เพียงครึ่งปีก็ต้องหย่า "มันไม่มีทางแก้ไขได้จริง ๆ เหรอ?"
โจวเซี่ยพยักหน้า "ไม่มีค่ะ" พูดจบเธอก็ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ผู้ชายสารเลวแบบนั้น แค่คิดก็สะอิดสะเอียนแล้ว จะให้ใช้ชีวิตร่วมกันตลอดไปได้อย่างไร ตอนอ่านนิยายเธอก็เกลียดเขาเข้ากระดูกดำ ในเมื่อทะลุมิติมาแล้ว แน่นอนว่าต้องตัดขาดกับเขาให้สิ้นซาก
ไม่ทำให้เขาสิ้นฤทธิ์ก็นับว่าดีแล้ว หรือจะเก็บไว้ฉลองปีใหม่กันล่ะ? เธอทนไม่ได้หรอก
เมื่อหาตึกแถวซึ่งเป็ที่พักของพนักงานโรงงานสิ่งทอแห่งที่สองที่สวีกังพักอยู่เจอ ทันทีที่สองพ่อลูกก้าวเข้าไปในลานบ้านก็ต้องชะงักค้าง ในลานบ้านมีการจัดโต๊ะอาหารไว้ราว ๆ ยี่สิบโต๊ะ แต่ละโต๊ะมีคนนั่งเต็มไปหมด มีคนกำลังทยอยเสิร์ฟอาหาร และยังมีคู่บ่าวสาวกำลังเดินอวยพรชนแก้วเหล้า บรรยากาศดูคึกคักเป็อย่างยิ่ง
โจวเหล่าต้ามองคู่บ่าวสาวคู่นั้น ใบหน้าเปลี่ยนเป็มืดมนลงทันที เขาก้าวเท้าเตรียมจะพุ่งเข้าไป "สวีกัง ไอ้สารเลว คอยดูนะว่าฉันจะ..."
แต่โจวเซี่ยรีบเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ "พ่อคะ อย่าใจร้อนค่ะ"
โจวเหล่าต้าจ้องมองสวีกังด้วยความโกรธจนตาแทบถลน "ลูกหลีกไป พ่อต้องหักขาไอ้เด็กนั่น ไม่อย่างนั้นพ่อจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในหมู่บ้านตระกูลโจว"
เขาผลักโจวเซี่ยออกแล้วพุ่งเข้าไปในลานบ้าน แต่โจวเซี่ยรีบคว้าตัวเขาไว้ "พ่อ ฟังฉันนะ ตอนนี้ใจของเขาไม่ได้อยู่ที่ฉันแล้ว พ่อยังจะวางใจฝากฉันไว้กับผู้ชายแบบนี้อีกเหรอ?"
โจวเหล่าต้าหยุดชะงัก ก้มลงมองลูกสาว คำถามที่แทงใจดำนี้ทำให้เขาได้สติทันที ใช่แล้ว! เขาจะตัดใจยกลูกสาวให้ผู้ชายแบบนี้ได้อย่างไร นี่เป็การทำลายความสุขตลอดชีวิตของลูกชัด ๆ
ชายวัยกลางคนชกกำปั้นลงบนกำแพงบ้านจนมีเืซึม "แต่ก็ปล่อยมันไปแบบนี้ไม่ได้เหมือนกัน มาหยามเกียรติบนหัวโจวเหล่าต้าอย่างฉัน ไม่มีทางเสียหรอก"
โจวเซี่ยหยิบผ้าเช็ดหน้ามาพันแผลให้เขา ขอบตาคลอไปด้วยน้ำตา "พ่อคะ มันขึ้นอยู่กับว่าพ่อคิดยังไง พ่อควรจะดีใจมากกว่าที่ฉันไม่ได้แต่งงานกับเขา"
โจวเหล่าต้ามีสีหน้าเ็ป สองมือกุมศีรษะแล้วนั่งยอง ๆ ลงกับพื้น "แต่พวกลูกจัดงานแต่งงานกันไปแล้ว ตอนกลับหมู่บ้านไปจะถูกคนหัวเราะเยาะขนาดไหน แล้วลูกจะหาบ้านสามีที่ดีได้อีกเหรอ?"
โจวเซี่ยก็นั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าเขา "แต่เรายังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน นี่ถือเป็โชคดีในความโชคร้ายนะคะ พ่อควรจะดีใจที่ฉันหลุดพ้นจากผู้ชายสารเลวคนนี้ได้เสียที"
"แต่ในชนบท การจัดงานแต่งงานก็ถือว่าแต่งงานกันแล้ว อีกอย่างพวกลูกก็เข้าหอกันแล้ว ถ้ากลับไป ลูกคงถูกน้ำลายชาวบ้านถ่มใส่จนจมตายแน่ ๆ "
โจวเหล่าต้าเด้งตัวขึ้นจากพื้นทันที "ลูกรัก ขอแค่เราไปหาหัวหน้าหน่วยงานของมัน งานแต่งครั้งนี้ต้องล่มแน่"
โจวเซี่ยลุกขึ้นยืน "เฮอะ ๆ พ่อคะ พ่อคิดว่าความสุขของลูกหรือว่าหน้าตาสำคัญกว่ากัน? พ่ออยากให้ฉันใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ใจไม่อยู่กับเราไปตลอดชีวิต เพียงเพื่อรักษาหน้าตาอย่างนั้นเหรอคะ?"
โจวเหล่าต้าส่ายหัว "พ่อ... พ่อ แน่นอนว่าความสุขของลูกสำคัญที่สุด"
โจวเซี่ยยิ้ม "แบบนี้ก็จบเื่แล้วค่ะ ขอแค่ฉันหลุดพ้นจากผู้ชายสารเลวแบบนั้น ฉันต้องได้เจอผู้ชายที่ดีกว่าเขาเป็ร้อยเท่าแน่นอน พ่อคอยดูเถอะ ฉันจะหาผู้ชายที่รักฉันเพียงคนเดียวให้เขาอิจฉาจนตายไปเลย"
โจวเซี่ยเริ่มใช้ทักษะการหว่านล้อมทันที ขอเพียงทำให้โจวเหล่าต้าเลิกคิดเื่ให้เธอคืนดีกับสวีกัง การพูดจาโอ้อวดสักหน่อยจะเป็ไรไป?
อีกอย่าง ถ้าไม่เจอผู้ชายที่ดีจริง ๆ เธอก็จะไม่ยอมเสียสละชีวิตนี้เพื่อแต่งงานเด็ดขาด ในหลักการของโจวเซี่ย ไม่มีคำว่าทนใช้ชีวิตกับสิ่งที่ไม่พอใจ
โจวเหล่าต้ายิ้มแห้ง ๆ ยัยหนูคนนี้ั้แ่ฟื้นขึ้นมาหลังจากชนต้นไม้ มักจะพูดจาน่าใอยู่เสมอ แต่คิดดูอีกทีก็ถูก ผู้ชายแบบนั้นไม่คู่ควรกับการแต่งงานด้วย เขาควรจะปล่อยวางให้ได้เหมือนลูกสาว
"ก็ได้! งั้นเราเข้าไปทวงเงินคืนแล้วก็ไปกันเถอะ ี้เีจะมองพวกสวะมนุษย์พวกนี้เต็มทน"
โจวเซี่ยห้ามเขาไว้ "พ่อคะ ดูสิ ตรงนั้นยังมีที่ว่าง เราเข้าไปนั่งที่โต๊ะเถอะ จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อข้าวเที่ยงด้วย"
โจวเหล่าต้าทำหน้าบึ้ง "ข้าวแค่มื้อเดียวเรามีปัญญาจ่าย ข้าวบ้านมันพ่อไม่กิน"
โจวเซี่ยยิ้มร่า "พ่อคะ พ่อจะไปใช้อารมณ์กับกระเป๋าเงินตัวเองทำไม ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ พวกเรากินที่นี่แหละ เดี๋ยวอิ่มหนำสำราญแล้วค่อยไปคิดบัญชีกับพวกมันไงคะ ไม่อิ่มท้อง จะเอาแรงที่ไหนไปทะเลาะกับคนอื่น พ่อต้องเรียนรู้ที่จะสะสมพลัง เอาเปรียบคนอื่นเพื่อประโยชน์ของตัวเองสิถึงจะถูก ไม่อย่างนั้นก็บ้าแล้ว"
เธอลากโจวเหล่าต้าไปยังโต๊ะที่อยู่ริมสุด ซึ่งมีอาหารวางเต็มโต๊ะแต่ไม่มีใครนั่ง โจวเซี่ยกดตัวพ่อกำมะลอให้นั่งลงบนเก้าอี้ "พ่อ ดูสิ ที่ตรงนี้ดีจะตาย เราสองคนกินโต๊ะนี้ ไม่มีใครมาแย่งเราหรอก"
โจวเซี่ยหยิบตะเกียบขึ้นมากินทันทีโดยไม่มีอะไรมากระทบกระเทือนอารมณ์ได้ แม้โจวเหล่าต้าจะรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง แต่เพราะวุ่นวายมาทั้งเช้าจนเสียพลังงานไปมาก เขาจึงหิวจัดเช่นกัน
เขาเห็นโจวเซี่ยไม่เกรงใจ แล้วเขาที่เป็ผู้ชายตัวโตจะมาทำเป็รักษาภาพลักษณ์ไปทำไม กินก็กิน ลูกสาวพูดถูก ต้องกินให้อิ่มก่อนถึงจะมีแรง เดี๋ยวต้องเผชิญหน้ากับครอบครัวสวะพวกนั้น ต้องกินให้อิ่มแปล้ถึงจะจัดการคนตระกูลสวีกังได้อย่างเต็มที่!