โปรดอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม เฟยฮวาขอตัวกลับ ท่านผู้าุโฮุยไฉจัดรถม้าให้สองคัน คันแรกให้นางและบุตรชายนั่งอย่างสะดวกสบาย ส่วนอีกคันนั้นใช้ขนสิ่งของที่นางซื้อในวันนี้
เฟยฮวาจะลงมาซื้อขนมที่ชั้น 3 ตามสัญญาที่ให้กับบุตรชาย แต่ท่านผู้าุโฮุยไฉ ชิงตัดหน้าเตรียมขนมใส่กล่องให้เป็อย่างดี ส่งให้เฟยหลงแล้วบอกว่าแลกกับปิ่งกัน ทำเอาเฟยฮวาหมดคำจะเอ่ย สมกับเป็หัวหน้าโรงประมูลเหิงเยว่ ไม่แปลกใจที่ดูแลโรงประมูลใหญ่ขนาดนี้ได้ต้องมีความเ้าเล่ห์ และเขี้ยวเล็บอยู่ไม่น้อย
กำชับอีกว่าหากถึงนัดแล้วจะไปรับ มีเหตุอันใดให้มาหาเขาที่โรงประมูลได้เสมอ ที่นี่ยินดีต้อนรับทั้งสอง
เมื่อกลับถึงเรือนเฟยฮวายังไม่แกะห่อผ้าหนังสือของตนออก คิดว่าย้ายเรือนแล้วค่อยจัดของทีเดียว สั่งทำห้องหนังสือพร้อมชั้นวางไว้แล้ว เพราะหนังสือที่ตนซื้อมาจากโรงหนังสือที่ตลาดก็มีมากและคิดว่าคงได้ซื้ออีก ยิ่งได้มารู้ว่าโรงประมูลเหิงเยว่มีร้านหนังสือที่น่าสนใจมากขนาดนี้ คิดถูกเสียจริงที่ทำห้องนี้ไว้
ส่วนเฟยหลงนั้นแกะห่อของตนด้วยความสนใจ ต้นไม้ต้นเล็กในกระถาง ท่านแม่บอกว่ามันคือบอนไซต้นสน การดูแลต้องพิถีพิถัน เลี้ยงด้วยความรักและความเอาใจใส่ ต้องหมั่นรดน้ำ บำรุงดิน พาไปพบแสงแดดให้เพียงพอ เมื่อถึงเวลาต้องคอยเปลี่ยนกระถาง ปลูกยากกว่าผักหลายเท่านัก ถ้าเราเลี้ยงดีกิ่งก้านของต้นสนจะแผ่ออกงดงาม เหมือนต้นอื่นในร้านที่พอมีกิ่งก้านสวยงามให้ชม ท่านตาฮุยเล่าว่ามีบอนไซที่งดงามกว่านี้นัก ที่โรงประมูลที่ชั้น 2
แต่เขาชอบต้นไม้ต้นเล็กนี้ อยากเลี้ยงให้เ้าสนน้อยต้นนี้เติบโตด้วยมือของเขาเอง
เมื่อเขาอยากได้ท่านแม่ก็ซื้อให้ ท่านแม่บอกว่าเป็เพราะเขาตั้งใจดูแลแปลงผักที่เรือน จึงเชื่อใจว่าเขาจะดูแลมันได้
เฟยฮวามองบุตรชายที่ยิ้มกับต้นไม้จิ๋วด้วยความเอ็นดู
“หากชมเสร็จแล้วลูกเอาต้นไม้มาวางที่โต๊ะนี้ก่อน พรุ่งนี้เช้าก่อนไปสถานศึกษาก็รดน้ำแล้วนำมันไปวางรับแดด ่สายแดดแรงแม่จะเก็บให้ หากย้ายเรือนแล้วเอาวางไว้ในห้องเขียนหนังสือของลูกได้ ตรงโต๊ะนั่งเป็หน้าต่าง ใช้วางบอนไซได้พอดี เพียงแต่ต้องเอาถาดรองมารินน้ำออกด้วย หากมีน้ำขังมันจะตายได้”
“ขอรับท่านแม่ ข้าจะดูแลเ้าสนน้อยนี่ให้ดี ให้เติบใหญ่ไปพร้อมกับข้าเลย”
“เ้าลองเลี้ยงต้นนี้ไปก่อน หากชอบแม่จะซื้อให้อีก ยังมีบอนไซอีกหลากแบบนัก”
นางจะเอาจากเกมปลูกผักมาให้ด้วย ในนั้นมีบอนไซ แบบอลังการ ไว้โอกาสพิเศษจะขอมาให้บุตรชาย ต้นเล็กเท่านี้ ไม่ทันได้แผ่กิ่งก้านยังตั้ง 700 ตำลึงทอง ต้นที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยในร้านค้ามีราคาหลายพันตำลึงทอง ที่ประมูลชั้น 2 คงหลักหมื่นขึ้น ดีที่บุตรชายนางชอบต้นจิ๋วนี่
“ขอบคุณขอรับท่านแม่” เฟยหลงดีใจ ท่านแม่ใจดีกับเขานัก ต่อไปต้นสนนี่คงได้สหายบอนไซเพิ่ม
เฟยหลงไล่ชมของที่ซื้อมา จนได้เวลารดน้ำแปลงผัก
“ข้าไปรดน้ำแปลงผักก่อนนะขอรับ ถั่วฝักยาวทั้งสีเขียวและสีม่วงกำลังเลื้อย ออกฝักแล้วด้วย อีกไม่นานคงเก็บมาทำอาหารได้” เฟยหลงยิ้ม ภูมิใจกับฝีมือการรดน้ำของตนเอง
“หากเก็บได้แม่จะเอามาผัดกุ้งให้เ้ากิน ที่เหลือนำไปฝากคนอื่น”
เฟยฮวานึกถึงถั่วฝักยาวที่ปลูก ทำไม้ให้เลื่อยก็เลื่อยจนเต็มพื้นที่ไปหมด ตอนนี้ฝักที่ออกมากำลังอ่อน อีกไม่นานคงเก็บได้อย่างที่บุตรชายว่า มีหลายสิบฝัก กินสองคนคงไม่ไหว จึงคิดจะนำไปแจกจ่ายคนสนิท
“ดีขอรับท่านแม่ ข้ารีบไปรดน้ำก่อนดีกว่า มันจะได้โตเร็ว ๆ” ได้ยินเช่นนั้นทั้งกุ้งผัดถั่วฝักยาว และจะนำไปแจกคนอื่นได้ เขาก็ยินดีอยากรีบเอาไปแจก คงต้องตั้งใจรดน้ำสุดฝีมือ! เลยรีบเอาของที่ซื้อมาไปเก็บเข้าที่
เฟยฮวามองแล้วชื่นใจ เป็เด็กที่รู้ความ สอนอะไรครั้งเดียวก็จดจำได้ อยากได้ของชิ้นไหนจะสอบถามก่อนว่าตำลึงพอไหม แล้วของที่อยากได้ล้วนมีประโยชน์ทั้งนั้น อย่างบอนไซต้นสนนี้ มันเลี้ยงยากกว่าต้นไม้ปกตินัก ถือว่าให้เฟยหลงได้ฝึกความอดทน ต้นไม้บางต้นกว่าจะยอมผลิดอก ออกผลให้เห็นความงาม ต้องใช้เวลา
ได้เวลามื้อเย็น วันนี้เฟยฮวาปรับการกินของตนเอง งดข้าวสวย ให้พี่ชายระบบทำปลากุยยวีย่าง ฟักทองย่าง พร้อมผักสดนานาชนิดชามโต ส่วนของบุตรชายข้าวปลากุยยวีย่างซอสพร้อมไข่หวาน มื้อกลางวันกินไปเยอะ มื้อเย็นเลยเบาลงหน่อย
“ท่านแม่ไม่กินข้าวหรือขอรับ” เฟยหลงถามด้วยความสงสัย
“แม่อวบอ้วนไปหน่อย จึงอยากลดน้ำหนักลงสักนิด สุขภาพร่างกายจะได้แข็งแรง เลยปรับการกิน เน้นกินผักสด ส่วนลูกนั้นตัวเล็กยังกินได้เต็มที่” เฟยฮวาอธิบาย
“ขอรับท่านแม่ แล้วจะอิ่มไหม”
“อิ่มสิ แม่กินปลาชิ้นใหญ่ ฟักทองย่างอีก ผักชามโตนี่ด้วย” เฟยฮวาชี้ให้บุตรชายดูที่ชามผัก
“จริงด้วยขอรับ” เมื่อได้ฟังคำอธิบาย เขาย่อมเข้าใจ ท่านแม่กินผักเยอะมาก กินหมดนั่นต้องอิ่มแน่นอน
“ลูกก็กินผักด้วยเล่า แม่ว่าฟักทองย่าง อร่อยกว่าแบบต้มอีก ลูกลองชิมดู” เฟยฮวาส่งฟักทองย่างให้บุตรชายชิม
“จริงด้วยขอรับท่านแม่ ข้าว่ามันหอมแล้วหวานขึ้น” เฟยหลงยิ้ม มันอร่อยขึ้นอย่างที่ท่านแม่บอก
เนื้อปลาสีส้มย่างชิ้นโตวันนี้อร่อยนัก เนื้อหวานมีความมัน เก็บเข้าคลังของโปรด หมาข่าหลงอีกสองชิ้นปิดท้าย ท่านตาฮุยให้เขามาตั้งสิบกว่าชิ้น พรุ่งนี้เขาจะกินอีก
นั่งคุยเล่นกับท่านแม่อยู่ครู่ใหญ่ เขาก็ไปอาบน้ำ เตรียมตัวเข้านอน พรุ่งนี้ต้องไปสถานศึกษาแต่เช้า จะไปเล่าเื่โรงประมูลเหิงเยว่ให้สหายฟัง ห้อยพู่หยกที่ท่านแม่ซื้อให้เขาด้วย
ส่งบุตรชายเข้านอนแล้ว เฟยฮวาเข้าห้องตนเองเช่นกัน เพิ่งกลางยามซวี อีกนานกว่านางจะนอน จึงติดต่อพี่ชายระบบสักหน่อย พืชที่ปลูกไว้ในเกมโตแล้ว ถึงเวลาเก็บเกี่ยว
เมื่อนึกถึงพืชที่ปลูกไว้ จอภาพสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ก็ปรากฎขึ้นมา เป็ภาพทุ่งข้าวสาลี เฟยฮวาปลูกข้าวสาลีไว้เยอะมาก เพราะเป็วัตถุดิบหลักในการทำปิ่งกัน แม้ของพวกนี้จะซื้อจากท่านป้าถางได้ แต่ก็ต้องมีสำรองไว้ ไม่ให้ขาด
‘พี่ชายระบบ รบกวนเก็บผลไม้ที่โตแล้วเข้าคลังให้ข้าด้วยเ้าค่ะ’
‘ได้ขอรับนายหญิง’
‘เก็บเกี่ยวข้าวสาลี แล้วทำการปลูกต่อได้เลยเ้าค่ะ’
‘ได้ขอรับนายใหญ่ ใช้เวลาเติบโต 10 วัน’
พริบตาภาพที่เห็นก็เปลี่ยน ทุ่งข้าวสาลีสีเหลืองหายไป กลายเป็พื้นดินสีน้ำตาลเต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์ที่หว่านไว้
‘ขอบคุณเ้าค่ะ นำข้าวสาลีในคลังไปแปรรูปเป็แป้งสาลี 20 กระสอบ ข้าจะเอาไว้ทำปิ่งกันเ้าค่ะ’ หากปลูกเองต้องใช้เวลาตั้ง 4-5 เดือน แต่ในเกมนั้นสะดวกยิ่งนัก ลดเวลาไปหลายเท่า
‘ได้ขอรับ ตอนนี้มีแป้งสาลีในคลังสินค้า 50 กระสอบ’
‘เก็บผลผลิตนมวัว ไข่ไก่ เข้าคลังได้เลยนะเ้าคะ’
‘ตอนนี้ในคลังมีนมวัว 500 ถัง ไข่ไก่ 3000 ฟอง’
‘ผลิตหวงโหยวให้ข้า 300 ก้อน’ วัตถุดิบสำคัญในการทำปิ่งกัน
‘ได้ขอรับ ตอนนี้ในคลังสินค้ามีหวงโหยว 700 ก้อน’
เฟยฮวาสั่งการไปเรื่อย ดูความเรียบร้อยของอาณาจักรตนเอง ภาพในเกมสวยยิ่งนัก รู้สึกผ่อนคลาย
‘ขอบคุณเ้าค่ะ วันนี้ในอาณาจักรห่าวอู๋ข้า้าทำเพียงเท่านี้’
‘ยินดีขอรับ’
ภาพหน้าจอหายไป สบายใจขึ้นกับวัตถุดิบ ยังไงก็เพียงพอเพราะนางจะสั่งจากท่านป้าถางอีก สั่งแล้วให้พี่ชายระบบช่วยนำไปทำเป็แป้งปิ่งกันให้ เหมือนตอนที่ส่งวัตถุดิบที่สั่งจากท่านป้าถางเข้าไปทำอาหาร ขาดเหลืออะไรค่อยใช้จากในระบบ
เฟยฮวายังคงนั่งร่างแบบให้ท่านป้าตงเอาไปปัก จดรายการวัตถุดิบที่นึกขึ้นได้ กำลังเขียนอะไรเพลิน ๆ
ตุบ…
เสียงคล้ายวัตถุอะไรตก หรือจะเป็บุตรชายนางออกมานอกห้อง แต่เฟยหลงเมื่อหลับแล้วไม่เคยออกมา นึกสงสัยเฟยฮวาเดินไปเอาหูแนบประตู ได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ เหมือนเสียงคนใส่รองเท้ามาเดินในเรือนนาง ไม่ใช่เสียงเท้าของเฟยหลงแน่นอน
รึว่าจะเป็โจร
ใจนางเต้นอย่างแรง ไหนบอกทั่วแคว้นชิงหลงไม่มีโจร นางซวยอะไรเช่นนี้ รีบมองหาอาวุธป้องกันตัว จนสายตาไปหยุดที่โต๊ะเขียนหนังสือ แท่นฝนหมึกหินหนักใช้ได้ โดนไปคงสลบ นางรีบไปหยิบ แล้วแง้มประตูด้วยความเบามือ
เงาจากแสงตะเกียงไฟที่จุดไว้ สะท้อนให้เห็นเงาบุรุษตัวสูง ร่างหนากำลังเดินอยู่ในเรือน เฟยฮวารู้สึกกลัวมาก สิ่งที่คิดนั้นนางไม่กล้าลงมือทำ ตอนนี้ก้าวขายังยาก
จนกระทั่งเขาไปหยุดที่ประตูห้องเฟยหลง
ความกล้ามาจากไหนไม่รู้ เฟยฮวารีบเปิดประตูไป
“หยุดนะโจรชั่ว! ถอยออกจากห้องบุตรชายข้า เ้าคิดกล้าเป็โจรที่แคว้นชิงหลง ไม่รู้หรือว่าโทษถึงตาย!” เฟยฮวาสาวเท้าเข้าไป กะใช้แท่นฝนหมึกป้องกันตัว ทุบเขาให้สลบ
ไม่ทันที่นางจะได้ใช้อาวุธ เขาหันหน้ากลับมาจับมือนางแล้วบิด จนแท่นฝนหมึกตกลงพื้น มือไวมากสมกับเป็โจร ซวยจริง ๆ มาเจอโจรฝีมือดีอีก
ปึก!
“โอ๊ย ปล่อยข้านะ!” เขาจับมือนางแน่นแล้วกอดตัวนางไว้ ส่วนสูงต่างกันนัก นางสูงเพียงไหล่เขา เฟยฮวาไม่อยู่เฉยดิ้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี ยกเข่าขึ้นแทงไปที่กล่องดวงใจของบุรุษ สภาพทุลักทุเล แทงโดนบ้างไม่โดนบ้าง โจรผู้นี้ก็ช่างถึกทน ไม่สะท้านเลย นางไม่ใช่สตรีบอบบาง แต่เขาแข็งแรงกว่า ตัวทำด้วยเหล็กหรือไง
“เกิดอันใดขึ้นขอรับท่านแม่!” เฟยหลงเปิดประตูออกมาเพราะได้ยินเสียงดัง
“เฟยหลงอย่าออกมา รีบปิดประตูห้อง โจรบุกเรือนเรา!” เฟยฮวาะโขึ้นด้วยความเป็ห่วง
โจรชั่วนั้นหันหน้าไปหาเด็กชาย
“อย่ายุ่งกับบุตรชายข้านะ!” เฟยฮวาะโขึ้น พร้อมดิ้นให้หลุด ทั้งเจ็บมือที่โดนจับ
“ท่านพ่อ!” เฟยหลงะโขึ้นแล้ววิ่งมาหาโจรผู้นั้น
เขาปล่อยนางแล้วเดินไปหาบุตรชาย เฟยหลงกอดขาเขาแน่น
“ท่านแม่ นี่ท่านพ่อขอรับ ไม่ใช่โจร!”
…
เฟยฮวาขาอ่อนจนทรุดลงไปที่พื้น หากสามารถมุดพื้นหนีจากเหตุการณ์ตรงหน้าได้นางทำไปแล้ว รู้สึกอยากเป็ลมไม่รู้ว่าจากสิ่งที่ได้กระทำไป หรือโล่งใจที่เขาไม่ใช่โจร เมื่อได้มองใบหน้าของเขาแล้วนั้น โจรที่นางเรียกคือ จ้าวซีฮัน สามีของนางเอง
“ท่านแม่รับน้ำก่อนขอรับ” เฟยหลงส่งน้ำให้มารดา
“ขอบใจเ้า”
เขาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มองนางอย่างไม่ละสายตา
“ข้าใแทบแย่ตอนได้ยินเสียงท่านแม่บอกว่าโจร”
“มันมืด แม่มองเห็นไม่ชัด และท่านก็ไม่ได้ส่งเสียงด้วย” เฟยฮวายิ้มแห้ง พร้อมโบ้ยไปทางชายผู้นั้น
“ข้าคงพูดทันเ้า” เขาตอบกลับ มีจังหวะให้เขาได้เอ่ยปากที่ไหน นางทั้งดิ้นทั้งโวยวายไม่หยุด
แล้วไม่มาตอนเช้าเล่า ความผิดนางที่ไหน
“ท่านแม่เจ็บไหมขอรับ ข้าเห็นท่านนั่งที่พื้น” เฟยหลงถามด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เลย แม่แค่โล่งใจที่ไม่ใช่โจร ที่นั่งเพราะความเหนื่อย”
ได้ยินแล้วสบายใจ เฟยหลงจึงขยับตัวเข้าหาท่านพ่อคิดถึงเหลือเกิน
“ท่านพ่อกลับมาหาข้าแล้ว คิดถึงเหลือเกินขอรับ” เฟยหลงซุกไปที่เสื้อท่านพ่อ กอดแน่น ห้ามน้ำตาไว้ไม่อยู่
“พ่อก็คิดถึงเ้า ได้รับจดหมายแล้วจึงรีบมาหา” เขาลูบหัวบุตรชาย สำรวจดูรอบตัวแล้วบุตรชายอุดมสมบูรณ์ขึ้นนัก
เฟยฮวาเห็นภาพนั้นแล้วจะร้องไห้ตาม รีบกะพริบตาไล่ความชื้นให้ออกไป เขาเหมือนแฝดตัวโตกับตัวเล็กกันเลย ได้สังเกตดวงหน้าของจ้าวซีฮันชัด ๆ แล้วรูปงามนัก นี่ถ้าอยู่ในโลกก่อนคงเป็พระเอกได้เลย เขาสูงมาก ตัวหนารูปร่างดี คิ้วเรียงดุจกระบี่คมเข้ม จมูกเป็สัน ดวงตาสีนิลรูปหงส์เรียวงามนั่นอีก เห็นแล้วนึกสงสัยว่าตกมาถึงเ้าของร่างได้ยังไง
เฟยฮวาจ้องเขาอยู่นาน จนเขาตวัดสายตามองนาง
“เอ่อ.. เฟยหลงลูกคุยกับท่านพ่อไปก่อน แม่เข้าครัวทำอาหารให้ท่านพ่อของเ้ากิน เดินทางมาคงเหนื่อย” ตั้งรับไม่ทัน หนีดีกว่า
“ขอรับท่านแม่!”
“แม่จะทำถ้วยเล็กเผื่อลูกด้วย มีคนกินด้วยคงอร่อยขึ้น” เฟยฮวายิ้มแล้วปลีกตัวไป
เขามองนางแล้วพิจารณา รูปร่างเล็กลง การพูดจาแปลกไปจากเดิม การแต่งกายก็เรียบง่าย ความจริงเขาแปลกใจั้แ่มาถึงเรือนแล้ว เจอแปลงผักเต็มข้างเรือน
ไม่ใช่แค่นางที่เปลี่ยนไป บุตรชายเขาก็เปลี่ยน ตัวโตขึ้นมาก มีน้ำมีนวลไม่ผอมแห้ง และชุดที่ใส่เป็ของใหม่ เป็ผ้าอย่างดี ไม่มีรอยปะหรือขาดแบบแต่ก่อน
“ท่านพ่อทำงานเหนื่อยไหมขอรับ” เฟยหลงเอ่ยถาม
“ไม่เหนื่อยเลย”
“ดีจริงขอรับ ข้าเขียนอักษรได้เยอะเชียว อยากเอามาให้ท่านชม ท่านพ่อรอข้าสักครู่” เฟยหลงรีบลุกไปเอากระดาษ
“ไม่ต้องรีบ”
ได้ยินท่านพ่อบอกเช่นนั้นเขาย่อมเชื่อฟัง
เฟยฮวานั่งสงบสติอารมณ์อยู่ในครัว ใช้เวลาทำอาหารไม่นาน เพราะสั่งพี่ชายระบบ ขอนั่งคิดอะไรไปเรื่อยก่อนแล้วกัน ไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิตต่อ อยู่กับเฟยหลงนางปรับตัวง่ายอยู่แล้ว เพราะงานที่เคยทำเป็ครูอนุบาล แต่อันนี้ สามีที่ชีวิตก่อนนางไม่เคยมี แต่เขาคงมาแค่ไม่กี่วัน เมื่อคิดได้แบบนั้นก็โล่งใจ ทำอาหารให้กินแบบจัดเต็มหน่อยแล้วกัน เมื่อเขาไปนางก็ได้กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ทนแค่ปีละครั้ง เอาเถิดอย่างน้อยสามีก็หล่อเหลา มองแล้วสบายตาดีอยู่
มื้อพิเศษของคืนนี้เป็โจ๊กสี่สหายกับต้มเืหมู ไข่ลวกอีกสักหน่อย ของหวานเป็ผลไม้แล้วกัน ให้พี่ชายระบบจัดการให้
กลิ่นของโจ๊กและต้มเืหมูหอมไปทั่วเรือน
“มาแล้ว โจ๊กสี่สหายกับต้มเืหมู ถ้วยใหญ่ของท่าน ถ้วยเล็กของเฟยหลง” เฟยฮวาจัดแจงวางจานอาหารของแต่ละคนให้ตรงหน้า
เฟยหลงตอนแรกยังไม่หิว พอได้กลิ่นและเห็นอาหารก็หิวแล้ว วันนี้มีมื้อดึกและได้กินกับท่านพ่อ
เขามองโจ๊กในถ้วยแล้วคิดว่า นางทำอาหารเป็ั้แ่เมื่อไรกัน
“อาหารท่านแม่อร่อยมากขอรับท่านพ่อ ข้ากินทุกวันมีแต่ของอร่อย” เฟยหลงเล่าให้ท่านพ่อฟัง ท่านพ่อเป็คนพูดน้อยแต่ตั้งใจฟังที่เขาพูดทุกอย่าง
“กินกันเถิดเ้าค่ะ หายร้อนจะไม่อร่อย”
เฟยฮวานั่งที่โต๊ะ
“แล้วเ้าไม่กินหรือ” เขาเอ่ยถามเพราะไม่เห็นถ้วยของนาง
“ข้าลดความอ้วนเ้าค่ะ ไม่กินมื้อดึก”
…
แปลกไปมากจริง ๆ
“ใช่ขอรับท่านพ่อ ท่านแม่บอกว่าสุขภาพจะได้แข็งแรง” เฟยหลงช่วยตอบ เขาอยากคุยกับท่านพ่อเยอะ ๆ
“ถูกต้อง” เฟยฮวาหัวเราะอย่างลืมตัว
เขาจ้องมองที่นาง รอยยิ้มดูไม่เสแสร้งแบบแต่ก่อน จนเขารู้สึกผ่อนคลายตามไปด้วย
การกระทำของนางมันตรงกับที่เขาได้อ่านจากรายงานของลูกน้อง
เฟยฮวาเมื่อเห็นสายตาเขาก็ไม่สู้ รู้สึกเขินคนหล่อ
“เป่าก่อนเล่า โจ๊กร้อนนัก” เฟยฮวาเตือนบุตรชายด้วยความเคยชิน
เฟยหลงทำตามที่มารดาบอก
“เนื้อปลากะพงอร่อยขอรับท่านพ่อ ลองชิมดู”
โจ๊กสี่สหายวันนี้ใส่เนื้อปลากะพง หมูบะช่อ เนื้อสับ และซี่โครงหมู วางเรียงจนไม่เห็นเนื้อข้าวสีขาว
เขากินแบบเงียบ ๆ ฝีมือนางอร่อยดั่งที่บุตรชายพูด
“ต้มเืหมูซดร้อนๆ ก็ดีขอรับท่านพ่อ เืหมูนุ่มมาก ไส้หมู ตับหมู ทุกอย่างล้วนอร่อยและมีประโยชน์ ท่านแม่บอกว่าตับหมูช่วยบำรุงเืด้วย ท่านพ่อกินเยอะ ๆ นะขอรับ” เฟยหลงอธิบาย เขาจดจำคำพูดท่านแม่สอนได้หมด
เขากินตามที่บุตรชายบอก มองมาที่นางด้วยสายตาประเมิน ใช่ว่าเฟยฮวาไม่สังเกตเห็นว่าเขามอง แต่นางตีมึน
“เฟยหลงเอาไข่ลวกไหม แม่แกะให้” เฟยฮวาเอ่ยถามบุตรชาย
“เอาขอรับ ข้าขอเหมือนเดิม”
“ได้สิ” เฟยฮวานำไข่มาตอกในถ้วยเล็ก 2 ฟองพร้อมใส่ซีอิ๊วและพริกไทย บุตรชายชอบกินเช่นนี้
“กินระวังด้วยเล่า ยังร้อนอยู่”
“ขอบคุณขอรับ ท่านแม่ทำให้ท่านพ่อด้วยได้ไหม ไข่ลวกกินกับโจ๊กอร่อยนัก” เฟยหลงอยากให้ท่านพ่อได้กินของอร่อยเหมือนกันกับเขา
ส่งสายตาแบบนั้นนางจะทำอย่างไรได้ บุตรชายท่านพ่อของแท้ เฟยฮวานำไข่มาตอก 4 ฟอง ทำแบบเดียวกัน กินให้จุกไปเลย
“ของท่านเ้าค่ะ”
“ขอบใจ”
พ่อลูกนั่งกินกันไปเรื่อย ๆ มีแต่บทสนทนาของบุตรชายเชื่อมนางให้คุยกับสามี เขากินโจ๊กชามั์จนหมด เฟยฮวาไม่คิดว่าเขาจะกินหมด เห็นตัวสูงใหญ่และเดินทางมา นางจึงจัดให้มากกว่าปกติจากที่นางเคยกินถึง 4 เท่า คิดว่าเหลือสักหน่อยคงไม่เป็ไร ดีกว่าไม่อิ่ม ไหนจะไข่ลวก 4 ฟองอีก สมแล้วที่แรงเยอะ เฟยฮวายังรู้สึกเจ็บแปลบ ๆ ที่ข้อมือ ตรงที่โดนเขาจับอยู่เลย
พอกินโจ๊กเสร็จแล้ว เฟยฮวาเอาซีกวาหั่นชิ้นพอดีคำจานใหญ่ มาวางให้
“ซีกวาเ้าค่ะ หวานชื่นใจ กินกันไปก่อนนะเ้าคะ ข้าขอไปจัดห้องนอนให้ท่านก่อน” เขาเคยนอนห้องเดียวกับเ้าของร่าง เตียงกว้างมากเลยนอนคนละมุม แต่เ้าของร่างพยายามเข้าหา เขาจึงขอแยกห้อง ซึ่งห้องที่เขานอนนั้นไม่ได้ทำความสะอาดไว้ คิดแล้วก็รู้สึกอายกับสิ่งที่เ้าของร่างทำ นางขอทำเป็ลืมแล้วกัน เพราะนางไม่ได้ทำ เ้าของร่างนู้น
“ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่นอนด้วยกันหรือขอรับ” เฟยหลงถามขึ้น
“บิดาเ้านอนคนเดียวจะเป็ส่วนตัวมากกว่า” เฟยฮวาไม่รู้จะตอบยังไงให้ออกมาดีเหมือนกัน
“นอนด้วยกันไม่ได้หรือขอรับ ข้าอยากนอนกับท่านพ่อและท่านแม่” เฟยหลงเม้มปาก ปกติเขานอนแยกห้องนานแล้ว มีบ้างที่ขอนอนกับท่านแม่ ท่านแม่อนุญาตตลอด แต่ครั้งนี้เขาอยากนอนพร้อมกันพ่อแม่ลูก ไม่รู้ว่าจะเอาแต่ใจเกินไปไหม
เฟยฮวาเห็นบุตรชายเศร้าแล้วก็สงสาร นอนก็นอน ยังไงเฟยหลงนอนตรงกลางอยู่ดี เมื่อบุตรชายหลับแล้วนางจะหันไปอีกฝั่ง
“ท่านนอนได้ไหมเ้าคะ” เฟยฮวาเอ่ยถาม อยู่ที่เขาแล้ว หากจะปฏิเสธจงบอกเหตุผลให้บุตรชายท่านฟัง
“ได้”
เขาดันตอบรับด้วยนี่สิ
#มารดาอ้วนตัวร้าย
〰️ 〰️ 〰️ ·̩͙ ₊ ᨦ ♡ ᨩ ₊ ·̩͙ 〰️ 〰️ 〰️
หมาข่าหลง = มาการอง
ยามซวี = 19.00-21.00
ปิ่งกัน = คุกกี้
หวงโหยว = เนย
กุยยวี = แซลมอน
ซีกวา = แตงโม