ฉินลู่เดินออกจากโรงพยาบาลอันดับสองของเมืองจิงเฉิงมา แต่ไม่ได้กลับไปที่มหาวิทยาลัยแต่อย่างใดเขาแวะเข้าไปซื้อยาสมุนไพรจีนราคาแพงจำนวนหนึ่งที่ร้านขายยาใกล้ๆ โรงพยาบาล
ด้วยสภาพร่างกายของฉินลู่ตอนนี้ ทำให้เขาต้องดื่มซุปยาจีนทุกวันแบบนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มสมรรถภาพของร่างกายเท่านั้น แถมยังช่วยเร่งการฝึกเคล็ดวิชารังสรรค์ชีวิตให้พัฒนาเร็วขึ้นด้วย
ตอนนี้ฉินลู่มีเงินติดตัวอยู่ประมาณหลายแสนหยวนพอหักลบจำนวนที่ต้องแบ่งไปบริจาคแล้ว ก็จะเหลือเงินอีกหลายหมื่นหยวนซึ่งน่าจะพอต่อค่าใช้จ่ายในการซื้อยาสมุนไพรจีนสำหรับหนึ่งเดือนแล้ว
ผ่านไป 30 นาทีฉินลู่ถือยาสมุนไพรจีนห่อเล็กใหญ่เดินออกจากร้านยามา เขาเรียกแท็กซี่และขึ้นรถไป
“โชเฟอร์ ช่วยไปส่งผมที่หน้ามหาวิทยาลัยหวาชิงด้วยครับ”
โชเฟอร์เหยียบคันเร่ง ขับตรงไปยังมหาวิทยาลัยหวาชิงทันที
พอกลับมาถึงมหาวิทยาลัยฉินลู่เก็บห่อสมุนไพรทั้งหมดใส่ในลิ้นชักใต้โต๊ะทำงานจากนั้นก็เริ่มทำหน้าที่ของตัวเองต่อ
ในเดือนกันยาแบบนี้ มักมี่กลางวันที่สั้นเสมอ
ราวกับว่าเพียงชั่วพริบตาเดียว ก็เป็เวลาเลิกงานในตอนเย็นแล้ว
ฉินลู่หยิบห่อสมุนไพรจากลิ้นชักออกมา จากนั้นก็ล็อกประตูห้องพยาบาลเดินออกจากมหาวิทยาลัยมาเรียกรถเพื่อนั่งกลับบ้าน
“ฉันคงต้องซื้อรถไว้สักคันแล้วสินะ เรียกรถแบบนี้เรื่อยๆ ไม่สะดวกเอาซะเลย”
พอฉินลู่กลับมาถึงบ้าน ก็เป็เวลา 1 ทุ่มพอดี ซึ่งเวลา 1 ทุ่มในฤดูร้อนท้องฟ้ายังคงสว่างอยู่
หลังจากที่ฉินลู่ได้ทำอาหารง่ายๆ กินเรียบร้อยแล้วเขาก็ได้เริ่มต้มยาสมุนไพรในหม้อดินต่อเลย
ยาสมุนไพรที่ฉินลู่ซื้อมาคราวนี้ ล้วนเป็ยาคุณภาพที่มีฤทธิ์รุนแรงทั้งสรรพคุณของยาก็ดีกว่าและออกฤทธิ์ได้ไวกว่าด้วยซึ่งไม่เหมาะจะใช้เป็ยาดื่มอีกต่อไป ดังนั้นหลังจากทำการต้มยาสมุนไพรเรียบร้อยแล้ว เขาจึงนำไปเทใส่ในอ่างอาบน้ำทันทีผสมกับน้ำอุ่น ถอดเสื้อผ้าบนตัวออก และค่อยๆ นอนแช่ลงไปในนั้น
“ฮู้ว...”
ฉินลู่ถอนหายใจออกมาช้าๆรู้สึกเพียงว่าร่างกายของตัวเองถูกโอบล้อมเอาไว้ด้วยของเหลวอุณหภูมิสูงจนแอบรู้สึกแสบผิวเล็กน้อย
อันที่จริง อุณหภูมิของน้ำในอ่างก็ไม่ได้สูงมากแต่เป็เพราะยาต้มที่เทเข้าไปมีฤทธิ์ร้อนแรงทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าที่ิักำลังถูกเผาไหม้อยู่
ฉินลู่ค่อยๆ หลับตาลง ทำจิตใจให้สงบ พนมมือทั้งสองขึ้นแลบลิ้นออกเล็กน้อย และเริ่มทำการฝึกโคจรจุลจักรวาลด้วยเคล็ดวิชารังสรรค์ชีวิต
ทันใดนั้น ฉินลู่ก็รู้สึกได้ถึงพลังของยาจากในอ่างน้ำนี้ ที่กำลังค่อยๆซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาผ่านรูขุมขนนับล้านความแสบร้อนผสมกับความแสบคันที่สุดจะทนนี้ หากเป็คนปกติทั่วไปไม่มีทางรับมือไหวแน่
แต่ฉินลู่ทั้งแน่วแน่และตั้งมั่น เขากัดกรามแน่นเพื่อสู้กับความเ็ปและความแสบคันเช่นนี้ในขณะเดียวกันก็ทำการฝึกโคจรจุลจักรวาลด้วยเคล็ดวิชารังสรรค์ชีวิตอย่างไม่ลดละพร้อมกับควบคุมพลังชี่ในร่างกายที่เหลือเพียงน้อยนิดให้หมุนเวียนไปทั่วร่างกายผ่านเส้นเืรอบแล้วรอบเล่า...
เวลาล่วงเลยผ่านไป พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว
ฉินลู่ยืนหยัดฝึกโคจรจุลจักรวาล และหลังจากฝึกได้ทั้งหมด 9 รอบแล้วเขาก็หมดสิ้นเรี่ยวแรงที่จะสู้ทนความแสบร้อนต่อได้จึงลุกขึ้นมาและะโออกจากอ่างทันที
ฉินลู่ยื่นมือไปคว้าผ้าเช็ดตัวสะอาดมาซับตัวจนแห้ง ตัวของเขาแดงไปหมดราวกับกุ้งที่เพิ่งถูกลวกมา
“ฟินสุดๆ ไปเลย”
ฉินลู่พ่นไอพิษออกมา เทน้ำในอ่างทิ้งจากนั้นก็ลากสังขารอันไร้เรี่ยวแรงไปที่ห้องนอนของตัวเอง เขาหยิบมือถือขึ้นมาดูก็พบว่าตอนนี้เป็เวลาตี 1 กว่าแล้ว
ฉินลู่หาวออกมาหนึ่งที จากนั้นก็ไปหยิบหินหยกที่อยู่บนโต๊ะหนังสือในห้องนอนมันคือหินหยกที่ซุนอิงให้มานั่นเอง ฉินลู่กลับไปนอนที่เตียงแล้วโยนหินหยกเข้าปากพร้อมกับการฝึกโคจรจุลจักรวาลด้วยเคล็ดวิชารังสรรค์ชีวิต แล้วค่อยๆ นอนหลับไป
เช้าวันต่อมา
หลังจากตื่นนอน ฉินลู่ที่ยังอยู่ในชุดนอนรำไทเก๊กไปหนึ่งเซตเพื่อเป็การขยับร่างกายและข้อต่อ
ฉินลู่พยักหน้าอย่างพอใจ ดื่มด่ำกับความสำเร็จที่พัฒนาสมรรถภาพของร่างกายไปได้อีกขั้นฉินลู่ลองคำนวณดูเล่นๆ ว่า ด้วยความเร็วในการเพิ่มสมรรถภาพของตัวเองแบบนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ปีก็น่าจะแข็งแรงเท่ากับคนปกติทั่วไปได้แล้ว
วันนี้เป็วันเสาร์ฉินลู่ที่เป็หมอห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยจึงไม่ต้องไปทำงาน
“กริ๊งๆๆ”
เสียงเรียกเข้ามือถือดังขึ้นในขณะที่ฉินลู่อยู่ในห้องนอนและเพิ่งจะเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อเตรียมเล่นเกมฆ่าเวลา
เขาคว้ามือถือขึ้นมาดู ชื่อที่แสดงอยู่บนหน้าจอคือเฉียนเชี่ยน
ฉินลู่กดรับสาย และถามด้วยน้ำเสียงสงสัยว่า “ฮัลโหล อาจารย์เฉียนเหรอเรานัดกันวันอาทิตย์นี่นา ทำไมโทร.มาก่อนเวลาตั้งหนึ่งวันล่ะ”
“สถานการณ์เปลี่ยนแปลงนิดหน่อยน่ะ หมอฉิน ตอนนี้ฉันกำลังแย่มาก!” เสียงจากปลายสายเป็เสียงร้อนรนใจของเฉียนเชี่ยน“ฉันไม่รู้เื่เลยว่า แม่แอบหาคู่เดทให้ฉันอีกคนแล้วพรุ่งนี้เขาก็จะมาที่บ้านของฉันด้วย”
“แล้วเอายังไงดีล่ะ” ฉินลู่ขมวดคิ้วถาม “พรุ่งนี้ฉันยังต้องไปอยู่ไหม”
“ต้องมาสิ!พรุ่งนี้เขาจะมาที่บ้านฉัน นายเองก็ต้องมาด้วย!แผนของฉันก็คือ พอพรุ่งนี้นายมาบ้านฉันใช่ไหมเราสองคนก็แกล้งทำเป็หวานกันให้มดขึ้นไปเลยผู้ชายคนนั้นจะได้เห็นว่าตัวเองหมดหวังและกลับบ้านไปพ่อกับแม่ของฉันก็จะได้รู้ด้วยว่า ฉันมีแฟนแล้ว แบบนี้ก็น่าจะโอเคแล้วนะ”
ฉินลู่หัวเราะแห้ง แต่ก็พยักหน้าและพูดว่า “ไม่มีปัญหาเอาตามที่เธอบอกเลย ในเมื่อฉันรับปากว่าจะช่วยเธอแล้ว ยังไงก็จะไม่คืนคำเด็ดขาด”
“ดีเลย ขอบใจนายจริงๆ นะ หมอฉิน ฉันติดหนี้บุญคุณนายแล้ว”เฉียนเชี่ยนพูดอย่างซาบซึ้งน้ำใจ
“เกรงใจเกินไปแล้ว ก็เราเป็เพื่อนร่วมงานกันนี่นา”
“แล้วนายว่างหรือเปล่า วันนี้ก็น่าจะเป็วันหยุดของนายด้วยใช่ไหม”
ฉินลู่พยักหน้าและตอบว่า “ใช่ วันนี้เป็วันหยุดของฉันมีอะไรหรือเปล่า”
“คือแบบนี้นะ ตอนที่ฉันไปพูดแนะนำนายให้แม่รู้จักฉันบอกไปว่านายเป็ผู้บริหารระดับกลางของบริษัทแห่งหนึ่งแม่ของฉันค่อนข้างคาดหวังเอาไว้มาก ถ้าฉันบอกว่านายเป็พนักงานทั่วไปคนนึงแม่จะต้องไม่พอใจแน่” เฉียนเชี่ยนพูดต่ออีกว่า “อันที่จริง ฉันเองก็ไม่อยากให้มันเป็แบบนั้นแต่ว่าแม่ของฉันคนนี้ อยากให้ลูกสาวสบายมากๆ ทุกคนที่แม่จัดหามาให้ส่วนใหญ่ก็จะเป็เ้านายบ้าง หรือพวก CEO อะไรพวกนี้บ้าง ฉันเองก็จนหนทาง เลยต้องหลอกไปว่านายเป็ผู้บริหารระดับกลาง”
“เพราะแบบนั้น วันนี้เธอเลยจะนัดฉันออกไปเพื่อเปลี่ยนลุคใช่ไหม”ฉินลู่เดาออกว่าเฉียนเชี่ยนกำลังคิดอะไรอยู่ จึงพูดอย่างยิ้มๆ
“แหะๆๆ” เฉียนเชี่ยนหัวเราะกลบเกลื่อน จากนั้นก็พูดขึ้นมาอย่างเขินๆว่า “เพราะฉะนั้น ฉันเลยอยากถามนายว่า วันนี้มีเวลาไหมเราออกไปเดินหาซื้อเสื้อผ้าที่ใส่แล้วดูเหมือนผู้บริหารระดับกลางกันพอไปเจอพ่อกับแม่ของฉัน พวกท่านจะได้ไม่จับได้ไงว่าเราแสดงอยู่เื่เงินฉันจะจัดการเอง ส่วนเสื้อผ้านายก็เก็บไว้เลย คิดซะว่าเป็การตอบแทนที่นายช่วยฉันครั้งนี้โอเคไหม”
“ฉันว่ายืมเอาก็ได้มั้ง เอามาใส่แล้วค่อยคืนกลับไป”
“ไม่ได้ๆ!ฉันจะดูขี้เหนียวเกินไป เอาตามที่ฉันบอกดีกว่า”
ฉินลู่มองดูคอมพิวเตอร์ของตัวเอง และถอนหายใจออกมา “ก็ได้แล้วเราจะไปกันตอนกี่โมงล่ะ”
“ตอนนี้นายออกมาเลยได้ไหม เราไปเจอกันที่ตลาดสินค้าเมืองจิงเฉิงฉันจะรอนายในลานประชาชนที่อยู่ตรงข้ามกับตลาด ถ้านายไม่มาฉันก็จะไม่กลับ”
“โอเค เดี๋ยวเจอกัน”
“เจอกัน!”
หลังกดวางสายแล้ว ฉินลู่ก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เปิดประตูห้องและเดินออกไป