บทที่ 36 เมื่อคุณปู่จอมโหด... กลายเป็นคุณปู่สายละมุน
“คุณปู่เหรอคะ?”
อันอัน พึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางชะเง้อใบหน้าเล็ก ๆ มองลอดผ่านช่องว่างแคบ ๆ ในพุ่มไม้ดอกที่ส่งกลิ่นหอมอบอวล ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววแห่งความอยากรู้อยากเห็นระคนหวาดหวั่น สำหรับเด็กหญิงตัวน้อยที่เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว คำว่า ‘คุณปู่’ ในความทรงจำสั้น ๆ ของเธอนั้นช่างดูน่ากลัวเหลือเกิน ภาพจำเดียวที่เธอมีคือ ‘คุณปู่ของจงเสี่ยวเฉียง’ เด็กชายจอมเกเรในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ซึ่งคุณปู่คนนั้นก็คือผู้อำนวยการสถานสงเคราะห์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้ายและเข้มงวดเป็นที่สุด
ภาพความโหดร้ายในอดีตฉายวนซ้ำในหัว ทำเอาอันอันเผลอหดตัวลีบเล็กน้อยพยายามซุกตัวให้ลึกเข้าไปในกอไม้ มือน้อย ๆ กุมกำไลเงินไว้แน่นพลางมองหาที่พึ่งพิงทางใจเพียงหนึ่งเดียวในตอนนี้ ‘พ่อจ๋าอยู่ไหน? พ่อจ๋าอยู่ที่ไหนคะ? อันอันกลัวจังเลย...’
ในขณะเดียวกัน คุณท่านฉิน ผู้ที่เพิ่งจะเดินทางมาถึงคฤหาสน์ด้วยความร้อนใจ ก็กำลังค่อย ๆ เดินค้ำไม้เท้าไม้แกะสลักราคาแพงเข้ามาในเขตสวนหย่อมอย่างช้า ๆ สายตาที่เฉียบคมสอดส่ายไปทั่วเพื่อหาเงาของหลานสาวตัวน้อยที่เขาเฝ้าโหยหามาตลอดสามปี แต่กลับเจอเพียงความว่างเปล่าและความเงียบสงัดของยามเย็น เขาเริ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความระแวงว่าเจ้าลูกชายคนเล็กอย่าง ฉินฮ่าวเฉิน จะหลอกให้เขาดีใจเก้อเสียแล้ว
แต่แล้วท่ามกลางความเงียบนั้น เสียงที่ทำลายบรรยากาศก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
“ก๊าก ๆ! ก๊าก ๆ!”
เสียงร้องอันทรงพลังดังมาจากพุ่มไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว คุณท่านฉินชะงักฝีเท้าทันที ท่านจ้องมองไปยังกอไม้กอนั้นด้วยความฉงนสงสัย ก่อนจะตัดสินใจลองเสี่ยงเอ่ยเรียกออกไป
“อันอัน... หนูซ่อนอยู่ในนั้นใช่ไหมลูก? ออกมาให้ปู่เห็นหน้าหน่อยได้ไหมครับ?”
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วงสลัว ๆ ไฟอัตโนมัติในสวนเริ่มส่องแสงสีนวลตาขึ้นมาทีละดวง ความแตกต่างของแสงทำให้คนข้างนอกมองไม่เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านใน แต่สำหรับอันอันที่ซ่อนตัวอยู่ เธอกลับมองเห็นคุณปู่ของเธอได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ๋ว
ยัยหนูแอบสำรวจคุณปู่คนใหม่อย่างระมัดระวังในใจเริ่มประมวลผลอย่างหนัก ‘ดูดุจังเลย... ร่างกายคุณปู่ดูสูงใหญ่และน่าเกรงขามจัง ดุยิ่งกว่าผู้อำนวยการคนนั้นอีกมั้งเนี่ย’ อันอันคิดพลางตัวสั่นน้อย ๆ แต่ทว่า เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่คุณปู่ใช้เรียกเธอนั้น มันกลับนุ่มนวลและอ่อนโยนกว่าที่ผู้อำนวยการเคยใช้กับเด็กคนไหน ๆ ยัยหนูจึงเริ่มลังเลในใจว่าปู่คนนี้ดุจริงอย่างที่ตาเห็นหรือเปล่า
ด้วยความกล้าหาญเล็ก ๆ ที่รวบรวมมาได้ เธอจึงตัดสินใจตอบกลับไปด้วยเสียงเบาหวิวราวกับเสียงยุง
“อันอันอยู่นี่ค่ะ...”
โชคดีที่ประสาทการรับฟังของคุณท่านฉินยังคงดีเยี่ยมแม้จะล่วงเลยเข้าสู่วัยชรา ท่านชะงักค้างไปทันทีที่ได้ยินเสียงเล็ก ๆ อันแสนจะใสซื่อนั้น หัวใจที่เคยเยือกเย็นมานานกลับเต้นรัวแรงราวกับจังหวะกลองศึก เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น... นี่คือเสียงของหลานสาวตัวน้อยของเขาจริง ๆ ใช่ไหม?
คุณท่านฉินกำไม้เท้าแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดโปนเพื่อประคองร่างกายที่ไม่มั่นคงเพราะความตื้นตันเอาไว้ ก่อนจะพยายามปรับโทนเสียงให้นุ่มนวลขึ้นอีกหลายเท่าตัว ราวกับเกรงว่าหากพูดแรงไปเพียงนิดเดียวจะทำให้อันอันตกใจกลัว
“อันอันเล่นซ่อนแอบอยู่ในนั้นเหรอครับ? ออกมาหาปู่หน่อยได้ไหมครับ ปู่อยากเห็นหน้าหนูเหลือเกิน”
“อันอันไม่ได้เล่นซ่อนแอบนะคะ~”
ยัยหนูตอบกลับมาด้วยเสียงหวานใสที่ฟังแล้วชื่นใจ แต่เธอก็ยังไม่ยอมขยับตัวออกมา เพราะในใจยังกังวลเรื่องที่เจ้าห่านขาวบอกไว้ มือน้อย ๆ ยังลูบคลำกำไลเงินวนไปมาด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าถ้าออกไปตอนนี้กำไลเงินจะยัง ‘กินข้าว’ ไม่ทันอิ่มท้อง
แต่แล้วในวินาทีถัดมา สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น... เจ้าห่านขาวตัวเขื่อง ขนสีขาวราวกับหิมะ เดินอาด ๆ ส่ายก้นออกมาจากพุ่มไม้อย่างองอาจ!
คุณท่านฉินถึงกับเบิกตากว้าง กะพริบตาถี่ ๆ จ้องมองสิ่งมีชีวิตปีกสีขาวตรงหน้าอย่างอึ้งกิมกี่ สีหน้าของท่านเปลี่ยนไปร้อยตลบ ตั้งแต่ความงุนงง สงสัย จนกลายเป็นความตระหนกสุดขีด ท่านเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครืออย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
“หนู... หนูคืออันอันเหรอ?! ทำไมหนูถึง... เป็นแบบนี้ล่ะลูก?!”
เจ้าห่านขาวเมื่อได้ยินคำถามนั้นก็กระพือปีกพรึ่บพรั่บอย่างไม่พอใจพลางร้องโต้ตอบ
“ก้าก ก้า! ก้ากกก!” (สติเจ้าไปหมดแล้วหรือไง! อันอันเป็นมนุษย์ตัวน้อย ๆ นะ ห่านผู้สง่างามอย่างข้าจะเป็นอันอันได้ยังไงกัน!)
แต่แน่นอนว่าคุณท่านฉินฟังไม่ออก ในวินาทีนั้นสติของท่านหลุดลอยไปไกลแสนไกล ในสมองมีแต่ความคิดฟุ้งซ่านพรั่งพรูออกมาไม่หยุด ‘หรือว่าหลานสาวที่รักของเขาจะกลับชาติมาเกิดเป็นห่าน? หรือว่านี่คืออาถรรพ์ลี้ลับในคฤหาสน์แห่งนี้? หรือว่าลูกชายเขาจะรับห่านมาเลี้ยงเป็นลูกจริง ๆ!’
“ฮ่าวเฉิน! ฉินฮ่าวเฉิน! รีบมานี่เดี๋ยวนี้!”
ผู้เป็นพ่อตะโกนเรียกลูกชายอย่างร้อนรนกระวนกระวายจนไม้เท้าเกือบหลุดมือ
ฉินฮ่าวเฉินที่แอบเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกลด้วยความเป็นห่วงทั้งพ่อและลูกสาว เมื่อได้ยินเสียงเรียกที่ดูผิดปกติเขาก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที
“คุณพ่อ! เกิดอะไรขึ้นครับ?”
“แกดูลูกแกสิ...”
คุณท่านฉินชี้มือที่สั่นเทาไปที่เจ้าห่านขาวที่กำลังยืนจิกหญ้าอย่างสบายใจพลางกระซิบถามเสียงสั่นด้วยความกลัว
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นฮ่าวเฉิน? ยัยหนูอันอันคือ... ห่านตัวนี้ใช่ไหม? แกแอบพาแกไปทำพิธีอะไรมาหรือเปล่า!”
ฉินฮ่าวเฉินมองตามนิ้วของพ่อไปที่เจ้าห่านขาว สลับกับมองหน้าตาที่ตื่นตระหนกราวกับเจอผีของชายชรา แล้วเขาก็แทบจะสำลักอากาศ
“แค่ก! คือว่า... คุณพ่อครับ ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ นี่คือห่านขาวเพื่อนเล่นของอันอันครับ ไม่ใช่อันอัน”
คุณท่านฉินเบิกตากว้างกว่าเดิม
“ไม่ใช่อันอันเหรอ?”
“ไม่ใช่แน่นอนครับพ่อ ลูกสาวผมเป็นคนครับ จะกลายเป็นห่านได้ยังไงกันล่ะครับพ่อคิดมากไปแล้ว”
ลูกชายตอบพลางพยายามกลั้นหัวเราะจนตัวสั่น
เมื่อรู้ตัวว่าตัวเอง ‘หน้าแตก’ จนหมอไม่รับเย็บ แถมยังปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม ออกไปต่อหน้าลูกชาย คุณปู่ก็รีบดึงหน้าขรึมวางมาดเข้มเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายทันควัน
“อะแฮ่ม! ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ แค่ลองใจแกดูเฉย ๆ... แล้วอันอันของฉันล่ะ อยู่ที่ไหน?”
ยังไม่ทันสิ้นคำถาม เสียงสวรรค์ที่แสนน่ารักก็ดังลอดออกมาจากพุ่มไม้อีกครั้ง
“อันอันอยู่นี่ค่า~”
พอยัยหนูเห็นคุณพ่อคนโปรดปรากฏตัว ความกังวลและความประหม่าที่มีต่อคุณปู่หน้าดุก็ดูจะมลายหายไปเกือบหมด ฉินฮ่าวเฉินรีบย่อตัวลงนั่งคุกเข่าเพื่อมองลอดเข้าไปในพุ่มไม้จนเห็นร่างป้อม ๆ กลม ๆ ของลูกสาว
“อันอันครับ... ทำไมเข้าไปซ่อนตัวลึกขนาดนั้นล่ะลูก ออกมาหาพ่อกับคุณปู่ได้แล้วครับ”
“คุณพ่อคะ อันอันขออยู่ต่ออีกแป๊บนึงนะคะ”
มือน้อย ๆ ยังคงลูบกำไลเงินไปมาอย่างทะนุถนอม ราวกับแม่ที่คอยดูแลลูกขณะกินข้าว อันอันกลัวว่ามันจะยังไม่อิ่ม
“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นพ่อจะรออยู่ตรงนี้แหละ ไม่ไปไหนแน่นอน”
ฉินฮ่าวเฉินกล่าวอย่างอบอุ่นก่อนจะทรุดตัวลงนั่งลงบนพื้นหญ้าอย่างอดทน หันไปมองคุณปู่ที่ยืนอยู่
“พ่อครับ พ่อกลับไปนั่งพักผ่อนในคฤหาสน์ก่อนเถอะครับ อากาศเริ่มเย็นแล้ว เดี๋ยวอันอันออกมาเมื่อไหร่ ผมจะรีบพาไปกราบคุณพ่อทันทีครับ”
“ไม่เป็นไร”
คุณท่ายฉินส่ายหน้าอย่างแน่วแน่ สายตาของท่านจ้องมองที่พื้นหญ้าสลับกับพุ่มไม้ ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ทุกคนต้องจารึกไว้ ท่านวางไม้เท้าทิ้งลงข้างตัวอย่างไม่ใยดี แล้วหย่อนก้นนั่งลงบนพื้นหญ้าขัดสมาธิข้าง ๆ ลูกชายในทันที!
ฉินฮ่าวเฉินถึงกับตกตะลึงจนเกือบจะอ้าปากค้าง
“คุณพ่อครับ... นี่พ่อนั่งบนพื้น เหรอครับ?!”
ปกติแล้ว ฉินฮั่วคือคนที่ ‘เนี๊ยบ’ ที่สุดในตระกูลฉิน ผมทุกเส้นต้องถูกเซตอย่างเป็นระเบียบ ชุดสูทต้องรีบกริบไร้ที่ติ และเกลียดความสกปรกเป็นที่สุด แต่ในตอนนี้ท่านกลับยอมนั่งกลางทุ่งหญ้าที่มีทั้งดินและแมลง เพียงเพื่อจะรอพบหน้าหลานสาว ท่านไม่สนใจสายตาของลูกชายหรือบอดี้การ์ดคนไหนทั้งสิ้น ท่านพยายามก้ม ๆ เงย ๆ ชะโงกหามุมมองลอดพุ่มไม้ เพื่อหวังจะได้เห็นเงาของหลานสาวตัวน้อยให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่หัวใจคนเป็นปู่จะปรารถนาได้!