Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 64

            หลังจากกลับถึงบ้านชวีเสี่ยวปอก็เข้าไปอาบน้ำก่อนเป็นอันดับแรกถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้กินซาลาเปา แต่เขากลับรู้สึกว่าบนตัวของเขาตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของไส้ซาลาเปา

     

            เขาเดินกลับมาพร้อมกับฮัมเพลงออกมาด้วยว่า “ฉันชอบอาบน้ำผิวพรรณดี๊ดี”ในขณะนั้นก็เห็นเซี่ยเจิงกำลังนอนขีดๆ เขียนๆ อะไรสักอย่างอยู่บนโต๊ะ

     

            ชวีเสี่ยวปอจึงชะโงกศีรษะจากทางด้านหลังเข้าไปดูแล้วก็เห็นว่าเซี่ยเจิงไม่ได้กำลังเขียนการบ้าน แต่กำลังทำบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่

     

            “ทุกครั้งที่จ่ายเงินต้องเขียนลงไปทั้งหมดเลยเหรอ? ” ชวีเสี่ยวปอนั่งลงและมองดูเซี่ยเจงที่กำลังแจกแจงรายจ่ายออกมาทีละอย่างสมกับเป็นเด็กเรียนจริงๆขนาดทำบัญชีรายรับรายจ่ายยังดูเป็นระเบียบเรียบร้อยขนาดนี้เลย

     

            “ก็ไม่ขนาดนั้น” พอเซี่ยเจิงเขียนรายจ่ายสุดท้ายเสร็จ เขาก็ปิดสมุดลงแล้วโยนมันเข้าลิ้นชักไป“บางครั้งที่ลืมจริงๆ ก็ไม่ได้เขียน”

     

            ชวีเสี่ยวปอตอบรับกลับไป พร้อมทั้งทำท่าทางเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่

     

            “ไม่เข้าใจใช่ไหมล่ะ” เซี่ยเจิงเหยียดแขนทั้งสองข้างขึ้นไปเพื่อบิดขี้เกียจพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า : “ซื้อกับข้าวยังต้องจดเอาไว้อีก”

     

            “ไม่ใช่” ชวีเสี่ยวปอส่ายหัว “ฉันแค่รู้สึกว่านายเก่งมาก ถ้าฉันเป็นนายนะฉันคิดว่าคงจะทำได้ไม่ดีเท่านี้”

     

            เมื่อนึกถึงนิสัยของเซี่ยเจิงที่ต้องวางแผนในการใช้เงินทุกหยวนทุกเหมาทั้งยังต้องคิดคำนวณอย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นเพราะเขาถูกบังคับให้ทำตั้งแต่เด็กชวีเสี่ยวปอจึงรู้สึกทุกข์ใจขึ้นมานิดนึงแล้ว

     

            “ก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอก” เซี่ยเจิงหาว “ชินแล้วน่ะ นี่ นอนกันเถอะ”

           

            “ได้สิ” ชวีเสี่ยวปอถอดรองเท้าออก แล้วกระโดดขึ้นไปบนเตียงอย่างรวดเร็ว

     

            “นาย” เซี่ยเจิงมองเขาด้วยความสงสัย “ไม่นอนฝั่งข้างนอกแล้วเหรอ? ”

     

            “อ๋า? ” ในตอนนั้นชวีเสี่ยวปอถึงรู้สึกตัวขึ้นมาว่าเขากระโดดเข้าไปตรงที่ของเซี่ยเจิงที่ติดกับกำแพงจากนั้นจึงรีบขยับออกมาทันที “ยังไงก็ได้ๆ ”

     

            ตื่นเต้นบ้าอะไรเนี่ย !

     

            ชวีเสี่ยวดึงหมอนลงมาแล้วชกมันไปสองครั้งราวกับกำลังระบายอารมณ์ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ไม่เคยนอนสักหน่อย แต่คงจะ อาจจะน่าจะ...มีสาเหตุมาจากการที่เขาไปจูบกับเซี่ยเจิงจึงมักจะทำให้เขาทำตัวไม่ถูกขึ้นมาตลอด

     

            “หมอนใบนี้นอนไม่สบายเหรอ? ” เซี่ยเจิงมองการกระทำอันรุนแรงที่ชวีเสี่ยวปอทำลงไปกับหมอนจากนั้นก็ดึงหมอนในมือเขามาแล้วดันหมอนของตัวเองไปให้เขาแทน “หนุนของแทนฉันก็ได้”

     

            ชวีเสี่ยวปออยากที่จะพูดว่าไม่ใช่ แต่เขาก็ไม่ได้โต้แย้งอะไรพร้อมทั้งเอนตัวลงนอนโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกไปสักคำ

     

            ไม่เจอกันนานเลยนะ เจ้ากลิ่นส้ม

     

            ชวีเสี่ยวปอสูดกลิ่นที่คุ้นเคยนี้เข้าไป จนทำให้เขาค่อยๆ ผ่อนคลายลง

     

            ความรู้สึกเช่นนี้ก็ดีไม่น้อยเลยเหมือนกัน

     

            ถึงแม้ว่ามันจะดูแปลกๆ ไปหน่อยก็ตามเพราะก่อนหน้านี้เขามักจะไปหาซือจวิ้นอยู่บ่อยๆ บางครั้งที่เล่นจนดึกเกินไปเขาก็อยู่ค้างคืนแต่เขากลับไม่เคยรู้สึกผ่อนคลายขนาดนี้มาก่อนเลย

     

            เซี่ยเจิงที่นั่งอยู่ข้างเตียงถามออกมาว่า : “ปิดไฟไหม? ”

     

            “ปิดเลย” ชวีเสี่ยวปอหลับตาลง

     

            จากนั้นภายในจึงห้องมืดสนิทลงไปทันที ทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

     

            แต่ในตอนนั้นเองเซี่ยเจิงที่นั่งอยู่บนเตียงก็ถอดเสื้อออกมาแสงจันทร์เพียงน้อยนิดจากด้านนอกที่สาดส่องเข้ามาจึงทำให้ชวีเสี่ยวปอสามารถมองเห็นเส้นกลางแผ่นหลังที่ไหลลื่นของเซี่ยเจิงได้อย่างชัดเจนเอวด้านข้างไม่มีไขมันส่วนเกินเลยแม้แต่น้อย ถึงขนาดที่เห็นเป็นรอยบุ๋มสองข้างบนกล้ามเนื้อส่วนล่างที่เอวของเขา

     

            “ให้ตายเถอะ !”ทันใดนั้นชวีเสี่ยวปอก็รีบลุกขึ้นมานั่งทันที

     

            “เป็นอะไรของนายอีกเนี่ย !” มือของเซี่ยเจิงที่กำลังจะถอดกางเกงออกหยุดการการกระทำลงจากนั้นก็ตบลงไปบนสวิตช์ทำให้ไฟสว่างขึ้นมาอีกครั้ง

     

            “ไม่ได้เป็นอะไร ! ไม่ได้...ไม่ใช่ !” ชวีเสี่ยวปอเปิดผ้าห่มออก “เหมือนว่าจะมีแมลง !”

     

            ไม่เช่นนั้นจะอธิบายอย่างไร? หรือว่าจะให้บอกว่าเขานอนไม่หลับไม่รู้จะทำอะไรเลยนอนจ้องแผ่นหลังของเขาจ้องจนตัวเองเกือบจะแข็งขึ้นมาแล้วอย่างนั้นเหรอ?

     

            “แมลง? ” เซี่ยเจงยกผ้าห่มขึ้นอย่างไม่ค่อยจะเชื่อสักเท่าไหร่“นายลงมาก่อน”

     

            “อ๋า? ” ชวีเสี่ยวปอไม่ค่อยอยากจะขยับมากนักเพราะอันที่จริงน้องชายสุดที่รักของเขาได้ทำการดีดตัวขึ้นมาเรียบร้อยแล้วจะบอกให้ลงก็ลงได้เลยที่ไหนกัน

     

            “ลงมาสิ” เซี่ยเจิงเร่งออกไปอย่างจนปัญญา“ถ้ามีแมลงจะได้เปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่”

     

            “ยุ่งยากเกิน” ชวีเสี่ยวปอดึงผ้าห่มให้แน่นขึ้นยิ่งกว่าเดิมถ้าหลุดออกไปให้เขาได้จบชีวิตแน่ ! “ไม่ต้องเปลี่ยนหรอกถ้ามีแมลงก็น่าจะถูกฉันนั่งทับตายไปแล้วละ”

     

            “ไม่ขยะแขยงเหรอ? ” เซี่ยเจิงขมวดคิ้ว

     

            “ขยะแขยง” ชวีเสี่ยวปอพยักหน้า “แต่ฉันขี้เกียจ”

     

            เซี่ยเจิงรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกขึ้นมา “ไม่ต้องเปลี่ยนจริงๆ ใช่ไหม?”

     

            “ไม่ต้อง” ชวีเสี่ยวปอเอนตัวลงนอน พร้อมทั้งตบไปที่ด้านข้างของเขาสองครั้ง“นาย นอนเร็ว”

     

            เซี่ยเจิงไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อพลางถอนถายใจออกมา จากนั้นก็ปิดไฟลงอีกครั้ง

     

            ชวีเสี่ยวปอที่อยู่ในความมืดในที่สุดก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทว่าความรู้สึกบวมขึ้นมาแปลกๆตรงบริเวณท้องน้อยกลับยังคงห้อมล้อมตัวเขาเอาไว้อยู่จนทำให้เขาไม่รู้สึกตัวไปชั่วขณะในตอนนั้นเซี่ยเจิงเรียกเขาอยู่หลายครั้งแต่เขาก็ไม่ได้ยินจนกระทั่งเซี่ยเจิงกระแทกแขนของเขาผ่านผ้าห่มไป ทันใดนั้นชวีเสี่ยวปอจึงรีบ “อ๋า”ขึ้นมาทันที

     

            “นายกลัวแมลงขนาดนั้นเลยเหรอ” เซี่ยเจิงพยายามกลั้นขำพลางดึงผ้าห่มขึ้นมา“ตกใจจนบ้าไปแล้วเหรอ? ”

     

            “ก็ประมาณนั้นแหละ” ชวีเสี่ยวปอตอบออกไปอย่างร้อนตัว

     

            “พรุ่งนี้นายกลับบ้านไหม? ” เซี่ยเจิงถาม

     

            “ทำไม? ” ชวีเสี่ยวปอพลิกตัวกลับมามองเขา

     

            “เปล่า พรุ่งนี้ฉันต้องไปสอนพิเศษ”เซี่ยเจิงก็พลิกกลับมามองชวีเสี่ยวปอเหมือนกัน “นายอยู่บ้านกับแม่ฉันสองคนฉันกลัวว่านายจะไม่เป็นตัวของตัวเอง”

     

            “อ๋า งั้นพรุ่งนี้ฉันกลับบ้านก็ได้” พอเซี่ยเจิงพลิกตัวมาเขาก็ยากที่ข่มความตื่นเต้นเหล่านั้นที่จู่ๆ ก็พุ่งขึ้นมาให้ลดลงไปได้ชวีเสี่ยวปอจึงรีบกลับมานอนราบเหมือนเช่นเดิม “ถึงยังไงก็ต้องกลับอยู่ดี”

     

            “พูดเหมือนกับว่าจะออกรบยังไงยังงั้นแหละ” เซี่ยเจิงทำเสียงจิ๊ปาก“พูดความจริงมา นายคงจะไม่ไปต่อยกับพ่อหรอกใช่ไหม”

     

            “เรื่องนั้นมันทำไม่ได้อยู่แล้ว” ชวีเสี่ยวปอหัวเราะหึๆ“ถ้าฉันลงไม้ลงมือกับพ่อนะ แม่ฉันได้ต่อยฉันก่อนนะสิ”

     

            ทั้งสองคนพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งชวีเสี่ยวปอรู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะอ้าปากไม่ขึ้นแล้วแต่ยังจำประโยคสุดท้ายที่เซี่ยเจิงถามออกมาว่า “พรุ่งนี้เช้านายอยากกินอะไร?” ได้เป็นอย่างดี

     

           

            ไม่รู้ว่าสุนัขของบ้านไหนเห่าขึ้นมาไม่ยอมเงียบสักทีในขณะนั้นชวีเสี่ยวปอทนเสียงอันน่ารำคาญนี้ไม่ไหวจึงดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดศีรษะของเขาไว้แต่มันกลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย เขาจึงมุดเข้าไปในใต้หมอนแทน

     

            ให้ตายเหอะ นอนไม่หลับแล้ว ความง่วงก็หายไปจนหมดสิ้นนี่มันแทบจะเป็นการเหยียดหยามในเช้าวันอาทิตย์เสียจริงๆ

     

            ทันทีที่ชวีเสี่ยวปอลืมตาขึ้นมา ใบหน้าอันเรียบนิ่งของเซี่ยเจิงก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขาทันทีแม้แต่ริ้วรอยบนเปลือกตาของเขาชวีเสี่ยวปอก็ยังสามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน

     

            “ตื่นแล้วเหรอ? ” เซี่ยเจิงกำลังหลับตาอยู่

     

            “นายก็ตื่นแล้วเหมือนกันนี่ !”ชวีเสี่ยวปอขยับบิดตัวไปมาสองที

     

            “เร็วกว่านายครึ่งชั่วโมงได้” เซี่ยเจิงยังคงหลับตาอยู่เสียงพูดขึ้นจมูกเล็กน้อย“ฉันกำลังสงสัยอยู่ว่าหมาของบ้านป้าหลี่เป็นบ้าไปแล้วหรือไงเนี่ย”

     

            “ตอนนี้กี่โมงแล้ว? ” ชวีเสี่ยวปอถาม

     

            “หกโมงสี่สิบ” เซี่ยเจิงถอนหายใจออกมา

     

            “ปกติแล้วฉันไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้เลย” จู่ๆชวีเสี่ยวปอก็รู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบสุดๆ จึงรีบมุดตัวลงไปใต้ผ้าห่มอีกครั้ง“นายไปสอนพิเศษกี่โมง? ”

     

            “เก้าโมงครึ่ง” แต่เซี่ยเจิงกลับลุกขึ้นมาทันที

     

            “แล้วนายจะตื่นตอนนี้เลย? ” ชวีเสี่ยวปอถาม“นายมานอนต่ออีกหน่อยเถอะ เดี๋ยวพอถึงเวลาฉันปลุกนายเอง”

           

            “นอนไม่หลับแล้วละ” เซี่ยเจิงใส่เสื้อผ้า “อยากกินอะไร เดี๋ยวฉันไปซื้อให้”

     

            “ฉันไปด้วย” ถึงยังไงก็นอนไม่หลับแล้วชวีเสี่ยวปอรีบคลานลงจากเตียงมาเช่นกัน

     

            หลังจากที่ล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนก็ออกจากบ้านไปชวีเสี่ยวปอพบข้อดีอย่างหนึ่งของการมีบ้านอยู่แถวนี้คือ สามารถหาของกินได้ง่ายมากเมื่อก่อนแถวบ้านเขาก็เคยมีแผงร้านค้ามาตั้งขายของอยู่เหมือนกันแต่วันถัดมาก็ถูกไล่กันไปจนหมด ทว่าอยู่ที่นี่เพียงแค่ออกจากบ้านมา ของกินมากมายหลากหลายเหล่านี้ก็แทบจะอยู่เพียงแค่เอื้อมมือ

     

            ทั้งครึกครื้นทั้งมีชีวิตชีวา

     

           

            พวกเขาทั้งสองคนดื่มน้ำเต้าหู้และทานปาท่องโก๋ที่ร้านขายอาหารเช้าแล้วเรียบร้อยแล้วทั้งยังซื้อกลับบ้านให้แม่ของเซี่ยเจิงด้วยอีกชุดหนึ่งจากนั้นพวกเขาทั้งคู่ก็เดินกลับมาตามทางพร้อมทั้งเรอออกมาด้วย

     

            แต่เพิ่งจะเดินไปได้ไม่ไกล โทรศัพท์ของชวีเสี่ยวปอก็ดังขึ้นมา

     

            ชวีเสี่ยวปอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู “แม่ฉันเอง”

     

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359