ตอนที่ 17 มิติใหม่แห่งการมองเห็น
“ข้าคิดว่ามันน่าจะ……….”
โฮกกกกกกกก!
นั่นเสียงอะไรวะ! ?
“เป็เสียงคำรามที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้!”
“โอ๊ย!ขนลุกโว้ย ฟังจากเสียงคำรามแล้วมันจักต้องไม่ใช้ตัวดีอันใดแน่!”
ทุกคนที่นั่งอยู่บริเวณรอบกองไฟต่างพากันขนลุกขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงคำรามที่น่ากลัวซึ่งเสียงนี้ดังมาจากปลายยอดของูเาลูกที่ทุกคนพึ่งจะเดินข้ามมาและจากเสียงคำรามที่น่ากลัวเช่นนี้ทุกคนสามารถบอกได้เลยว่าเ้าของเสียงจะต้องไม่ใช่ตัวที่น่ารักน่าคบหาอย่างแน่นอน..........
“นั่นคือเสียงของาาสมิงดำเป็เพราะมัน ข้าจึงได้บอกให้พ่อผู้ใหญ่เรียกทุกคนมาเพื่อที่จักบอกกับทุกคนให้ระวังตัวกันเอาไว้ในคืนนี้!”พันผาได้พูดขึ้นว่านั้นคือเสียงของาาสมิงดำซึ่งมันเป็เหตุผลที่เขาเรียกทุกคนมาประชุมร่วมกันในตอนนี้และแน่นอนว่าทุกคนคงจะรู้ว่าาาสมิงดำนั่นน่ากลัวเพียงใดหากเผลอไม่ระวังตัวก็อาจจะถูกมันคาบไปกินได้..........
“หา!!าาสมิงดำ!?” เสียงของไอ้แดงอุทานขึ้นด้วยความใหลังจากที่มันได้ฟังเื่ของาาสมิงดำจากพันผา ซึ่งมันยังได้แสดงอาการมองไปทางซ้ายทีขวายังกับคนที่ตกอยู่ในความไม่ปลอดภัยอะไรอย่านั้น.........
“เอ็งรู้อะไรมาบ้างไอ้ผา? จงเร่งบอกข้ามาให้หมดเลย!”ผู้ใหญ่สุขถามพันผาด้วยสีหน้าที่จริงจัง ซึ่งเขาอยากรู้ว่าาาสมิงดำตามมาด้วยสาเหตุใดกันแน่ เพื่อที่จะคิดหาทางหนีทีไรและจัดการกับมันได้อย่างทันท่วงที........
“ท่านพญาคชสารพงไพรได้บอกกับข้ามาว่าสาเหตุที่าาสมิงดำติดตามพวกเรามาก็เพราะ มันได้กลิ่นเืและมวลสารพลังงานที่อยู่ในเนื้อของพญาหมูป่า มันจึงได้ติดตามพวกเรามา!”พันผาได้เล่าเื่ราวทั้งหมดที่ได้ฟังมาจากพญาคชสารพงไพรให้แก่ผู้ใหญ่บ้านและทุกๆคนได้ฟัง ซึ่งสาเหตุหลักๆ ที่าาสมิงดำได้ติดตามมานั้น ก็คงเป็เพราะกลิ่นเืและเนื้อของพญาหมู่ป่านั่นเอง………
วู้กกกวู้กกก!
เจี้ยกเจี้ยก!
พรึบพรึบ พรึบ!
หลังจากที่ทุกคนพูดคุยกันจบแล้วเสียงของสัพสัตว์ ไม่ว่าจะเป็ นก ลิง แมลง กว้างและสัตว์ชนิดอื่นๆที่อยู่ภายในบริเวณป่ารอบๆ นี้ได้ดังขึ้น ซึ่งปกติแล้วมันจะไม่ส่งเสียงร้องพร้อมๆกันแบบนี้ มันราวกับว่าพวกมันกำลังตื่นใเพราะถูกอะไรบางอย่างรบกวนอย่างนั้นแหละซึ่งทิศทางที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก็เป็ทิศทางเดียวกันกับที่าาสมิงดำอยู่พอดีเลย.........
“ลางร้าย!มันต้องเป็ลางร้ายแน่ๆ เพราะปกติแล้วนกกับลิงจะไม่แตกตื่นแบบนั้นในเวลากลางคืนหากพวกมันไม่ถูกรบกวน!” ไอ้โอ่งพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ไม่ไว้วางใจกับเสียงของสัพสัตว์ที่พากันแตกตื่นในเวลากลางคืนเช่นนี้ราวกับมันจะเป็ลางร้ายอะไรบางอย่าง...........
“เอาละทุกคนนี่ก็ได้เวลาอันสมควรนอนแล้ว คืนนี้ก็ให้จัดเวรชั่วโมงละคนเดียวโดยให้เริ่มจากไอ้ผาเป็คนแรกต่อด้วยไอ้โอ่ง ไอ้ไก่ ไอ้ดำ ไอ้แสน ไอ้ยอด ไอ้กล่ำไอ้บุญ ไอ้แดง ไอ้ทิต และข้าคนสุดท้าย!” ผู้ใหญ่บ้านได้แจกแจงหน้าที่ให้แก่ทุกๆ คนโดยให้อยู่เวรรักษาความปลอดภัยชั่วโมงละหนึ่งคนสลับกันไปเรื่อยๆจนครบทุกคน.............
“เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนเวรที่กะลาจมน้ำครบสามครั้งแล้วให้คนที่ทำหน้าที่อยู่ตีขอลอสามครั้งเพื่อเป็การบอกเวลาแต่ถ้ามีเหตุด่วนเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้น ให้ตีรัวและเร็วมากที่สุดเท่าที่พวกเอ็งจะทำได้!”ผู้ใหญ่สุขได้มอบหมายให้ทุกคนผลัดเวรมาดูความปลอดภัยทุกหนึ่งชั่วโมงต่อหนึ่งคนโดยเริ่มจากพันผาเป็คนแรกและผลักกันไปเรื่อยๆซึ่งหากมีเหตุร้ายอันใดเกิดขึ้นก็ให้ตีขอลอรัวๆและเมื่อกะลามะพร้าวที่เจาะรูถ่วงน้ำจมครบสามอันแล้ว ก็คือหนึ่งชั่วโมงพอดี จึงให้ตีขอลอสามครั้งเพื่อเป็การให้สัญญาณผลัดเปลี่ยนเวร..........
ขอรับพ่อผู้ใหญ่!
หลังจากที่ทุกคนเข้าใจในคำสั่งของผู้ใหญ่บ้านแล้วทั้งหมดก็ได้พากันแยกย้ายเข้านอนตามพื้นที่ที่ตนเองได้จัดเตรียมเอาไว้ทันทีโดยเหลือไว้แต่เพียงพันผาและเ้ากล้วยสองพ่อลูกเท่านั้นที่ยังไม่ได้นอนเพราะพันผาจะต้องอยู่เข้าเวรเป็คนแรกส่วนกล้วยเขาแค่้าจะอยู่เป็เพื่อนบิดาของเขาก่อนที่จะนอนก็เท่านั้น...........
“กล้วย!ถ้าลูกง่วงนอนก็ไปนอนก่อนพ่อได้เลยนะลูก! นี่มันก็ดึกมากแล้ว ลูกยังเด็กลูกควรที่จะนอนพักให้เยอะๆ รู้ไหม!” พันผาบอกกล้วยให้ไปเข้านอนก่อนตัวเขาซึ่งดูจากลักษณะของกล้วยแล้ว เขาคงจะรอเข้านอนพร้อมกับพันผาอย่างแน่นอนไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มานั่งเล่นอยู่หน้ากองไฟเช่นนี้..........
“ขอรับท่านพ่อ!”กล้วยตอบกลับพันผาไป ซึ่งเขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นไปนอนแต่อย่างใดอาจเป็เพราะกล้วยคงจะรอเข้านอนพร้อมกับพันผานั่นเอง..........
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป.........
ตุบตุบ ตุบ!
ป๊อกป๊อก ป๊อก
หลังจากที่พันผากับกล้วยได้เข้าเวรดูแลความปลอดภัยไปได้สักพักเขาก็ได้เดินไปดูกะลาที่เจาะรูถ่วงน้ำเอาไว้ซึ่งกะลาอันที่สามที่เป็ตัวบ่งบอกถึงเวลาที่เขาควรจะเปลี่ยนเวรได้จมลงแล้วเขาจึงได้ตีขอลอเพื่อผลัดเปลี่ยนเวรให้เวรที่สองมาเข้าต่อทันทีจากนั้นพันผากับกล้วยก็ได้พากันไปเข้านอนกระทั่ง..........
สามชั่วโมงผ่านไป......
กุกกัก กุก กัก
“จักลุกไปไหนลูกกล้วย! ?”พันผาได้ถามกล้วยในขณะที่เขากำลังจะลุกขึ้นและออกไปจากที่นอนเพื่อจะไปที่ไหนสักแห่ง...........
“ลูกปวดฉี่จักไปฉี่ขอรับ!”
“เ้าจงเดินตรงไปฉี่ที่หน้าพุ่มไม้ตรงนั้นและให้เดินอยู่ในระยะสายตาของพ่อด้วย ไปได้!”พันผาบอกให้กล้วยเดินตรงไปฉี่ที่หน้าพุ่มไม้ ซึ่งหางออกไปไม่ไกลนักพร้อมกับบอกกล้วยให้เดินอยู่ในระยะสายตาที่เขาสามารถมองเห็นกล้วยได้จากนั้นกล้วยก็ได้ลุกขึ้นเดินออกไปฉี่ทันทีซึ่งพันผาก็ได้นอนหันหน้ามองไปยังทิศทางที่กล้วยเดินไป........
ตุบตุบ ตุบ
หลังจากที่กล้วยเดินไปฉี่ได้สักพักเขาก็หวนคิดถึงคำพูดของพญาคชสารพงไพร ในตอนที่สอนตนเองว่า หากเ้า้าดึงพลังของจิติญญาที่ซ่อนอยู่ในตัวตนออกมาก็จงให้ทำจิตใจให้สงบเป็สมาธิ...........
สามนาทีผ่านไป.........
พรึบ!
หือ? นั่นมันแสงอะไรกัน? หรือว่ามันจะเป็แสงแห่งคลื่นพลังจิติญญาชีวิต?แถมรอบๆตัวที่เคยมืดสนิทจนมองอะไรแทบจะไม่เห็นก็สามารถมองเห็นได้ชัดด้วยหรือว่านี่จะเป็อย่างที่พ่อใหญ่ว่า?!”กล้วยได้นึกคำพูดของพญาคชสารพงไพรเกี่ยวกับเื่ของหลักการดึงพลังงานจิติญญาในตัวออกมาใช้ ซึ่งเขาได้ลองทำจิตให้เป็สมาธิดูในระหว่างที่ฉี่อยู่จนกระทั่งผ่านไปสามนาทีเขาจึงได้ลืมตาขึ้นมา ก่อนจะพบกับสิ่งที่ตนไม่เคยเห็นมาก่อนซึ่งก็คือคลื่นพลังงานจิตวิญาณชีวิตของสิ่งมีชีวิตต่างๆหรือแม้แต่สิ่งที่ไม่มีชีวิตเองก็ด้วย นอกจากนั้นการมองเห็นในยามค่ำคืนของเขาก็ยังดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย..........
วืด! วืด! วืด!
เอ๊ะ!
“นั่นมัน!ทำไมถึงเป็แสงสีแดงสดน่ากลัวเช่นนั้นล่ะ?! หือ?ดวงตาสีแดงนั่นหรือว่ามันจะเป็.........อ๊า!ทำไมมันถึงได้ดูน่ากลัวเช่นนี้ในขณะที่กล้วยกำลังมองดูรอบๆอยู่นั้นเขาก็ได้มองเห็นแสงสีแดงที่แตกต่างไปจากแสงของสัตว์ชนิดอื่นๆ ซึ่งมันเป็สีแดงเข้มที่ดูน่ากลัวและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่กำลังหมอบซุ่มอยู่บนยอดเขาและนอกจากแสงสีแดงรอบๆตัวของมันแล้ว มันยังมีดวงตาสีแดงและใหญ่โตเท่าไข่ห่านกำลังจ้องมองตรงมาทางที่เขาได้ยืนอยู่..........
“มันต้องเป็าาสมิงดำแน่เลย!เพราะจากที่ฟังมามันเป็สัตว์ที่น่ากลัวและชอบการฆ่าไม่งั้นมันคงไม่มีกลิ่นสาบเืเช่นนั้น” กล้วยแน่ใจทันทีว่าดวงตาสีแดงโตที่กำลังจ้องมองมาทางที่นั้นคือดวงตาของาาสมิงดำซึ่งไม่เพียงแต่สิ่งที่เขาเห็นจะเป็แสงคลื่นพลังแห่งจิติญญาชีวิตเท่านั้นมันยังมีกลิ่นสาบเืที่รุนแรงโชยมาตามลมอีก............
นั่น!!
จู่ๆเ้าของร่างที่มีดวงตาสีแดงโตที่ปรากฏอยู่ในที่มืดบนยอดเขาก็ได้ลุกขึ้นยืนเพื่อเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของมันให้กล้วยได้เห็นอย่างชัดเจนและเมื่อร่างเงานี้ยืนขึ้นและกระทบเข้ากับแสงจันท์ที่สว่างชัดมันได้ทำให้กล้วยรู้ได้ในทันทีเลยว่ามันคือ........
“าาสมิงดำ!เป็าาสมิงดำจริงๆด้วย ร่างกายสีดำทั้งตัว มีดวงตาที่ใหญ่โตสีแดงและรูปร่างที่เป็เอกลักษณ์ชัดเจนแบบนี้าาสมิงดำแน่ๆ!” เมื่อกล้วยได้เห็นาาสมิงดำแบบจังๆที่ยืนอยู่บนยอดเขาและกำลังมองลงมาที่เขาซึ่งเขาเองก็จ้องมองมันกลับไปเช่นกันมันคล้ายกับว่าเขากำลังต้องมนต์สะกดของาาสมิงดำอยู่อย่างนั้นแหละ..........
ฮืมมมมมมม!
“กล้วย!เ้าชื่อกล้วยอย่างนั้นรึ!? มาสิ!มาหาข้า มาสิ!”
หือ?
ไม่!
ตุบตุบ ตุบ
หลังจากที่กล้วยได้ยินเสียงของาาสมิงดำส่งเสียงเรียกชื่อของเขาพร้อมทั้งพยายามเรียกให้เขาเข้าไปหามันขึ้นมาภายในหัวและตัวเขาก็เกือบที่จะก้าวเดินออกไปหามัน แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเขาก็พลันได้สติกลับคืนมาก่อนที่จะตอบปฏิเสธกลับไปก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้าไปนอนและดึงผ้าห่มมาคลุมหัวตัวเองและล้มตัวลงนอนข้างๆพันผา ด้วยอาการที่หวาดกลัวทันทีซึ่งไม่มีใครรู้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับกล้วยในค่ำคืนนี้จนกระทั่งเช้าของวันใหม่..........
ในเช้าวันต่อมา..........
แปร้นแปร้น!
“หือ? เช้าแล้วกระนั้นรึเอาทุกคนตื่นๆ เช้าแล้วตื่นได้แล้ว!” ผู้ใหญ่บ้านได้ตื่นขึ้นหลังจากที่ได้ยินเสียงของโขลงพญาสารพงไพรดงขึ้นซึ่งมันเป็่เวลาเช้าตรู่ที่มีแสงแดดอ่อนๆเริ่มส่องสว่างให้เห็นเด่นชัด ดังนั้นผู้ใหญ่สุขจึงได้ส่งเสียงะโเรียกให้ทุกคนตื่นนอนกันได้แล้ว..........
“อ้าเช้าแล้ว เช้าแล้ว!”
“กล้วยเอ๊ยตื่นได้แล้วลูก!” พันผาส่งเสียงปลุกกล้วยอยู่หลายครั้ง แต่กล้วยก็ไม่ยอมลุกสักทีจนพันผาได้ดึงผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่ออก ก่อนที่พันผาก็ได้เห็นกับใบหน้าของกล้วยจึงได้รู้ว่าสีหน้าของกล้วยนั้นผิดปกติไป.........
“กล้วยเ้าไม่สบายกระนั้นรึ ทำไมสีหน้าของเ้าไม่ดีนัก!?”พันผาเอามือไปจับที่หน้าผากของกล้วย พร้อมกับถามด้วยความเป็ห่วง............
“ข้ามิได้เป็อันใดขอรับท่านพ่อ!”กล้วยกลับตอบพันผาพร้อมกับพยายามทำสีหน้าเป็ปกติ ซึ่งเขาไม่อยากให้พันผาเป็ห่วงและก็ไม่้าให้ใครรับรู้เื่ของเมื่อคืนนี้ ที่ว่าาาสมิงดำได้จ้องมองเขาและพูดคุยกับเขา..........
“มันจะไม้เป็อะไรได้เยี่ยงใดสีหน้าของลูกดูซีดเซียวขนาดนั้น!?”
“ไม่! ข้าไม่เป็ไรท่านพ่อข้าแค่ปวดฉี่เท่านั้น ข้าขอตัวไปฉี่และก็อาบน้ำก่อนนะ!”
ตุบตุบ ตุบ
ห้านาทีผ่านไปณ ลำธารขนาดเล็กที่อยู่ไม่ไกลจากที่พัก..........
แปร้นแปร้น!
“เ้าคชสารน้อยเพื่อนรักเมื่อคืนนี้เ้าหลับสบายดีหรือไม่!?” หลังจากที่กล้วยได้ยินเสียงของพญาคชสารพงไพรตัวน้อยเขาจึงได้เดินเข้าไปทักทายมันด้วยรอยยิ้มและเป็กันเอง..........
“ข้าหรอ? เอิ่ม……จะว่าอย่างไรดี ถามว่าหลับสบายไหม ข้าตอบได้แค่ว่า หลับเป็ตายเลยแหละกล้วย!ว่าแต่เ้าละเมื่อคืนหลับสบายดีไหม? แล้วเหตุใดขอบตาเ้าถึงได้ดำเยี่ยงนั้น?” พญาคชสารพงไพรตัวน้อยตอบกลับกล้วยทันที ก่อนจะถามกลับไปบ้าง..........
“ข้า...........”
โฮกกกกกกก!
ตึงตึง ตึง
“กล้วย! เมื่อคืนนี้เ้าได้เห็นาาสมิงดำแล้วใช่หรือไม่!?”พญาคชสารพงไพรมองมายังกล้วย พร้อมกับถามว่าเมื่อคืนนี้กล้วยได้เห็นาาสมิงดำแล้วใช่หรือไม่..........
“เอ่อ……พ่อช้างใหญ่ทราบได้อย่างไรหรือขอรับว่าว่าเมื่อคืนนี้กระผมได้เห็นาาสมิงดำ!” กล้วยถึงกับงงไปเล็กน้อยที่พญาคชสารพงไพรรู้ว่าเขาได้เห็นาาสมิงดำเมื่อคืนนี้ทั้งๆ ที่เขาอยู่คนเดียวและคนอื่นๆก็หลับหมดแล้วมีเพียงแค่คนที่ทำหน้าที่เฝ้ายามเท่านั้นที่ยังไม่นอน.........
โฮกกกกกกก!
“ถึงตาข้าจะปิดอยู่แต่จิตััของข้าได้เฝ้าดูเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ตลอดเวลา ซึ่งาาสมิงดำเองมันก็รู้และเห็นข้าที่กำลังดูแลพวกเ้าอยู่เช่นกันหากไม่มีข้าคอยอยู่ด้วย มันคงกระทำการอันมิดีกับเ้าและคนในหมู่บ้านท่าเสด็จไปแล้ว!”พญาคชสารพงไพรได้บอกกล้วยว่า เมื่อคืนนี้เขาได้เฝ้าดูเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยจิตััของเขาอยู่ตลอดซึ่งาาสมิงดำเองก็เห็นและรู้ถึงตนเช่นกัน........
อ๊า!
“ขอบคุณพ่อช้างใหญ่ขอรับที่ดูแล้วทุกคนเมื่อคืนนี้!”
“ไม่เป็ไรเ้าไปอาบน้ำและกลับไปยังที่พักเถอะ!”
ขอรับ!