ฝนตกพรำเข้ามากระทบหน้าต่างบ้านไม้ในย่านชานเมือง ลมเย็นพัดเข้ามาพร้อมกลิ่นดินและความชื้น เซริอัส โมแรน วิ่งผ่านประตูบ้านเข้ามา เสื้อเชิ้ตสีขาวติดแนบกับร่างกายและเปียกโชก กางเกงยีนส์เปียกหนัก เขารีบถอดเสื้อแขวนบนที่ห้อยผ้าเพื่อให้แห้งช้า ๆ
เขาเดินไปห้องน้ำ ก๊อกน้ำเปิดเสียงดัง น้ำอุ่นไหลลงเต็มอ่าง เซริอัสค่อย ๆ อาบน้ำ ล้างความเหน็ดเหนื่อยและฝุ่นฝนออกจากร่าง ไม่รีบร้อน มือเขาััผิวที่เปียกชื้นขณะสบัดน้ำออกจากเส้นผม
เมื่อออกจากห้องน้ำ เขาใส่เสื้อยืดสีเทาและกางเกงผ้าฝ้ายแห้ง เสื้อผ้าเรียบง่าย เหมาะกับการทำงานและการเรียนของเขา หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้า เซริอัสเดินไปที่ห้องน้องสาว ประตูห้องยังคงปิดเงียบ เขาเปิดช้า ๆ และก้าวเข้าไป
ห้องน้องสาวไม่ใหญ่ แต่จัดเรียงเป็ระเบียบ โต๊ะเขียนหนังสือวางอยู่ใกล้หน้าต่าง มีหนังสือเล่มเล็กปกแข็งวางอยู่บนโต๊ะ ตัวอักษรบนปกแปลกตา ไม่เคยเห็นมาก่อน เซริอัสหยิบหนังสือขึ้นมา พลิกหน้ากระดาษทีละหน้า ขีดเขียนและจดบันทึกสัญลักษณ์อย่างละเอียด
เขาหยิบภาพถ่ายเก่าออกจากลิ้นชัก มือสั่นเมื่อเห็นรอยยิ้มของเอลิน่าในภาพ เธอยืนอยู่ข้างเขาในสวนสาธารณะ เสื้อผ้าเรียบง่ายและผมยาวปลิวตามสายลมในภาพ ความอบอุ่นและความไว้ใจที่ปรากฏในรอยยิ้มของเธอทำให้หัวใจของเขา ร้อนรน
เซริอัสตั้งสมาธิจดบันทึกตัวอักษรทีละตัว ขีดเส้นเชื่อมสัญลักษณ์ที่คล้ายกันทีละหน้า แม้จะไม่เข้าใจความหมาย เขารู้สึกว่าการทำงานนี้เชื่อมโยงเขาเข้ากับเอลิน่า
ฝนยังคงพรำ เสียงน้ำกระทบพื้นไม้ดังเป็จังหวะต่อเนื่อง เซริอัสลุกขึ้น ตรวจสอบเวลาบนโทรศัพท์ วางแผนสำหรับพรุ่งนี้ เขาต้องไป ห้องสมุดแห่งชาติ เพื่อค้นหาความหมายของตัวอักษรทั้งหมดและสืบหาเบาะแสของเอลิน่า
ก่อนเข้านอน เขาวางหนังสือและภาพถ่ายไว้ข้างเตียง ลมหายใจยังสั่นด้วยความร้อนรน ความคิดของเขาเต็มไปด้วยแรงกระตุ้นในการหาคำตอบ เซริอัสรู้ว่าพรุ่งนี้จะเริ่มต้นการค้นหาเบาะแสที่แท้จริง การสืบค้นครั้งนี้อาจนำไปสู่ร่องรอยที่เขาไม่เคยคาดคิด
เช้าวันต่อมา เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นท่ามกลางห้องที่ยังมืดสลัวเพราะม่านหนาปิดบังแสงอาทิตย์ไว้ เซริอัสลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก ร่างกายยังเหนื่อยล้าจากการวิ่งตากฝนเมื่อวาน แต่ความคิดถึงน้อง
สาวกลับบีบหัวใจให้เขาไม่มีโอกาสพักเต็มที่ เขาลุกจากเตียงทันที ดึงหนังสือปกแข็งกับภาพถ่ายที่วางข้างหมอนไปใส่กระเป๋า
เขามองภาพถ่ายอีกครั้งก่อนเก็บลงไปในซองพลาสติกกันน้ำ ภาพนั้นเป็เขากับเอลิน่ายืนคู่กันที่สวนสาธารณะ เธอสวมชุดเดรสลายดอกสีอ่อน ผมยาวสีน้ำตาลดำปลิวตามลม รอยยิ้มสดใสและสายตาที่เต็มไปด้วยความไว้วางใจทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้ง
“เอลิน่า…อยู่ที่ไหนกันนะ” เขาพึมพำเหมือนจะให้เสียงตอบกลับจากภาพ แต่ก็มีเพียงความเงียบ
เซริอัสแต่งตัวเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีซีด กางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบคู่เก่า ใส่กระเป๋าสะพายข้างแล้วรีบออกจากบ้าน บ้านหลังนั้นเงียบเหงาเหมือนปราศจากชีวิตชีวานับั้แ่เอลิน่าหายไป
ถนนย่านชานเมืองยังเปียกชื้นจากฝนเมื่อคืน ผู้คนเดินขวักไขว่ไปทำงาน รถประจำทางค่อย ๆ แล่นผ่าน เสียงเครื่องยนต์ดังผสมกับเสียงรองเท้ากระทบทางเท้า เขาก้าวเร็ว ๆ ไม่หยุดพัก
เป้าหมายของเขาคือ ห้องสมุดแห่งชาติ อาคารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางเมือง สถานที่ซึ่งเก็บรวบรวมเอกสารสำคัญและหนังสือโบราณมากมาย เขามั่นใจว่า หากตัวอักษรประหลาดในหนังสือของเอลิน่ามีร่องรอยอยู่ที่ไหนสักแห่ง ที่นั่นจะเป็จุดเริ่มต้น
เมื่อเดินเข้าไปภายในห้องสมุด แอร์เย็นจัดตัดกับอากาศชื้นข้างนอก เสียงก้าวเท้าบนพื้นเงียบกริบ เซริอัสตรงไปยังเคาน์เตอร์ เขาสะพายกระเป๋าแน่นเหมือนกลัวว่าของข้างในจะหาย
“ผมอยากหาหนังสือเกี่ยวกับภาษาโบราณ หรือเอกสารจารึกที่ไม่รู้จักครับ” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรนบรรณารักษ์หญิงชี้ไปยังชั้นเอกสารเฉพาะทางที่อยู่ชั้นสาม
“ถ้าคุณ้าค้นเื่ตัวอักษรแปลก ๆ ลองเริ่มจากหมวดภาษาศาสตร์โบราณได้เลยค่ะ แต่บางเล่มต้องใช้บัตรอนุญาตพิเศษนะคะ”
เซริอัสพยักหน้ารับ รีบขึ้นบันไดไปยังชั้นสาม เขาเปิดกระเป๋า หยิบหนังสือของเอลิน่าขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้ เสียงกระแทกเบา ๆ ทำให้หัวใจเขาเต้นแรง เขาเปิดหน้าแรกอีกครั้ง ลายเส้นคดโค้ง ตัวอักษรบิดเบี้ยวเหมือนไม่ใช่ของมนุษย์
เขาวางสมุดบันทึกของตนไว้ข้าง ๆ แล้วเริ่มคัดลอกสัญลักษณ์ทีละตัว ใบหน้าก้มต่ำ แววตาจดจ่อจนไม่สนใจสิ่งรอบตัว ทุกลายเส้นที่ขีดลงบนกระดาษคือความหวังในการตามหาตัวเอลิน่า
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง หนังสือรอบตัวเขากองพะเนินบนโต๊ะ แต่ยังไม่เจอตัวอักษรที่ตรงกันเสียทีเดียว บางสัญลักษณ์คล้ายกับอักษร
โฟนีเซียนโบราณ บางตัวดูใกล้เคียงกับจารึกสุเมเรียน แต่ก็ไม่ตรงเสียทีเดียว ความรู้สึกเหมือนเดินในเขาวงกตโดยไม่มีทางออก
เซริอัสหายใจแรง กดขมับด้วยความเครียด เขามองไปยังภาพถ่ายที่เขาวางไว้ข้างสมุด รอยยิ้มของเอลิน่าทำให้เขาไม่สามารถหยุดได้
“ฉันจะไม่หยุด…จนกว่าจะเจอเธอ”
เขาลุกขึ้น เดินไปยังชั้นที่เก็บเอกสารพิเศษ ประตูตู้ถูกล็อกด้วยกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ เขายกบัตรนักศึกษาแสดงกับเ้าหน้าที่และขออนุญาตเข้าไป เ้าหน้าที่ลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นความจริงจังใน
สายตาของเขาก็พยักหน้าอนุญาต
ด้านในมีบรรยากาศเงียบสงัด แสงไฟสลัวส่องกระทบสันหนังสือสีเก่า ๆ ที่เรียงรายเต็มชั้น กลิ่นกระดาษโบราณลอยอบอวลไปทั่ว เขาใช้เวลาไล่เปิดทีละเล่ม สายตาวิ่งหาตัวอักษรที่คล้ายกัน
ในที่สุด เขาก็สะดุดกับสมุดบันทึกภาษาโบราณที่มีสัญลักษณ์บางตัวใกล้เคียงกับของเอลิน่า แม้ไม่เหมือนทั้งหมด แต่ก็มีความเป็ไปได้ว่านี่อาจเป็กุญแจดอกแรก
เขารีบคัดลอกทุกตัวอักษรลงสมุดอย่างละเอียด มือสั่นแต่มั่นคง ขณะเดียวกันความคิดถึงน้องสาวก็กระแทกเข้ามาเหมือนคลื่น
“เอลิน่า…ถ้านี่คือเบาะแสที่เธอทิ้งไว้ ฉันจะตามมันจนสุดทาง”
เสียงประกาศปิดห้องสมุดดังขึ้น เขาจึงเก็บหนังสือทั้งหมดใส่กระเป๋า รัดซิปแน่นเหมือนกำลังถือสมบัติอันล้ำค่า ก่อนเดินออกไปจากอาคาร
ค่ำแล้ว เมืองเต็มไปด้วยแสงไฟจากถนนและเสียงรถยนต์ เขาเดินกลับบ้านท่ามกลางความวุ่นวาย แต่ในใจกลับสงัด มีเพียงคำถามเดียววนเวียนอยู่
ทำไมเอลิน่าถึงทิ้งหนังสือเล่มนี้ไว้ และมันกำลังจะพาเขาไปที่ไหนกันแน่…