พันเจียลงจากรถเดินตรงมาหาทุกคน ในขณะที่โชยะแยกตัวกลับออกไป แววตาคมลอบมองตามโชยะที่เดินไปแล้วอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก เพราะสิ่งที่เขากำลังสนใจคือของรางวัลที่ได้จากการแข่งขันในครั้งนี้ต่างหาก
“กลับกันได้แล้ว” พันเจียเดินเข้าไปคว้าแขนของไวโอลินผู้หญิงที่ได้มากจากการแข่งขันออกมาจากฟาน แต่เธอกลับสะบัดข้อมือทิ้งแล้วพูดเสียงแข็ง
“ไม่นะ! ฉันมากับฮอร์น และจะกลับกับเขา” ไวโอลินพูดจบก็วิ่งตามหลังฮอร์นไปห่าง ๆ แววตาคมกริบมองตามไล่หลังไปแบบเคือง ๆ ด้วยสีหน้าที่ดูจะไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“ฮอร์น...รอฉันก่อน” ไวโอลินร้องเรียกฮอร์นที่กำลังเดินไปเอาอุปกรณ์เก็บไว้ในรถ
“ให้ฉันช่วยนะ” ไวโอลินเอื้อมมือออกไปคว้า แต่ฮอร์นกลับชักมือที่ถือของพะรุงพะรังอยู่ออกห่างจากตัวของเธอ
“กลับไปได้แล้ว!” ฮอร์นพูดเพียงสั้น ๆ ก่อนจะวางของใส่ไว้ในรถ
“ทำไมล่ะ ถ้านายยังเก็บของไม่เสร็จ แล้วจะให้ฉันกลับไปได้ยังไง ให้ฉันช่วยดีกว่านะ” ไวโอลินบอกอย่างตั้งใจ แต่เขากลับมองดูเธอด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูเหมือนกับว่ากำลังรำคาญ
“แต่มันไม่ใช่หน้าที่เธอ” ฮอร์นบอกเสียงเข้มแล้วจ้องหน้าเธอแบบดุ ๆ
“นายจะมาเสียงแข็งใส่ฉันเื่อะไร อย่าบอกนะว่าเพราะเื่เมื่อกี้ นายแพ้ใช่ไหม ช่างมันเถอะน่า ฉันไม่แคร์หรอกนะ ไม่เคยสนใจด้วยว่าผลมันจะเป็ยังไง ถึงนายจะแพ้ แต่นายก็ยังเป็ที่หนึ่งสำหรับฉันอยู่ดี” ไวโอลินบอกกับเขา ฮอร์นถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่สายตาของฮอร์นจะเหลือบไปเห็นร่างสูงของใครอีกคนที่ยืนกอดอกมองดูความเคลื่อนไหวระหว่างเขาและไวโอลินอยู่ห่าง ๆ
“เธอรีบกลับไปได้แล้ว ฝนกำลังจะตก เดี๋ยวหารถกลับยากนะ” ฮอร์นพูดหลังจากที่เงยหน้าดูท้องฟ้าที่เริ่มจะมืดครึ้ม แต่ไวโอลินกลับไม่สนใจ
“ไม่! ฉันจะกลับกับนาย และถ้านายกลัวว่าฉันจะไม่มีรถกลับ นายเองก็ควรจะไปส่งฉัน ตอนมา...เราก็ยังมาด้วยกันไม่ใช่เหรอ นายจะให้ฉันทิ้งนายกลับไปคนเดียวได้ยังไง ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ” ไวโอลินพูดเสียงอ่อนด้วยสีหน้าที่จริงจัง ขณะที่แววตาของทั้งคู่ประสายกันไปมา แต่ดูแล้วฮอร์นจะไม่ยอมให้เธอกลับไปด้วยจริง ๆ
“พอได้แล้วนะไวโอลิน เธอเลิกตามตอแยฉันสักที” ฮอร์นปิดประตูรถฝั่งที่นั่งข้างคนขับแล้วหันกลับมามองหน้าของเธอตรง ๆ อีกครั้ง
“นายพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง...นี่นายโกรธฉันเื่อะไร” ไวโอลินถามกลับไป ขณะที่จ้องหน้าเขาอย่างสับสน
“ฉันไม่ได้โกรธเธอ” ฮอร์นตอบนิ่ง ๆ แต่ไวโอลินกลับส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เชื่อ
“ไม่จริง! นายแพ้แล้วพาลมาโกรธฉัน ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่แคร์ผลของการแข่งขัน แต่ที่ฉันแคร์คือนายนะฮอร์น”
“เธอไม่แคร์ แต่ว่าฉันแคร์ กลับบ้านไปซะ!!!” ฮอร์นตะหวาดเสียงแข็ง แล้วเดินไปที่ประตูฝั่งคนขับ ไวโอลินวิ่งตามไปดักหน้า
“ไม่!” เธอย้ำ พร้อมกับกางแขนเพื่อกั้นไม่ให้เขาเข้าไปในรถ
“ถอยออกไป ฉันจะกลับ!”
“งั้นฉันก็จะไปด้วย” ไวโอลินทำท่าจะวิ่งไปขึ้นรถ แต่เขากลับพูดขึ้นมาก่อนว่า
“เธอไม่มีสิทธิ์ขึ้นไปนั่งบนรถของฉันแล้ว ถอยออกมาจากรถของฉันเดี๋ยวนี้” คำพูดของฮอร์นทำให้ไวโอลินใถึงกับหน้าชา เท้าทั้งสองข้างหยุดชะงักไปแบบอัตโนมัติ ไม่คิดว่าเขาจะพูดคำ ๆ นั้นออกมา ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขากล้าทิ้งเธอไว้ที่นี่คนเดียวจริง ๆ
“นายพูดว่าไงนะ จะทิ้งฉันไว้ที่นี่งั้นเหรอ ฉันทำอะไรผิดนักหนาเหรอฮอร์น ทำไมนายถึงได้เ็ากับฉันถึงขนาดนี้” ไวโอลินจ้องหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ ั์ตาเริ่มพร่ามัวเพราะน้ำใส ๆ ที่เอ่อล้นออกมารอบดวงตามันทำให้เธอแทบมองอะไรไม่เห็น
“ฟังนะ! เธอไม่ใช่ผู้หญิงของฉันอีกต่อไปแล้ว เลิกตามตื้อที่จะกลับไปพร้อมกับฉันซักที” ฮอร์นพูดโดยที่ไม่ยอมมองใบหน้าของเธอตรง ๆ ไวโอลินขมวดคิ้ว
“นายหมายความว่าไง นี่เราเป็แฟนกันนะ” ไวโอลินพูดเสียงสั่น ก่อนจะเดินเข้าไปหาเขา สองเท้าของฮอร์นขยับถอยห่างออกมา เพื่อเว้นระยะไว้เป็วาไม่ให้เธอก้าวเข้ามาได้ใกล้กว่านี้
“เลิกพูดจาเพ้อเจ้อได้แล้ว เราไม่ได้เป็อะไรกัน แล้วเธอก็ไม่ใช่แฟนของฉันแล้วด้วย” ฮอร์นย้ำ ไวโอลินส่ายหน้าไปมาเป็เชิงปฏิเสธ
“ไม่จริง…นี่นายพูดบ้าอะไรออกมา เมื่อตอนบ่ายนายยังบอกรักฉัน นายยังพูดถึงความทรงจำของเราอยู่เลย แถมเราสองคนก็ยังเกือบจะ” ไวโอลินยังพูดไม่จบว่าเธอและเขาเกือบจะได้จูบกันในแบบของคนรัก แต่ฮอร์นก็กลับพูดตัดบทออกมาเอาเสียดื้อ ๆ
“พอได้แล้ว! ทุกอย่างมันจบแล้วไวโอลิน” ฮอร์นขึ้นเสียงใส่เธอ ไวโอลินน้ำตาไหลริน
“นี่นายเป็อะไรของนาย” ไวโอลินพูดเสียงแหบพร่า พยายามกล้ำกลืนฝืนทน กลัวว่าตัวเองจะร้องไห้โฮไปมากกว่านี้ เพราะเธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับฮอร์นกันแน่
“นายเป็บ้าอะไรของนาย ปีศาจตัวไหนมันเข้าสิงนาย ทำไมนายถึงได้ทำเ็ากับฉัน ทำไมนายพูดจาแย่ ๆ ทำไม ๆ ฉันทำอะไรผิด...บอกฉันทีสิ ฉันทำอะไรให้นายไม่พอใจอย่างงั้นเหรอ นายบอกฉันทีสิ ฉันพร้อมจะแก้ไข ฉันพร้อมจะขอโทษนายกับทุกอย่างที่ฉันทำลงไป ขอร้องล่ะ! อย่าทำกับฉันแบบนี้เลยนะ เพราะว่าฉันกำลังจะขาดใจ!” ไวโอลินได้แต่คร่ำครวญ ด้วยจิตใจสั่นไหว น้ำตาไหลรินออกมาจนเป็สาย ริมฝีปากของเธอสั่นระริกด้วยความเ็ปอยู่ลึก ๆ ข้างในหัวใจ ไม่คิดเลยว่าฮอร์นจะมีท่าทีที่เปลี่ยนไปจากเดิม เพียงแค่เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น
“ไปให้พ้นหน้าฉัน กลับไปซะ!” ฮอร์นตะคอกเสียงดังใส่เธอ แล้วผลักเธอออกห่างจากหน้าประตูรถของเขา แต่ไวโอลินไม่ยอม เธอวิ่งเข้าไปสวมกอดร่างที่คุ้นเคยของเขาจากทางด้านหลัง
“อย่าทิ้งฉันไปเลยนะฮอร์น อย่าทิ้งฉัน!” ไวโอลินพูดอย่างทรมานใจ เพราะเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขาและเธอกันแน่
“เอามือของเธอออกไปซะ!” ฮอร์นพูดอย่างไม่ใยดีพร้อมแกะมือของเธอออก
“ทำไมนายถึงไม่บอกเธอตรง ๆ ไปเลยว่านายยกเธอให้กับเพื่อนของฉันไปแล้ว” เสียงของใครบางคนดังมาจากทางด้านหลังของคนทั้งคู่
“บอกไปเลยสิ ว่านายวางเดิมพันการแข่งขันเมื่อเย็นนี้ด้วยตัวของเธอ แต่นายดันแพ้!” ไฮน์พูด พร้อมกับเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่ด้านหลังของฮอร์นและไวโอลิน ทั้งคู่หันกลับไปมอง โดยที่ฟานและสตีฟเองก็เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่แถว ๆ นั้นด้วย
“เมื่อกี้นายพูดว่าไงนะ!” ไวโอลินปาดน้ำตาแล้วย้อนถามเขากลับไป
“สรุปว่า...เรดี้ของเรายังไม่รู้กติกาการแข่งขันในวันนี้สินะ เอาเป็ว่าฉันจะสรุปให้ฟังก็ได้” ฟานเสริมคำพูดที่ไฮน์ยังอธิบายออกมาไม่หมด
“จริง ๆ แล้ววันเนี่ย พันเจียกับฮอร์นตกลงแข่งขันกัน แล้วเดิมพันระหว่างเขาสองคน ก็คือเธอ แล้วผลก็ออกมาอย่างที่เห็น ตอนนี้เธอได้กลายมาเป็ผู้หญิงของพันเจียอย่างเป็ทางการแล้วตามเงื่อนไขของผู้ชนะ!” ฟานกล่าวทิ้งท้าย
“พูดง่าย ๆ ก็คือ เธอคือสิ่งของแลกเปลี่ยนในเงื่อนไขการต่อรองของการแข่งขันในครั้งนี้ไง ไม่เห็นน่าจะเข้าใจยากตรงไหนเลย” สตีฟเสริม แล้วกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเดินมาตบไหล่ของฮอร์นเบา ๆ
“ไม่จริง! ฮอร์นไม่มีทางทำแบบนั้นแน่” ไวโอลินพูดพลางหันมาหาแฟนหนุ่มของเธอเพื่อขอคำตอบจากปากของเขา แต่ฮอร์นกลับยังคงนิ่ง
“มันไม่จริงใช่ไหมฮอร์น ไม่ใช่อย่างที่คนพวกนี้พูดใช่ไหม” ไวโอลินจับมือของเขาขึ้นมาเขย่าเพื่อขอคำตอบแล้วถามออกไปตรง ๆ
“มันไม่จริงใช่ไหมฮอร์น ตอบฉันสิ!” เธอถามเสียงพร่า
“อือ...อย่างที่ได้ยินนั่นแหละ” ฮอร์นเพยิดหน้าขึ้นแล้วตอบกลับมาห้วน ๆ ไวโอลินแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ไม่รู้จริง ๆ ว่าเื่บ้า ๆ แบบนี้มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง ทุกอย่างมันประดังขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ หูอื้อ ตาพร่ามัวอย่างบอกไม่ถูก
สาบานได้ว่าั้แ่เกิดมา เธอไม่เคยเจอเื่ราวที่มันเลวร้ายขนาดนี้มาก่อน นอกจากตอนที่สูญเสียพี่ชายไป ทำไมคนที่ไว้ใจมากที่สุดอย่างฮอร์น ถึงหักหลังเธอได้ลงคอ ทั้ง ๆ ที่เขาสัญญาแล้วว่าจะดูแลเธอ เขาทำมันได้ยังไง ไวโอลินได้แต่คิดทบทวนจนหัวแทบะเิออกมาเป็เสี่ยง ๆ แต่ก็คิดไม่ออก
ไม่รู้ว่าหัวสมองของเธอมันแล่นออกไปไกลขนาดไหน ไวโอลินรู้แค่เพียงว่าตอนนี้ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลรินอาบพวงแก้มทั้งสองข้างด้วยเศร้าความเสียใจเกินกว่าจะกล้ำกลืนฝืนทนมันไว้ได้อีก เธอเ็ปเหลือเกิน เพราะพวกเขาไม่หลงเหลือศักดิ์ศรีอะไรไว้ให้เธอเลย
“ทำไมล่ะฮอร์น ทำไม! ทำไมมันถึงเป็แบบนี้” ไวโอลินล้มตัวคุกเข่าลงไปที่พื้น ก่อนที่สายฝนพรำจะโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าที่มืดครึ้ม
“นายควรจะกลับไปได้แล้วนะ ที่นี่ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพวกเราจัดการกันเอง หมดเวลาของนายแล้ว” ฟานหันไปบอกกับฮอร์นที่ยืนอยู่บริเวณนั้น สายตาของเขาดูว่างเปล่าเกินกว่าที่จะคาดเดาได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ฮอร์นได้แต่นิ่ง ก่อนที่เขาจะกลับไปที่รถ
ไวโอลินไม่สามารถที่จะทำอะไรได้อีก เธอทำได้แค่เพียงมองตามไฟท้ายของรถสปอร์ตคันสีดำลาลับไป ส่วนฟาน ไฮน์ และสตีฟหันไปเห็นร่างสูงที่เดินกางร่มมาด้วยจึงถอยห่างออกไป แล้วปล่อยให้เ้าตัวได้เคลียร์เื่นี้ให้มันจบด้วยตัวของเขาเอง
“เสียใจด้วยนะ ที่หมอนั่นมันทิ้งเธอไปแล้ว” พันเจียเดินมาหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าพร้อมกับใช้ร่มบังสายฝนที่กำลังเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย เสมือนว่ามันกำลังร่ำร้องและเ็ปเสียใจไปพร้อมกับเธอด้วย
ใบหน้าหล่อเหลาแสยะยิ้มอย่างร้ายกาจที่สามารถแยกเธอออกมาจากศัตรูของตัวเองได้ เขาก้มหน้าลงมองดูคนตัวเล็กที่ทรุดตัวลงอยู่บนพื้นอย่างหมดสภาพราวกับลูกหมาตกน้ำ
“กลับเถอะ! เดี๋ยวฉันไปส่ง” พันเจียพูดกับเธอ แต่ไวโอลินยังคงนั่งนิ่ง ร่างสูงโน้มตัวลงมาหาแล้วดึงเธอให้ลุกขึ้น แต่ดูท่าทางไวโอลินจะยืนไม่ไหว แม้เธอจะพยายามแข็งขืนต่อแรงฉุดรั้งของเขา แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดมันกลับหายมลายสิ้น เมื่อรู้ว่าฮอร์นได้ทิ้งเธอไปแล้ว ทำให้เธอไม่สามารถปฏิเสธเรี่ยวแรงของอีกฝ่ายได้อีก
“นี่! ฉันบอกให้เธอลุกขึ้น” พันเจียพูดด้วยน้ำเสียงดุดันพร้อมทั้งฉุดเธอให้ลุกขึ้นจากพื้นจนร่างบอบบางของเธอเซถลามากระแทกเข้ากับแผงอกแกร่งของเขาอย่างจัง แต่ไวโอลินกลับไม่รู้สึกรู้สาใดใดเลยแม้แต่น้อยนิด เพราะความรู้สึกของเธอมันตายด้านไปหมดแล้ว