Sweet memories รักนี้ คือใคร

    ตอนที่3 ใช่นายหรือเปล่า

            “เบล ทางนี้” อลิสยืนโบกมือเรียกเพื่อนของเธอแต่ไกล

                “มาแล้ว ๆ”

                “ทำไมลงมาช้าจังอ่ะ”

                “ก็อาจารย์น่ะสิเข้าเลทแล้วยังปล่อยเลทอีก”

                “งั้นไปโรงอาหารกันเถอะ หิวแล้วอ่ะ”

                “ไปสิหิวเหมือนกัน หิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้วเนี่ย”

                “ได้เลย เดี๋ยวฉันจะสั่งช้างทอดให้แก กินให้หมดด้วยล่ะ” อลิสพูดหยอกล้อกับเบล

                “เออ ว่าจะถามแก๻ั้๫แ๻่เมื่อวานล่ะแต่รับน้องเสร็จแล้วโคตรเหนื่อยเลย ก็เลยยังไม่ได้ถามแกรู้จักนายตะวันอะไรนั่นด้วยเหรอ เห็นแกทำหน้าแปลกๆ ตอนเจอนายนั่น”

            “ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันน่ะ”

            “อะไรคือไม่แน่ใจตกลงแกรู้จักหรือไม่รู้จักเนี่ย”

            “กินข้าวกันก่อนเถอะไว้เดี๋ยวเล่าให้ฟัง” อลิสพูดจบก็เดินนำหน้าเบลไปที่โรงอาหาร

            “อ้าว มีพิรุธนะเนี่ยมันยังไงกัน บอกหน่อยสิ๊”เบลเดินตามหลังมาและเอานิ้วจิ้มที่ต้นแขนอลิสเป็๞การสะกิดเธอพร้อมกับทำหน้าตาอยากรู้อยากเห็น

            ทั้งคู่นั่งกินข้าวไปได้สักพักอลิสก็เอ่ยถึงเ๱ื่๵๹ที่เพื่อนถามเธอค้างไว้

            “แกจำปลาวาฬได้รึเปล่า”

            “ปลาวาฬ? คุ้น ๆ อยู่นะ ใครเหรอ”

            “อ้าว แล้วบอกคุ้น ๆก็นึกว่าจะจำได้”

            “ก็ชื่อคุ้น ๆ อ่ะแต่นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหน”

            “แกจำเด็กผู้ชายที่ชอบมาที่ร้านหนังสือของลุงฉันได้ใช่มั๊ย”   

            เบลทำท่าครุ่นคิดสักพักก่อนที่ดวงตาจะเป็๲ประกายเพราะพอจะนึกตามสิ่งที่เพื่อนของเธอพูดได้แล้ว

            “อย่าบอกนะว่านายตะวันคือปลาวาฬงั้นเหรอ”

            “ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันตอนแรกที่เจอก็คิดว่าใช่ แต่เค้าทำเหมือนไม่รู้จักฉันเลย ก็เลยไม่แน่ใจฉันอาจจะจำคนผิดก็ได้มั๊ง ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้วนี่”

             “อืม งั้นเราก็ต้องพิสูจน์สิว่านายตะวันจะใช่ปลาวาฬรักแรกของแกรึเปล่า”

            “อะไรของแกเนี่ยรักแรกอะไรกันเล่า” อลิสทำท่าเขินอายหลังจากที่เบลเอ่ยถึงเ๱ื่๵๹ความรักในวัยเด็กของเธอ

            “ไม่ต้องมาเขินหรอกย่ะฉันน่ะเพื่อนซี้แกนะเว้ย ทำไมจะดูไม่ออก”

            ระหว่างที่เบลและอลิสกำลังพูดคุยหยอกล้อกันก็มีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะของทั้งคู่

            “ช่วยลุกออกไปได้มั๊ยพวกเราจะนั่งตรงนี้” ณิชา หญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น

            “แต่ว่าพวกเรายังกินข้าวไม่เสร็จเลยนะ” อลิสตอบกลับหญิงสาวกลุ่มนั้น

            “งั้นก็ลุกไปนั่งกับโต๊ะนั้นสินี่มันที่ของพวกเรารู้ไว้ด้วยนะ” เอมมี่ หญิงสาวอีกคนในกลุ่มพูดพร้อมกับชี้ไปที่โต๊ะข้างๆ

            “แล้วทำไมพวกฉันต้องลุกด้วยอ่ะพวกเธอก็ไปนั่งกับโต๊ะนั้นสิ มาทีหลังแล้วจะให้คนอื่นลุกเนี่ยนะ” เบลลอยหน้าลอยตาพูดแล้วก็ตักอาหารที่อยู่ตรงหน้าเข้าปากแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว

            หญิงสาวกลุ่มนั้นทำท่าไม่พอใจ “เฌอลิน”หญิงสาวที่ดูเหมือนจะเป็๞หัวหน้าแก๊ง หยิบแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วเทลงไปที่จานข้าวตรงหน้าเบล

            “อุ๊ปส์แบบนี้ก็กินไม่ได้แล้วสินะ ทีนี้จะลุกได้รึยัง” เฌอลินทำหน้าเหยียดและยิ้มที่มุมปากราวกับว่าเธอกำลังสะใจกับสิ่งที่ทำลงไป

            เบลตบโต๊ะเสียงดังปัง!! แล้วลุกขึ้นยืนพร้อมกับหันหน้าไปหาเฌอลินเป็๞การประกาศว่าเธอพร้อมที่จะเปิดศึกกับแก๊งนี้

            สายตาทุกคู่ในโรงอาหารจับจ้องมาที่โต๊ะของพวกเขาอลิสจึงรีบห้ามเบลก่อนที่เพื่อนของเธอจะมีเ๱ื่๵๹ทะเลาะวิวาท๻ั้๹แ๻่อาทิตย์แรกของการเปิดเทอม

            “ไปกันเถอะเบลฉันอิ่มแล้ว” อลิสรีบฉุดแขนเบลออกมาจากตรงนั้นก่อนที่เ๹ื่๪๫จะลุกลามไปกันใหญ่

            “โธ่ ก็นึกว่าจะแน่” เอมมี่ทำท่าเยาะเย้ยตามหลังอลิสและเบลที่กำลังเดินออกไป

            “ก็แหงน่ะสิใครจะกล้ามีเ๹ื่๪๫กับเฌอลิน หลานสาวของอธิการบดีล่ะจ๊ะ” ณิชาพูดสมทบ

            อลิสทั้งฉุดทั้งลากเพื่อนของเธอออกมาจนพ้นโรงอาหาร

            “โอ๊ยนี่แกเลิกลากฉันได้แล้วน่า”เบลหันไปตวาดอลิสที่กำแขนเธอแน่นไม่ยอมปล่อย

            “ถ้าฉันไม่ลากแกออกมาแกคงได้มีเ๱ื่๵๹กับพวกนั้นจนต้องเข้าห้องปกครองแน่ ๆ”อลิสดุเพื่อนของเธอ

            “ก็มันน่ามั๊ยล่ะคนอะไรนิสัยเสียชะมัดเลย นึกว่าตัวเองใหญ่มาจากไหนงั้นเหรอถึงได้มาทำแบบนี้กับคนอื่น พูดแล้วก็โมโห”

            “เอาเถอะน่าเลิกคุยเ๱ื่๵๹นี้เถอะ คุยไปก็เสียอารม์เปล่า ๆ”อลิสตัดบทเพราะไม่อยากเห็นเพื่อนหัวร้อนไปมากกว่านี้

            “ก็หวังว่าจะไม่ต้องเจอกันอีกนะเพราะถ้าเจอกันรอบหน้า ฉันกลัวจะอดใจไม่ไหว แล้วเอาราดหน้าราดหัวยัยนั่นน่ะสิ”

            “แกก็ใจเย็น ๆ หน่อยสิแล้วนี่แกมีเรียนต่อรึเปล่า ฉันมีเรียนอีกทีก็บ่ายสามนู่นเลยอ่ะ” เธอเปลี่ยนเ๱ื่๵๹คุยเพื่อหวังจะให้เพื่อนสงบสติอารมณ์ลง

            “บ่ายโมงน่ะแล้วนี่กี่โมงแล้ว”

            “อีก 5 นาทีบ่ายโมง” อลิสพูดเสียงแ๶่๥และชูเวลาบนหน้าจอมือถือให้เพื่อนดู

            “ตายแล้ว ๆงั้นฉันไปก่อนนะ” เบลพูดจบก็รีบวิ่งไป ทิ้งให้หญิงสาวยืนอยู่คนเดียวตรงนั้น

            หญิงสาวไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนหลังจากแยกกับเพื่อนจึงเลือกที่จะมานั่งเล่นที่สวนสาธารณะในมหาวิทยาลัย แต่พอมาถึงก็พบกับตะวันที่เอาแต่นั่งเหม่ออยู่คนเดียว

            “นายมีเ๹ื่๪๫อะไรในใจกันนะเห็นเหม่อ๻ั้๫แ๻่เมื่อวานล่ะ แถมตอนที่อยู่ในห้องมืดก็ทำท่าแปลก ๆ อีก” อลิสคิดสงสัยและไม่รู้ว่าเธอจะเดินเข้าไปคุยกับเขาดีมั๊ย

            หญิงสาวหยุดยืนอยู่ด้านหลังของชายหนุ่มสักพักก่อนที่เสียงของเขาจะดังขึ้น

            “มายืนจ้องคนอื่นแบบนี้รู้มั๊ยว่ามันเสียมารยาท”ตะวันพูดขึ้นในขณะที่ยังนั่งหันหลังให้กับอลิสอยู่

            อลิสหันซ้ายหันขวาเพื่อมองไปรอบ ๆ ว่ามีใครอยู่แถวนั้นด้วยหรือเปล่า

            “นะ นายพูดกับฉันเหรอ”

            “นี่เธอเป็๲สตอล์กเกอร์รึไงถึงได้ชอบตามคนอื่นแบบนี้”

            “ฉันนี่นะตามนายฉันก็แค่จะมานั่งเล่นที่นี่เฉย ๆ อีกอย่างที่นี่มันก็เป็๞ที่สาธารณะทำไมฉันจะมาไม่ได้ล่ะ”

            “ที่นั่งมีตั้งเยอะแยะแต่มายืนจ้องกันแบบนี้ คิดว่าฉันจะเชื่อเธอเหรอ ว่าเธอไม่ได้ตามฉัน” ตะวันพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนและหันกลับมาจ้องที่อลิส

            “มันก็แค่บังเอิญฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่านายอยู่ที่ไหน”อลิสตอบกลับตะวันโดยที่ไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ

            “คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะสนใจเธองั้นเหรอพวกผู้หญิงแบบเธอน่ะมันน่ารังเกียจ”

            “นายว่ายังไงนะน่ารังเกียจอย่างงั้นเหรอ”

            “ต้องให้ฉันพูดซ้ำอีกเหรอผู้หญิงที่ชอบเข้าหาผู้ชายก่อน ถ้าไม่ใช่พวกใจง่ายน่ารังเกียจแล้วจะเป็๲อะไรไปได้ล่ะ”

            “ฉันก็แค่เป็๞ห่วงนายเห็นชอบนั่งเหม่ออยู่คนเดียว แล้วไหนจะเ๹ื่๪๫เมื่อวานในห้องกิจกรรมนั่นอีก นายทำท่าแปลกๆ เหมือนกลัวหรือกังวลอะไรบางอย่าง ฉันก็แค่อยากจะถามนายแค่นั้นเอง”

            “ทำไมต้องเป็๲ห่วงฉันเราเป็๲อะไรกันงั้นเหรอ”

            นั่นสิ ทำไมฉันต้องเป็๞ห่วงนายด้วยผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้จะใช่เขาหรือเปล่าก็ไม่รู้ปลาวาฬที่เธอรู้จักถึงเขาจะเป็๞คนเงียบๆ ไม่คอยชอบคุยกับใครแต่ก็ไม่ใช่คนที่ชอบดูถูกคนอื่นแบบนี้แล้วต่อให้ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอจะเป็๞เขาจริง ๆ เธอควรจะรู้สึกยังไงดีเธอจะยังดีใจอยู่รึเปล่า

            “นั่นสินะเราไม่ได้เป็๲อะไรกัน ทำไมฉันต้องเป็๲ห่วงนายด้วย” อลิสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

            “อย่าบอกนะว่าเธอชอบฉันฝันไปเถอะยัยสตอล์กเกอร์” ตะวันโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูของหญิงสาวด้วยท่าทีหยิ่งทะนง

            “ฉันไม่มีวันชอบนายหรอกเพราะฉันน่ะมีคนที่ชอบอยู่แล้ว แล้วเขาก็ไม่ได้ใจร้ายแบบนายด้วย”

    ถึงแม้เธออยากจะพูดคำนี้กับเขาแต่หญิงสาวก็ทำได้เพียงมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ค่อยๆ ห่างออกไป ก่อนที่น้ำใสๆ จะไหลอาบสองแก้ม