บทที่14
แผนการตกปลาใหญ่
พื้นท้องนภาถูกแต่งแต้มด้วยน้ำหมึกสีดำยามนี้เป็ราตรีที่มืดมิด สายลมพัดพัดผ่านการตายาย
ยามวิกาลที่มืดมิดภายในบ้านหลังเล็กๆที่ตั้งอยู่ใจกลางป่ามีแสงไฟสว่างไสวจากกองเพลิงจางหยางนั่งอยู่บริเวณด้านหน้ากองเพลิงพร้อมกับหย่งคัง
ทั้งสองนั่งอยู่บริเวณตรงข้ามคันพร้อมกับแสดงใบหน้าจริงจังแล้วกำลังสนทนาเื่ที่สามทำต่อจากนี้
“ จะบอกว่าแผนการของเ้าต่อจากนี้มันคือการที่จะทำการค้าขายกับตระกูลใหญ่ยังงั้นรึไหนบอกเลยว่าตัวของเ้าจะไม่ทำการค้าขายโดยที่เอนเอียงไปทางตระกูลใหญ่หรือของขุนนาง”
“ เ้าเคยบอกข้าเอาไว้ว่าเ้าจะทำการค้าขายโดยที่มุ่งเน้นกับความเท่าเทียมเหตุใดตอนนี้ถึงกลับคำ ”
หย่งคังเต็มไปด้วยความสงสัยเกี่ยวกับจิตใจและความคิดของจางหยวน
ก่อนหน้านี้บุรุษผู้นี้กล่าวกับเขาว่าจะมุ่งเน้นการค้าขายโดยเน้นความเท่าเทียมซึ่งเขารู้สึกเห็นด้วยเป็อย่างมาก
เหตุใดตอนนี้จึงกลับคำแล้วบอกว่าจะทำการค้าขายกับพวกตระกูลใหญ่
ภายในใจนั้นเต็มไปด้วยความสงสัยจริงๆ
หย่งคังเริ่มแสดงใบหน้าไม่พอใจ
“ ใจเย็นก่อนข้ายังพูดไม่หมดเลยจริงอยู่ว่าที่ตัวของข้าพูดหมายความว่าจะทำการค้าขายกับตระกูลใหญ่แต่เพียงแค่ข้านั้นจะตกปลาใหญ่เท่านั้น ”จางหยวนกล่าวห้ามออกมาเมื่อเห็นท่าทางของหย่งคังเริ่มแสดงท่าทางไม่พึงพอใจ
“ ที่เ้าพูดหมายความว่าอย่างไรความหมายของเ้าก็ไม่ได้แตกต่างจากการที่ฉันยืนผลประโยชน์ให้กับตระกูลใหญ่พวกนั้นโดยที่มุ่งเน้นกับการทำกำไรไม่เห็นแก่ความเท่าเทียมในการค้าขาย”
เห็นเช่นนี้อยู่หย่งคังเองก็เป็คนที่มีคุณธรรมอยู่ไม่น้อย
มองถึงการค้าขายในรูปแบบปัจจุบันปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการค้าขายส่วนใหญ่มันถูกผูกขาดเอาไว้กับพวกขุนนางและตระกูลใหญ่
ซึ่งมันทำให้ความเท่าเทียมในการค้าขายหายไปในทันที
ในตอนนี้เมื่อทำการค้าขายผักิญญาเหล่านี้ภายในใจของมันก็อยากจะค้าขายให้กับคนธรรมดาบ้าง
“ เมื่อกลางวันขายของเจอกับพ่อบ้านตระกูลโม่ มันสนใจในผักิญญาเป็อย่างมากสิ้นท่ายังกล่าวถึงหมายความว่า้าให้มันสนใจพวกเรามากขึ้น” จางหยวนเริ่มอธิบาย
“ หมายความว่าอย่างไร? ข้าไม่เข้าใจกลับคำพูดของเ้า ”หย่งคังไม่เข้าใจ
“ เฮ้อ~ ” จางหยวนถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
ก่อนที่เขาจะเริ่มสั่นใบหน้าไปมาแล้วก็พูดขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่ออธิบายเกี่ยวกับจุดประสงค์“ สิ่งที่ข้าอยากจะสื่อก็คือถ้าพวกเราเป็เป้าสายตาแล้วก็เป็ที่สนใจแก่ตระกูลใหญ่มันจะเป็การดี ”
“ การค้าขายหน้าตาแล้วก็เส้นสายเป็สิ่งสำคัญข้าคิดอยากจะผูกมิตรเอาไว้กับพวกมันอาจเป็เพราะว่ามันเป็ตระกูลใหญ่ภายในเมืองแห่งนี้ในวันข้างหน้าอาจจะทำการค้าขายกันบางอย่าง”
“ แต่ก็ไม่ใช่ว่าข้าจะนำผลประโยชน์ในการค้าขายเหล่านี้ไปให้กับพวกมันเว้นวรรคท่านยังไม่จำเป็จะต้องกังวลข้ายังคงจำความตั้งใจของตนเองตอนแรกเอาไว้ได้เป็อย่างดี”
“ ความตั้งใจที่ว่าจะทำการค้าขายอย่างเท่าเทียม เพียงแต่ตอนนี้สิ่งที่พวกเรา้านั่นก็คือชื่อเสียงและก็ความมั่นใจรวมไปถึงภาพลักษณะที่ดี”
“ อย่างไรเสียข้าเองก็ไม่ได้คิดจะหยุดเติบโตเพียงแค่นี้อย่างแน่นอนเพียงแค่ธุรกิจการค้าขายผักิญญาจะทำให้พวกเราร่ำรวยได้อย่างไร ”
“ เพราะแบบนั้นในวันข้างหน้าพวกเราจำเป็จะ้าภาพลักษณ์ที่สามารถยืนยันได้เว้นวรรคการผูกมิตรกับมันเอาไว้ก็ถือว่าเป็การดี”
จางหยวนมองถึงภาพรวมในวันข้างหน้า
อย่างไรเสียการเจริญเติบโตในด้านธุรกิจของเขาก็ไม่คิดจะหยุดลงเพียงแค่นี้
เพราะแบบนั้นคิดจะผูกมิดหรือว่าตีสนิทเอาไว้กับตระกูลใหญ่สักพักเพื่อในวันข้างหน้าพวกมันจะสามารถเป็ตัวการันตีภาพลักษณ์ได้
“ แล้วเ้าคิดจะทำอย่างไร? ”
“ ก็ไม่คิดจะทำอันใดทั้งสิ้นตอนนี้พ่อบ้านตระกูลโม่สนใจผักิญญาเราอีกไม่นานพวกมันต้องเข้ามาหาอย่างแน่นอนตอนนี้เพียงแค่อยากจะรู้เอาไว้เท่านั้นเกี่ยวกับข้อมูลของพวกมันฆ่ากำลังศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจมากมายภายในเมืองแห่งนี้”
“ วันนี้มีผู้คนมากมายที่มาซื้อผักิญญาคงจะพูดปากต่อปากแล้วก็กระจายข่าวไปทั่วทั้งเมือง”
“ ผักิญญารอบหน้าที่นำไปค้าขายจะมีคนเข้ามาซื้อมากขึ้นอีกหลายเท่า ”จางหยวนยิ้ม
“ ในวันพรุ่งนี้พวกเราจะขยายแปลงผักกัน ”จางหยวนวางแผนที่จะก้าวต่อไปอย่างรวดเร็ว
…
วันถัดมาเริ่มทำการขยายแปลงผักอย่างรวดเร็วบริเวณที่ดินส่วนนี้ไม่มีเ้าของเป็เพราะว่าอยู่บริเวณด้านนอกเมืองและสร้างลึกเข้ามาภายในป่า
มันเลยทำให้สามารถใช้พื้นที่บริเวณนี้ได้อย่างที่ตนเอง้าแปลงผักที่ปลูกอยู่เองก็สามารถขยับขยายได้เช่นเดียวกัน
แต่อย่างไรเสียที่ดินบริเวณแถบนี้ก็ไม่ดีเท่าภายในตัวเมืองหรือชานเมือง
จางหยวนเองก็คิดซื้อที่ดินสักผืนแต่มันก็มีราคาที่แพงเป็อย่างมากคงจำเป็จะต้องเก็บเงินและเอาไว้ก่อน
แปลงผักถูกขยับขยายจากหนึ่งแปลงเป็สองแปลงเทียบเท่ากับว่าในครั้งนี้ถ้ามีผักิญญาไปค้าขายจะเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า
แน่นอนว่ากำไรเองก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
เมื่อกำไรเพิ่มขึ้นต้นทุนเองก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันเว้นวรรคเพราะจำเป็จะต้องซื้อพวกปุ๋ยิญญาแล้วก็น้ำิญญาจากร้านค้าทั่วไป
แต่ถึงอย่างไรเมื่อลองหักต้นทุนดูแล้วมันก็ยังคงคุ้มเพราะว่าถ้าหากต้นทุนไปแล้วก็จะมองเห็นกำไรที่เหลืออยู่ประมาณแปดส่วนจากเงินทั้งหมดที่ได้มาจากการคะ
แน่นอนว่าการเติบโตของผักิญญาเหล่านี้ใช้เวลาถึงเจ็ดวัน
ใน่เวลาเจ็ดวันจางหยวนก็ทำการล่าสัตว์ภายในป่าเพื่อนำไปขาย
ร้านค้าลึกลับในตอนนี้สินค้าที่มันสุ่มออกมาเป็สินค้าที่ไม่ได้ซ้ำกันเลยแต่มองดูแล้วก็มีสินค้าหลากหลายอย่างมันมีทั้งสินค้าที่มีประโยชน์แล้วก็ไม่มีประโยชน์
สำหรับภายในสินค้าภายในร้านค้าลึกลับที่จางหยวนมองเห็นว่าเป็สินค้าที่มีประโยชน์เป็อย่างมากก็คงจะไม่พ้นยาฟื้นฟูความเหนื่อยล้า
ยาฟื้นฟูความเหนื่อยล้าเขาใช้งานอยู่หลายครั้งยามที่กินมันเข้าไปร่างกายที่เหนื่อยล้าหายไปสามารถลุกมาทำงานหนักได้ทันที
จางหยวนยืนอยู่บริเวณข้างข้างแปลงผักเพียงคนเดียวเพราะหย่งคังเดินทางออกไปล่าสัตว์ภายในป่า
กำลังยืนและใช้ดวงตามองดูตัวอักษรที่ปรากฏลอยขึ้นไปในอากาศ
[ ชื่อ จางหยวน อายุ 18 ปี เพศชาย ]
[ สิทธิ์ตำแหน่ง : ลูกค้าใหม่ ]
[จำนวนเงิน : 18 ตำลึง 0 อีแปะ]
[ กระเป๋ามิติ น้ำหนัก 10\3 กิโลกรัม ]
[ ร้านค้าทั่วไปขั้นต่ำ ]
[ ร้านค้าลึกลับขั้นต่ำ ]
[ ร้านค้าาขั้นต่ำ ]
ใช้ดวงตาที่จริงจังจ้องมองดูมันพร้อมกับพยักหน้าและพูดกับตนเอง“ เงินตอนนี้ก็เพิ่มขึ้นมาแต่สิ่งของภายในร้านค้าลึกลับไม่ได้มีอันใดที่น่าสนใจในตอนนี้เลย ”
“ จริงสิมันมีร้านค้าาอยู่นิ!!! ”จางหยวนแสดงใบหน้าตื่นตระหนกใเพราะว่าตัวเองเพิ่งคิดได้
เพิ่งคิดได้ว่ามันมีระบบร้านค้าอีกหนึ่งอย่างที่ตนเองยังไม่ได้ลองดูตลอดหลายวันที่ผ่านมาทำงานหนักกับสวนของตัวเองจนไม่ได้สังเกต
ยามนี้เริ่มมีเวลาว่างก็นึกถึงมันขึ้นมา
“ ใช้สิทธิ์ในการเข้าใช้ร้านค้าา ”
“ เรียนลูกค้าคำร้องในการเข้าใช้ร้านค้าา สำเร็จ ”เสียงปริศนาภายในหัวปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
พร้อมกับตัวอักษรมากมายและภาพที่ปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้า
[ ระบบ : เข้าใช้งานร้านค้าา ]
“ เรียนท่านลูกค้าร้านค้าาเป็ร้านค้าที่มีสินค้าที่ใช้ในการฝึกฝนถูกแบ่งแยกออกมาจากร้านค้าลึกลับและร้านค้าทั่วไป สิทธ์ในการรีเซ็ทของหรือว่าสินค้าที่กำลังค้าขายอยู่ภายในร้านค้าาหนึ่งเดือนจะรีเซ็ทหนึ่งครั้ง” เสียงแนะนำดังขึ้น
“ พวกนี้มัน… ”
จบบท