“เชลซี... เป็ไงค่ะ?”เสียงหวานที่ดังมาจากด้านหลัง ทำให้สามหนุ่มต้องหันหลังกลับไปมองพร้อมกัน
ร่างบางในชุดลำลองสบายๆกำลังยิ้มหวานให้หนุ่มๆ ทั้งสามที่กำลังมองมาที่เธอเป็ตาเดียว
“เพราะมากเลยครับคุณหมอญาดา สวัสดีครับ”เสียงเข้มลูกน้องคนสนิทฐานทัพเอ่ยทักคุณหมอสาวที่กำลังเดินเข้ามา
“สวัสดีจ๊ะหนุ่มน้อย”เสียงหวานเอ่ยตอบเช่นกันพร้อมร้อยยิ้มอันสดใสที่ส่งมาตามสไตล์คุณหมอสาวผู้ใจดี
“ญาดามาแต่เช้าเชียว”ฐานทัพเอ่ยทักเพื่อน
“วันนี้ญาดาหยุดค่ะ เลยกะว่าจะมาเล่นที่คอกม้าซะหน่อย บังเอิญจังนะคะเจอทุกคนที่นี่”หมอสาวเดินเข้ามาใกล้ ปากพูดกับเขาแต่สายตากลับไม่ได้มองเขาเลยสักนิด
“สวัสดีค่ะคุณหมอตะวัน”หญิงสาวเอ่ยกับหมอหนุ่มประจำฟาร์มที่มีบุคลิก เยือกเย็น เคร่งขรึมและพูดน้อยนักยามอยู่ต่อหน้าเธอ ซึ่งตอนนี้กำลังป้อนนมน้ำเหลืองที่พึ่งรีดออกจากเต้าแม่ม้ามาป้อนให้กับลูกม้าน้อย
“สวัสดีครับคุณหมอญาดา”ชายหนุ่มหันมาหาเธอเพียงเล็กน้อย
“คลอดตอนไหนหรอคะ?”
“เมื่อสามชั่วโมงที่แล้วครับ”หมอตะวันเอ่ยตอบเธอโดยที่ไม่ได้หันกลับมามอง
“อืมมม...”หมอสาวพยักหน้ารับรู้
“แสดงว่าคุณหมอยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลยใช่ไหมคะ” เสียงหวานเอ่ยถามหมอหนุ่มขณะยืนอยู่ด้านหลังเขา พลางก้มตัวเข้าไปใกล้มากขึ้นอีกนิด
หมอตะวันหันหน้ากลับมาเพื่อตอบบทสนทนา แต่ก็ต้องชะงักค้างด้วยความใเล็กน้อยเมื่อไม่คิดว่าหญิงสาวจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขาขนาดนี้ ดวงตากลมสีน้ำตาลจ้องมองมาที่เขานิ่งนานนับหลายวินาที ทำให้หมอตะวันต้องรีบหันหน้ากลับมาหาลูกม้าน้อยอย่างเร็ว หมอญาดายืดตัวตรงแล้วยิ้มหวานให้หมอหนุ่มเมื่อเห็นอาการเกรงๆของชายหนุ่มตรงหน้า
“ว่าไงคะ?” หมอญาดาถามซ้ำพร้อมรอคำตอบจากคนตรงหน้าว่าจะตอบเธอว่าไง เมื่อเห็นท่าทางของหมอหนุ่มที่นิ่งเงียบยังไม่ตอบคำถามเธอ ทำให้เธอยิ้มกว้างแล้วรีบเอ่ยออกไปอีกครั้ง
“ญาดารีบออกมายังไม่ทานข้าวเลย พอดีเลยคุณหมอตะวันป้อนนมเ้าตัวเล็กเสร็จเราไปทานข้าวที่โรงอาหารกัน” ฐานทัพหันหน้าไปมองเข้มที่ตอนนี้ยิ้มและขำจนเสียงหลุดออกมา เมื่อเจอสายคมดุของเ้านายทำให้เขาต้องรีบหุบยิ้มทันที
“เอ่อ คือ”หมอหนุ่มกำลังจะปฏิเสธ
“ไปเถอะ กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะ”เสียงเข้มของฐานทัพเอ่ยกับเพื่อน หมอตะวันกำลังชั่งใจก่อนจะมองไปที่ลูกม้าทีแล้วหันมามองทางหญิงสาวที
“ก็ได้ครับ” หญิงสาวยิ้มเมื่อชายหนุ่มไม่ได้ปฏิเสธเธอ
“งั้นเราไปกันเถอะค่ะ”
“ครับ”
.....
ห้องเรียน
เหมือนฝัน น้อยหน่า นาวา และฉลาม สี่เพื่อนสนิทเดินเข้าห้องเรียนพร้อมกัน สายตาสี่คู่กวาดสายตาไปยังเหล่านักศึกษาที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วกว่าครึ่งห้องเพื่อมองหาที่นั่งที่ยังว่าง
“แถวนั้นว่าง”เหมือนฝันชี้บอกเพื่อนก่อนจะเดินนำทางเข้าไปยังแถวที่ว่างซึ่งค่อนข้างจะอยู่แถวหน้ามากๆ
“เหมือน นั่งแถวหน้าเลยนะ”นาวาเอ่ย
“ทำไงได้มาช้าอ่ะ” เพื่อนๆต่างหัวเราะให้กัน โดยส่วนมากแล้วเวลาเข้าเรียนกลุ่มนักศึกษาส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีใครอยากนั่งหน้า เพียงเพราะว่าคุยกันไม่สะดวก เล่นโทรศัพท์ไม่ได้ แต่จะมีกลุ่มเด็กเรียนประจำสาขาที่จะต้องนั่งหน้าตลอด วันนี้จึงเป็วันพิเศษอีกวันที่ปฏิเสธไม่ได้ หรือพูดง่ายๆคือไม่เหลือที่นั่งให้เลือกนั่นเอง
นักศึกษากลุ่มใหญ่ต่างจับกลุ่มคุยกันเหมือนเช่นทุกวัน ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกันนักหนา แต่ก็เป็เช่นนี้ หากว่าอาจารย์ที่สอนยังไม่เข้าก็อย่าหวังว่าจะมีใครเงียบ
เสียงนักศึกษาที่คุยกันเสียงดัง อยู่ๆก็เงียบลงทันทีที่เห็นว่าอาจารย์ประจำรายวิชากำลังเดินเข้าห้อง เสียงในห้องเงียบกริบ ได้ยินแต่เสียงแอร์ที่ดังแข่งกับความเงียบ
“สวัสดีนักศึกษาทุกคน”อาจารย์เอ่ยทักนักศึกษาทั้งห้อง
“สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ”เสียงเอ่ยทำความเคารพอาจารย์ประจำรายวิชาที่ดังขึ้นพร้อมกันทั้งห้อง
“วันนี้เป็คาบสุดท้ายก่อนจะสอบปลายภาค จริงแล้วๆเราได้ปิดคลาสไปเรียบร้อยแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ที่อาจารย์ยังนัดเพราะมีเื่จะแจ้งกับนักศึกษาทุกคน ซึ่งเป็เื่สำคัญ และในตอนท้ายคาบก็จะมีแนะแนวข้อสอบเล็กน้อยในเื่หลักๆที่นักศึกษาต้องเน้นย้ำและทำความเข้าใจให้ลึกมากขึ้นอีก”
“พร้อมกันหรือยัง”
“พร้อมแล้วค่ะ/ครับ”
“งั้นเรามาเริ่มกันเลย” อาจารย์เปิดสไลด์ขึ้นหน้าจอขนาดใหญ่กลางห้องเรียน
“เื่ที่สำคัญที่อาจารย์จะแจ้งก็คือ เื่ฝึกงานในเทอมหน้า อย่างที่ทราบกันดีว่าเทอมหน้าจะเป็่ฝึกงานตลอดทั้งเทอม” เริ่มมีเสียงนักศึกษาเริ่มคุยกันเื่ฝึกงานดังขึ้น
“นี่คือแบบฟอร์มการขอเข้ารับการฝึกงาน นักศึกษาสามารถเข้าไปดาวโหลดได้เลยตามลิ้งค์ที่อาจารย์แปะเอาไว้ให้ กรอกรายละเอียดยื่นเื่ไปยังสถานที่ที่เลือกเอาไว้ เมื่อได้รับการตอบกลับมา ส่งเื่ที่อาจารย์”เสียงนักศึกษายังคงคุยกันแข่งกับอาจารย์เกี่ยวกับเื่ฝึกงาน
“เงียบก่อนนะ ยังไม่จบ”เสียงที่ดังในห้องก็เริ่มเงียบลงอีกครั้ง
“เกณฑ์การประเมิน แบ่งออกเป็สามส่วน แน่นอนว่าทั้งสามส่วนนี้ล้วนมีความสำคัญเท่าๆกัน ส่วนแรกประเมินโดยสถานที่ฝึกงานที่นักศึกษาเลือก ส่วนที่สองก็คือจากอาจารย์ ซึ่งในส่วนที่สองนี้จะมีอาจารย์จากคณะเข้าไปประเมินกับนักศึกษาตามสถานที่ฝึกงาน อาจจะแบ่งเป็่ๆแล้วแต่เหล่าอาจารย์จะแบ่งกันอีกที ซึ่งอาจจะสองถึงสามรอบอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับอาจารย์ ดังนั้นนักศึกษาก็เตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลา และส่วนที่สามสำคัญไม่แพ้กันคือสรุปผลและทำวิทยานิพนธ์ตอนท้ายหลังจากฝึกเสร็จ ส่วนเื่นำเสนอวิทยานิพนธ์เดี๋ยวอาจารย์จะแจ้งวันและเวลานำเสนออีกทีหลังจากที่นักศึกษาทุกคนฝึกจบเรียบร้อยแล้ว กำหนดการคร่าวๆน่าจะหนึ่งเดือนหลังจากฝึกงานเสร็จ เพราะฉะนั้นเตรียมข้อมูลให้พร้อม เพื่อว่าจะได้ไม่เสียเวลาหลังจากฝึกเสร็จจะได้รวบรวมรูปเล่มได้เลย” เสียงโอดครวญจากเหล่านักศึกษาเมื่อรู้ว่ามีเวลาแค่หนึ่งเดือนในการปั่นงาน ทั้งสรุปงานพร้อมรูปเล่ม นั้นมันไม่ใช่เื่ง่ายเลยสักนิด
“เอาล่ะๆอย่าพึ่งโอดครวญไป พวกเธอยังมีเวลาตลอดทั้งเทอมในระหว่างที่ฝึกงานอยู่ ที่จะรวบรวมข้อมูล เพราะฉะนั้น อาจารย์หวังว่านักศึกษาทุกคนจะทำอย่างเต็มที่ มีใครยังมีคำถามสงสัยไหม” มีนักศึกษายกมือขึ้นถามหลายคนหนึ่งในนั้นก็คือเหมือนฝัน
“เชิญ”อาจารย์ชี้มาที่เหมือนฝัน
“สรุปผลทำเล่มเดี่ยวหรือกลุ่มคะ”
“อ้อ อาจารย์ลืมแจ้งนะ เื่สรุปผลเนี่ย ในสถานที่ฝึกงานนักศึกษาสามารถยื่นไปที่เดียวกันหลายคนได้นะ อาจารย์ไม่ได้จำกัด ขึ้นอยู่กับสถานที่ฝึกงานว่าเขาจะรับได้กี่คน ส่วนเื่สรุปผลทำเล่ม อันนี้หนึ่งถึงสี่คนได้ แต่ไม่เกินสี่คนนะ”เหล่านักศึกษาหายใจอย่างโล่งออกเมื่อรู้ว่าอย่างน้อยๆก็ทำหลายคนได้
“คำถามต่อไป”
“ส่งเื่ช้าสุดภายในวันไหนครับ”นักศึกษาในห้องอีกคนถาม
“เออ อันนี้อาจารย์ก็อยากให้นักศึกษารีบดำเนินเื่เลยทันทีนะ อืม อย่างช้าสุดที่อนุโลมได้ก็ก่อนเปิดเทอมหนึ่งสัปดาห์ เพราะฉะนั้นหลังจากเลิกนี้ก็ให้หาที่ลงได้เลยแล้วกรอกแบบฟอร์มที่อาจารย์ให้ส่งไปได้ทันที”
“อ้อแล้วยังมีอีกเื่นะ ที่สำคัญมากๆ ที่อาจารย์หวังเป็อย่างมากว่าจะไม่เกิดขึ้นกับเหล่านักศึกษาอันเป็ที่รักของอาจารย์นั่นก็คือ เื่ชู้สาว อย่าให้มีเด็ดขาด เพราะมีผลกับการประเมิน ซึ่งทำให้ฝึกงานไม่จบได้ มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว อาจารย์ก็หวังเป็อย่างยิ่งว่านักศึกษารุ่นนี้จะไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น เข้าใจไหม”
“เข้าใจค่ะ/ครับ”นักศึกษาตอบอย่างพร้อมเพียงกันเสียงดัง
“ต่อไป ถ้าไม่มีคำถามก็มาเข้าเื่สอบกัน หรือสำหรับใครที่ยังมีคำถามสงสัยอยากถามหลังจากนี้ก็ไปหาอาจารย์ได้ งั้นเรามาเริ่มกันต่อเลย”เหล่านักศึกษาเตรียมสมุดขึ้นมาจดแนวข้อสอบและจุดสำคัญต่างๆที่อาจารย์ชี้แนะให้ไปอ่านทำความเข้าใจเพิ่มเติมก่อนจะปล่อยเมื่อหมดคาบเรียนพอดี
“เหมือนฝันน้อยหน่าพวกเธอมีที่ลงในใจหรือยัง”ฉลามเอ่ยถามเพื่อนทั้งสอง
“ยังเลย”เหมือนฝันเอ่ยตอบฉลาม
“น้อยหน่าละ”
“เหมือนไปไหนฉันก็ไปที่นั่นแหละ อีกอย่างนะอาจารย์บอกว่าทำเล่มหนึ่งถึงสี่ยังไงเราก็ต้องไปด้วยกันจริงไหม?”น้อยหน้ายักคิ้วเป็คำถามส่งให้เพื่อนๆ
“อืมมม...นั่นสิ”ฉลามคิดตามที่น้อยหน่าพูด
“ใช่ไปด้วย สี่คนพอดี”นาวาเห็นด้วย
“อืมมม.... ไปนะไปได้ แต่อย่างที่อาจารย์บอกว่าต้องขึ้นอยู่กับสถานที่ฝึกงานด้วยว่าเขาจะรับเราพร้อมกันหมดนี่ไหม” เหมือนฝันเอ่ย
“เออจริง”น้อยหน่าคิดตามที่เพื่อนว่า
“นั่นสิ อีกอย่างเราไม่รู้ว่านอกจากมอเราแล้วยังจะมีมออื่นอีกไหม แบบนี้เราอาจจะไม่ได้ไปด้วยกันสิ”นาวาเอ่ย
“ใช่สิ”เหมือนฝันเห็นด้วยกับนาวา
“งั้นเราต้องรีบหาข้อมูลแล้ว”
“แล้วเราจะไปไหนกันดีละ? โรงพยาล ฟาร์ม”ฉลามถามเพื่อน
“นั่นสิ”น้อยหน่าพูดบ้าง
“เราไปกินข้าวกันก่อนเถอะ ตอนบ่ายเราค่อยไปห้องสมุดกัน จะได้หาข้อมูลช่วยกันแล้วเราค่อยมาเลือกว่าจะลงที่ไหนดี”เหมือนฝันบอกกับเพื่อนๆ
“อืออ...”สองสาวสองหนุ่มเดินไปที่โรงอาหารคณะเพื่อกินข้าวเที่ยง
“เราจะไปห้องสมุดไหนละ ไปห้องสมุดใหญ่ของมหาลัยดีไหม?”น้อยหน่าถามเพื่อน
“อืม...เห็นด้วยนะ”เหมือนฝันเพิ่มอีกหนึ่งเสียง
“ตามนั้น”สองหนุ่มเอ่ยขึ้นขณะกินข้าว