คุณสมเจตน์เป็ตัวแทนประธานภาคินเดินทางมายังคฤหาสน์ เพื่อนำเอกสารมาให้คุณหญิงประภาลงนามแทนท่านประธานนาวิน ซึ่งคุณหญิงได้นั่งรอที่ห้องรับแขกพร้อมทั้งนภาและพิมพ์ขวัญ
“สวัสดีครับคุณหญิง ผมสมเจตน์เป็ตัวแทนท่านประธานภาคินครับ คือท่านประธานเดินทางไปเยอรมันเพื่อประชุมด่วนเมื่อคืนครับ”
“เชิญนั่งก่อนสิ คุณสมเจตน์”
“ขอบคุณมากครับ…ผมขออนุญาตยื่นเอกสารข้อเสนอสัญญาและข้อตกลงให้คุณหญิงได้อ่านข้อมูลก่อนนะครับ เพราะท่านประธานภาคินได้เน้นย้ำเื่ข้อมูลสัญญา ถ้ายังไม่เข้าใจจุดไหน ผมขออนุญาตชี้แจงให้ครับ”
คุณหญิงประภาได้อ่านข้อเสนอสัญญาที่ทางท่านประธานภาคินได้ยื่นมา มีการเปลี่ยนรายละเอียดจากเดิมการถือหุ้นได้เปลี่ยนจาก50%เป็ 70%ทั้งบริษัทแม่และรวมทั้งธุรกิจในเครือและโรงงาน และเป็ผู้ดูแลทั้งผลกำไรทั้งหมดของบริษัทรวมทั้งผลตอบแทนต่างๆ ที่สมควรได้รับ
“คุณสมเจตน์ ทำไมข้อเสนอตกลงสัญญา ทำไมคุณภาคินได้ขยับหุ้น จากเดิม50%เป็70% สัญญาดูเปลี่ยนแปลงไปมากกว่าเดิมที่เคยเสนอกับสามีดิฉันนะคะ”
“เรียนคุณหญิงครับ เนื่องจากทางธุรกิจหลักของบริษัทท่านประธานนาวินได้เสียหายหนักและกำลังฟ้องล้มละลาย ซึ่งทำให้ท่านประธานภาคินต้องเข้ามาลงทุนและฟื้นฟูธุรกิจที่กำลังเสียหาย รวมทั้งชื่อเสียงของท่านประธานภาคินเอง จึงต้องขอขยับหุ้น เป็70%ในการถือครองครับ”
คุณหญิงประภาจำใจที่ต้องเซ็นสัญญาลงนาม เพื่อรับข้อเสนอสัญญาทั้งหมด เพื่อไม่ให้บริษัทถูกฟ้องล้มละลาย และยังรักษาบริษัทและครอบครัวให้รอดพ้นวิกฤตนี้ และมีทั้งนภาและพิมพ์ขวัญได้เซ็นเป็พยานรวมทั้งผู้ช่วยของคุณสมเจตน์อีก 2 คนที่ติดตามมาเพื่อเป็พยานในครั้งนี้
“ส่วนนี้คือเอกสารสำคัญของคุณพิมพ์ขวัญครับ ที่ท่านประธานภาคินฝากมา”
คุณสมเจตน์ได้ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้พิมพ์ขวัญอีกฉบับ พิมพ์ขวัญได้รับซองเอกสารจากคุณสมเจตน์พร้อมเปิดอ่าน ซึ่งเอกสารฉบับนี้เป็เอกสารสัญญาข้อตกลงที่พิมพ์ขวัญต้องปฏิบัติตามคำสั่งของท่านประธานภาคินทุกประการ โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ถ้าไม่ปฏิบัติตามท่านประธานภาคินสามารถยกเลิกการช่วยเหลือทางด้านธุรกิจได้ทุกเมื่อ และทางครอบครัวของพิมพ์ขวัญต้องชดเชยค่าเสียหายทั้งหมดให้ท่านประธานภาคินเป็ 2 เท่า
รายละเอียดข้อสัญญามีดังนี้ พิมพ์ขวัญต้องเข้าไปปฏิบัติงานเป็เลขาท่านประธานเป็ระยะเวลา 3 ปี และต้องเดินทางไปอาศัยอยู่กับท่านประธานภาคิน ที่คฤหาสน์ที่เชียงใหม่และห้ามกลับมาเยี่ยมครอบครัวตนเองตลอดระยะเวลา 3 ปี ห้ามนำทรัพย์สินสำคัญติดตัว และไม่ให้พกเงินสดติดตัว ทุกบาททุกสตางค์ ส่วนมือถือให้ฝากคุณสมเจตน์ไว้ รวมทั้งเสื้อผ้าและของแบรนด์เนมห้ามใช้หรือติดตัว ถ้าจำเป็ทางท่านประธานภาคินจะเป็คนจัดเตรียมไว้ให้ รวมทั้งเื่เงินและค่าใช้ส่วนตัว
เมื่อพิมพ์ขวัญอ่านรายละเอียดสัญญาดังกล่าว กลับนิ่ง ไม่มีท่าทีเสียใจแม้แต่น้อย แล้วหยิบปากกาขึ้นมาเซ็น เพื่อยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น
“ยัยพิมพ์ นี่น้องจะไม่คิดทบทวนก่อนหรอ”
“ไม่เป็ไรค่ะ แค่ 3 ปีเอง พิมพ์ทนได้ รอพิมพ์กลับมานะคะ คุณแม่ พี่นภา”
“ผมขอแจ้งคุณพิมพ์ขวัญนะครับ อาทิตย์หน้าคุณพิมพ์ขวัญต้องเดินทางไปเชียงใหม่ ผมจะพาคุณพิมพ์ขวัญไปส่งที่หมอชิตครับ”
“ห๊ะ!!! หมอชิต...นี่กะจะให้ยัยพิมพ์นั่งรถทัวร์ไปเชียงใหม่เลยหรอ”
“ใช่ครับ เป็คำสั่งจากท่านประธานภาคินครับ”
“นี่มันบ้าบอ!!อะไรกัน”
ทั้งนภาและคุณหญิงประภาต่างสงสารอีกทั้งเป็ห่วงพิมพ์ขวัญเป็ที่สุด เพราะตลอดชีวิตของพิมพ์ขวัญไม่เคยได้รับความลำบากเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“ไม่เป็ไรพิมพ์ทำได้ ไม่ต้องเป็ห่วงพิมพ์นะคะ คิดเสียว่าให้พิมพ์ได้เรียนรู้ชีวิตอีกแบบหนึ่งก็ได้”
พิมพ์ขวัญได้เข้าไปเยี่ยมท่านประธานนาวิน พร้อมคุณหญิงประภาและนภา ที่กำลังพักฟื้นที่ห้องพัก ไอ.ซี.ยู. แต่ก่อนถึงโรงพยาบาลพิมพ์ขวัญได้ขอร้องคุณหญิงประภาและนภาไม่ให้พูดเื่สัญญาที่ได้ทำข้อตกลงกับท่านประธานภาคิน และเื่ที่เธอต้องไปทำงานและอยู่ที่เชียงใหม่ เพราะไม่้าให้พ่อของเธอคิดมากและเกิดความเครียดอีก
“วันนี้อาการคุณพ่อดีขึ้นนะคะ คุณป้านวลพรรณ”
“ใช่ค่ะ…คุณหนูพิมพ์ วันนี้คุณท่านรับประทานอาหารได้เยอะขึ้น”
“ดีแล้วจ้ะนวล เดี๋ยวฉันฝากเอาผลไม้ไปล้างให้คุณท่านด้วยจ้า”
“ได้ค่ะ คุณหญิง”
อาการตอนนี้ท่านประธานนาวินไม่สามารถที่จะพูดได้ และใบหน้าด้านขวาอัมพาต เป็ผลมาจากสมองเส้นเืแตก พอท่านประธานนาวินเป็หน้าคุณหญิงประภาก็น้ำตาซึม คุณหญิงประภาเอาสวมกอดสามีผู้เป็คู่ทุกข์คู่ยากของตน
“ตอนนี้คุณพ่อไม่ต้องเครียดเื่บริษัทแล้วนะ นภาจะช่วยดูแลแทนคุณพ่อนะคะ”
“ลูกสาวเราทั้งคู่เก่งนะคุณ ไว้ใจและพักผ่อนเยอะๆ นะคะ”
ท่านประธานนาวินได้ก็พยักหน้าเป็การรับรู้ พยายามยิ้มให้ทั้ง 3 แม่ลูก แต่ในใจก็ยังเป็ห่วงครอบครัวและบริษัทเหมือนเดิม แต่ด้วยตอนนี้ที่ร่างกายไม่แข็งแรง จึงไม่สามารถทำอะไรได้
“วันนี้หนูทำซุปเห็ดหูหนูขาวใส่เก๋ากี้และพุทราจีน ของโปรดคุณพ่อมาด้วยนะคะ”
“เดี๋ยวหนูตักป้อนให้นะคะ”
จากภาพตรงหน้าที่พิมพ์ขวัญได้ดูแลผู้เป็พ่อ ทำให้คุณหญิงประภากลั้นน้ำตาไม่อยู่ เป็ภาพแห่งความสุข ที่อีกไม่นานเป็ลูกสาวสุดที่รักต้องจากครอบครัวของตนไป หลังจากที่ท่านประธานนาวินทานซุปเสร็จ พิมพ์ขวัญได้กล่าวอำลาผู้เป็พ่อ พร้อมร้องไห้ที่จะกล่าวคำที่ทำให้ทุกคนต้องเสียใจ
“คุณพ่อคะ พิมพ์อาจจะไม่ได้มาเยี่ยมคุณพ่ออีกนานเป็ระยะเวลา 3 ปีนะคะ เพราะพิมพ์ต้องไปทำงานร่วมกับบริษัทพาร์ทเนอร์ที่เมืองนอก พิมพ์ของให้คุณพ่อหายป่วยเร็วๆ นะคะ กลับมาสุขภาพแข็งแรงนะคะ”
หลังจากที่พิมพ์ขวัญกล่าวอำลาเสร็จ ประธานนาวินได้ลูบหัวลูกสาวสุดที่รักอย่างเบาและเอ็นดู และไม่คิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้าลูกสาวของตนอีกนาน พิมพ์ขวัญได้กราบเท้าของผู้เป็พ่อเป็การอำลา