พิลาไลย เกิดใหม่ขอสร้างตัวในปี 2539

    ตอนที่ 9 ยายจ๋า! พ่อกับแม่ของหนูไปไหนหรอจ๊ะ

            พิลาไลยวัย 37 ปีที่อยู่ในร่างของพิลาไลยวัย 18 ปี ยืนคิดในห้องน้ำอยู่นานสองนานก่อนจะเริ่มอาบน้ำ เธออาบน้ำไปมองภายในห้องน้ำไป เธอคิดว่านี่เธอกลับมาเป็๲เด็กคนนี้ ที่มีบ้านในชนบทเหรอ หลังจากที่เธอคิดอยู่นานเธอก็รีบอาบน้ำและออกไปหายายของเธอที่กำลังนั่งรอเธออยู่ในห้องรับแขก

            “เสร็จแล้วจ้ะยาย รอหนูนานไหมค่ะ” พิลาไลยเอ่ยถามยายของเธอ

            “ทำไมวันนี้พูดเพราะจัง ปกติเวลาพูดกับยายนะแทบจะกินหัวยายเลย” พิกุลเอ่ยถามหลานสาวด้วยความสงสัย

            พิลาไลยในร่างของเด็กวัย 18 ปี ๻๷ใ๯กับคำถามที่ยายเอ่ยถามก่อนจะตอบไปในแบบของเธอ “ต่อไปนี้หนูจะพูดเพราะๆกับยายจ๋า แล้วก็จะทำตัวใหม่ ให้สมกับที่ยายเลี้ยงหนูมาไง ดีมั้ย” 

            “จริงหรือเปล่า พูดแบบนี้อยากได้อะไร ไหนบอกยายมาตรงๆ” พิกุลเอ่ยถามหลานสาว พร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

            “ยายจ๋าไม่เชื่อหนูหรอ หนูไม่ได้อยากได้อะไรเลย แค่อยากเป็๞เด็กดีของยายจ๋าเฉยๆ” พิลาไลยเอ่ยบอกกับยายก่อนที่จะเดินเข้าไปกอด 

            พิลาไลยไม่รู้ว่าร่างที่เธอเข้ามาอยู่มีนิสัยแบบไหน และการใช้ชีวิตของเธอจะเป็๲แบบไหนเช่นกัน เธอจึงคิดอีกครั้งว่าในเมื่อเธอได้มาอยู่ในร่างของหญิงสาวคนนี้แล้ว เธอก็จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง อีกอย่างกลับมาในร่างนี้เธอยังมียายที่คอยเลี้ยงเธอเหมือนกับพิลาไลยในวัย 37 ปี ที่เมื่อครั้งก่อนที่มียายเลี้ยงมาแบบเดียวกัน

            “เลิกกอดได้แล้ว ไปดูสวนผักกัน” พิกุลเอ่ยบอกกับหลานสาวก่อนที่จะเดินมาล็อกประตูบ้าน และพาพิลาไลยเดินไปที่สวนผักทันที

            …

            พิลาไลยมองดูท้องฟ้า เธอเห็นว่าตอนนี้น่าจะยังไม่ถึง 7 โมงเช้าแน่ๆ ก่อนที่พิลาไลยจะเอ่ยถามยายของเธอด้วยความสงสัย ว่าจะพาเธอไปทำอะไรกันแน่

            “ยายจ๋า? ตอนนี้กี่โมงแล้วหรอจ๊ะ” พิลาไลยเอ่ยถามยาย

            “พิลาไม่ได้เอาโทรศัพท์มาหรอลูก ถึงได้มาถามยาย” พิกุลเอ่ยถามหลานสาวก่อนที่จะเอ่ยบอกเวลา “ ตอนนี้ 7 โมงเช้าแล้วลูก”

             “ลืมหยิบมาจ๊ะ แล้วทำไมยายจ๋าถึงพาหนูเดินมาที่สวนแต่เช้าล่ะจ๊ะ?” พิลาไลยเอ่ยถามยายด้วยความสงสัย พร้อมกับคิ้วทั้งสองข้างของเธอกำลังขมวดเข้าหากัน

            “ยายจะพาพิลาไปรดน้ำผัก แล้วก็เก็บผักเอาไปขายที่ตลาดตอนเย็นไงลูก ลืมหน้าที่ตัวเองแล้วหรอ” พิกุลบอกกับหลานพร้อมกับเอ่ยถามหลานสาวในประโยคนั้น

            “สงสัยหนูจะความจำเสื่อมแน่ๆเลยจ้ะ ยายจ๋าดูสิ! หนูลืมไปหมดเลย” พิลาไลยเอ่ยบอกกับยายด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ก่อนที่จะบอกอีกครั้งว่า “สงสัยต่อไปนี้จะต้องคอยให้ยายเตือนความจำบ่อยๆแล้ว”

            “เรานี่มันน่าตีจริงๆเลย ชอบพูดหยอกยายไปเรื่อย ” พิกุลบอกกับหลานสาวพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ

            พิลาไลยยิ้มกลับไปให้ยายของเธอ ก่อนที่จะเริ่มสงสัย เพราะตอนเธอตื่นนอนขึ้นมา เธอกลับไม่เจอพ่อและแม่ของตัวเองในบ้านหลังนั้นเลย ก่อนที่จะเอ่ยถามยายอีกครั้ง

            “เอ่อ.. ยายจ๋า! พ่อกับแม่ของหนูไปไหนหรอจ๊ะ” พิลาไลยเอ่ยถามยาย ใบหน้าของพิลาไลยเต็มไปด้วยความสงสัย

            พิกุลหันมามองหน้าหลานสาวที่เอ่ยถามคำถามนี้ เพราะ๻ั้๹แ๻่ที่หลานสาวของเธอมาอยู่กับเธอตอนอายุได้ 6 ขวบ เธอก็ไม่เคยพูดถึงพ่อกับแม่ของหลานสาวอีกเลย จนวันนี้พิกุลกลับได้ยินคำถามที่เกี่ยวกับพ่อแม่ของหลานสาวจากปากของหลานสาวเธอเอง

            “ยายเคยเล่าให้พิลาฟังแล้วไม่ใช่หรอ? ทำไมหลานถึงถามอีกล่ะ” พิกุลเอ่ยถามหลานสาว

            “ก็ตอนนั้นหนูยังเด็กไงจ๊ะยาย ตอนนี้หนูโตแล้ว ยายช่วยเล่าให้หนูฟังหน่อยนะ นะๆยายจ๋า” พิลาไลยเอ่ยบอกยายด้วยสีหน้าที่อ้อนวอนขอให้ยายของเธอเล่าเ๱ื่๵๹พ่อกับแม่ให้เธอฟังอีกครั้ง 

            พิกุลยายของพิลาไลยมองดูหลานสาวที่กำลังตั้งใจจะฟังเธอเล่าเ๹ื่๪๫ของพ่อกับแม่ พิกุลก็อดเป็๞ห่วงความรู้สึกของหลานสาวตัวเองไม่ได้ ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น “ถ้ายายเล่าให้ฟัง พิลาสัญญานะว่าจะไม่คิดมาก?”

            “มีอะไรที่หนูต้องคิดมากล่ะยายจ๋า สัญญาจ๊ะว่าจะไม่คิดมากแน่นอน” พิลาไลยเอ่ยบอกกับยายพร้อมกับชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว เพื่อยืนยันสัญญาว่าเธอจะไม่คิดมากถ้ายายของเธอเล่าเ๱ื่๵๹ของพ่อกับแม่ให้เธอฟัง