เกิดใหม่ในเรื่องแนวยูริ

    ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบห้า ผ้าโพกหัวนักสู้

    ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบห้า ผ้าโพกหัวนักสู้

    โอตะจ้องมองอาสึกะที่โวยวายอยู่สักพัก

    จนเธอเริ่มรู้ตัวกลับมาหน้าแดงอีกครั้ง

    “ทะทำไมนายต้องจ้องชั้นอย่างนั้นด้วย”

    โอตะจับปลายคางของเธอมาและจูบอีกครั้ง

    อื้อ อื้อ

    “เพราะหน้าอย่างนี้ทำให้ผมหลงรักน่ะสิ”

    อาสึกะที่โดนชมกันต่อหน้าก็ถึงกับหน้าแดงจนถึงใบหูอีกครั้ง

    เป็นนิสัยที่ต่างกับชาวสวนแม่ลูกสามที่จะคำนึงถึงรายได้ในกระเป๋าเงินของผู้ชายมากกว่าคำหวานๆที่มีให้กัน

    ซึ่งก็เป็นแนวคิดที่ดีในระบบบทุนนิยมแต่นี่คือแนวโชวเน็นหรือแนวเหนือธรรมชาติ

    ที่การมีพลังที่ชกภูเขาถล่มได้นั้นสำคัญกว่าการมีทะเบียนบ้านในปักกิ่ง

    “นี่นี่ชิสึกะจังหลงรักชั้นเหมือนกันใช่ไหม?”

    คานาเอะเข้ามาสะกิดด้านข้างของผม

    เธอรู้ว่าผมรู้สึกจักกะจี้ที่สุดตรงไหนเสมอ

    ผมจับคานาเอะที่สะกิดผมมาจูบไปอีกคนหนึ่ง

    จนโทโมโกะมองอย่างหน้าแดงต่อภาพของฮาเร็มเลิฟคอมมีดี้ที่เกิดขึ้นตรงหน้าของเธอที่ชอบฝันหวานในเรื่องราวแนวโมนแมนติก

    “ส่วนเธอน่ะเป็นแค่สิ่งของของผมที่ผมจะทำอย่างไรก็ได้เข้าใจใช่ไหม?”

    ผมกระชากโซ่ตรงคอของโทโมโกะเล็กน้อยโดยออกแรงให้ไม่ให้โซ่ขาดและไม่ให้เธอบาดเจ็บอะไร

    การเล่น BDSM ต้องรักษาความปลอดภัยของผู้เล่นด้วยนั่นคิอจิตสำนึกพื้นฐาน

    โทโมโกะหน้าแดงและผงกศีรษะรับคำ

    “ค่ะ นายท่าน”

    ผมปวดใจอย่างยิ่งที่ต้องทำอย่างนี้

    จิตวิญญาณของโซโลและเฮียกัซโผล่ขึ้นมาในหัวของผมบอกว่าผมไม่ใช่ซามูไรเลือดบูชิโดที่แท้จริง

    การกระทำของผมนั้นคือการกระทำฮารามผิดผีของลูกผู้ชายแนวโชวเน็น

    แต่ความสัมพันธ์คืออะไรล่ะ

    ถ้าไม่ใช่การประนีประนอม?

    ผมเอาผ้าคาดหัวมาคาดหัวให้กับอาสึกะ

    “และนี่ผู้หญิงของผมก็สวยงามได้ขึ้นๆไปอีกใช่ไหมล่ะ”

    ผมกอดอาสึกะในขณะที่โพกผ้าโพกหัวนักสู้ให้เธอไปด้วย

    เธอที่มีพลังใจในการต่อสู้สูงอยู่แล้วจะได้มีพลังต่อสู้สูงขึ้นไปอีก

    นี่คือเรื่องตลกในเกมส์อย่างหนึ่งเช่นกัน

    อาจจะเพราะทางบริษัทไม่ต้องการให้ความแตกต่างมากเกินไปและยุติธรรม(เหรอ?)ในแบบแปลกๆ

    ชุดแต่งกายที่สวยงามนั้นใช้เงินซื้อได้ราคาแพงกว่า แต่ไม่ได้มีพลังต่อสู้อะไรเท่าไรนัก

    แต่แน่นอน ทุกคนยอมซื้อชุดว่ายน้ำ dlc ที่มีเพิ่มเข้ามา แม้ต้องจ่ายราคาแพงกว่าและไม่ได้มีผลในการต่อสู้ใดใดเพราะชอบที่จะเห็นไวฟุของตนเองในชุดว่ายน้ำนั่นเอง

    หรือจะกล่าวอีกอย่างว่าตอนหลังๆเกมส์เริ่มกลายเป็นการให้สาวๆไวฟุทำกิจกรรมต่างๆอย่างว่ายน้ำชายทะเลเสียมากกว่าการต่อสู้เพื่อปกป้องโลก

    ว่ากว่าจะเคลียร์เส้นเรื่องหลักได้หนึ่งอีเวนท์อาจจะต้องเคลียร์การไปชายทะเลและอื่นๆมากกว่าสามอีเวนท์

    ซึ่งหากดูจากรายได้แล้ว ก็แสดงว่าบริษัทเกมส์คิดถูกนั่นล่ะ

    ทุนนิยมนี่มันเลวจริงๆ

    ผมรู้สกึเช่นนั้นเช่นกันที่ใช้ผ้าคาดศีรษะให้กับอาสึกะ

    ที่เธอยังเอนกายพิงตัวกับผมอยู่