ตอนที่2 ทบทวนความทรงจำ
ณิชาหรือเส้าอู๋เหยาในตอนนี้ไม่รู้สึกเสียใจที่ตนถูกแย่งสามี รวมทั้งแม่ของน้องสาวแย่งพ่อตนเองแม้แต่น้อยเพราะเธอวิเคราะห์จากสถานการณ์ทั้งหมดแล้วพบว่าพ่อเป็คนเ้าชู้ฉะนั้นอนาคตข้างหน้าพ่ออาจจะมีบ้านเล็กบ้านน้อยอีกมากรวมทั้งสามีที่นอกใจเธอั้แ่ก่อนแต่งงานย่อมไม่คู่ควรในการเป็สามีของเธออีกต่อไป
สุพิชชาชะงักครู่หนึ่งเธอไม่คาดคิดว่าปฏิกิริยาตอบกลับจากพี่สาวผู้อ่อนโยนและแสนซื่อในอดีตจะเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็หลังมือเช่นนี้ ประการสำคัญคือแววตาที่สะท้อนถึงความว่างเปล่าไม่มีแววตาแห่งความโศกเศร้าเสียใจเหมือนเดิม ส่งผลให้เธอหยุดชะงักการตอบโต้พลางคิดด้วยความสงสัยกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของพี่สาวว่า
‘เอ๊ะ! วันนี้เหยาเป็อะไรไป? ทำไมถึงไม่เหมือนเดิม? กล้าต่อปากต่อคำกับฉัน แล้วยังไม่สนใจพี่แทนอีก ฉันไม่เชื่อหรอกว่าแค่ล้มหัวฟาดพื้นจะทำให้กล้าลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองได้’
ธีรภาพหรือแทนอดีตสามีของณิชาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเขาพบว่าในเวลานี้อดีตภรรยาของตนเองดูมีเสน่ห์น่าสนใจมากกว่าเดิม โดยเฉพาะการตอบโต้ที่นิ่มนวลทว่าแฝงไว้ด้วยคารมคมคายที่เชือดเฉือนจนทำให้เขาสะอึกกับท้ายประโยคที่ดูเหมือนอดีตภรรยาไม่ได้มีความอาลัยอาวรณ์เขาสักนิดซึ่งท่าทางและความรู้สึกของเธอแตกต่างจากเมื่อก่อนมากนัก
‘เหยาเป็อะไร? เหยาไม่ได้รักฉันแล้วหรือ? เป็ไปไม่ได้! ฉันไม่เชื่อ เหยารักฉันมาก แม้แต่ตอนหย่าก็ยังไม่อยากหย่ากับฉันด้วยซ้ำไป’
ธีรภาพคิดวนกลับไปกลับมาด้วยความแปลกใจกับคำพูดและท่าทางของอดีตภรรยามากขึ้น
หยางจวินยกยิ้มมุมปากดูละครรักสามเส้าตรงหน้าด้วยความสนใจเขาพบว่าท่าทางของหญิงสาวที่นั่งบนเตียงคนป่วยดูผ่อนคลายแตกต่างจากการตั้งท่าหาเื่จากอีกฝ่ายซึ่งรักสามเส้าเป็เื่ที่หญิงสาวทั่วไปมักจะคิดสั้นเพื่อทิ้งปัญหาทุกอย่างไว้เื้ั
‘น่าสนใจ! ท่าทางเธอดูเหมือนไม่ได้แยแสฝ่ายชายสักนิดยกนี้ใครจะเป็คนชนะดูไม่ยากเลย?’
หยางจวินเปรียบเทียบความแตกต่างจากท่าทางของณิชาที่ทำเหมือนกับว่าเื่เหล่านี้เป็เื่เล็กน้อยสำหรับเธอทำให้เขาเดินไปนั่งไขว่ห้างดูละครสดที่โซฟามุมหนึ่งของห้องอย่างสบายใจ
หมอมานพส่ายหน้าอย่างไม่พอใจเล็กน้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้เขาแอบหมั่นไส้เพื่อนตนเองที่มีท่าทางเหมือนกับกำลังดูเื่สนุกโดยปล่อยให้เขาต้องทำหน้าที่คลี่คลายสถานการณ์ตรงหน้าคนเดียว
“พวกคุณมีเื่อะไร? ค่อยมาคุยกับคนป่วยในภายหลังได้ไหมครับ? ให้ผมตรวจร่างกายคนป่วยก่อน”
หมอมานพเลือกที่จะทำหน้าที่ของตนเองต่อไปโดยเอ่ยปากขับไล่ชายหญิงทั้งสองคนอย่างสุภาพ เนื่องจากตัวเขาและครอบครัวอัครนิพนธ์มีเศรษฐานะที่ทรงอิทธิพลเหนือกว่าทั้งคู่จึงกล้าที่จะเอ่ยปากขับไล่เช่นนี้
ธีรภาพเห็นว่าอดีตภรรยาไม่สนใจตนทำให้เขาเกิดความรู้สึกหวงก้างเล็กน้อย เนื่องจากในห้องมีชายหนุ่มหล่อเหลาอีกคนนั่งอยู่บนโซฟาท่าทางเหมือนกับเป็เ้าของไข้หรือแฟนใหม่ของณิชา เขาจึงพูดแสดงความรู้สึกว่า
“หากคุณท้องกับผมผมคงไม่เลือกที่จะหย่ากับคุณหรอกนะเหยา ผมยินดีช่วยเหลือคุณ.........”
สุพิชชาเหลือบมองเห็นแฟนหนุ่มตนเองเอ่ยปากพูดอย่างเห็นใจพี่สาวทำให้เธอคว้าแขนเขาออกไปนอกห้องอย่างไม่พอใจ
“ไปกันเถอะค่ะพี่แทนพี่สาวคงไม่้าความช่วยเหลือจากเราหรอกค่ะ”
หมอมานพเหลือบมองหญิงสาวดึงแขนชายหนุ่มออกไปจากห้องคนป่วยอย่างกะทันหันทำให้เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ไม่เกิดเหตุวุ่นวายมากไปกว่านี้ เขาเริ่มทำหน้าที่ตนเองในการตรวจสอบร่างกายคนป่วยต่อจากนั้นแจ้งผลตรวจกับณิชาว่า
“โชคดีนะครับที่ร่างกายคุณดีขึ้นมากแตกต่างจากเมื่อเช้า ที่หัวใจคุณหยุดเต้นกะทันหัน ผมกำลังจะช่วยฟื้นคืนชีพอยู่แล้วเชียวแต่ดีที่สัญญาณชีพคุณฟื้นขึ้นมา ตอนนี้ผลตรวจร่างกายของคุณถือว่าปลอดภัยรวมทั้งเด็กในท้องด้วยนะครับ”
ท้ายประโยคหมอมานพพูดเสียงเบาคล้ายกับ้าให้คนป่วยได้ยินเพียงคนเดียวเท่านั้นจนฟังคล้ายกับการพูดพึมพำคนเดียว
ณิชายิ้มน้อยๆ อย่างเข้าใจพลางกล่าวขอบคุณหมอหนุ่มตรงหน้าอย่างยินดี เธอคิดว่าการเกิดใหม่ครั้งนี้ย่อมจะนำโชคดีมาให้เธออย่างแน่นอนโดยเฉพาะการที่เธอเกิดใหม่พร้อมกับมีทารกในครรภ์ เป็เื่ที่สร้างความประหลาดใจให้กับเธอเป็อย่างยิ่ง
“ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ”
ท่าทางยินดีพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆของหญิงสาวสวย ทำให้หยางจวินหยุดหายใจชั่วขณะ เขารู้สึกตาพร่ามัวเล็กน้อย เนื่องด้วยภาพที่เขามองเห็นตรงหน้าเหมือนกับภาพของเทพธิดาที่สวยงามโดยมีแสงอาทิตย์ส่องกระทบผิวขาวปานน้ำนมแล้วเกิดประกายสว่างรอบตัวเธอเขาจึงรีบกระพริบตาเพื่อปรับความรู้สึกของตนเองในทันใด พลางคิดอย่างกังวลว่า
‘ฉันจะใจอ่อนหรือตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ฉันยังมีหน้าที่ที่ต้องทำอีกมาก อย่าแบกปัญหาคนอื่นไว้กับตัวเด็ดขาด’
หยางจวินเหลือบมองหมอมานพพร้อมกับพูดให้เพื่อนฟังเพื่อให้เพื่อนช่วยแปลภาษาแล้วสื่อสารให้หญิงสาวคนป่วยฟังอีกครั้ง
เขารู้สึกกังวลกับภารกิจหน้าที่ตนเองซึ่งการที่เขาเดินทางมาที่ประเทศไทยครั้งนี้นอกเหนือจากการเข้าร่วมประชุมในฐานะตัวแทนรัฐบาลแล้ว เขายังมีหน้าที่ลับในการติดตามองค์กรชั่วร้ายที่ทำสิ่งผิดกฎหมายโดยเฉพาะการหลอกลวงและฟอกเงิน
“ข้อเสนอของคุณผมว่ามากเกินไปผมยินดีจ่ายชดเชยให้หนึ่งหมื่นหยวนก็แล้วกัน ถือว่าเป็การช่วยตามสมควรที่เหลือคุณคงต้องจัดการชีวิตของคุณเอง”
หมอมานพพยักหน้าเข้าใจข้อความเป็นัยที่เพื่อนสื่อออกมาพอสมควรจึงอธิบายให้ณิชาฟังอย่างใจเย็นว่า
“เพื่อนผมเขาเสนอเงินช่วยเหลือคุณแทนเขาไม่สะดวกที่จะช่วยคุณเดินทางไปจีน หรือช่วยหางานทำให้ เขายินดีจ่ายให้คุณหนึ่งหมื่นหยวนคิดเป็เงินไทยก็ราวๆ ห้าหมื่นกว่าบาท ผมว่าคุณรับไว้เถอะครับ”
หมอมานพเกลี้ยกล่อมหญิงสาวให้ยอมรับเงินจำนวนนี้ไว้แต่โดยดีด้วยความเข้าใจทั้งสองฝ่ายเขาไม่้าให้เธอไปฟ้องร้องกับตำรวจจนเื่ราวบานปลาย เพราะสุดท้ายแล้วเธออาจไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียวในขณะที่เพื่อนตนเป็ตัวแทนรัฐบาลจีน
อีกประการหนึ่งคือเธอเป็คนเดินตัดหน้ารถยนต์เองซึ่งอีกฝ่ายมีภาพจากกล้องหน้ารถอย่างชัดเจน โดยเป็กล้องหน้ารถรุ่นทันสมัยที่สุดของปีพุทธศักราช2553 ฉะนั้นโอกาสที่ณิชาจะชนะคดีความเท่ากับศูนย์
เส้าอู๋เหยาลอบถอนหายใจอย่างจำยอมเนื่องด้วยเธอยังมีเงินติดบัญชีอยู่บ้างประมาณห้าแสนกว่าบาทเป็เงินที่เก็บออมมาั้แ่เด็ก โดยเธอได้รับเงินเดือนมาจากแม่เลี้ยงผู้เป็แม่ของสุพิชชา ซึ่งให้เงินเดือนในการใช้จ่ายส่วนตัวเดือนละไม่กี่พันบาท ค่าเล่าเรียนแยกต่างหาก ทำให้เธอพอจะมีเงินเก็บอยู่เล็กน้อยแตกต่างจากน้องสาวที่มีค่าใช้จ่ายสมฐานะลูกสาวเศรษฐีใหญ่
เธอเข้าใจดีว่าด้วยสภาพเศรษฐกิจในปีนี้ที่มีปัญหาทุกหัวระแหงการที่เธอจะเรียกร้องเงินจากอีกฝ่ายโดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอมิหนำซ้ำยังดูแลและช่วยเหลือการรักษาแก่เธอเป็อย่างดี ทำให้เธอยินยอมรับเงินจำนวนดังกล่าวอย่างเต็มใจ
“ตกลงค่ะอย่างน้อยเขาก็มีน้ำใจช่วยเหลือรักษาฉัน ถ้าฉันจะเรียกร้องมากกว่านี้คงมากเกินไปสำหรับเขาจริงๆ ขอบคุณมากนะคะ”
ท้ายประโยคณิชาหันหน้าไปขอบคุณชายหนุ่มสวมชุดสูทอย่างจริงใจเธอหวังว่าเขาจะเข้าใจความหมายจากคำพูดและท่าทางของเธอที่แสดงออกมา
หยางจวินเหลือบมองหญิงสาวอีกครั้งด้วยความพึงพอใจเขาพบว่าเธอไม่ได้ตั้งใจหลอกลวงหรือรีดไถเขาแต่อย่างใด ทำให้เขาพยักหน้าส่งสัญญาณเข้าใจกับเพื่อนที่แปลข้อความของหญิงสาวให้เขาฟังก่อนเหลือบมองหญิงสาวบนเตียงอีกครั้งแล้วเดินออกจากห้องคนป่วยไป
สาเหตุที่หยางจวินเหลือบมองณิชาอีกครั้งก็เพราะว่าเขาตั้งใจเก็บภาพเธอไว้ในความทรงจำถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกประทับใจเธอมากแค่ไหนก็ตาม ทว่าเขาจำเป็ต้องปฏิบัติภารกิจของตนเองให้เรียบร้อยประการสำคัญคือเขาคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้พบกับเธออีกแน่นอน
อนิจจา!!!
หยางจวินไม่รู้ตัวเลยว่าในอนาคตอันใกล้นี้เขาจะต้องทำหน้าที่ช่วยเหลือเธอตลอดไปอีกยาวนาน จนกว่าจะถึงเวลาอันเหมาะสม
หมอมานพเห็นว่าเพื่อนตนเดินออกไปจากห้องแล้วเป็การจบการสนทนาระหว่างคนป่วยกับเพื่อนไปโดยปริยายเขาจึงบอกข้อมูลอื่นและแนะนำณิชาตามจริงว่า
“เื่ค่ารักษาพยาบาลของคุณไม่ต้องกังวลนะครับเพื่อนผมเขาจัดการให้แล้ว หากคุณหายดีก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ทุกเมื่อแต่คำแนะนำของผมคือ พรุ่งนี้คุณค่อยออกดีกว่านะครับ อยู่สังเกตอาการอีกสักวันให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ”
“ขอบคุณมากค่ะคุณหมอถ้างั้นช่วยปลดสายพวกนี้ได้ไหมคะ?”
ณิชาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจเธอขอให้หมอและพยาบาลปลดสายระโยงระยางที่เสียบในหลอดเืของเธอ รวมทั้งสายออกซิเจนซึ่งไม่จำเป็สำหรับเธออีกต่อไป
“ได้ครับคุณนิดจัดการให้คนป่วยที”
หมอมานพพยักหน้าอนุญาตตามคำขอของคนป่วยเนื่องจากสภาพร่างกายของเธอ รวมทั้งสัญญาณชีพปกติมั่นคงดีแล้ว ฉะนั้นจึงไม่จำเป็ต้องให้น้ำเกลือหรือออกซิเจนอีกรวมทั้งณิชายืนยันที่จะกินอาหารเองเพื่อบำรุงร่างกายตนเองและทารกในครรภ์
จากนั้นหมอมานพปล่อยให้พยาบาลทำแผลบนหัวให้กับเธอใหม่ส่วนหมอมานพประเมินแผลบนหัวของหญิงสาวอีกครั้งอย่างใส่ใจ ก่อนกำชับพยาบาลให้มาทำแผลอีกครั้งในพรุ่งนี้เช้าแล้วค่อยปล่อยให้ณิชาออกจากโรงพยาบาลได้
.....................
หลังจากทุกคนออกไปจากห้องคนป่วยหมดแล้วณิชาเอนกายนอนมองเพดานห้อง พลางทบทวนความเป็มาของเื่ราวทั้งหลายที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนกับตัวเองเธอพึมพำอย่างแปลกใจและกังวลใจเป็ระยะว่า
“แสดงว่าฉันไม่ตายแต่มาเกิดใหม่ในร่างของณิชาเป็ลูกสาวคนโตที่น่าสงสาร แม่ตายั้แ่อายุได้แค่ขวบเดียว ถูกแม่สร...ไม่สิต้องบอกว่าเป็แม่เลี้ยง เลี้ยงฉันให้กลายเป็คนหัวอ่อน ไม่มีปากไม่มีเสียงถูกใช้ให้ทำงานยิ่งกว่าคนรับใช้อีกแน่ะ”
“แต่จะว่าไปถูกเลี้ยงให้เป็คนรับใช้ ก็เหมือนเป็ทักษะที่ดีอยู่นะอย่างน้อยฉันก็ทำงานบ้านได้ ทำอาหารได้ ซักผ้า รีดผ้า ทำสวนได้ ล้างรถเป็ปลูกต้นไม้ได้ อะไรอีกละ อ้อ!งานประจำคือการตรวจสอบหนังสือ และจัดเตรียมเอกสารให้พ่อ เป็เลขาคิดบัญชีให้ โอ้! สารพัดที่จะใช้งานเลยแฮะ”
เส้าอู๋เหยาในร่างณิชานับนิ้วมือตนเองเพื่อตรวจสอบว่ามีทักษะหรือถูกใช้งานกี่อย่างภายในคฤหาสน์บ้านศรีวรรณรงค์ถึงแม้ว่าที่บ้านจะมีคนรับใช้อยู่มากทว่าไม่มีคนรับใช้ใดถูกใจแม่เลี้ยงหรือน้องสาวมากไปกว่าเธอถ้าจะพูดให้ถูกต้องคือจิกหัวใช้ไม่ให้ว่าง
“เอ! แล้วยัยณิชาไปหลงรักอีตาแทนได้ยังไงกัน?”
ณิชาพึมพำเหมือนกับถามร่างเก่าด้วยความสงสัยเธอพบว่าเขาเข้ามาจีบและให้ความสนใจเพราะความใสซื่อ อ่อนน้อมถ่อมตัว กอปรกับการเป็แม่บ้านแม่เรือนซึ่งเป็ที่ถูกใจแม่สามีซึ่งธีรภาพชื่นชอบหญิงสาวสวยหัวอ่อนเป็ทุนเดิม เพราะเขาเป็คนเ้าชู้ที่มีผู้หญิงแอบซ่อนไว้นับไม่ถ้วนการเลือกภรรยาเชื่อฟังสามีจึงเป็คนที่เขา้า
เมื่อครอบครัวอดีตสามีพบว่าณิชาไม่มีสิทธิ์เทียบเท่าบุตรสาวของสุภัสสรผู้เป็ภรรยาคนปัจจุบันของนายณรงค์ ศรีวรรณรงค์ รวมทั้งเธออาจไม่ได้รับมรดกสำคัญด้วยซ้ำไปเป็ผลให้แม่สามีหันมาสนับสนุนลูกชายตนเองให้คบหากับน้องสาวเธอแทน
“มันก็จริงแหละนะคนที่มีดีแค่ความสวย และแสนซื่อโง่เง่าแบบนี้จะไปสู้คนสวยที่มีอำนาจและเงินได้ยังไง?แต่แม่สามีก็เหลือเกิน สนับสนุนลูกชายให้ทำเื่ผิด.....มันน่านัก”
เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจในตรรกะพื้นฐานของผู้คนบนโลกนี้ที่ชื่นชอบคนรวยมีอำนาจและหน้าตาดี หากว่าเป็ตัวเธอที่ดาวเอเอสนั้นผู้ปกครองที่มีอำนาจจะเลือกคนที่มีความแข็งแกร่งและมีพลังมากกว่าเลือกคนร่ำรวยอย่างแน่นอน แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะชกหมัดตนเองเข้ากับฝ่ามืออีกข้างซึ่งเธอรู้สึกไม่พอใจกับความคิดของอดีตแม่สามีเป็อย่างมาก