คุณย่าย้อนเวลาไปแก้ไขชะตาชีวิต (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 47 แผนธุรกิจจากความทรงจำ

            หลังจากที่ไป๋จิ้งถิงกับฉินซูเม่ยรู้ว่าฉั่วหลิวหย่งเป็นคนช่วยเหลือหูเสี่ยวเถาให้รอดคุก สองสามีภรรยาจึงช่วยกันหาวิธีรับมือกับฉั่วหลิวหย่งและซูซ่างจิ่น ทั้งสองคนจึงลงความเห็นว่านอกจากจะย้ายโรงเรียนให้เด็กทั้งสามคนแล้ว ตอนที่เหอลี่หมิงไปรับไปส่งเด็กๆ ก็จะต้องมีบอดี้การ์ดตามไปดูแลความปลอดภัยระหว่างเดินทางด้วย

            ส่วนระหว่างที่เด็กทั้งสามคนอยู่ที่โรงเรียนก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะโรงเรียนเอกชนแห่งที่ว่าเป็นลูกค้าของบริษัทรักษาความปลอดภัยของไป๋จิ้งถิง ดังนั้นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ถูกส่งให้มาปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนจึงเป็นคนของไป๋จิ้งถิงทั้งหมด แต่เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ ไป๋จิ้งถิงจึงเพิ่มพนักงานรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนอีกเกือบยี่สิบคน โดยจำนวนคนที่เพิ่มเขาไม่ได้เรียกเก็บเงินเพิ่มจากทางโรงเรียน เรื่องนี้ทำให้ผู้อำนวยการโรงเรียนพอใจเป็นอย่างมาก เพราะโรงเรียนเอกชนของเขาต่างก็รับบุตรหลานของเศรษฐีเก่าและเศรษฐีใหม่เข้ามาเรียนทั้งนั้น

            เพียงแต่ไป๋จิ้งถิงกับฉินซูเม่ยกลับคาดไม่ถึง เพราะฉั่วหลิวอิงก็ย้ายฉั่วจ้านตงและซูซ่างเฉวียนมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ด้วย

            “เจ๋อชิง ลูกต้องดูแลน้องสาวทั้งสองคนให้ดี แต่ถ้าเจอเพื่อนหรือรุ่นพี่เกเรมารังแก ให้ลูกรีบไปบอกคุณครู หรือไม่ลูกก็ไม่ต้องไปต่อล้อต่อเถียงกับพวกเขา ต่อให้พวกเขาจะบอกว่าเราเป็นคนขี้ขลาด ลูกก็ไม่จำเป็นต้องไปต่อสู้กับพวกเขา แม่ไม่ได้สอนให้ลูกกลัวคน แต่แม่ไม่อยากให้ลูกเอาแต่กำลังเข้าตัดสินปัญหา ลูกเข้าใจความหมายของแม่ใช่ไหมจ๊ะ” ฉินซูเม่ยลูบศีรษะลูกชาย 

            ไป๋เจ๋อชิงรู้ว่าตอนที่ตนเองถูกหูเสี่ยวเถาผลักจนหัวกระแทกพื้น ระหว่างที่เขานอนรักษาตัวอยู่ที่โรงเรียน คุณแม่ร้องไห้อยู่ข้างเตียงเขาทุกวัน เขาจึงเข้าใจได้ว่าที่คุณแม่บอกเขาอย่างนี้เพราะคุณแม่ไม่อยากให้เขาต้องเจ็บตัวอีก “เข้าใจแล้วครับคุณแม่ ถ้ามีคนมารังแกผมกับน้องๆ ผมจะไปบอกคุณครูก่อนครับ”

            “พวกลูกเพิ่งย้ายโรงเรียนมาใหม่ ช่วงนี้พ่อกับแม่จะมารับส่งลูกเอง” 

            “ดีจังเลยค่ะคุณแม่ หนูชอบให้คุณพ่อคุณแม่มาส่ง” ไป๋เจียวเจียวพูดอย่างดีใจ

            “หนูก็ชอบให้คุณอามาส่งค่ะ” จูเสี่ยวหลินพูดเสริม

            “แหม...ฉันก็นึกว่าเสียงใคร ที่แท้ก็เสียงของพวกบ้านนอก”

            ฉินซูเม่ยขมวดคิ้วแล้วหันหลังกลับไปมอง เมื่อเธอเห็นว่าเป็นฉั่วหลิวอิง เธอก็อยากจะพาเด็กๆ เดินหนีไปจากตรงนั้นทันที แต่เธอต้องหันหลังกลับไปมองอีกครั้ง “จูจ้านตง ซูซ่างเฉวียน? พวกเธอมาทำอะไรที่นี่”

            “เธอก็พูดแปลกนะ หรืออ่านป้ายไม่ออกว่าที่นี่คือโรงเรียน ถ้าฉันไม่พาลูกฉันมาเรียนแล้วฉันจะพาพวกเขามาทำไม” ฉั่วหลิวอิงตอบเสียงดัง เธอก็คิดเหมือนพี่ชาย ถ้าไม่ใช่ไป๋จิ้งถิงกับฉินซูเม่ยยุยงจูต้าเจียง คนที่อยู่ในโอวาทเธอสุดๆ อย่างจูต้าเจียงจะกล้าเขียนพินัยกรรมทำลายชื่อเสียงของเธอแบบนั้นหรือ “อ้อ...แล้วเธอก็เรียกชื่อลูกชายฉันให้ถูกด้วย ลูกชายฉันชื่อฉั่วจ้านตง เขาไม่ได้แซ่จู”

            “อ๋อ...ที่ไม่ได้ใช้แซ่จูก็เพราะพินัยกรรมที่พี่ต้าเจียงเขียนไว้ใช่ไหม” ฉินซูเม่ยยิ้มเยาะ “แต่ฉันว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ต่อไปเสี่ยวหลินของฉันก็ไม่ต้องไปใช้แซ่ร่วมกับเด็กนิสัยไม่ดีแบบนั้น”

            “แกว่าใครนิสัยไม่ดี!”

            “ลูกชายของคุณไง  ถ้าไม่เพราะเขา เมื่อก่อนคุณจะทำร้ายเสี่ยวหลินจนเสี่ยวหลินเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดเหรอ”

            “ตอนนั้นนังเด็กนั่นมันดื้อเองต่างหาก”

            “คุณจะให้ฉันเอาผลการตรวจร่างกายของเสี่ยวหลินมาให้ทุกคนดูอีกรอบไหมล่ะ”

            “นังผู้หญิงบ้านนอก แกอย่ามาว่าคุณแม่ฉันนะ” ฉั่วจ้านตงตะโกนขึ้น “สมแล้วที่แกได้เลี้ยงนังเด็กเสี่ยวหลินนั่น เพราะพวกแกมันเป็นคนบ้านนอกเหมือนกัน”

            “พี่จ้านตง พี่อย่าพูดกับคุณอาซูเม่ยแบบนั้นเลยครับ” ซูซ่างเฉวียนรีบห้าม

            “นายอยากเจอดีใช่ไหม” ฉั่วจ้านตงหันไปมองซูซ่างเฉวียนอย่างไม่พอใจ “เย็นนี้นายได้เจอดีแน่”

            ซูซ่างเฉวียนถึงกับตัวสั่น ตั้งแต่ที่คุณพ่อแต่งงานแล้วย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านของคุณอาหลิวอิง เขาก็ถูกคุณอาหลิวอิงกับฉั่วจ้านตงทั้งหยิกทั้งตีอยู่ทุกวัน แต่เรื่องนี้เขากลับบอกใครไม่ได้ เพราะคุณอาหลิวอิงบอกไว้ว่าถ้าเขาเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณพ่อ คุณอาจะไล่คุณพ่อกับเขาออกจากบ้าน เขารู้ดีว่าคุณพ่ออยากอยู่บ้านหลังใหญ่กับคุณอาหลิวอิง เพื่อที่จะทำให้คุณพ่อมีความสุข เขาคงทำได้แค่ต้องเงียบไว้

            ฉินซูเม่ยสังเกตเห็นท่าทางหวาดกลัวของซูซ่างเฉวียน เธอก็พอจะเข้าใจแล้วว่าซูซ่างเฉวียนต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่เธอไม่สนใจหรอก ยังไงซูซ่างเฉวียนก็ไม่ใช่ลูกของเธอ ชาติที่แล้วเธอทั้งรักทั้งเอาใจใส่ แต่เด็กอกตัญญูคนนี้ทำอะไรกับเธอ ชาตินี้ถ้าเขาจะถูกคนรังแกหรือเติบโตมากับสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี ก็ถือเป็นโชคชะตาที่เขาต้องมาเจอกับเรื่องแย่ๆ แบบนั้นก็แล้วกัน

            “ฉินซูเม่ย ฉันได้ยินมาว่าเธอเปิดร้านขายอาหารอยู่ตรงข้ามโรงเรียนนี่เองใช่ไหม” ฉั่วหลิวอิงยิ้มเย็น “เอาไว้วันหลังฉันจะพาคนไปอุดหนุนเธอที่ร้านนะ”

            ฉินซูเม่ยรู้ว่าฉั่วหลิวอิงกำลังขู่เธออยู่อย่างแน่นอน แต่เธอกับสามีได้เตรียมการรับมือกับเรื่องนี้ไว้แล้ว และในเมื่ออีกฝ่ายกล้าขู่ เธอก็จะขู่อีกฝ่ายกลับเหมือนกัน เธอพูดพร้อมกับทำท่านึก “ได้สิ หลังจากที่คุณมาทานอาหารที่ร้านของฉันแล้ว ฉันยังจะพาคุณไปเที่ยวที่บาร์ที่คุณชอบไปด้วย ที่นั่นคุณจะได้เจอใครบ้างนะ อ้อ...คุณอาจจะได้เจอจูต้าจิน น้องชายของอดีตสามี หรือไม่ก็อาจจะได้เจอกับคุณชายโจว อดีตคนรัก ไม่สิ...อดีตคุณพ่อของจ้านตง อุ๊ย...สรุปแล้วคุณชายโจวเป็นอะไรกับคุณนะคะ”

            ฉั่วหลิวอิงหน้าซีดในทันที “นี่...แก...แกสืบเรื่องของฉันเหรอ”

            ฉินซูเม่ยหัวเราะ “ทีคุณยังสืบเรื่องของฉันได้เลย แล้วทำไมฉันจะสืบเรื่องของคุณบ้างไม่ได้”

            ฉั่วหลิวอิงรีบจูงมือลูกชายแล้วยังดึงหูซูซ่างเฉวียนให้เดินตามเธอเข้าโรงเรียน

            ฉินซูเม่ยมองตามแล้วก็ต้องหุบยิ้ม ยังดีที่ไป๋จิ้งถิงสืบเรื่องของฉั่วหลิวอิงมาบอกให้เธอรู้ก่อน ไม่อย่างนั้นวันนี้เธอต้องถูกฉั่วหลิวอิงขู่อยู่ฝ่ายเดียวแน่

            “คุณแม่ครับ” ไป๋เจ๋อชิงเรียกฉินซูเม่ย เขาพอจะมองออกแล้วว่าฉั่วหลิวอิงกับคุณแม่กำลังทะเลาะกัน และฉั่วจ้านตงคนนั้นก็คงจะมาหาเรื่องเสี่ยวหลินของเขาอีกแน่ “ผมจะดูแลน้องๆ ให้ดีและจะไม่ยอมให้ใครมารังแกพวกเธอได้เลยครับ”

            “แม่เชื่อว่าลูกจะดูแลน้องๆ ได้ดี” ฉินซูเม่ยลูบศีรษะลูกชาย “เจ๋อชิงของแม่เป็นคนเก่งอยู่แล้ว”

            “มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ผมเห็นฉั่วหลิวอิงเดินอารมณ์เสียเข้าไปข้างใน” หลังจากที่ไป๋จิ้งถิงมาส่งลูกๆ ถึงหน้าโรงเรียน เขาปล่อยให้เด็กๆ ยืนอยู่กับภรรยา ส่วนเขาก็เดินไปกำชับหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยให้ดูแลความปลอดภัยให้ลูกๆ ของเขาเป็นพิเศษ และตอนที่เขาเดินออกมา เขาก็เดินสวนทางกับฉั่วหลิวอิงพอดี ฝ่ายนั้นมองดูเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ เขาจึงเดาว่าฉั่วหลิวอิงกับภรรยาของเขาต้องมีเรื่องทะเลาะกันแน่นอน 

            “ส่งลูกเสร็จ เราต้องรีบไปหาคุณชายโจวแล้วล่ะค่ะ”

     

            “แผนธุรกิจฉบับนี้คุณเป็นคนเขียนขึ้นมาเองเหรอครับ” โจวอี้เหวินถามอย่างสนใจเมื่อเขาอ่านเอกสารในมือจบ

            “อย่าเรียกว่าแผนธุรกิจเลยค่ะ เอกสารที่ฉันเขียนมาไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอก” ฉินซูเม่ยยิ้มตอบ

            “คุณถ่อมตัวเกินไปแล้ว” โจวอี้เหวินยังยิ้ม “แต่ผมขอโทษที่ต้องถามคำถามที่ออกจะหยาบคายไปสักหน่อย แผนธุรกิจที่คุณนำมาเสนอผมนี้ คุณคงไม่ได้ไปลอกใครมาหรอกนะครับ”

            ฉินซูเม่ยยังยิ้ม “คุณคงสงสัยว่าฉันไม่เคยเข้าโรงเรียนและไม่เคยเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย แต่ทำไมฉันถึงเขียนงานที่ละเอียดและน่าสนใจอย่างนี้ออกมาได้ใช่ไหมคะ”

            “ผมสงสัยอย่างนั้นจริงๆ”

            “ถึงฉันไม่ได้เรียน แต่สามีของฉันก็เคยเรียนหนังสือมาก่อนนะคะ คืออย่างนี้ค่ะ ฉันกับสามีเป็นคนที่มาจากหมู่บ้านเดียวกัน ก่อนที่เราจะแต่งงานกัน เราได้เรียนรู้แนวคิดทางธุรกิจมาจากอาจารย์ที่มีความสามารถคนหนึ่ง แต่ฉันขอไม่เปิดเผยชื่อนะคะ เพราะอาจารย์เคยกำชับไว้ว่าไม่ให้ฉันเอาชื่อของท่านไปบอกกับใคร เพราะการที่ท่านถูกส่งไปอยู่ที่ชนบทตอนนั้นเป็นเรื่องที่ท่านไม่อยากให้ใครรู้” ฉินซูเม่ยทำหน้าลำบากใจ “คุณก็รู้ว่านักวิชาการที่ถูกส่งไปใช้แรงงาน เอ่อ...ความจริงแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรป่าวประกาศมากนัก”

            โจวอี้เหวินเข้าใจในทันที ที่ครอบครัวของเขารอดพ้นจากการถูกส่งตัวไปใช้แรงงานที่ชนบทก็เพราะพวกเขามีเงินแก้ปัญหา แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะโชคดีแบบนั้น “ผมเข้าใจแล้วครับ”

            “คุณโจวครับ ความจริงแล้วผมกับภรรยายังมีแผนธุรกิจอีกหลายอย่างที่จะนำมาเสนอ หรือแม้แต่เรื่องการสร้างโรงงานเพื่อผลิตสินค้าออกวางขายในช่วงไหน ผมกับภรรยาก็สามารถแนะนำคุณได้นะครับ” ไป๋จิ้งถิงพูดขึ้น

            ตั้งแต่ที่ไป๋จิ้งถิงกับฉินซูเม่ยปรึกษากันว่าจะเตรียมรับมือและเดินหน้าสู้กับคนตระกูลฉั่ว นอกจากเรื่องที่ต้องรักษาความปลอดภัยให้คนในครอบครัว พวกเขาก็นึกถึงการแข่งขันทางธุรกิจขึ้นมาได้ 

            ถึงแม้ชาติก่อนฉินซูเม่ยจะเป็นเพียงพนักงานทำความสะอาด แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนความจำดี ประกอบกับเธอชอบฟังวิทยุและดูโทรทัศน์ เธอจึงพอจะจำได้ว่าในแต่ละปีผู้คนจะให้ความสนใจกับสินค้าและบริการประเภทไหน เขียนแผนธุรกิจออกมาไม่ได้แล้วอย่างไร เธอแค่เขียนถึงความเคลื่อนไหวในแต่ละปีออกมา จากนั้นไป๋จิ้งถิงก็จะทำหน้าที่วิเคราะห์แล้วนำข้อมูลที่ฉินซูเม่ยบอกมาเขียนเป็นแผนธุรกิจอีกทีหนึ่ง

            อย่างเช่นตอนนี้ที่ซูซ่างจิ่นเสนอแผนการจัดทำโลจิสติกส์แบบครบวงจรให้กับภรรยาของฉั่วหลิวหย่ง ในชาติที่แล้วฉินซูเม่ยก็ได้อ่านแผนงานนี้ของซูซ่างจิ่นพอดี และเธอยังได้อ่านแผนงานเกี่ยวกับธุรกิจขนส่งแบบด่วนพิเศษของเขาด้วย ในเมื่อซูซ่างจิ่นตั้งใจจะเอาแผนโลจิสติกส์ขึ้นมาใช้ก่อน เธอก็จะเอาแผนธุรกิจขนส่งแบบด่วนพิเศษของเขามาเสนอให้กับโจวอี้เหวินเหมือนกัน

            เหตุผลที่ทำไมฉินซูเม่ยกับไป๋จิ้งถิงต้องมาเสนอแผนธุรกิจให้กับโจวอี้เหวิน

            หนึ่ง พวกเขาสองคนไม่คิดที่จะทำธุรกิจใหญ่โต เพราะพวกเขาไม่มีเงินและบุคลากรที่จะมาทำงานใหญ่ขนาดนี้

            สอง ไป๋จิ้งถิงสืบรู้มาแล้วว่าคนรักที่ทำให้ฉั่วหลิวอิงท้องแต่ไม่ยอมรับอาจจะเป็นโจวอี้เหวิน ส่วนสาเหตุที่โจวอี้เหวินไม่ยอมรับเด็กในท้องของฉั่วหลิวอิงก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะสืบรู้ เพราะสมัยนั้นฉั่วหลิวอิงใช้ชีวิตสาวโสดได้เรียกว่าทั่วถึงมาก โจวอี้เหวินโกรธมากที่จับได้ว่าฉั่วหลิวอิงแอบไปมีอะไรกับผู้ชายคนอื่นลับหลัง โจวอี้เหวินจึงไม่มั่นใจว่าเด็กคนนั้นจะใช่ลูกของเขาหรือเปล่า เรื่องนี้สร้างความอับอายให้ฉั่วหลิวอิงและครอบครัวฉั่วเป็นอย่างมาก

            และเหตุผลข้อสุดท้าย ไป๋จิ้งถิงยังสืบรู้มาอีกว่าคุณพ่อของโจวอี้เหวินถูกคุณพ่อของฉั่วหลิวอิงซ้อมจนเสียชีวิตในห้องขังในข้อหาร้ายแรงว่าคุณพ่อโจวขโมยสมบัติจากสุสานหลวง เพราะคุณพ่อของโจวอี้เหวินเป็นผู้เชี่ยวชาญที่รัฐให้ทำหน้าที่ไปขุดสุสาน ตอนนั้นคุณพ่อของโจวอี้เหวินปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะครอบครัวโจวและโจวอี้เหวินรู้ดีว่าที่คุณพ่อของฉั่วหลิวอิงยัดข้อหาและทำร้ายคุณพ่อโจวจนเสียชีวิตก็เพราะอยากแก้แค้นที่โจวอี้เหวินไม่รับผิดชอบลูกสาวของตัวเองต่างหาก

            เรียกได้ว่าเหตุการณ์ครั้งนั้น ตระกูลโจวกับตระกูลฉั่วย่อมต้องเป็นศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ ไป๋จิ้งถิงกับฉินซูเม่ยจึงตกลงที่จะให้การสนับสนุนโจวอี้เหวินให้สู้กับตระกูลฉั่วด้วยแผนธุรกิจจากความทรงจำในชาติที่แล้วของฉินซูเม่ย

    คล้ายกับเรื่องคุณย่าย้อนเวลาไปแก้ไขชะตาชีวิต (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    58.22M 2245
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    THe Superman

    THe Superman

    นิยาย แฟนตาซี
    333K 566
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668