หลากเสียงหลากความคิดเห็นทว่าเป็ไปในทิศทางเดียวกัน คือไม่เห็นด้วยที่เหวินหยางทำเช่นนี้แต่คนเป็เ้าเมืองจะล้มเลิกความตั้งใจ เพียงเพราะคำดูถูกเหยียดหยามได้เยี่ยงไร
ไม่ใช่ว่าเขาทำอะไรตามใจตนส่งเดชก่อนตัดสินใจออกคำสั่งและลงมือปฏิบัติได้ เหวินหยางทบทวนตรึกตรองมาเป็อย่างดีและเขาก็มั่นใจมากว่าสิ่งที่ทำในวันนี้ มันมีโอกาสประสบผลสำเร็จมากกว่าที่ผ่านๆ มา
แม้จะเป็ความหวังลมๆแล้งๆ แต่เมื่อคนเรารู้สึกมีหวัง มันย่อมมีโอกาสก่อให้เกิดความสำเร็จเช่นกันและตอนนี้เหวินหยางก็มีความหวังอันแรงกล้า ว่าจะสามารถช่วยประชาชนทุกคนไม่ใช่แค่ในเมืองจุนเฟิง แต่เป็ทั้งหมดในแผ่นดินต้าหวงให้หลุดพ้นจากความแห้งแล้ง
‘ได้โปรดเถิดท่านเทพเ้าัข้าวอนขอให้ท่านเมตตาสงสารมนุษย์โลกผู้โง่เขลาเช่นพวกข้าด้วยได้โปรดประทานฝนให้โปรยปรายสู่ผืนแผ่นดินที่แสนแห้งแล้งนี้’
เหวินหยางตั้งจิตอธิษฐานด้วยความหวังทั้งหมดที่ตนมีภายในใจแต่แทนที่ครั้งนี้มันจะเงียบสงบดั่งคราแรก กลับเกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดขึ้น
ท้องฟ้าที่เคยสดใสไร้ก้อนเมฆบัดนี้ดำทะมึนมืดครึ้มอึมครึม จนแสงสว่างจากดวงอาทิตย์มิอาจสาดส่องทะลุลงมาสู่พื้นดินด้านล่างกระแสลมที่ตอนแรกนิ่งสนิท กลับพัดโหมกระหน่ำจนต้นไม้โยกไหวสั่นคลอน
ใบหญ้าแนบลู่ไปกับพื้นตามความแรงของสายลมข้าวของต่างๆ บนโต๊ะบวงสรวงปลิวหล่นกระจัดกระจายเกิดกระแสฟ้าแลบแปลบปลาบส่งเสียงดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้าราวกับว่ากำลังจะเกิดพายุใหญ่ในไม่ช้านี้
ผู้คนต่างแตกตื่นหวาดกลัวพากันวิ่งหาที่หลบให้วุ่นเหลือเพียงเหวินหยางซึ่งยังคงยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะพิธีบวงสรวงที่บัดนี้เหลือเพียงถาดผลไม้ไม่กี่อันตั้งอยู่เพราะที่เหลือถูกลมพัดร่วงหล่นไปจนหมด
“เป็เพราะเ้าเมืองบูชาปีศาจัแน่ๆ์ถึงไม่พอใจจึงเกิดเหตุอาเพศเยี่ยงนี้”
“ท่านกำลังจะทำให้พวกเราเดือดร้อน”
เหวินหยางถูกพูดจาว่าร้ายใส่ทั้งๆ ที่สิ่งที่เขาทำล้วนปรารถนาดีต่อทุกคนทั้งสิ้นสายตาไม่พอใจมากมายทอดมองมายังเขา ราวกับเป็ตัวนำพาความโชคร้าย
แต่ขณะที่กำลังรู้สึกแย่กับสิ่งพวกนั้นกลับเกิดปรากฏการณ์ฟ้าผ่าลงมายังลานพิธี ฝุ่นควันฟุ้งกระจายตลบอบอวลไปทั่วบริเวณจนมองอะไรแทบไม่เห็น
ไม่นานท้องฟ้ามืดครึ้มก็เริ่มปล่อยสายฝนให้หลั่งไหลลงสู่พื้นดินช้าๆเสียงต่อว่าต่อขานแปรเปลี่ยนเป็โห่ร้องด้วยความยินดีปรีดา ที่ได้กลับมาพานพบกับน้ำฝนในรอบห้าปี
หยดน้ำค่อยๆชำระล้างฝุ่นควัน ซึ่งลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศออกจนในที่สุดก็ปรากฏบางสิ่งน่าเหลือเชื่อตรงจุดซึ่งถูกฟ้าผ่าลงมา
เด็กหนุ่มตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มกำลังยืนทำหน้าเหลอหลาคล้ายงุนงงสับสนบางอย่างอยู่ เขากวาดสายตามองผู้คนรอบกาย ด้วยแววตาซึ่งเต็มไปด้วยความสงสัยไม่นานจึงมาหยุดอยู่ที่เหวินหยางซึ่งยืนอยู่ใกล้เขามากที่สุด
ทั้งคู่สบตากันนิ่งราวกับกำลังรอคอยให้อีกฝ่ายเปิดบทสนทนาทว่ากลับมีเพียงแต่ความเงียบงันเท่านั้นก่อนเด็กหนุ่มผู้นั้นจะก้มลงสำรวจร่างกายตนเอง และแสดงความประหลาดใจบนสีหน้า
เขาวิ่งมายังโต๊ะพิธีบวงสรวงด้วยท่าทางตื่นตระหนกหยิบถาดผลไม้เทสิ่งที่อยู่ด้านในทิ้ง ยกขึ้นส่องดูรูปลักษณ์ตัวเองอยู่ชั่วครู่ไม่นานจึงผ่อนลมหายใจยาวพรืดออกมาคล้ายรู้สึกโล่งใจ
เหวินหยางยืนมองการกระทำนั้นอยู่เงียบๆด้วยความสงสัย จนในที่สุดก็ออกปากถามสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจซึ่งแน่นอนว่าผู้คนในบริเวณนั้น ก็คงอยากรู้ไม่ต่างกันกับเขาอย่างแน่นอน
“เ้าเป็ใคร?”