HACK ME! ศึกรักสังเวียนไซเบอร์ (มี Ebook)

    ตอนที่ 25 ในงานแกรนด์โอเพนนิง

    25 | ในงานแกรนด์โอเพนนิง   งานเปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ของ Dazzle ดำเนินไปอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ท่ามกลางสายตาของผู้เข้าร่วมงานและบรรดาสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวนับพันคน ทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีอะไรผิดปกติ ทางทีมจัดงานและบอดี้การ์ดก็ทำงานกันอย่างสบาย ไม่มีอะไรต้องกังวล แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันแปลกงานใหญ่ขนาดนี้ the Ripper ไม่น่าจะอยู่เฉย แต่ทำไมถึงเงียบไป เงียบจนน่ากลัว เหมือนกับท้องทะเลที่นิ่งสงบก่อนจะเกิดคลื่นลูกใหญ่เข้าถาโถมอย่างบ้าคลั่งคุณภาคิณเดินดูงานอย่างสนใจมาก ฉันเองก็เดินตามเขาพลางคอยสังเกตภายในงานไปด้วยเพราะยังไม่วางใจ  ฉันออนไลน์เข้าระบบของ Dazzle ไว้ตลอดเวลาเผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินฉันจะได้รู้ตัวและแก้ไขได้ทันการณ์“ผมลองเปรียบเทียบกันดูแล้วนะครับ ระบบของ Dazzle กับ Cosmos มีความไฮเทคและเจ๋งพอ ๆ กัน เพราะทั้งสองบริษัทก็มุ่งเน้นพัฒนาระบบของตัวเองให้ทันสมัยที่สุด จะแตกต่างกันก็ตรงที่...”แล้วฉันที่รอฟังอยู่อย่างสนใจก็ต้องขมวดคิ้วที่เขาหยุดพูดไปเฉย ๆ“ต่างกันตรงไหนเหรอคะ”คุณภาคิณหันมาสบตาแล้วส่งยิ้มบางให้อย่างหมดหวัง จนฉันแอบกังวลว่าเขากำลังทุกข์ใจเรื่องอะไรจนมีทีท่า ‘หงอย’ ซะขนาดนี้“ก็ต่างกันตรงเอฟเฟกต์ตอนเปิดตัวน่ะสิครับ Cosmos ดูธรรมดาไปเลยพอเจอแบบนี้ สงสัยผมต้องเรียกประชุมผู้บริหารและหัวหน้าฝ่ายทุกฝ่ายซะแล้วเพื่อระดมสมองออกแบบงานเปิดตัวให้อลังการกว่างานนี้ คุณซันคอยเชียร์ผมด้วยนะครับ” พูดจบเขาก็หันมายิ้มแป้นแล้นใส่ฉัน ดูแล้วขัดกับบุคลิกท่าทางพิลึกจนฉันหลุดขำพรืดออกมาเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือดังขึ้น พอหยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ส่วนตัวที่ไม่แสดงเลขหมาย  โทร. เข้ามาที่ซิม 2 ซึ่งเป็นซิมผลิตพิเศษสำหรับใช้กับคนในหน่วย CSG และ ASAP เท่านั้น“สวัสดีค่ะ” ฉันกดรับสายและกรอกเสียงทักทายไปเรียบ ๆ“นี่คือระบบตอบรับอัตโนมัติของ Dazzle computer เรากำลังเชื่อมต่อสัญญาณของคุณ กรุณาถือสายรอค่ะ”แล้วก็เป็นเสียงสัญญาณพักสาย ถึงฉันจะรู้แล้วว่าคนที่โทร. เข้ามาต้องเป็นคนในหน่วย CSG แน่ แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าทำไมถึงต้องโทร. มาทั้ง ๆ ที่ฉันก็ออนไลน์อยู่ในระบบคุณภาคิณกำลังสนใจทดลองใช้เจ้าแท็บเล็ตรุ่นท็อปอยู่ ฉันจึงอาศัยจังหวะนี้เลี่ยงออกมา สวมหูฟังบลูทูธเพื่อความสะดวกมากขึ้นรอเพียงไม่กี่วินาทีสัญญาณก็ถูกเชื่อมต่อและมีเสียงตอบกลับมา“CZiS คุณอยู่ในงานหรือเปล่า” หัวหน้าหน่วย CSG ถามขึ้นอย่างร้อนรน “ค่ะ”ฉันตอบรับเพียงสั้น ๆ รู้สึกใจคอไม่ดีว่าต้องมีเรื่องแน่ ๆ และก็สังหรณ์ไม่ผิดเสียด้วยเมื่อหัวหน้าพูดรัวเร็วถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เน้นย้ำฝากฝังให้ฉันช่วยแก้ปัญหาด่วนที่สุดฉันหันไปมองคุณภาคิณที่กำลังง่วนอยู่กับแท็บเล็ตตรงหน้าอย่างลำบากใจ เรื่องงานน่ะไม่เท่าไรหรอก แต่คุณภาคิณนี่สิจะเอายังไงกับเขาดีแต่ยังไงเรื่องงานก็ต้องมาก่อน ฉันจึงรับงานและตัดสัญญาณจากหน่วย กลับเข้าไปหาคุณภาคิณ ในหัวก็คิดหาทางออกว่าจะปลีกตัวไปทำงานยังไงดี                “เอ่อ คุณภาคิณจะเดินดูงานอีกนานหรือเปล่าคะ” ฉันลองถามเปิดทางไปก่อน                “คุณซันมีธุระหรือเปล่าครับ ถ้ามีเดี๋ยวผมไปส่ง”                  เอาละสิ จะบอกเขายังไงดีล่ะ งานก็รอไม่ได้แล้ว ไม่มีเวลาอธิบายอะไรซะด้วย                “เอ่อ เปล่าค่ะ ซันก็แค่ลองถามคุณดูเฉย ๆ ถ้างั้น...คุณเดินดูงานไปก่อนนะคะ ซันขอไปห้องน้ำแป๊บหนึ่ง”คุณภาคิณยิ้มรับ ฉันจึงถือโอกาสเดินออกมาและตรงไปห้องควบคุมทางด้านหลังทันที               ห้องควบคุมซึ่งอยู่ด้านหลังสุดของโถงจัดงานนี้กั้นด้วยกระจก one way mirror ที่สามารถมองเห็นภายนอกได้จากด้านใน ส่วนคนข้างนอกเห็นเป็นเพียงกระจกเงาธรรมดา ภายในมีอุปกรณ์เครื่องมือมากมาย มีจอแสดงผลตั้งเรียงรายอยู่บนโต๊ะและติดผนังยาวเกือบตลอดแนว ทุกจอฉายภาพบรรยากาศในงานที่กล้องวงจรปิดซึ่งแอบซ่อนอยู่ตามจุดต่าง ๆ จับภาพไว้ เจ้าหน้าที่ CSG ของ Dazzle สี่ห้าคนที่ได้รับมอบหมายให้มาประจำที่นี่กำลังวุ่นวาย พยายามเชื่อมต่อสัญญาณกับหน่วยกันอลหม่าน “เราถูกตัดสัญญาณจากหน่วย CSG ที่ประจำอยู่ที่บริษัท และเข้าระบบควบคุมของบริษัทไม่ได้เลย แต่ยังเชื่อมต่อควบคุมสัญญาณภายในงานได้ เท่ากับว่าเราถูกตัดการติดต่อจากภายนอก และตอนนี้เรากำลังหาทางแก้ปัญหาอยู่”ชายหัวหน้าทีม CSG ที่ควบคุมงานแกรนด์โอเพนนิงยืนวางท่าพิงผนังอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจ อธิบายถึงปัญหาที่หัวหน้าฉันฝากไว้อย่างไม่เต็มใจนัก คงเห็นว่าฉันไม่ได้มีหน้าที่ในงานนี้และที่สำคัญฉันเป็นผู้หญิง เลยคิดว่าผู้หญิงจะเก่งไปกว่าผู้ชายได้ยังไงล่ะสินะ“พยายามดูแลระบบไฟและระบบเสียงให้ดีด้วย ถ้ามีอะไรผิดปกติขึ้นมาคนในงานจะแตกตื่นได้”ฉันไม่ลืมเตือนเรื่องนี้เพราะเกรงว่าถ้าทุกคนมัวแต่สนใจเรื่องการถูกตัดสัญญาณ อาจจะลืมดูแลความเรียบร้อยในงานไป “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ระบบไฟและระบบเสียงภายในงานมีคนของผมควบคุมอยู่ ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน รับประกันได้”เขาตอบอย่างมั่นใจเสียเต็มประดา ฉันทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับเล็กน้อย แต่ลึก ๆ แล้วก็กังวลว่ามันจะไม่เรียบร้อยอย่างที่เขาว่า ฉันลองเชื่อมต่อสัญญาณไปที่หน่วยก็พบว่าไม่มีการตอบรับเช่นกัน แสดงว่าไอ้แฮ็กเกอร์คนนั้นต้องแฝงตัวเข้ามาในระบบ ใช้โปรแกรมดักจับสัญญาณไว้ แล้วกีดกันไม่ให้สัญญาณจากที่นี่ส่งไปถึงหน่วยได้ ดีไม่ดี...มันอาจกำลังพยายามแฮ็กเข้ามาในระบบควบคุมในงานแกรนด์โอเพนนิงด้วยก็ได้!“ยกเลิกการเชื่อมต่อสัญญาณไปที่หน่วย และปิดรับการเชื่อมต่อสัญญาณจากภายนอกทั้งหมด!”ฉันเด้งตัวออกจากหน้าจอแล้วหันไปบอกหัวหน้าทีมทันที แต่ทุกคนในห้องต่างพากันมองมาที่ฉันอย่างกับเห็นตัวประหลาด“หึหึ เดี๋ยวก่อนนะ... ถ้าทำแบบนั้นแล้วทางหน่วยจะติดต่อเราได้ยังไง มันดูไม่ใช่การแก้ปัญหาเลยนะ ทางที่ดีผมว่าตอนนี้เราน่าจะหาทางติดต่อกับหน่วยให้ได้ก่อน เพราะเราต้องรับคำสั่งจากหน่วยเท่านั้น”นายหัวหน้าทีมที่มีอำนาจสั่งการในที่นี้แย้งขึ้นมา ท่าทีเฉยเมยกับรอยยิ้มเย้ยหยันราวกับสิ่งที่ฉันพูดมันดูเป็นเรื่องไร้สาระเหลือเกินนั้น เหมือนจุดไฟโทสะในหัวฉันจนครุกรุ่น ฉันก้าวเข้าไปหาแล้วหยุดยืนเผชิญหน้ากับเขาอย่างจริงจัง “คุณก็เห็นแล้วว่ามันทำไม่ได้เพราะมีมือดีดักจับสัญญาณของคุณอยู่ ตราบใดที่คุณยังหาตัวมันไม่เจอและยังกำจัดมันออกให้พ้นทางไม่ได้ สัญญาณของคุณก็ไม่มีทางไปถึงหน่วย หรือถ้ามันฉลาดกว่าคุณ ก็อาจจะเชื่อมต่อสัญญาณของคุณและเข้ามาควบคุมงานแทนคุณ”น้ำเสียงเย็นเยียบที่ฉันเอ่ยไปอย่างแผ่วเบาแต่ชวนขนลุกนั้น ทำให้ผู้ชายร่างใหญ่ตรงหน้ายืนเกร็งจนตัวตรงและจ้องตาฉันเขม็ง“สัญญาณที่เราส่งไปได้รับการเชื่อมต่อแล้วครับ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งร้องขึ้น “แต่ไม่ใช่จากหน่วย มีคนอื่นลักลอบเข้ามา!”แล้วสิ่งที่ฉันกลัวก็เกิดขึ้น เราทั้งหมดลุกพรวดไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องหลักก็เห็นว่า มีสัญญาณเตือนภัยสีแดงกะพริบเตือนว่ามีคนบุกรุกเข้ามาในระบบเครือข่ายสัญญาณ ไม่ได้การแล้ว! ขืนปล่อยให้มันเข้ามาในระบบได้แบบนี้ต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ จะปล่อยให้งานล่มไม่ได้เด็ดขาด“ตัดสัญญาณระบบควบคุมเสียงและไฟในงานแบบอัตโนมัติ แล้วเปลี่ยนไปควบคุมด้วยระบบ manual แทน!”ทุกคนที่ประจำอยู่หน้าจอไม่รอช้า หันกลับไปตัดสัญญาณตามที่ฉันสั่งทันที มีแต่คุณหัวหน้าทีมเท่านั้นที่ยังยืนอึ้งอยู่“ส่วนคุณ...น่าจะออกไปสั่งการคนของคุณที่ดูแลระบบเสียงและไฟอยู่ว่าให้ควบคุมระบบกันเอง และสั่งห้ามคนนอกเข้าพื้นที่สต๊าฟเด็ดขาด”ฉันเรียกสตินายหัวหน้าหน่วยด้วยการแนะนำว่าเขาต้องทำอะไรต่อไป เขาก็รีบเปิดประตูออกไปทันที     ฉันลอบถอนใจเล็กน้อย ทว่า...พอหันกลับมาดูภาพบนจอหนึ่งก็เห็นว่าคุณภาคิณกำลังเดินไปเดินมาแถว ๆ หน้าห้องน้ำหญิง ซวยแล้ว! ฉันออกมานานเกินไป เขาต้องกำลังตามหาฉันแน่ ๆ“พยายามกู้คืนระบบให้ได้ แล้วกำจัดแขกที่ไม่ได้รับเชิญซะ” ฉันสั่งทีมงานอีกครั้งก่อนจะเด้งตัวเองออกไปจากห้องควบคุมเหมือนกัน                 ฉันรีบจ้ำอ้าวไปที่หน้าห้องน้ำก็เห็นว่าคุณภาคิณกำลังชะเง้อมองเข้าไปในห้องน้ำหญิง ทำท่าจะกดโทรศัพท์ ฉันจึงรีบเรียกไว้ก่อน                “คุณภาคิณคะ”เขาหันมาตามเสียงเรียก พอเห็นว่าเป็นฉันก็ยิ้มโล่งใจ                “คุณหายไปนานมาก ผมเป็นห่วงก็เลยเดินมาดู แล้วนี่...คุณซันไปไหนมาครับ”คุณภาคิณคงสงสัยเพราะเห็นว่าฉันเดินมาจากทางอื่นที่ไม่ใช่ห้องน้ำ เล่นเอาฉันแทบไปไม่เป็นเหมือนกัน                “เอ่อ ซันออกจากห้องน้ำมาแล้วก็กลับไปหาคุณ แต่ไม่เจอ สงสัยจะสวนกันมั้งคะ ขอโทษนะคะที่ทำให้เป็นห่วง” ฉันคิดคำแก้ตัวแถไปได้อย่างหวุดหวิด                “คุณซันไม่เป็นไรแน่นะครับ”เขาถามย้ำอีกครั้ง ท่าทางเป็นห่วงฉันมาก ฉันจึงพยักหน้าน้อย ๆ พร้อมกับรอยยิ้มปกติที่สุด เขาเงียบไปอึดใจก็ยิ้มรับอย่างอารมณ์ดีฮู่ว...เกือบไปแล้วเชียว                 ฉันตามคุณภาคิณกลับเข้าไปในงานเงียบ ๆ แต่ในใจกระสับกระส่ายเต็มทนเพราะอยากกลับเข้าไปช่วยในห้องควบคุม แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงกับคุณภาคิณดี ไม่รู้ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง ฉันกวาดตามองไปรอบ ๆ หาบุคคลไม่หวังดีที่อาจจะแฝงตัวเข้ามาในงาน แล้วทันใดนั้น...ทางห้องควบคุมก็โทร. เข้ามา                ฉันกดรับสายทันที ถามร้อนรนว่า “เป็นยังไงบ้าง กู้ระบบได้หรือยัง”                “มันยึดระบบของเราแล้วครับ มันบอกว่าจะคุยกับคุณ”นายหัวหน้าทีมตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหมดหวัง ฉันเองก็ได้แต่ยืนนิ่งเมื่อได้ฟังคำตอบ ไม่มีทางเลือกแล้วสินะ                “ได้ ฉันจะรีบไป”พูดจบฉันก็ตัดสาย หันกลับมาหาคุณภาคิณ แต่ก็ต้องตกใจแทบสะดุ้งเพราะคุณภาคิณก็กำลังมองฉันอยู่พอดี เขาได้ยินอะไรหรือเปล่านะ                “คุณซันคุยโทรศัพท์กับใครเหรอครับ” เขาเอ่ยถามเสียงเรียบพร้อมกับสีหน้านิ่งเฉย                “เอ่อ...”แล้วก็เป็นฉันที่ติดอ่างไปไม่เป็นอีกครั้ง “คือ น้องที่สตูฯ โทร. มาถามเรื่องงานถ่ายรูปน่ะค่ะ”ฉันแถไปอีกรอบจนได้ เขาจะเชื่อไหมเนี่ย                “อ๋อ ครับ ถ้าคุณซันมีธุระไปที่ไหนบอกผมได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะรีบพาไป”เขาเปลี่ยนสีหน้าเรียบตึงกลับมาเป็นรอยยิ้มหวานเหมือนเดิม ฉันเลยถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก โหย... นางสาวตะวันวาดสีข้างถลอกแน่งานนี้                “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณเดินดูงานต่อเถอะ ซันขอตัวไปห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะคะ อ้อ! แล้วถ้าซันมาช้าคุณก็ไม่ต้องไปตามหรอกค่ะ พอดีว่า...ซันเป็นวันนั้นของเดือนเลยเข้าห้องน้ำบ่อยและนานนิดหนึ่ง”ฉันหาข้ออ้างดักทางคุณภาคิณไว้ก่อนเพราะไม่อยากให้เขาคอยกังวลและเดินตามหา เดี๋ยวความจะแตกซะก่อน                 เมื่อปลีกตัวออกมาได้ ฉันก็รีบเดินจนแทบวิ่งไปที่ห้องควบคุมทันที พอเปิดประตูเข้าไปก็ต้องตะลึงงันจนก้าวขาไม่ออกเพราะหน้าจอแสดงผลทั้งหมดเป็นสีดำสนิท มีเพียงตัวอักษรสีขาวสามตัวปรากฏอยู่TRPฉันขบฟันจ้องตัวอักษรสามตัวนั้นอย่างเคียดแค้น มันอีกแล้วสินะ คิดไว้แล้วไม่มีผิดว่าแฮ็กเกอร์ที่สามารถทำได้ขนาดนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก the Ripper คนเดียวเท่านั้นระหว่างที่ฉันกำลังยืนอึ้ง จอแสดงผลของคอมพิวเตอร์เครื่องหลักก็ปรากฏกล่องสนทนาวูบขึ้นมา ลูกทีมที่ประจำเครื่องนั้นลุกออกมาเพื่อเปิดทางให้ฉันเข้าไปนั่งแทน      ๐  คนสวยของผมมาหรือยังนะ แค่ได้เห็นประโยคทักทายของเขา ฉันก็คันปากอยากจะด่าสักชุดใหญ่ ใครเป็นคนสวยของแกมิทราบ!ฉันรัวนิ้วตอบกลับไปทันที      ๐  the Ripper!      ๐  โอ๊ะโอ มาแล้วเหรอครับ ผมต้องขอโทษจริง ๆ นะ เมื่อคืนผมงานยุ่งมากเลยไม่ได้ไปนอนค้างห้องคุณเลย ไม่โกรธใช่ไหมที่ปล่อยให้รอเก้อ ฉันแทบจะกรี๊ดออกมาทันทีที่อ่านประโยคนี้จบ แต่ก็ต้องกลั้นไว้ก่อนเพราะในห้องนี้มีคนอื่นอยู่ด้วย ฉันไม่อยากให้ใครเห็นเวลาที่ฉันวีนแตก เลยได้แค่กำหมัดแน่นจนชาไปหมด      ๐  แกต้องการอะไร!      ๐  ถามแบบนี้แปลว่าโกรธผมแน่ ๆ เลย ผมอยากขอโทษคุณจัง รับสายผมด้วยนะครับ ทันทีที่ประโยคนี้ถูกส่งมา เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้นซึ่งเป็นสัญญาณจากห้องควบคุมนี้นั่นแหละ แต่ถูก the Ripper ควบคุมแทน ฉันมองโทรศัพท์มือถือในมืออยู่พักใหญ่ คิดหาทางออกว่าจะทำยังไงต่อไปแต่ก็คิดไม่ตก คงต้องทำตามที่มันต้องการไปก่อน จึงเปิดแอปพลิเคชันแปลงเสียงในโทรศัพท์แล้วกดรับสายที่หูฟังบลูทูธตัวจิ๋วซึ่งสวมอยู่กับใบหู“สวัสดีครับ ผม the Ripper ครับผม ยินดีที่ได้คุยกันอย่างเป็นทางการนะครับคุณ CZiS”เสียงผู้ชายที่ทักทายมายิ่งทำให้ฉันโมโหหนักขึ้นไปอีก หมอนี่จะกวนประสาทฉันไปถึงไหน“แกต้องการอะไรก็ว่ามา” ฉันกรอกเสียงเรียบ ๆ ส่งกลับไป“ว้าว เสียงของคุณเซ็กซี่กว่าที่ผมคิดไว้อีกนะเนี่ย”“ไอ้!...”ฉันอยากจะกรี๊ดให้ลำโพงแตกกันไปข้าง แต่ยังระงับอารมณ์ไว้ได้ทันเพราะสายตาทุกคู่ในห้องนี้กำลังมองมาที่ฉัน“เมื่อคืนคุณคงแต่งตัวสวยรอผมเก้อเลยสินะ งานผมเยอะมากเลย ปลีกตัวไปหาคุณไม่ได้จริง ๆ แต่คราวหน้าผมไม่ผิดนัดแน่ อ้อ...บอกไว้ก่อนนะว่าผมน่ะ ชอบสาวใส่ชุดชั้นในสีแดงที่สุดเลย”“แก! ไอ้บ้า! เลิกกวนประสาทฉันสักที จะให้ฉันทำอะไรก็ว่ามา อย่ามัวแต่พล่าม ฉันรำคาญ!”แล้วความอดทนของฉันก็ขาดสะบั้นลง ฉันกรอกคำด่าใส่ปลายสายอย่างลืมหายใจ คนรอบข้างเหวอกันเป็นแถบ ๆ ซึ่ง ณ นาทีนี้ฉันไม่สนอะไรทั้งนั้น ใครไม่เจอแบบฉันไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าทำไมฉันถึงต้องโมโหขนาดนี้ ไม่มีใครรู้หรอกว่าหมอนี่ทำอะไรกับฉันไว้บ้าง“คุณก็รู้...ว่านอกจากร่างกายของคุณแล้ว ผมต้องการอะไรอีก”“ไอ้! ไอ้แฮ็กเกอร์บ้ากาม! ไอ้ทุเรศ! ไอ้... แก!”“คืนระบบปฏิบัติการ Cosmic มาให้ผมเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่สามารถรับประกันได้ว่า งานเปิดตัวแท็บเล็ตจะจัดครบเวลาถึงสามทุ่มตามกำหนดการหรือเปล่า”นี่มันกล้าเอางานแกรนด์โอเพนนิงมาเป็นเครื่องมือต่อรองงั้นเหรอหน็อย ฉันไม่ยอมแกง่าย ๆ หรอก the Ripper!
    ***********************************ความวุ่นวายอีกระลอกมาแล้วค่ะ เริ่มต้น ณ บัดนี้ 555 เดี๋ยวมาดูกันว่าซันจะแก้ปัญหาในงานได้ไหม หรือจะโดนเล่นงานจนต้องคืนระบบ Cosmic ให้ the Ripper...ก็ไปขโมยเขามานี่นะ โดนแน่ 55***ไรต์จะลงอ่านฟรี 60%ของเรื่อง แล้วจะเริ่มติดเหรียญจนจบเรื่องนะคะ ขอบคุณที่สนับสนุนกันค่ะ***ฝากผลงานจ้า...Messy Buddy คุณบัดเดอร์ใช่เธอหรือเปล่า? (พิมพ์โดย สนพ. กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง)error loaded #E-Bookพร้อมให้ดาวน์โหลด ที่ MEB ขอหัวใจ 5 ดวงด้วยนะค้าาา#หนังสือเล่มสั่งซื้อได้ที่เพจเฟสบุ๊ก Groove Publishingหรือเพจแสนแก้ว ได้เลยค่ะ ยินดีพูดคุยและเซ็นให้ทุกเล่มค่ะ