บทที่ 17 กล้าหาญนัก รังแกน้องข้า!
หลี่ลี่หยดเืลงบนแผ่นศิลาเทวาลัย จากนั้นก็รู้สึกถึงเสียงคำรามกึกก้องในหัว สมองราวกับถูกอักขระแปลกประหลาดมากมายหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด เขาก็หยุดการดูดซับลง
ิญญาของเขาขยับไหว รู้สึกได้ว่ามีเคล็ดวิชาอันแปลกประหลาดฝังอยู่ในสมอง
“วิชาฤทธิ์เทพั์! นี่มันเคล็ดวิชาอะไรกัน?”
หลี่ลี่ตกตะลึง รีบสงบจิตสงบใจลงอย่างละเอียด เมื่อเพ่งพินิจ ก็พบว่าเคล็ดวิชาฤทธิ์เทพั์นั้น ช่างสูงส่งกว่าเคล็ดพลังปราณชิงหงเสียอีก
เปรียบเสมือนทารก กำลังเปรียบเทียบความรู้และประสบการณ์กับผู้ใหญ่
โอ้ ไม่น่าเชื่อว่าในโลกนี้จะมีเคล็ดวิชาที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้! หลี่ลี่ตื่นตะลึงอย่างมาก
นึกถึงครั้งหนึ่งที่เขาเคยอ่านหนังสือเบ็ดเตล็ดโดยบังเอิญ ข้างในกล่าวว่าเคล็ดวิชาแบ่งออกเป็ เคล็ดิญญา, เคล็ดพลัง, เคล็ดกายา, เคล็ดอาคม, เคล็ดสัจธรรม, เคล็ดวิหาร, เคล็ดสำนัก, เคล็ดราชันย์, เคล็ดวิสุทธิ์, เคล็ดเทพเ้า
เคล็ดพลังปราณชิงหง เป็เคล็ดิญญา หลังจากบ่มเพาะถึงขั้นิญญายุทธ์แล้ว เคล็ดวิชานี้ก็ต้องละทิ้งไป ไม่สามารถฝึกฝนต่อไปได้ ต้องฝึกฝนเคล็ดวิชาใหม่ในระดับที่สูงกว่า
ไม่รู้ว่าเคล็ดวิชาฤทธิ์เทพั์เป็เคล็ดวิชาขั้นไหน แต่ดูจากคำอธิบายอันน่าอัศจรรย์ ทฤษฎีอันแปลกประหลาด และความซับซ้อนของการบ่มเพาะแล้ว ล้วนบ่งชี้ว่าเป็เคล็ดวิชาขั้นสูงอย่างแน่นอน
ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพิญญา อยู่ในวิหารแห่งราตรี ภายในห้วงสมุทริญญา เขาได้รับเคล็ดวิชาที่ไม่ทราบระดับนี้มา ก็อยากจะลองฝึกฝนทันที
เดิมทีไม่ได้นอนมาสองวันแล้ว เขาอยากจะพักผ่อนสักหน่อย การฝึกฝนย่อมต้องรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ไม่ใช่เอาแต่ฝึกหนักอย่างเดียว มิฉะนั้นจะได้ผลตรงกันข้าม ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ร้ายแรงกว่านั้นอาจทำให้ร่างกายทรุดโทรมได้
แต่ตอนนี้เขาได้รับเคล็ดวิชาอันล้ำค่าและลึกลับมา ในใจก็รู้สึกคันยุบยิบ อยากจะลองฝึกฝนดู
ิญญาออกจากวิหารแห่งราตรี กลับเข้าสู่ร่างกาย เขาอยากรู้ว่าเคล็ดวิชาที่แผ่นศิลาเทวาลัยถ่ายทอดให้เขานั้น แท้จริงแล้วมีที่มาอย่างไร และมีความมหัศจรรย์อันใดแฝงอยู่
ในเวลานี้ ภายในแผ่นศิลาเทวาลัยมีพลังปราณจำนวนมาก จากเมื่อวานจนถึงตอนนี้ ไม่รู้ว่าแผ่นศิลาเทวาลัยดูดซับพลังปราณไปเท่าใดแล้ว
หลี่ลี่เริ่มดูดซับพลังปราณจากแผ่นศิลาเทวาลัย เริ่มต้นหมุนเวียนพลังปราณตามเคล็ดวิชาฤทธิ์เทพั์
เคล็ดวิชาฤทธิ์เทพั์นั้นยิ่งใหญ่และซับซ้อนเกินไป แค่เพียงลมปราณแปรเปลี่ยนขั้นแรก พลังปราณก็ต้องไหลเวียนผ่านจุดชีพจรมากถึงสามร้อยกว่าจุด
หลายจุดชีพจร หลี่ลี่ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่หลังจากที่เคล็ดวิชาฤทธิ์เทพั์ถูกฉายเข้าไปในหัว เขาก็รู้ชัดเจนว่าจุดชีพจรเหล่านี้คืออะไร แทนความหมายว่าอย่างไร มีความมหัศจรรย์อันใด เหมือนกับว่าเขาเกิดมามีความรู้มากมายอยู่แล้ว
เขาเริ่มต้นดูดซับพลังปราณจากแผ่นศิลาเทวาลัยอย่างต่อเนื่อง
ฝึกฝนเคล็ดวิชาฤทธิ์เทพั์ต่อไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ดูดซับพลังปราณเข้าไปมากมาย เขาคาดคะเนคร่าวๆ ว่าอย่างน้อยๆ ก็ก็น่าจะมากกว่าการฝึกฝนเคล็ดพลังปราณชิงหงถึงร้อยเท่า แต่ลมปราณแปรเปลี่ยนขั้นแรกยังไม่สำเร็จ
หลังจากรู้สึกว่าฝึกฝนมาเป็เวลานานแล้ว จึงหยุดการฝึกฝน ลืมตาขึ้นมาดู ก็พบว่านี่มันเป็เวลาเกือบจะเที่ยงวันเข้าไปแล้ว
เหลือเชื่อจริง ๆ ว่าเขาสามารถฝึกฝนอย่างต่อเนื่องมาได้หลายชั่วโมงขนาดนี้
ตอนนี้เป็เวลากลางวัน เขาไม่สามารถเข้าไปในวิหารแห่งราตรีเพื่อดูว่าแผ่นศิลาเทวาลัยถูกเขาดูดซับพลังปราณไปเท่าใดแล้วได้ แต่ดูจากเวลาและความเร็วในการดูดซับแล้ว คงต้องดูดซับไปมากมายแน่ ๆ
ในเวลานี้เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาแปลกไป แต่ก็บอกไม่ได้ว่าผิดปกติตรงไหน
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กำหมัดแน่น ยกเคล็ดวิชาฤทธิ์เทพั์ขึ้นมา ต่อยไปที่ต้นไม้ใหญ่ข้าง ๆ ทันที