หลังจากได้ที่พักพิงและเงินทุนเริ่มต้นแล้ว หลี่เฟยก็มิได้ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์
ในห้องพักที่เงียบสงบ เขามอบหมายให้หลินทำความสะอาดอาวุธและเสื้อผ้าของนาง ในขณะที่ตัวเขาเองได้เข้าสู่สมาธิ... แต่ไม่ใช่การบ่มเพาะพลังปราณเช่นผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป
เขากำลังทบทวนแผนการทั้งหมดในหัวอีกครั้ง
เมืองศิลาแกร่งคือกระดานหมากรุกกระดานใหม่ของเขา และสมาคมนักล่าวายุคำรณก็คือหมากตัวสำคัญที่สุดที่เขาต้องควบคุมให้ได้
มันจะเป็ทั้งแหล่งข้อมูล... แหล่งเงินทุน... และฉากบังหน้าที่ดีที่สุดสำหรับตัวตนของเขา
เมื่อเตรียมการทางความคิดพร้อมแล้ว เขาก็ออกจากโรงเตี๊ยมพร้อมกับทาสาของเขา
เป้าหมาย... คือที่ทำการของสมาคมนักล่า
พวกเขาเดินไปตามถนนที่คึกคัก มุ่งหน้าไปยัง "ตรอกนักล่า" ที่พวกเขาเคยไปเยือนมาแล้วครั้งหนึ่ง บรรยากาศของที่นี่แตกต่างจากส่วนอื่นๆ ของเมืองอย่างชัดเจน มันเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเหล็ก, เื, และความดิบเถื่อน
นักล่าร่างกำยำเดินสวนกันไปมา สายตาของพวกเขาคมปลาบและเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ที่นี่... ความแข็งแกร่งคือภาษาเดียวที่ทุกคนเข้าใจ
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาหยุดอยู่หน้าอาคารที่ใหญ่และดูน่าเกรงขามที่สุดในตรอก
มันคือที่ทำการสมาคมนักล่าวายุคำรณ สาขาเมืองศิลาแกร่ง
ตัวอาคารสร้างจากหินแกรนิตสีดำสนิท ดูแข็งแกร่งราวกับป้อมปราการขนาดย่อม เหนือประตูทางเข้าขนาดมหึมา แขวนไว้ด้วยกะโหลกของสัตว์อสูรขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งซึ่งมีเขางอกออกมาสี่เขา เป็เครื่องประกาศถึงเกียรติภูมิและพลังอำนาจของสมาคม
หลี่เฟยสูดหายใจเข้าลึกๆ... แล้วก้าวเข้าไปข้างใน
ทันทีที่พ้นธรณีประตู เสียงอึกทึกครึกโครมก็ถาโถมเข้าใส่เขาราวกับคลื่นั์
ภายในคือห้องโถงขนาดใหญ่ที่สามารถจุคนได้หลายร้อยคน กลิ่นเหล้าเอล, เหงื่อไคล, และกลิ่นสาบจางๆ ของเืลอยคละคลุ้งปะปนกันไปหมด
นักล่าจำนวนมากกำลังนั่งจับกลุ่มดื่มกินกันตามโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ เสียงพูดคุยโอ้อวด, เสียงหัวเราะ, และเสียงถกเถียงดังระงมไปทั่ว
ผนังของห้องโถงแขวนไว้ด้วยถ้วยรางวัลจากสมรภูมิ... หัวของหมาป่าอสูร, กรงเล็บของหมีอัสนี, และหนังของอสรพิษั์... ทุกชิ้นคือเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของเหล่านักล่า
ณ ใจกลางของห้องโถง... มีกระดานไม้ขนาดใหญ่ที่ดึงดูดสายตาของผู้คนมากที่สุด
มันคือ "ป้ายประกาศภารกิจ"
บนนั้นติดไว้ด้วยใบประกาศนับร้อยใบ เขียนรายละเอียดของภารกิจต่างๆ ั้แ่การล่าสัตว์อสูรระดับต่ำ ไปจนถึงการคุ้มกันสินค้าไปยังต่างแคว้น
หลี่เฟยมองข้ามความวุ่นวายทั้งหมดนั้นไป สายตาของเขาจับจ้องไปยังเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของห้องโถง ที่นั่นคือจุดลงทะเบียน
เขาเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์อย่างแน่วแน่ โดยมีหลินเดินตามหลังอยู่เงียบๆ
การปรากฏตัวของพวกเขาสร้างความสนใจให้แก่คนรอบข้างได้ไม่น้อย
เด็กหนุ่มในอาภรณ์ธรรมดา กับหญิงสาวหน้าตางดงามที่ดูบอบช้ำ... เป็ส่วนผสมที่ดูไม่เข้ากันในสถานที่แห่งนี้
หลังเคาน์เตอร์นั้น มีสตรีผู้หนึ่งนั่งอยู่ นางดูอายุราวสามสิบปี แม้จะงดงามแต่กลับแผ่กลิ่นอายที่เฉียบคมและเยือกเย็นออกมา ดวงตาหงส์ของนางตวัดมองหลี่เฟยแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับไปสนใจเอกสารในมือต่อ ราวกับว่าเขาเป็เพียงอากาศธาตุ
"ข้า้าลงทะเบียนเป็นักล่า"
หลี่เฟยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ชัดเจน
คำพูดของเขาทำให้สตรีผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมามองอีกครั้ง นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองสำรวจเขาั้แ่หัวจรดเท้า
"เ้า?" นางถามสั้นๆ น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความประหลาดใจ
ในขณะนั้นเอง เสียงหัวเราะที่ดังและหยาบคายก็ดังขึ้นมาจากโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆ
"ฮ่าๆๆๆ! ได้ยินไหมพวกเรา! ไอ้หนูนี่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมก็จะมาเป็นักล่าแล้ว!"
เ้าของเสียงคือชายร่างั์ผู้หนึ่ง ใบหน้าของเขามีรอยแผลเป็พาดผ่าน แขนใหญ่กว่าท่อนขาของหลี่เฟย เขากำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่กับพรรคพวกอีกสองสามคน
"กลับไปกินนมแม่ก่อนเถอะไป๊! ไอ้หนู! ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะเว้ย!" พรรคพวกคนหนึ่งของมันะโสมทบ
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นจากโต๊ะนั้น
หลินถึงกับกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ แต่นางก็ไม่กล้าทำอะไรโดยไม่ได้รับคำสั่งจากนายท่าน
ส่วนหลี่เฟย...
สีหน้าของเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลง...
ดวงตาของเขายังคงว่างเปล่า...
เขาไม่ได้หันไปมองกลุ่มนักเลงพวกนั้นด้วยซ้ำ เขายังคงจ้องมองไปยังสตรีที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ ราวกับว่าเสียงเห่าหอนรอบข้างนั้นไม่มีตัวตน
ความนิ่งเฉยของเขากลับยิ่งเป็การยั่วยุชายร่างั์ผู้นั้น
มันกระแทกเหยือกเหล้าลงบนโต๊ะเสียงดัง "ปัง!" แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงมาหาหลี่เฟย
"ไอ้หนู! ข้าพูดกับแก ไม่ได้ยินรึ!"
มันยื่นมือที่หยาบกร้านหมายจะมาคว้าไหล่ของหลี่เฟย
แต่ก่อนที่มือของมันจะมาถึงตัว...
"ปัง!"
เสียงทุบเคาน์เตอร์ที่ดังยิ่งกว่าดังขึ้น!
สตรีหลังเคาน์เตอร์นาม "เย่ซิน" ได้ทุบฝ่ามือลงบนโต๊ะไม้โอ๊คจนมันสั่นะเื ดวงตาหงส์ของนางตวัดมองไปยังชายร่างั์ด้วยประกายตาเย็นเยียบ
"ป้าเตา! เ้าอยากมีปัญหาเรอะ?"
น้ำเสียงของนางเ็า แต่กลับเต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้ชายร่างั์นามป้าเตาถึงกับชะงักมือ
"ท่านเย่ซิน... ข้าก็แค่จะสั่งสอนมารยาทให้เด็กใหม่นิดหน่อยเท่านั้น" มันแก้ตัว
"สมาคมมีกฎ!" เย่ซินกล่าวเสียงเฉียบขาด "ห้ามก่อเื่ทะเลาะวิวาทภายในห้องโถงนี้โดยเด็ดขาด! หากพวกเ้ามีปัญหากัน... ก็ไปสะสางกันที่ 'ลานประลอง' ด้านหลัง!"
คำพูดของนางคือการชี้ทางสว่างให้แก่ป้าเตา
มันแสยะยิ้มชั่วร้าย หันกลับมามองหลี่เฟย
"ดี! เช่นนั้นข้าขอท้าประลองกับเ้าอย่างเป็ทางการ! ข้าจะสั่งสอนมารยาทให้เ้าหนูอย่างเ้าได้รู้สำนึกเอง!"
มันจ้องเขม็งมาที่หลี่เฟย
"เ้า... กล้ารับคำท้าประลองของข้าหรือไม่?"
ทั้งห้องโถงพลันเงียบเสียงลง สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เด็กหนุ่มผู้มาใหม่เป็ตาเดียว
ทุกคนคาดหวังว่าเขาจะปฏิเสธ... หรือแสดงท่าทีหวาดกลัวออกมา
แต่หลี่เฟยกลับเพียงแค่พยักหน้าช้าๆ
"นำทางไป"
คำตอบที่สั้นและเรียบง่ายของเขาทำให้ทุกคนต้องประหลาดใจ
ณ ลานประลองด้านหลังสมาคม...
มันคือลานดินกว้างๆ ที่ถูกล้อมไว้ด้วยรั้วไม้ มีเหล่าพรานนับร้อยคนกำลังยืนมุงดูอยู่รอบๆ ส่งเสียงโห่ร้องอย่างสนุกสนาน
ป้าเตาถอดเสื้อคลุมตัวนอกของเขาออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่เป็มัดๆ และรอยสักรูปหัวหมาป่าบนแขน
เขาะโขึ้นไปบนลานประลอง หันมาะโท้าทายหลี่เฟย
"ขึ้นมาสิ! ไอ้หนู! ข้าจะทำให้เ้ารู้ว่านรกมีจริง!"
หลี่เฟยเดินขึ้นไปบนลานประลองอย่างสงบ... เขาไม่ได้ถอดเสื้อ... ไม่ได้ตั้งท่า... และไม่ได้หยิบอาวุธใดๆ ออกมา
ตรวจพบ: ป้าเตา
ระดับพลัง: ขั้นรวบรวมปราณระดับ 7
เคล็ดวิชา: หมัดพสุธา (เน้นพละกำลังและป้องกันกายภาพ)
การประเมิน: เชื่องช้า, โจมตีเป็เส้นตรง, มีช่องโหว่จำนวนมาก, เป็ภัยคุกคามระดับต่ำ
"เริ่มประลองได้!"
สิ้นเสียงของกรรมการ... ป้าเตาก็คำรามลั่น!
"หมัดทลายภูผา!"
เขารวบรวมพลังปราณทั้งหมดไปที่หมัดขวาของเขา เกิดเป็แสงสีเหลืองดินห่อหุ้มหมัดนั้นเอาไว้ แล้วพุ่งเข้าใส่หลี่เฟยด้วยความเร็วสูงสุด!
มันคือหมัดที่เปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้าง... หมัดที่เขามั่นใจว่าจะสามารถซัดเด็กหนุ่มตรงหน้าให้กระเด็นออกไปนอกลานได้ในหมัดเดียว!
ผู้ชมรอบข้างส่งเสียงโห่ร้องอย่างตื่นเต้น!
แต่หลี่เฟย... กลับยังคงยืนนิ่ง...
เขารอ...
รอจนกระทั่งหมัดที่รุนแรงนั้นพุ่งเข้ามาห่างจากใบหน้าของเขาไม่ถึงหนึ่งคืบ...
แล้วเขาก็ขยับ!
มันไม่ใช่การเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่หรือสวยงาม...
เขาเพียงแค่เอียงศีรษะหลบไปด้านข้างเล็กน้อย... พร้อมกับก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว...
ฟุ่บ!
หมัดที่รุนแรงของป้าเตาพุ่งผ่านจุดที่เขาเคยยืนอยู่ไปอย่างว่างเปล่า ทำให้ร่างใหญ่โตของมันเสียหลักถลำไปข้างหน้าเล็กน้อย
มันคือช่องว่าง... ที่คงอยู่เพียง 0.5 วินาที
แต่สำหรับหลี่เฟย... มันนานเกินพอ
ในจังหวะที่ร่างของทั้งสองสวนกันนั้นเอง...
หลี่เฟยยกสันมือขวาของเขาขึ้น... แล้วสับลงไปที่จุดชีพจรข้างลำคอของป้าเตาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ!
มันคือการโจมตีจากวิชาการต่อสู้ของหน่วยรบพิเศษในชาติก่อน... ที่ถูกเสริมด้วยพละกำลังและความเร็วที่เหนืุ์ของร่างกายในปัจจุบัน!
ฉึก!
ไม่มีเสียงะเิของพลังปราณ...
ไม่มีแสงสีที่ตระการตา...
มีเพียงเสียงทื่อๆ ราวกับมีดสับลงบนเขียงไม้...
ร่างมหึมาของป้าเตาพลันแข็งทื่อกลางอากาศ... ดวงตาของเขาเบิกโพลงด้วยความใ... ก่อนที่มันจะค่อยๆ เหลือกขึ้น...
แล้วร่างทั้งร่างของเขาก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น... หมดสติไปในทันที
...
ความเงียบ...
ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วทั้งลานประลอง
เสียงโห่ร้องเมื่อครู่ได้หายไปราวกับไม่เคยมีอยู่...
ทุกคน...
ไม่ว่าจะเป็กลุ่มของป้าเตา... เหล่าผู้ชม... หรือแม้กระทั่งเย่ซินที่ยืนมองอยู่ข้างลาน...
ต่างก็อ้าปากค้าง... จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่เชื่อสายตา
มันเกิดอะไรขึ้น?
เด็กหนุ่มคนนั้นทำอะไร?
เหตุใดป้าเตา ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นรวบรวมปราณระดับเจ็ด... จึงล้มลงไปโดยที่ยังไม่ทันได้ััแม้แต่ชายเสื้อของคู่ต่อสู้?
หลี่เฟยไม่สนใจสายตาของคนรอบข้าง เขายืนนิ่งอยู่กลางลาน... หันไปมองเย่ซินที่ยังคงตกตะลึงอยู่
แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เช่นเดิม
"ตอนนี้..."
"ข้าลงทะเบียนได้แล้วหรือยัง?"