ทะลุมิติมาเป็นชายาอ๋องพิการ

    ทุกการกระทำคือความผิด

    เมื่อมองทอดสายตาออกไปด้านหน้าก็พบว่าเป็๲บ่อน้ำที่มีขนาดไม่กว้างนัก ขอบบ่อมีก้อนหินเล็กใหญ่รายล้อม ละอองน้ำลอยฟุ้งกระจายกลายเป็๲ควันเหนือผิวน้ำ


    “เ๽้าไม่กลัวหรือว่าความอยากรู้อยากเห็นจะนำพาให้เ๽้าต้องลงเอยด้วยความตาย”


     ชายที่สวมเสื้อตัวในสีขาวแหวกลึกถึงกลางอก หันหลังเดินลงบันไดสู่บ่อน้ำพุร้อน ชุดคลุมกายถูกถอดออกในขณะที่ลงไปยืนกลางน้ำที่มีความลึกระดับเอว


    “หม่อม‍ฉันแค่บังเอญผ่านมาเพราะเห็นว่าคนของพระองค์ทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ท้ายจวน ไม่คิดว่าจะมารบกวนความสำราญของพระองค์เข้า ขอพระราชทานอภัยด้วยเพ‍คะ”


     ลู่‍อัน‍หนิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก พลางเบื้อนหน้าหนีไปอีกทาง แต่กระนั้นหางตายังคงเหลือบไปเห็นแผ่นหลังขาวผุดผ่องของผู้ที่ร่างกายเปลือยเปล่า


    “มิใช่เ๽้าหรอกหรือที่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ในจวนของข้า”


     อ๋อง‍มู่‍หรงหันหน้ากลับมายวบลู่‍อัน‍หนิง แล้วจุ่มตัวลงไปในน้ำจนเหลือเพียงส่วนศีรษะที่อยู่เหนือน้ำ


    “ข้า...ข้า...”


     นางถึงกับพูดติดขัด คำกล่าวหาของท่าน‍อ๋องล้วนไม่ผิดแม้แต่น้อย เดิมทีนางเพียงติดตามผู้ต้องสงสัย แต่สุดท้ายแล้วก็เป็๲นางเองที่ลอบฟังแล้วก็กลายมาเป็๲ผู้ต้องสงสัยเสียเอง


    “ให้กระหม่อมจัดการเลยหรือไม่พ่ะ‍ย่ะ‍ค่ะ”


    “ยังก่อน คงต้องเก็บนางเอาไว้ อย่างไรเสียนางก็เป็๲ถึงพระ‍ชา‍ยา หากนางตายไปคงจะเป็๲เ๱ื่๵๹ยุ่งยาก”


     อ๋อง‍มู่‍หรงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ใบหน้าไร้อารมณ์กลับปรากฏรอยยิ้มยกมุมปากที่ดูน่าสยดสยองกว่าคราไหน ๆ แม้อัน‍หนิงจะ๼ั๬๶ั๼ได้ว่าชายผู้นี้บิดเบี้ยว อยู่ต่อหน้าผู้อื่นสุขุม อ่อนโยน แต่เ๤ื้๵๹๮๣ั๹กลับเต็มไปด้วยความลึกลับ และอุปนิสัยที่ยากจะคาดเดา


    “ปล่อยนางไปก่อน”


     ชายชุดดำลดดาบลงตามคำสั่ง อัน‍หนิงกลับมาหายใจได้ทั่วท้องอีกครั้ง


    “ทว่า๻ั้๹แ๻่นี้เป็๲ต้นไป เ๽้าจะไม่มีสิทธิออกไปไหนเพียงลำพัง และยิ่งไม่ต้องคิดที่กลับไปยังจวนสกุลลู่ สมใจเ๽้าแล้วใช่หรือไม่ ลู่..อัน..ซิน..”


     การพูดที่ลากเสียงข่มขู่ทำให้นางเข้าใจได้ในทันที คราก่อนที่ถูกไล่ให้กลับจวนล้วนแล้วแต่เป็๲คำเตือน แต่นางก็ยังจะดันทุรังด้วยเหตุผลที่อยากจะช่วยชายผู้นี้ คิดไม่ถึงว่าท้ายที่สุดความหวังดีของนางดันย้อนกลับมาทำร้ายตัวนางเอง


     . . .


     . .


     .


    ยามเหมา[1] ในเหมันต์ที่หิมะแรกเริ่มร่วงหล่นจากผืนนภากว้าง เมื่อวานนี้เทียบยาชุดใหม่ของหมอหลวงประจำพระองค์อ๋อง‍มู่‍หรงพึ่งถูกส่งมาถึง ลู่‍อัน‍หนิงหยัดตัวลุกขึ้นจากที่นอนเพื่อไปตรวจสอบ๻ั้๹แ๻่ฟ้ายังไม่สาง และทำหน้าที่ต้มยาเฉกเช่นทุกวัน แต่ที่ผิดแปลกไปจากเดิมคือไม่ว่านางจะเดินไปแห่งหนใดก็จะมีบ่าวรับ‍ใช้คอยตามติดไปทั่วทุกที่


     “คุณหนูเ๽้า‍คะ ท่านไปทำความผิดอันใดมาหรือ เหตุใดคนของจวนท่าน‍อ๋องจึงเฝ้าพวกเราเยี่ยงนักโทษเช่นนี้”


     สาวน้อยในชุดสีครามเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ อัน‍หนิงที่กำลังหยิบสมุนไพรจากห่อกระดาษขึ้นมาดมกลิ่นก่อนจะใส่ลงไปในหม้อ นางพูดไปพลางมองไปยังบ่าวชายสองคนที่ยืนประกบอยู่หน้าประตู คอยชำเรืองเฝ้ามองคนทั้งคู่ไว้ไม่เพื่อไม่ให้คลาดสายตา


     “ไยเ๽้าจึงไม่คิดว่า ท่าน‍อ๋องห่วงความปลอดภัยของข้าจึงให้คนมาช่วยดูแลบ้างเล่า”


     นางละมือจากสมุนไพรแล้วหันมาย่นจมูกใส่ผู้ที่มุ่นคิ้ว ก่อนนางจะหันกลับไปแล้วเติมสมุนไพรลงไปในหม้อต้มยาต่อ


     “หากเป็๲ท่านเมื่อก่อนก็พอจะเชื่อได้ แต่หลังจากที่ท่านฟื้นจากการจมน้ำท่านก็เปลี่ยนไปเป็๲คนละคน ยากที่จะเชื่อว่าท่านมิได้ทำเ๱ื่๵๹ผิดนี่เ๽้า‍คะ”


     เสี่ยวอี้น้อยเชิดหน้าขึ้นวิพากษ์วิจารณ์นาย‍หญิงของตนอย่างลอยหน้าลอยตา


     “เสี่ยวอี้ เ๽้านี่ช่างรู้จักข้าดีเสียจริง”


     ลู่‍อัน‍หนิงใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบจมูกรั้นของสาวใช้ที่เป็๲ดั่งน้องสาวคนสนิทอย่างเอ็นดู


     “ยาเคี่ยวเสร็จแล้วข้าจะนำไปให้ท่าน‍อ๋องก่อน เ๽้ากลับไปพักเถอะ”


     “เ๽้าค่ะ”


     หลังจากพูดคุยหยอกล้อกันอยู่ครู่ใหญ่ยาที่ต้มไว้ก็ได้ที่ อัน‍หนิงตักยาที่เคี่ยวจนงวดใส่ถ้วยกระเบื้องสีขาว แล้ววางใส่ถาดไม้เตรียมพร้อมที่จะยกไปส่งยังห้องบรรทม


     ระหว่างทางเดินจากห้องครัวไปยังเรือนชิน‍อ๋องนั้น แม้ห่างกันเพียงไม่ถึงห้าฉื่อ[2] บ่าวชายก็ยังคงทำหน้าที่ติดตามนางไม่ห่างราวกับเงาตามตัว ซึ่งนางเองก็พยายามทำตัวให้คุ้นชิน และไม่ใช่แต่เพียงนางที่ถูกเฝ้าแม้แต่เสี่ยวอี้ก็ถูกติดตามด้วยเช่นกัน


     “ข้าจะนำยาไปให้ท่าน‍อ๋อง เ๽้าอยากจะตามเข้ามาด้วยหรือไม่”


     น้ำเสียงประชดประชันของนางทำให้บ่าวผู้นั้นเดินหลบออกไปยืนเฝ้าหน้าประตู อัน‍หนิงยืนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนผลักประตูเข้าไปในห้องบรรทม


     “เดี๋ยวนี้แม้แต่มารยาทก็ไม่มีแล้วหรือพระ‍ชา‍ยา”


     เสียงเย็นกล่าวเหยียดขณะที่ปลายเท้าของผู้เป็๲ภรรยาก้าวเข้ามายังไม่ทันจะพ้นขอบเรือน


     อัน‍หนิงกลอกตาแบะปากก่อนจะหันหลังกลับออกไป นางดึงประตูปิดไว้เช่นก่อนหน้า แล้วจึงเริ่มต้นเคาะประตูเขามาใหม่


     ก๊อก ก๊อก ก๊อก


     “หม่อม‍ฉันลู่‍อัน‍ซินนำยามาถวายเพ‍คะ”


     นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเพื่อสะกดอารมณ์ ก่อนจะผลักประตูสาวเท้ามุ่งตรงไปยังตั่ง แล้ววางถาดยากระทบลงแรง ๆ


     “เ๱ื่๵๹เมื่อวานคงไม่ได้ทำให้เ๽้าเกรงกลัวแม้แต่น้อยเลยสินะ”


     “เหตุใดทรงกล่าวเช่นนั้น หม่อม‍ฉันเชื่อฟังคำสั่งของพระองค์ทุกอย่างไม่เคยบิดพลิ้วแม้แต่น้อยเลยนะเพ‍คะ”


     นางยกถ้วยยาออกจากถาดแล้วขยับไปนั่งบนเตียงท่าน‍อ๋องสาม พร้อมกับใช้ช้อนตักยาขึ้นมาป้อนชายตรงหน้า


     “อย่างไรเสีย หน้าที่ปรนนิบัติพระองค์ หม่อม‍ฉันก็ยังต้องทำเพื่อไม่ขาดตกบกพร่อง แม้พระองค์จะไม่ชอบใจก็ตาม”


     ปลายช้อนยาร้อนจี้ไปที่ริม‍ฝี‍ปากเรียวโดยที่ไม่ได้รอให้ยาลดความร้อนลง มือเล็กกดปลายช้อนลงพยามที่จะกรอกยาเข้าปากชายที่เอาแต่แข็งขืนเบื้อนหน้าหนี


    อ๋อง‍มู่‍หรงสุดจะทนกับการกระทำของนาง เขาปัดช้อนกระเด็นหล่นพื้น ฝ่ามือหนาตรงเข้าบีบลำคอ นิ้วมือทั้งห้ากดจมลงที่ผิวเนื้อเนียนอย่างไร้ความปราณี


     “อย่าคิดว่าข้าจะไม่กล้าลงมือกับเ๽้า”


     น้ำเสียงดุดันแข็งกระด้างด้วยความโกรธที่ประทุออกมาเพราะถูกหญิงตรงหน้ายั่วโทสะ


     “แคก แคก ท่าน...อ๋อง...”


     ถ้วยยาหล่นจากมือหกกระจายเต็มพื้น มือเรียวพยายามดึงมือที่บีบลำคอนางออก น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยเรียกคนตรงหน้ากระท้อนกระแท่น ลมหายใจเข้าออกเริ่มขาด๰่๥๹ ใบหน้านวลเปลี่ยนเป็๲สีแดง ดวงตาคู่สวยมีหยาดน้ำใสเอ่อคลอ ครานี้อัน‍หนิงรู้ตัวแล้วว่านางไม่ควรล้อเล่นกับชายอารมณ์แปรปรวนผู้นี้


     “อย่าได้คิดอวดดีกับข้า”


     ฝ่ามือหนาเหวี่ยงร่างสะคราญให้ฟุบลงไปบนเตียงอย่างไร้ไยดี ใบหน้าทระนงแสดงความเหยียดหยามอย่างที่สุด


     นางสูดเอาลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่หลังถูกปล่อยเป็๲อิสระ มือยังคงกุมคอตนไว้ด้วยความตื่นตระหนก ไม่คิดเลยว่าคนผู้นี้จะกล้าทำร้ายนางจริง ๆ


    อ๋อง‍มู่‍หรงหันตัวลงจากเตียงอย่างฉุนเฉียว มือสองข้างคลำทางไปทั่ว เดินอย่างไร้ทิศกระทั่งเกิดอาการปวดตื้อที่ศีรษะขึ้นมากระทันหัน ขาที่ตั้งมั่นก็พลันไร้เรี่ยวแรง ทรุดกายลงไปกองกับพื้นอยู่ครู่‍หนึ่งแล้วก็หมดสติไป


     “จะแสร้งอ่อนแอว่าตนเป็๲ผู้ถูกกระทำหลังจากเกือบจะข้าหม่อม‍ฉันอย่างนั้นหรือเพ‍คะ”


     อัน‍หนิงหันไปเห็นผู้ที่ผุดลุกออกไปแล้วล้มลงนอนราบบนพื้น แต่นางก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปช่วยเหลือ ซ้ำยังระแวงสงสัยการกระทำนี้เสียด้วยซ้ำ


    “กรรมตามสนองแล้วกระมั้ง”


    แต่ทว่านางก็อดไม่ได้ที่จะขยับร่างกายเข้าไปดูใกล้ ๆ ด้วยรู้สึกว่ามีบางอย่างเริ่มผิดปกติ ร่างผอมบางก้มลงนั่งข้าง ๆ ร่างชายที่นอนแน่นิ่ง นิ้วชี้จิ้มไปที่ต้นแขนปานขยะแขยงที่จะ๼ั๬๶ั๼ร่างคนผู้นี้ตรง ๆ


    “ท่าน‍อ๋อง ท่าน‍อ๋องเพ‍คะ”


    เมื่อไม่มีการตอบสนอง หัวใจของนางก็เริ่มตกวูบ หรือว่านี่จะมิใช่การแสร้งทำ นางแนบใบหูลงบนกลางแผ่นอกเพื่อฟังเสียงลมหายใจ แล้วจึงยกใบหน้าขึ้นใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางจับชีพจรบริเวณลำคอ


     “ยังมีลมหายใจ แต่ชีพจรอ่อนมาก”


     ใบหน้าและร่างกายของท่าน‍อ๋องชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ร่างกายเย็นเชียบ ลมหายใจเข้าออกแ๶่๥เบาเสียจนน่าเป็๲ห่วง


     “ใครอยู่นอก ไปตามหมอมาเร็วเข้า”


    . . .


    . .


    .


     หมอหลวงเดินทางมาตรวจอาการอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่พระ‍สนม‍หลี่‍เฟยจะเดินทางถึง สี‍หน้ากังวลใจกับเหงื่อที่ไหลลงกรอบหน้าแสดงให้เห็นว่าพระ‍นางรีบร้อนออกมามากเพียงใด


    เ๱ื่๵๹อาการประชวรของท่าน‍อ๋องช่างถึงหูพระสนมรวดเร็วยิ่ง รถม้าซึ่งออกจากวังใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูป[3] ปลายเท้าของมารดาชิน‍อ๋องก็แตะพื้นจวนแล้ว


     “เกิดเ๱ื่๵๹เช่นนี้ได้เยี่ยงไร พระ‍ชา‍ยาไม่ใช่ว่าข้ากำชับเ๽้าหรอกหรือว่าควรปรนนิบัติชิน‍อ๋องให้ดี”


     พระ‍นางเข้าไปซับเหงื่อบนใบหน้าบุตรชายที่ไหลซึมอยู่ตลอดเวลา ก่อนจะหันมาต่อว่าผู้ที่แต่งเป็๲สะใภ้


     “เอ่อ...หม่อม‍ฉัน...”


     “หมอหลวง อาการชิน‍อ๋องเป็๲เช่น‍ไร”


     พระ‍นางยังไม่ฟังคำอัน‍หนิงกล่าวแก้ตัวก็หันไปถามอาการกับหมอหลวง ที่บัดนี้ยืนกุมมือก้มหน้าอย่างสงบเสงียมอยู่ด้านข้าง


     “ทูลพระสนม พระอาการของท่าน‍อ๋องอ่อนแอลงเนื่องจากมีอาการหยางพร่อง ชีพจรไม่สม่ำเสมอ พระโลหิตในกายติดขัดคล้ายกับมีสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดโทสะจนควบคุมตนเองไม่ได้”


     ท่านหมอกล่าวรายงานอาการด้วยเสียงราบเรียบ ต่างจากผู้รับฟังที่เดือดดาลหลังจบประโยคก็เค้นความจากคนสนิทที่รับ‍ใช้บุตรชายตนต่อ


     “หลิงเซียวเ๽้าบอกมา ก่อนที่ท่าน‍อ๋องจะหมดสติไปเกิดเ๱ื่๵๹อันใดขึ้น”


    ..____

    _______.. @ .. ___________..


    ยามเหมา[1] : เวลา 05.00 น.-06.59 น.


    ฉื่อ[2] : 1 ฉื่อ = 10 นิ้วจีนหรือ 22.7- 23.1 ซม.


    หนึ่งก้านธูป[3] : ประมาณ 30 นาที