ผืนแผ่นดินเบื้องนอกหลังจากผ่านไปเกือบสามปี... ช่างเงียบเหงาและเยือกเย็นกว่าที่เยี่ยเฟยิคาดคิดไว้มาก ชายหนุ่มในวัยย่างยี่สิบปีสาวเท้าก้าวลุยโคลนตมไปตามเส้นทางป่ารกชัฏ ซากเมืองชายแดนและหมู่บ้านอันแสนอบอุ่นที่เขาเคยอาศัยอยู่ บัดนี้ถูกวัชพืชและเถาวัลย์ขึ้นปกคลุมจนกลายเป็เพียงความทรงจำที่ล่มสลาย กาลเวลาเกือบสามปีที่เขาเสียไปในมิติแหวนนิลแลกมาด้วยความจริงที่ว่า โลกภายนอกเดินหน้าไปไกลแล้ว และเขายังคงตามหลังพวกมันอยู่หลายก้าว
ขวดน้ำเต้าเก่า ๆ แขวนแกว่งไกวอยู่ข้างเอว แขนเสื้อผ้าปะชุนทื่อ ๆ สะบัดไปตามสายลมราตรีที่เริ่มพัดแรง แววตาเรียวยาวสีม่วงหม่นของเขาจับจ้องไปยังแสงไฟวับแวมของเขตการค้าชายแดนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ทว่าในระหว่างที่เขากำลังเร่งฝีเท้า ท่าเท้า "ย่างก้าวเงาไร้ลักษณ์" ที่เขาฝึกฝนมาอย่างหนักจนเริ่มชำนาญก็ทำให้ประสาทััของเขาเฉียบคมขึ้นอย่างมาก เสียงกรีดร้องลั่นและเสียงหัวเราะเยาะหยันดังก้องแว่วมาจากซอกหลืบหุบเขาข้างทาง
เฟยิชะงักฝีเท้าโดยสัญชาตญาณ เขาแฝงกายเข้ากับเงาไม้อย่างลื่นไหลชะโงกหน้ามองลงไปเบื้องล่าง ภาพที่ปรากฏสู่สายตาทำให้เืในกายของเขาร้อนพล่านขึ้นมาทันที
ที่ลานดินโล่งเหนือน้ำตก มีกลุ่มชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าปุถุชนนับสิบคนถูกมัดรวมกันไว้ด้วยเชือกอาคม ร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและาแฉกรรจ์จากการถูกทุบตี รอบข้างมีกลุ่มโจรป่าอาวุธครบมือกำลังช่วยกันขนย้ายหีบสินค้าและเสบียงอาหาร ทว่าสิ่งที่ทำให้เฟยิต้องขบกรามแน่นจนได้กลิ่นคาวเื... คือร่างของชายหนุ่มสองคนในชุดคลุมสีขาวขลิบฟ้านวลอันหรูหราสะอาดตา บ่งบอกฐานะของศิษย์สายนอกแห่ง "สำนักวายุคราม" สำนักเซียนระดับกลางที่มีชื่อเสียงในแถบนี้!
พวกมันไม่ได้มาช่วยชาวบ้าน... แต่พวกมันกำลังยืนกอดอก ยิ้มกริ่ม และยื่นมือรับถุงศิลาปราณระดับต่ำจากหัวหน้าโจรป่าอย่างหน้าตาเฉย!
"ฮ่า ๆๆ ขอบพระคุณท่านเซียนทั้งสองมากขอรับ ที่ยอมหลับตาข้างหนึ่งและช่วยกางค่ายกลพรางตาไม่ให้ทหารทางการผ่านมาเห็น พวกข้าแบ่งส่วนแบ่งให้สำนักวายุครามตามข้อตกลงแน่นอน!" หัวหน้าโจรป่าเอ่ยพลางคำนับอย่างประจบสอพลอ
"รู้ความก็ดีแล้วไอ้พวกโจร" ศิษย์สำนักวายุครามคนหนึ่งแค่นเสียงหัวเราะ แววตาเต็มไปด้วยความโลภและความดูถูก "ปุถุชนพวกนี้มันก็แค่มดปลวก มีเสบียงมีสินค้าดี ๆ ไปก็ไร้ประโยชน์ ส่งมาให้พวกข้าสลักแปลงเป็โอสถปราณยังจะคุ้มค่าเสียกว่า เอาล่ะ... ส่วนพวกขยะปุถุชนที่เหลือ ก็จัดการฝังกลบให้หมดอย่าให้เหลือซากล่ะ"
"ไม่นะ! ท่านเซียน! ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย! พวกเราส่งส่วยให้สำนักท่านทุกปีทำไมถึงทำแบบนี้!" ชายชราที่เป็หัวหน้ากองคาราวานร้องไห้โฮ คุกเข่าโขกหัวกับพื้นจนเือาบ ทว่าศิษย์สำนักเซียนกลับใช้เท้าถีบเข้าที่ยอดอกของชายชราจนกระเด็น
"หุบปาก! พวกแกมีหน้าที่แค่จ่ายส่วยและเกิดมาเป็ฐานรองบาทให้ผู้ฝึกตนอย่างพวกข้าเท่านั้นแหละ!"
ภาพตรงหน้าซ้อนทับกับโศกนาฏกรรมในหมู่บ้านของเฟยิเมื่อสามปีก่อนทันที ความทรงจำอันเ็ปะเิออกในสมอง ความโสมมหน้าไหว้หลังหลอกของพวกผู้บำเพ็ญตนที่อ้าง์แต่ทำตัวเดรัจฉาน มันทำให้จิตสังหารของเขาปะทุขึ้นจนยากจะกักเก็บ
"อัคคีนิล... ข้าทนดูไม่ได้" เฟยิเอ่ยเสียงต่ำในจิตใจ
"ใจเย็น ๆ ก่อนไอ้หนู! เ้าเพิ่งอยู่ควบแน่นปราณ ขั้นที่ 1 เท่านั้น! ไอ้สองตัวนั้นมันอยู่ควบแน่นปราณ ขั้นที่ 3 แถมยังมีพวกโจรป่าอีกนับสิบ เ้าสู้มันไม่ได้หรอก!" อัคคีนิลรีบเตือนในหัวด้วยความร้อนรน
"ต่อให้ต้องตาย ข้าก็จะไม่ยอมหันหลังให้ภาพแบบนี้อีกแล้ว!"
ฟุ่บ!
ร่างของเฟยิพุ่งทะยานออกจากพุ่มไม้ดุจภูตผีด้วยทักษะย่างก้าวเงาไร้ลักษณ์ ชายหนุ่มมาปรากฏตัวตรงหน้าชายชราและกลุ่มชาวบ้าน ขวางทางระหว่างพวกโจรและศิษย์สำนักเซียนเอาไว้ แววตาสีม่วงหม่นจ้องมองศัตรูอย่างเยือกเย็น
"เฮ้ย! มีมดปลวกโผล่มาเพิ่มอีกตัวรึไงวะ!" หัวหน้าโจรป่าะโลั่น พลางวาดดาบใหญ่ในมือ
"แกเป็ใคร? กล้าดียังไงมาสอดเื่ของสำนักวายุคราม!" ศิษย์สำนักเซียนหรี่ตาลง มองเสื้อผ้าซอมซ่อของเฟยิด้วยความเหยียดหยาม
"ข้าก็แค่ปุถุชนธรรมดา... ที่ทนเห็นความโสโครกของพวกเ้าไม่ได้!" เฟยิแค่นเสียงต่ำ นิ้วชี้ขวาของเขาแผ่ประกายแสงสีม่วงดำลึกลับออกมาทันที "สวมชุดเซียนอันสูงส่ง แต่หัวใจกลับต่ำต้อยยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน สมคบคิดกับโจรปล้นชิงชาวบ้าน... วิถี์ของพวกเ้ามันมีไว้เพื่อการนี้งั้นเหรอ!"
"รนหาที่ตาย! ฆ่ามันซะ!" ศิษย์สำนักเซียนที่เป็ผู้เป็ศิษย์พี่คำรามลั่นด้วยความโมโหที่ถูกฉีกหน้า
พวกโจรป่าห้าหกคนพุ่งเข้าใส่เฟยิพร้อมอาวุธครบมือ ชายหนุ่มสูดหายใจลึก ชักนำปราณอนธการอันเยือกเย็นไหลเวียนสู่ฝ่าเท้า ท่าเท้า "ย่างก้าวเงาไร้ลักษณ์" ะเิออก ร่างของเขาพลิ้วไหวกลายเป็เงาสายฟ้าสีดำหลบคมดาบได้อย่างฉิวเฉียดจนพวกโจรฟันโดนเพียงความว่างเปล่า เฟยิสับฝีเท้าเข้าประชิดตัวโจรคนแรก นิ้วชี้ขวาแทงออกด้วยความเร็วปานสายฟ้า
"ดรรชนีอนธการ... ศรทมิฬ!"
ปัง!!!
ลำแสงสีม่วงดำพุ่งทะลวงตัดอากาศ ปักเข้าที่จุดชีพจรกลางอกของโจรป่าคนนั้นอย่างแม่นยำ แรงอัดของปราณอนธการทำให้นิ้วของเขาแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ร่างของโจรป่ากระเด็นลอยไปกระแทกโขดหินกระอักเืหมดสติไปทันทีในหมัดเดียว!
"เห้ย! วิชาอะไรกันวะ? ศิษย์น้อง... ถอยไป ข้าจัดการเอง!" ศิษย์พี่ผู้มีระดับพลังควบแน่นปราณ ขั้นที่ 3 ชักกระบี่บินออกมาก่อนจะะโปราดเข้าจู่โจมเฟยิ คลื่นปราณวายุสีครามหมุนวนรอบตัวกระบี่ดุดัน
ทว่า วินาทีที่คมกระบี่จะถึงตัว ร่างของเฟยิกลับโยกหลบซ้ายขวาอย่างลื่นไหล ดุจภูตผีที่ไม่มีเนื้อหนัง ปราณอนธการสีดำทมิฬปะทุออกจากร่างแผ่แรงกดดันข่มขวัญจนศิษย์พี่คนนั้นหน้าถอดสี
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เฟยิไม่ได้ใช้ อาวุธ เขาใช้เพียงปลายนิ้วที่อัดแน่นด้วยปราณอนธการกระแทกเข้ากับใบมีดกระบี่ตรง ๆ เสียงโลหะปะทะดังสนั่น พลังทำลายล้างของสายเืจักรพรรดิเหนือกว่าปราณวายุทั่วไปนับสิบเท่า เฟยิอาศัยจังหวะที่ศัตรูเสียหลัก รุกคืบเข้าประชิดวงในอย่างรวดเร็ว สองนิ้วชี้และกลางแทงสวนเข้าที่หัวไหล่และชายโครงของศิษย์พี่อย่างจัง!
ฉึก! อั่ก!
"หนอย... แก!" ศิษย์พี่กระอักเืหน้ามืด ร่างกายชาหนึบเพราะปราณความมืดแล่นเข้าแทรกซึมระบบชีพจร มันทรุดเข่าลงกุมแผล สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวขีดสุดเมื่อเห็นเฟยิง้างดรรชนีเตรียมปิดบัญชี สถานการณ์ในตอนนี้ เฟยิควบแน่นปราณขั้นที่ 1 กำลัง "กดหัวและได้เปรียบ" ควบแน่นปราณขั้นที่ 3 ของสำนักใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
"ศิษย์พี่! ระวัง!"
ทว่า... ความจริงของโลกแห่งผู้ฝึกตนนั้นช่างโสโครก เมื่อเห็นท่าไม่ดี ศิษย์น้องอีกคนที่มีระดับควบแน่นปราณ ขั้นที่ 3 เท่ากัน ก็ไม่ได้รักในเกียรติยศที่จะมาเดี่ยวตัวต่อตัว มันสะบัดมือปล่อยยันต์อาคมะเิเพลิงพุ่งเข้าใส่แผ่นหลังของเฟยิจากมุมมืดทันที!
ตูมมมม!
แรงะเิจากยันต์ลอบกัดซัดเข้ากลางหลังของเฟยิอย่างจังจนร่างของเขากระเด็น ลมปราณอนธการที่กำลังพุ่งสมาธิไปกับการโจมตีด้านหน้าถูกขัดจังหวะและตีกลับทันที ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งหลัก ศิษย์พี่ที่เพิ่งรอดตายก็สบโอกาสขบกรามด้วยความแค้น พุ่งกระบี่แทงซ้ำเข้าที่ชายโครงด้านข้าง พร้อมกับศิษย์น้องที่ะโเข้ามา "รุม" ฟาดฝ่ามือวายุอัดเข้าที่กลางอกของเขาประสานขนาบข้างพร้อม ๆ กัน!
อั่ก! เฟยิกระอักเืสด ๆ ออกมาคำโต ช่องว่างด้านประสบการณ์การรับมือกับการรุมสกรัมของสองผู้ฝึกตนขั้นที่ 3 ทำให้ปุถุชนที่เพิ่งจับปราณได้เดือนเดียวอย่างเขาต้องปราชัย ร่างของชายหนุ่มลอยละลิ่วกระแทกพื้นดินอย่างแรง เสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่ง าแทั่วร่างหลั่งโลหิตสีแดงฉาน ร่างกายเละเทะจนแทบขยับไม่ได้
"หึ! แกร่งแค่ไหนสุดท้ายก็เป็แค่ควบแน่นปราณขั้นที่ 1 ระดับต่ำชั้นสวะ!" ศิษย์พี่พยุงตัวลุกขึ้นมาเช็ดเืที่มุมปาก มันเดินเข้ามาใกล้ด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวจากความอับอาย พลางเตะเข้าที่ชายโครงของเฟยิซ้ำ ๆ เพื่อระบายความแค้นที่เกือบโดนเด็กซอมซ่อฆ่าตาย
"พี่ชาย! หยุดเถอะ! อย่าทำเขาเลย!" เด็กน้อยในกลุ่มชาวบ้านร้องไห้ระงม ภาพของเฟยิที่ยอมเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อปกป้องพวกเขา มันจุดประกายความหวังและความเ็ปในใจของชาวบ้านทุกคน
ศิษย์สำนักเซียนเงื้อกระบี่ขึ้น หมายจะแทงทะลุหัวใจของเฟยิเพื่อปิดปาก "ดับสูญไปพร้อมกับความโง่ของแกซะเถอะ"
ทว่า ท่ามกลางสภาพร่างกายที่แหลกเหลว เฟยิกลับใช้มืออันสั่นเทายันพื้นดิน ค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ ดวงตาสีม่วงหม่นของเขาไม่ได้มีความกลัวเลยแม้แต่น้อย มันกลับนิ่งสงบและเปี่ยมไปด้วยปณิธานอันแข็งแกร่งจนน่ากลัว ศิษย์สำนักเซียนชะงักกระบี่ไปชั่วครู่ด้วยความรู้สึกขนลุกอย่างประหลาด
เฟยิจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพวกมัน แววตาแฝงความสมเพชขีดสุด ก่อนจะเปล่งเสียงทุ้มต่ำดังก้องไปทั่วหุบเขา:
"พวกเ้า... ไม่ละอายใจบ้างหรือไง? สวมชุดคลุมของสำนักใหญ่ บำเพ็ญตนอ้างวิถี์เพื่อแสวงหาความเป็ะ... แต่กลับต้องมาหากินกับหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาของปุถุชนที่ไม่มีทางสู้! พลังปราณที่พวกเ้าภูมิใจนักหนา มันมีไว้เพื่อก้มหัวให้โจรและเหยียบย่ำคนอ่อนแอแค่นั้นน่ะเหรอ! วันนี้พวกเ้าอาจจะฆ่าข้าได้... อาจจะฆ่าชาวบ้านทุกคนที่นี่ได้... แต่พวกเ้าไม่มีวันลบเลือนความจริงที่ว่า พวกเ้ามันก็แค่ 'คนขลาด' ในคราบเซียน!"
คำพูดที่เฉียบคมและทรงพลังของเฟยิ ดุจลิ่มเหล็กที่ตอกย้ำเข้ากลางใจดำของศิษย์สำนักวายุครามอย่างรุนแรง บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดลงทันตา ชาวบ้านทุกคนที่ได้ฟังต่างหลั่งน้ำตา ความกลัวในใจของพวกเขาแปรเปลี่ยนเป็ความโกรธแค้นและไฟแห่งศักดิ์ศรี พวกเขาเริ่มขยับตัว กุมหมัดแน่น และจ้องมองพวกเซียนด้วยสายตาที่ไม่ยอมจำนนอีกต่อไป
"แก... แก!" ศิษย์สำนักเซียนหน้าถอดสี ใบหน้าของพวกมันเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำด้วยความอับอายและละอายใจขีดสุด มือที่ถือกระบี่สั่นระริกจนคุมไม่อยู่
"ศิษย์พี่... บรรยากาศมันแปลก ๆ แล้ว" ศิษย์น้องสะกิดเบา ๆ เมื่อเห็นสายตาของชาวบ้านนับสิบที่เริ่มแผ่จิตสู้ออกมา และหากเื่สมคบคิดกับโจรนี้หลุดรอดไปถึงหูเบื้องบนของสำนัก พวกมันหัวขาดแน่ "รีบถอยก่อนเถอะ วันนี้มีคนมาเห็นเยอะเกินไปแล้ว!"
"ชิ! ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้ขยะ! พวกเราถอย!"
ศิษย์สำนักเซียนทั้งสองคนรีบะโขึ้นกระบี่บินทะยานหนีไปบนท้องฟ้าด้วยความลนลาน ทิ้งให้พวกโจรป่าที่เหลืออยู่หันมามองหน้ากันด้วยความเลิกลัก เมื่อเห็นว่าไม่มีเซียนคอยหนุนหลัง แถมชาวบ้านยังเริ่มลุกฮือขึ้นสู้ สัญชาตญาณโจรก็ทำให้พวกมันรีบทิ้งอาวุธและหอบเงินหนีเตลิดเปิดเปิงไปในความมืดทันที
ตุ่บ...
ร่างของเฟยิร่วงกระแทกคุกเข่าลงกับพื้นน้ำตก สติของเขาจวนเจียนจะดับสูญ าแทั่วร่างระบมจนแทบขยับไม่ได้ ทว่าในความมืดมิดนั้น มือหยาบกร้านของชายชราและชาวบ้านนับสิบต่างรุมเข้ามาช่วยประคองร่างของเขาไว้ด้วยความซาบซึ้งและเทิดทูน
"พ่อหนุ่ม! พ่อหนุ่มเป็อย่างไรบ้าง! ขอบคุณท่านมาก... ขอบคุณท่านจริง ๆ!"
ท่ามกลางสติที่เลือนลาง เฟยิเห็นประกายไฟสีม่วงดำของอัคคีนิลสั่นไหวเบา ๆ ในหัว พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความนอบน้อมเป็ครั้งแรก: [ แพ้ในเชิงรบ แต่ชนะในวิถีแห่งใจ... ชายหนุ่มเอ๋ย ข้าเริ่มมองเห็นแสงสว่างที่แท้จริงในพลังความมืดของเ้าแล้ว ]