พิลาไลยวัย 37 ปีที่อยู่ในร่างของพิลาไลยวัย 18 ปี ยืนคิดในห้องน้ำอยู่นานสองนานก่อนจะเริ่มอาบน้ำ เธออาบน้ำไปมองภายในห้องน้ำไป เธอคิดว่านี่เธอกลับมาเป็เด็กคนนี้ ที่มีบ้านในชนบทเหรอ หลังจากที่เธอคิดอยู่นานเธอก็รีบอาบน้ำและออกไปหายายของเธอที่กำลังนั่งรอเธออยู่ในห้องรับแขก
“เสร็จแล้วจ้ะยาย รอหนูนานไหมค่ะ” พิลาไลยเอ่ยถามยายของเธอ
“ทำไมวันนี้พูดเพราะจัง ปกติเวลาพูดกับยายนะแทบจะกินหัวยายเลย” พิกุลเอ่ยถามหลานสาวด้วยความสงสัย
พิลาไลยในร่างของเด็กวัย 18 ปี ใกับคำถามที่ยายเอ่ยถามก่อนจะตอบไปในแบบของเธอ “ต่อไปนี้หนูจะพูดเพราะๆกับยายจ๋า แล้วก็จะทำตัวใหม่ ให้สมกับที่ยายเลี้ยงหนูมาไง ดีมั้ย”
“จริงหรือเปล่า พูดแบบนี้อยากได้อะไร ไหนบอกยายมาตรงๆ” พิกุลเอ่ยถามหลานสาว พร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ยายจ๋าไม่เชื่อหนูหรอ หนูไม่ได้อยากได้อะไรเลย แค่อยากเป็เด็กดีของยายจ๋าเฉยๆ” พิลาไลยเอ่ยบอกกับยายก่อนที่จะเดินเข้าไปกอด
พิลาไลยไม่รู้ว่าร่างที่เธอเข้ามาอยู่มีนิสัยแบบไหน และการใช้ชีวิตของเธอจะเป็แบบไหนเช่นกัน เธอจึงคิดอีกครั้งว่าในเมื่อเธอได้มาอยู่ในร่างของหญิงสาวคนนี้แล้ว เธอก็จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง อีกอย่างกลับมาในร่างนี้เธอยังมียายที่คอยเลี้ยงเธอเหมือนกับพิลาไลยในวัย 37 ปี ที่เมื่อครั้งก่อนที่มียายเลี้ยงมาแบบเดียวกัน
“เลิกกอดได้แล้ว ไปดูสวนผักกัน” พิกุลเอ่ยบอกกับหลานสาวก่อนที่จะเดินมาล็อกประตูบ้าน และพาพิลาไลยเดินไปที่สวนผักทันที
…
พิลาไลยมองดูท้องฟ้า เธอเห็นว่าตอนนี้น่าจะยังไม่ถึง 7 โมงเช้าแน่ๆ ก่อนที่พิลาไลยจะเอ่ยถามยายของเธอด้วยความสงสัย ว่าจะพาเธอไปทำอะไรกันแน่
“ยายจ๋า? ตอนนี้กี่โมงแล้วหรอจ๊ะ” พิลาไลยเอ่ยถามยาย
“พิลาไม่ได้เอาโทรศัพท์มาหรอลูก ถึงได้มาถามยาย” พิกุลเอ่ยถามหลานสาวก่อนที่จะเอ่ยบอกเวลา “ ตอนนี้ 7 โมงเช้าแล้วลูก”
“ลืมหยิบมาจ๊ะ แล้วทำไมยายจ๋าถึงพาหนูเดินมาที่สวนแต่เช้าล่ะจ๊ะ?” พิลาไลยเอ่ยถามยายด้วยความสงสัย พร้อมกับคิ้วทั้งสองข้างของเธอกำลังขมวดเข้าหากัน
“ยายจะพาพิลาไปรดน้ำผัก แล้วก็เก็บผักเอาไปขายที่ตลาดตอนเย็นไงลูก ลืมหน้าที่ตัวเองแล้วหรอ” พิกุลบอกกับหลานพร้อมกับเอ่ยถามหลานสาวในประโยคนั้น
“สงสัยหนูจะความจำเสื่อมแน่ๆเลยจ้ะ ยายจ๋าดูสิ! หนูลืมไปหมดเลย” พิลาไลยเอ่ยบอกกับยายด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ก่อนที่จะบอกอีกครั้งว่า “สงสัยต่อไปนี้จะต้องคอยให้ยายเตือนความจำบ่อยๆแล้ว”
“เรานี่มันน่าตีจริงๆเลย ชอบพูดหยอกยายไปเรื่อย ” พิกุลบอกกับหลานสาวพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ
พิลาไลยยิ้มกลับไปให้ยายของเธอ ก่อนที่จะเริ่มสงสัย เพราะตอนเธอตื่นนอนขึ้นมา เธอกลับไม่เจอพ่อและแม่ของตัวเองในบ้านหลังนั้นเลย ก่อนที่จะเอ่ยถามยายอีกครั้ง
“เอ่อ.. ยายจ๋า! พ่อกับแม่ของหนูไปไหนหรอจ๊ะ” พิลาไลยเอ่ยถามยาย ใบหน้าของพิลาไลยเต็มไปด้วยความสงสัย
พิกุลหันมามองหน้าหลานสาวที่เอ่ยถามคำถามนี้ เพราะั้แ่ที่หลานสาวของเธอมาอยู่กับเธอตอนอายุได้ 6 ขวบ เธอก็ไม่เคยพูดถึงพ่อกับแม่ของหลานสาวอีกเลย จนวันนี้พิกุลกลับได้ยินคำถามที่เกี่ยวกับพ่อแม่ของหลานสาวจากปากของหลานสาวเธอเอง
“ยายเคยเล่าให้พิลาฟังแล้วไม่ใช่หรอ? ทำไมหลานถึงถามอีกล่ะ” พิกุลเอ่ยถามหลานสาว
“ก็ตอนนั้นหนูยังเด็กไงจ๊ะยาย ตอนนี้หนูโตแล้ว ยายช่วยเล่าให้หนูฟังหน่อยนะ นะๆยายจ๋า” พิลาไลยเอ่ยบอกยายด้วยสีหน้าที่อ้อนวอนขอให้ยายของเธอเล่าเื่พ่อกับแม่ให้เธอฟังอีกครั้ง
พิกุลยายของพิลาไลยมองดูหลานสาวที่กำลังตั้งใจจะฟังเธอเล่าเื่ของพ่อกับแม่ พิกุลก็อดเป็ห่วงความรู้สึกของหลานสาวตัวเองไม่ได้ ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น “ถ้ายายเล่าให้ฟัง พิลาสัญญานะว่าจะไม่คิดมาก?”
“มีอะไรที่หนูต้องคิดมากล่ะยายจ๋า สัญญาจ๊ะว่าจะไม่คิดมากแน่นอน” พิลาไลยเอ่ยบอกกับยายพร้อมกับชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว เพื่อยืนยันสัญญาว่าเธอจะไม่คิดมากถ้ายายของเธอเล่าเื่ของพ่อกับแม่ให้เธอฟัง