ในเวลาต่อมาปี้ฟางนำพากลุ่มฝูงชน และนายน้อยเฟยเดินมาหยุดอยู่ที่บ้านโกโรโกโสหลังหนึ่ง
"นายน้อยเฟยขอให้ข้าเข้าไปค้นในบ้านของนาง"
ซิเฟยเพียงพยักหน้าตอบรับ ปี้ฟางใช้เวลาอยู่ชั่วครู่ในการเข้าไปค้นภายในบ้านโกรโกโสของปี้เหยา
ก่อนที่มันจะเดินออกมาด้วยสีหน้าดูิ่ สายตาของมันจ้องมองไปยังปี้เหยาอย่างเหยียดหยาม
สองมือของมันนั้นยกกระดาษหนังสัตว์ขึ้นมา "นี้คือหลักฐาน เ้าจะยังปากแข็งอีกหรือไม่"
สายตาทุกคนจับจ้องไปในทิศทางเดียวกัน สายตาทั้งหมดจ้องมองไปยังหญิงสาวที่เป็เ้าของบ้านเก่าๆหลังนี้ ซึ่งบัดนี้เ้าของบ้าน มิสามารถพูดอะไรออกมา มันงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็อย่างมาก
“ไม่ใช่ข้า ต้องเป็เื่เข้าใจผิดอย่างแน่” ปี้เหยาร้องออกมาพลางส่ายศีรษะ
ฝูงชนข้างๆรีบถอยออกห่างจากปี้เหยาทันที ทำให้บัดนี้ปี้เหยายืนอยู่อย่างโดดเดียว
“ท่านแม่ ต้องไม่ใช่ท่านแม่” ปี้ยี่แหวกฝูงชนนับสิบวิ่งไปทางแม่ของมัน
ขณะนี้ ซิเฟยนั้นมองไปยังปี้เหยา สายตาของมันเปล่งประกายวาบวับดุจสุนัขที่กำลังล่าเหยื่อ
สตรีนางนี้งดงามที่สุดในหมู่บ้านนี้และแม้แต่ชนเผ่าของมัน ก็มิได้หาสตรีที่มีรูปลักษณ์งดงามได้แบบนี้
ปี้เหยามีดวงตาที่งดงาม ผิวขาวดุจหยกใบหน้าสวยงาม รูปลักษณ์ที่โตเต็มไว มันทำให้สติของซิเฟยเกือบจะหลุดลอยไป
ซิเฟยกลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบาก บัดนี้ภาพคุณชายผู้สง่างามแปรเปลี่ยนเป็ผู้ชายที่เปี่ยมด้วยตัณหา มันแทบจะทนไม่ไหวแล้วที่จะได้ลิ้มลองรสชาติของนาง
สีหน้าของปี้ชีเองก็แปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง มันกลายเป็ดำมืดในทันที
“เ้า...เ้าจริงๆด้วย ในครั้งแรกข้าเองก็ยังมิได้เชื่อคำพูดของบุตรชายตัวเองอย่างเต็มร้อย แต่ในเมื่อหลักฐานชี้ชัดขนาดนี้ เ้ามีอะไรจะปฎิเสธอีกหรือไม่”
“ไม่ ไม่ใช่ข้าท่านปี้ชี ข้าไม่ได้ทำจริงๆ” ปี้เหยาส่ายศีรษะปฎิเสธอย่างตื่นกลัว ใบหน้าของนางนั้นเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น นางนั้นไม่ใช่ผู้ฝึกตนแล้วนางจะ้าทักษะบ่มเพาะและโสมอายุวัฒนะไปเพื่ออะไร
“ใช่แล้ว...ใช่จริงๆ เพราะแบบนี้ เ้าขยะปี้ยี่ถึงได้แข็งแกร่งขึ้นจนชนะปี้จูได้ มันต้องกินโสมอายุวัฒนะไปแล้วแน่ๆ” ปี้ฟานกล่าวโทษ มันไม่รีรอที่จะสุ่มฟืนเข้าไปในไฟให้โหมแรงขึ้น
คำพูดของปี้ฟานนั้นช่วยเสริมความมั่นใจของฝูงชนเข้าไปอีก ทุกคนในหมู่บ้านไม่มีใคร ไม่รู้ว่าปี้ยี่นั้นเป็เด็กที่อ่อนแอเพียงใด
แล้วเพราะเหตุใดมันถึงเอาชนะปี้จูได้ คำตอบเดียวภายในจิตใจฝูงชนนับร้อยคือปี้ยี่ได้กินโสมอายุวัฒนะเข้าไปแล้ว
หนิงเทียนมองไปยังปี้ฟาน ‘ด้วยอายุเพียง9ปีแต่การกระทำของมันกลับเลวร้ายเกินอายุไปมากนัก’
“โอ้ ข้าคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าขโมยที่ใจกล้านั้นจะเป็หญิงงามอย่างเ้า” ซิเฟยกล่าวด้วยเสียงประหลาดใจ
“ถึงข้านั้นเอนดูลูกชายเ้าเป็อย่างมากแต่ข้าก็ไม่สามารถปล่อยเ้าไปง่ายๆได้” มุมปากของมันยิ้มด้วยความกระหาย
“ปี้เหยาเ้าเกือบที่จะทำให้เราทั้งหมู่บ้านเดือดร้อน”
“เ้าช่างเห็นแก่ตัวจริงๆ”
“ฆ่ามัน ฆ่านางนางแพศยานี้ มันเป็ปลาเน่าของหมู่บ้านเรา”
“ใช่ จับมันถอดเสื้อผ้า แล้วนำไปแขวนให้สัตว์ป่ากัดกินเนื้อ”
เสียงก่นด่าของฝูงชนดังออกมาอย่างมิหยุดหย่อน ทุกๆคำพูดโจมตีไปยังปี้เหยาอย่างหยาบคาย
“ท่านลุงจาง ข้าเปล่านะ ข้าไม่ได้ขโมย”
“ท่านตาเฟิ่ง ข้าไม่ได้ทำ ท่านต้องเชื่อข้า”
“หัวหน้าชี ข้าไม่ได้ขโมยมันจริงๆ นี้มันต้องเป็ความเข้าใจผิด ข้าไม่ได้ขโมยมัน"
ปี้เหยาสั่นศีรษะ พล่างะโบอกว่ามันไม่ได้ทำ แก้มที่แดงงามบัดนี้กลับซีดขาวราวกระดาษ
ดวงตาของซิเฟยหดแคบลง มันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ
“ทักษะบ่มเพาะของเผ่าข้าถูกค้นพบที่บ้านเ้า ถ้าเ้าไม่ได้ขโมย เ้าจะบอกข้าว่าปี้ฟานใส่ร้ายเ้าอย่างนั้น??”
“นายน้อยเฟย ข้าไม่ได้ทำ ท่านโปรดเชื่อข้า” ปี้เหยายังยืนกรานปฎิเสธ
“ดีดี ในเมื่อเ้ายืนกรานบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำ ข้านั้นจะเชื่อเ้าอีกสักครั้ง ซิตู่สังหารคนในหมู่บ้านทั้งหมดจนกว่ามันจะยอมรับว่าเป็ผู้ใดที่ใส่ร้ายแม่นางปี้เหยาคนนี้”
ได้ยินคำพูดของซิเฟย ฝูงชนทั้งหลายเต็มไปด้วยความหวาดกลัว พวกมันยิ่งก่นด่า ปี้เหยาอย่างรุนแรง และยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
“หญิงชั่วถ้าเ้าไม่ยอมรับจะทำให้พวกเราซวยไปด้วยกับเ้า”
“สารเลว เ้าทำตัวต่ำช้าเ้าก็ยอมรับไปสิ”
แม้หนิงเทียนจะพอคาดเดาเื่ราวได้อยู่แล้ว แต่เมื่อเหตุการณ์มันปรากฏขึ้นจริง สีหน้าของมันแปรเปลี่ยนเป็ดำมืดลง ไม่มีผู้ใดคาดเดาความคิดของหนิงเทียนได้
ซิเฟยยังกล่าวต่อ “ข้านั้นให้โอกาสเ้าเลือกทางรอดแต่เป็เ้าที่ไม่รับผิดและเลือกทางตายให้แก่ตนเอง ตอนนี้หลักฐานปรากฏชัดเจน เ้ายังกล้าที่จะปฎิเสธ ดูท่าว่าถ้าข้าไม่ลงโทษเ้าบ้าง เ้าจะไม่ยอมรับผิดสินะ”
“ซิตู่โบยนางซะ แต่จงระวังอย่าได้ทำให้เกิดาแบนใบหน้าของนาง มันจะทำให้ข้าหมดอารมณ์” ประโยคสุดท้ายมันจงใจส่งเสียงผ่านลมปราณไปยังซิตู่
“ทหาร เอาไม้มาโบยนาง จนกว่าจะรับสารภาพ” เพียงได้ยินเสียงของซิตู่ ปี้เหยานั้นสั่นสะท้านไปทั่วร่าง
“นายน้อยเฟย ขออภัยให้แม่ข้าด้วย” ปี้ยี่ก้าวเท้ามาเบื้องหน้า มันคุกสองเข่าลงบนพื้น มันกล่าวด้วยน้ำเสียววิงวอนขอร้องให้แก่มารดาของมัน
“ท่านแม่ของข้าไม่ได้เป็ขโมย ตัวข้าเชื่ออย่างแท้จริง แต่ถ้าจากที่นายน้อยกล่าวโทษมาเป็จริง เหตุผลก็เป็เพียงเพราะตัวข้า”
“เพราะตัวเ้า เหตุอันใด?” ซิเฟยอย่างกล่าวโดยที่สีหน้าไม่ได้แปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย
“ถ้าเป็เช่นที่ทุกคนกล่าวโทษท่านแม่ของข้าจริง เหตุผลที่ท่านแม่ทำก็เพื่อข้าเพราะข้า้าความแข็งแกร่ง ข้า้าที่จะร่วมประลองไม่ได้เกี่ยวอันใดกับแม่ของข้าแม้แต่น้อย”
ขอให้นายน้อยเฟยโปรดลงทัณฑ์ข้าแทน เสียงวิงวอนขอร้องของปี้ยี่นั้นเต็มไปด้วยความเวทนา
ชายชราสองคนก้าวเท้าออกมาจากฝูงชน พร้อมคุกเข่าลงเบื้องหน้าซิเฟย ตัวพวกมันทั้งคู่อายุรวมกันเกือบสองร้อยปี แต่วันนี้มันกลับมาคุกเข่าให้กับเด็กหนุ่มอายุเพียง21ปี
“นายน้อยเฟยผู้เฒ่าผู้นี้อยากจะขอความเมตตาจากท่าน แม้นางจะทำผิดและทั้งหลักฐานยังชี้ชัดไปที่นาง แต่ผู้เฒ่าคนนี้ขอร้องนายน้อยเฟย ผ่อนผันโทษต่อนางบ้าง นางนั้นยังอายุน้อยและมีจิตใจที่ดีงาม”
“ตัวข้าก็ขอร้องให้นายน้อยลงโทษสถานเบาแก่ปี้เหยาด้วย มันมองไปที่ซิเฟยด้วยสายตาวิงวอน”
“ท่านตาเฟิ่ง ท่านลุงจาง อย่าได้ขอร้องให้หญิงสารเลวเช่นนี้เลย” หนึ่งในฝูงชนนับสิบะโออกมา
ถึงแม้จะมีคนกล่าวเช่นนั้นอีกทั้งผู้คนส่วนมากยังดูแคลนการกระทำของปี้เหยา แต่เมื่อพวกมันมองไปยังผู้เฒ่าทั้งสองที่ขอร้องแทนอยู่นั้นจึงบังเกิดความคิดที่แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ท่านตาเฟิงและลุงจาง ทั้งสองเป็คนเก่าคนแก่ของหมู่บ้านและยังเป็ที่เคารพของคนทั้งหมู่บ้าน การที่ทั้งสองออกมาขอร้องแทนปี้เหยานั้นทำให้ฝูงชนค่อยๆเงียบเสียงด่ากราดลง
“นายน้อยเฟย ตัวข้านั้นเป็ถึงหัวหน้าหมู่บ้าน วันนี้ลูกบ้านทำความผิด ส่วนหนึ่งมาจากข้าที่ปกครองพวกมันได้ไม่ดี นายน้อยเฟยขอให้ท่านลงโทษข้าด้วย” มันกล่าวจบก็คุกเข่าทั้งสองข้างลงกับพื้นโดยทันที
ฝูงชนทั้งหลายมองไปที่ผู้นำของมันอย่างประทับใจ เพียงเพื่อปกป้องผู้หญิงสารเลวนางหนึ่ง
มันกลับกล้าร้องขอความเมตตาจากนายน้อยเฟยโดยมิหวั่นว่าจะทำให้นายน้อยเฟยขุ่นเคือง
ทุกคำที่มันกล่าวออกมานั้นไม่ต่างอะไรกับแบกรับความผิดร่วมกับปี้เหยา
มีเพียงหนิงเทียนที่มองการแสดงตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน จิ้งจอกเฒ่าตัวนี้ช่างแสดงได้แเีนัก!!....
“หัวหน้าชีท่านลุกขึ้นก่อน” หลังจากได้ฟังคำของปี้ชี สีหน้าที่ดำมืดของซิเฟยแปรเปลี่ยนเป็ดีขึ้น น้ำเสียงของมันที่กล่าวให้ปี้ชีลุกขึ้นนั้น มีความอ่อนโยนเล็กน้อย
“อืมม์ ในเมื่อทุกคนต่างร้องขอให้แก่หญิงนางนี้และตัวข้าซิเฟยเองก็ไม่ได้ชื่นชอบการฆ่าแกงมากมายนัก
ตัวข้านั้นมีความรู้สึกสงสารนางอยู่บ้างอีกทั้งยังรู้สึกถูกชะตากับเด็กน้อยปี้ยี่อย่างมาก
ถ้านางยอมรับผิดต่อหน้าทุกคน ข้านั้นจะกรุณารับนางมาเป็อนุภรรยาและรับปี้ยี่เป็บุตรบุญธรรม”น้ำเสียงของซิเฟยโอนอ่อนลงอย่างมาก
หนิงเทียนที่ได้ฟังอยู่ก็ยกยิ้มมุมปากขึ้น ‘ในที่สุดหางของสุนัขก็โผล่ออกมาเสียที’
“นายน้อยเฟย ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ได้ทำจริงๆ” ปี้เหยาสั่นศีรษะปฎิเสธ บัดนี้คำว่าข้าไม่ได้ทำนั้นมันะโจนเสียงแหบแห้ง
“ถ้าข้าเป็คนทำ ข้าจะยอมรับ ข้าไม่รู้ว่าเื่ทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไรและทักษะบ่มเพาะมาอยู่ที่บ้านข้าได้อย่างไร แต่ข้าไม่ได้เป็ผู้ขโมยอย่างแน่นอน ” ใบหน้าของปี้เหยาเวลานี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคาบน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง
การที่ปี้เหยาปฎิเสธไม่ยอมรับคำกล่าวโทษนั้นไม่ต่างอะไรกับการปฎิเสธเป็อนุของซิเฟย นางนั้นไม่ยอมรับผิดและไม่คิดแม้แต่จะเป็อนุของซิเฟย
สีหน้าของซิเฟยกลับกลายเป็มืดดำอีกครั้ง มันพูดอย่างมีโทสะว่า
“เ้าบอกว่าตัวเองไม่ผิด เช่นนั้นคงเป็ข้าที่ใส่ร้ายเ้า...เป็ข้าที่จัดฉากเหล่านี้เพื่อ้าใส่ร้ายมดตัวน้อยเช่นเ้า?”
มันยังกล่าวต่อว่า “ทักษะบ่มเพาะกระดูกราชสีห์นั้นมีค่ากว่าหญิงชั่วเช่นเ้ามาก
ข้าเพียงเห็นถึงพร์ของปี้ยี่ จึงยอมให้เ้ามาเป็อนุแต่เ้าปฎิเสธความหวังดีของข้า เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใคร” มันตวาดเสียงดังไปยังปี้เหยาที่กำลังตัวสั่นเหมือนลูกนก
เสียงของฝูงชนที่เมื่อสักครู่พึ่งจะเงียบลงกลับกลายเป็โห่ร้องะโก่นด่าไปที่ปี้เหยาอีกครั้ง
“ปี้เหยาเ้าทำความผิดใหญ่หลวงให้แก่หมู่บ้านของเรา”
“นายน้อยเฟยหวังดี้ารับเ้าเป็อนุ แต่เ้ากล้าที่จะปฎิเสธ!”
“หญิงแพศยา อย่างเ้าไม่เหมาะกับนายน้อยเฟย เ้านั้นเหมาะกับเป็ของเล่นของพวกทหารมากกว่า ฮ่าๆๆ”
“ช่างน่าผิดหวังจริงๆ เ้าเห็นการขอร้องของท่านปี้ชีเป็อะไร”
“เ้าไม่เห็นความเมตตาของท่านลุงจางกับท่านตาเฟิ่งที่ขอร้องให้แก่เ้าหรืออย่างไร”
เสียงก่นด่าะโใส่ปี้เหยาราวกับมันจะทับร่างของปี้เหยาให้แบนราบอยู่แทบพื้น
“อย่า พวกท่านอย่าว่าแม่ของข้า อย่าว่าแม่ข้า” ปี้ยี่ะโขึ้นแต่เสียงของมันไม่เพียงพอที่จะทานเสียงของฝูงชนนั้นร้อยได้ เสียงอันเล็กน้อยกลับถูกกลื่นด้วยคลื่นเสียงของฝูงชน
“ข้า...ท่าน...ข้า..ไม่” เมื่อปี้เหยามองไปรอบๆเห็นสายตาที่สมเพชเวทนารวมทั้งสายตาที่เ็าของผู้คนจับจ้องมาที่มัน ทั่วร่างของปี้เหยาสั่นสะท้าน
นางล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้น หยดน้ำตาหลั่งไหลอาบทั่วใบหน้าของปี้เหยา ภายในใจนางนั้นวางเปล่า นี้เป็ความสิ้นหวังที่มากที่สุดนับั้แ่นางเกิดมา
ถ้าตัวนางนั้นไม่ห่วงปี้ยี่ บางทีการกระทำต่อไปของนางคือการเอามีดสั่นที่พกอยู่มาทิ่มแทงตนเองและใช้ความตายล้างคำครหาเหล่านี้
ชั่วขณะที่ความสิ้นหวังถาโถมมาสู่จิตใจของนาง ปรากฏเงาร่างของชายหนุ่มมายืนเคียงข้างกับนาง
พร้อมกล่าวด้วยเสียงเยือกเย็น “แม่นางปี้เหยา สิ่งที่จะเกิดต่อไปนี้เป็พียงเื่บังเอิญ เพราะเช่นนั้นจงอย่าได้คิดว่าจะมีอีกเป็ครั้งที่2”
สิ้นเสียงของชายหนุ่มนั้น ปี้เหยายกใบหน้าที่อาบน้ำตาของนางขึ้นพลันปรากฎแผ่นหลังบางๆของบุรุษผู้หนึ่ง
คำกล่าวของหนิงเทียนนั้นแทบจะทำลายความสิ้นหวังในจิตของปี้เหยาออกไปหมด
ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรคำพูดที่แสนเ็านั้นกลับทำให้น้ำใสๆจากดวงตาทั้งคู่พลันหยุดลง
บรรยากาศอันเหน็บหนาวแปรเปลี่ยนเป็อบอุ่นในทันที ความจริงแล้วไม่มีเหตุผลใดให้นางเชื่อมั่นในตัวบุรุษผู้ที่พบเจอกันเพียงไม่กี่ครั้ง นางนั้นไม่สามารถอธิบายความรู้สึกนี้ออกมาได้เหมือนกัน
‘คุณชายหนิง’ ปี้เหยาพึมพำอย่างแ่เบาภายในใจ
หนิงเทียนที่แหวกฝูงชนนับสิบ มายืนอยู่เบื้องหน้าของปี้เหยาที่ยังนั่งอยู่กับพื้น มันจ้องมองไปยังซิเฟยอย่างยิ้มแย้ม
“พี่ชายหนิง”ปี้ยี่ะโด้วยเสียงแหบแห้ง
“ท่านพ่อเป็มัน” ปี้ฟานกระตุกชายเสื้อของพ่อของมัน
ซิเฟยมองไปทางหนิงเทียนมันกล่าวถามอย่างเ็า “เ้าเป็ใคร”
หนิงเทียนมองไปยังซิเฟยสลับกับฝูงชน พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “นายน้อยเฟย ท่านหัวหน้าชี และพี่น้องในหมู่บ้านทั้งหลาย
ตัวข้าเป็เป็คนพเนจร ร่อนเร่ นามว่าหนิงเทียน เมื่อสามวันก่อนแม่นางปี้เหยาได้ช่วยเหลือข้าไว้จากความตาย ไม่เช่นนั้นตัวข้าคงตายจากความหิวโหยอย่างน่าสังเวชใจ”
พอกล่าวมาถึงประโยคสุดท้ายน้ำเสียงของหนิงเทียนแปรเปลี่ยนเป็แข็งกร้าว “นางนั้นถือว่าเป็ ผู้มีพระคุณของข้า เมื่อข้าเห็นนางไม่ได้รับความยุติธรรมจึงต้องออกมาเพื่อตอบแทนพระคุณ”
“ไม่ยุติธรรม เ้าเห็นการกระทำของนายน้อยเฟยไม่ยุติธรรม เดรัจฉานเ้าจงกลับที่ของเ้าไป มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้ารังแกเด็ก” ซิตู่คำรามด้วยความโกรธ
บัดนี้แววตาของซิเฟยที่จ้องมองไปยังหนิงเทียน เต็มไปด้วยจิตสังหาร
หนิงเทียนแย้มยิ้มอย่างร่าเริง “นายน้อยเฟยผู้สูงศักดิ์และเที่ยงธรรม ท่านอย่าพึ่งได้มีโทสะ ตัวข้าได้ฟังเื่ตลกเช่นนี้จึงเกิดความสงสัยเล็กน้อย”
มุมปากของซิเฟยกระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าตลกจากปากของหนิงเทียน มันจ้องมองไปที่หนิงเทียนอย่างเ็า
“เ้ามีสังสัยอันใดหรือเ้ามีความหวังที่จะหาข้อแก้ตัวให้หญิงแพศยานี้?”
หนิงเทียนกล่าวกับปี้ฟานด้วยเสียงเรียบ“ข้านั้นรู้มาบ้างว่าผู้นำฟางดูแลบรรณาการด้วยความรอบครอบมามากกว่ายี่สิบ ข้านั้นสงสัยเป็อย่างมากว่าเหตุใดคนที่รอบครอบเช่นนี้ถึงไม่นำกระดาษแผ่นเดียวติดตัวไว้"
“เด็กน้อยเ้าสงสัยข้า? ก็ได้ คำถามของเ้ามันง่ายนิดเดียว ตัวข้านั้นดูแลบรรณาการมามายก็จริงแต่ทั้งชีวิตของข้า ไม่เคยแม้แต่ได้ััทักษะบ่มเพาะ
มันถือว่าเป็ของวิเศษที่สุดที่ข้าเคยดูแลมาจึงไม่กล้าพกมันไว้ติดตัว ข้าเกรงว่าจะถูกลอบทำร้ายจากผู้ที่้าจะขโมยมันจึงได้ซ่อนมันไว้อย่างมิดชิดภายในบ้าน”
“ผู้นำฟางขอให้ท่านคลายความสงสัยให้ข้าเล็กน้อยได้หรือไม่....ข้านั้นสงสัยว่า ในหมู่บ้านนี้ มีใครแข็งแกร่งไปกว่าท่านปี้ชีที่เป็มนุษย์ขั้น9
และตัวท่านที่ถึงแม้จะทำตัวเฉกเช่นพ่อค้าแต่ความแข็งแกร่งในแดนมนุษย์ขั้น7ของท่านก็นับว่าไม่เลวนัก”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้หนิงเทียนะโไปยังฝูงชนทั้งหมด “ข้าขอถามผู้คนทั้งหมด ภายในหมู่บ้านนี้มีใครสามารถแย่งชิ่งสิ่งของไปจากแดนมนุษย์ขั้นที่7และขั้นที่9ได้บ้าง”
เมื่อกล่าวจบมันมองไปยังซิตู่และซิเฟยทันที ทุกสายตาเคลื่อนมองไปทางเดียวกับหนิงเทียนโดยไม่ได้นัดหมายราวกับว่ามันเป็ผู้นำเหล่าสายตาทุกคู่
“บัดซบเ้าขยะ เ้าบังอาจกล้าที่จะใส่ร้าย ข้ากับนายน้อย” ซิตู่ะเิโทสะของมันออกมา มือของมันหมายที่จะคว้าเอาลำคอของหนิงเทียน ในขณะเดียวกันหนิงเทียนถอยหลังหลบเพียงแค่สองก้าวเท่านั้น
‘มันหลบการโจมตีของซิตู่ได้’ ดวงตาของซิเฟยหดแคบลงในทันใด
“อย่าพึ่งมีโทสะ ผู้าุโซิตู่ตัวข้าไม่ได้ใส่ร้ายท่านแต่อย่างใด ขอให้ท่านฟังให้จบเสียก่อน”
ซิตู่ที่เวลานี้เต็มไปด้วยโทสะ มันลอบโจมตีอย่างไร้เกียรติแต่ไม่สามารถจับกุมเด็กหนุ่มตรงหน้าของมันได้ มันเร่งพลังลมปราณคราวนี้หมายจะจู่โจมเอาชีวิตให้ตกตายในทันที
“ซิตู่ อย่าได้ใจร้อน ....ข้านั้นอยากรู้ว่าเ้าเด็กนี้จะกล่าววาจาผายลมอันใดออกมาอีก?” ซิเฟย กล่าวห้ามซิตู่พร้อมกับกล่าวถาม หนิงเทียนอย่างเย้ยหยัน
‘จิ้งจอกหนุ่มตัวนี้ระวังตัวเสียจริง’สายตาของหนิงเทียนที่มองไปยังซิเฟยนั้นแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนมันจะกล่าวต่อ
“ข้าอยากทราบว่า การที่ผู้นำฟางบอกว่าซ่อนมันไว้อย่างมิดชิดแล้วเหตุใดสตรีตัวเล็กๆนางหนึ่ง ที่ไม่รุ้วิชาแม้กระทั้งผู้ฝึกตน จะสามารถขโมยของวิเศษทั้งสองสิ่งไปจากบ้านของท่านของหัวหน้าชีได้
เว้นเสียว่า คำว่าซ่อนของพวกท่านสองคนพ่อลูกนั้นจะเป็เพียงคำกล่าวอ้าง แท้จริงแล้วคงเป็พวกมันที่ประมาทและไร้ซึ่งความระมัดระวังจึงเป็เหตุให้ของสำคัญหายไป
แต่ถ้าท่านฟางจะบอกแก่ข้าว่า ท่านวางของสำคัญทั้งสองไว้ที่กลางบ้าน แม่นางปี้เหยาจึงสามารถเข้าไปขโมยมันออกมาได้ ข้านั้นอาจจะเชื่อในความโง่ของท่านอยู่บ้าง
คงมีแต่ตัวโง่งมเท่านั้นที่นำสมบัติออกมาวางไว้กลางบ้านเพื่อล่อขโมยเช่นนี้?”
หนิงเทียนหันไปกล่าวกับฝูงชนด้วยเสียงหนักแน่น “ถ้าพวกเ้าทุกคนให้ตัวโง่งมเช่นนี้มาเป็ผู้นำ หมู่บ้านแห่งนี้คงถึงคราววิบัติแล้ว”
“เ้า...เ้า ตัวข้านั้นอยู่ในหมู่บ้านนี้มาั้แ่เกิด บรรพบุรุษของข้าเป็หัวหน้าหมู่บ้านมาทุกรุ่น ทุกคนในหมู่บ้านล้วนเคร่งครัดในกฎระเบียบ
ั้แ่ข้าจำความได้ ไม่เคยปรากฎขโมยในหมู่บ้านของเรามาก่อนเป็เหตุให้ข้านั้นเกิดความประมาทเล็กน้อย”
แปะ แปะ หนิงเทียนปรบมือดัง “ท่านฟาง ถ้าข้าได้ยินไม่ผิด ท่านกำลังบอกข้าว่าั้แ่ท่านเกิดมาหมู่บ้านแห่งนี้ไม่เคยมีขโมยมาก่อนใช่หรือไม่”
“ถูกต้องหมู่บ้านของข้าไม่มีคนจิตใจชั่วช้าเช่นนั้น” ปี้ฟานเอ่ยออกอย่างมั่นคง
“ถ้าเป็ดั่งเช่นคำที่ท่านผู้นำฟางกล่าวออกมาว่าในหมู่บ้านปี้จุ่ยแห่งนี้ไม่เคยมีขโมยมาก่อน เช่นนั้นขโมยในครั้งนี้ก็ต้องเป็คนนอกหมู่บ้านใช่หรือไม่” หนิงเทียนแย้มยิ้มมองไปยังซิตู่อย่างไม่กระพริบตา
“เ้าสารเลวเ้ากำลังกล่าวหาว่าเผ่าซิขโมยสมบัติของตนเองอย่างนั้นรึ” ซิตู่คำรามด้วยความโกรธ
“อย่าพึ่งมีโทสะ ผู้าุโซิตู่ ข้ายังมีคำถามอยากจะถามไถ่นายน้อยเฟยอยู่”
หนิงเทียนหรี่ตาเล็กลงกล่าวต่อว่า “นายน้อยเฟยและท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าทักษะที่ท่านพบในบ้านของแม่นางปี้ยี่เป็ทักษะกระดูกราชห์สี”
“บัดซบ เ้าจะมาเข้าใจในความวิเศษของทักษะบ่มเพาะเราได้อย่างไร” ซิตู่ที่ได้ยินเช่นนั้นคำรามด้วยความโทสะอย่างมากล้น
ถ้าไม่ติดว่านายน้อยของมันกล่าวห้ามไว้ละก็มันจะต้องเข้าไปฉีกกระชากร่างของหนิงเทียนออกเป็ส่วนๆอย่างแน่นอน
หนิงเทียนหาได้สนใจอาการใดๆของซิตู่ไม่ มันกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงดูถูก "ทักษะบ่มเพาะกระดูกราชสีห์นั้นเป็ความลับที่ไม่สามารถแพร่งพรายได้ถูกต้องหรือไม่นายน้อยเฟย"
"ทักษะบ่มเพราะกระดูกราชสีห์ของเผ่าเรานั้นไม่สามารถแพร่งพรายออกไปได้ ทหารเผ่าซิที่ได้รับมันล้วนต้องทำสัญญาจิติญญารับกระบี่แห่งสัจจะทุกคน"ซิเฟยกล่าวอย่างภาคภูมิในความยิ่งใหญ่ของเผ่ามัน
ขณะเดียวกันมันเกิดหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพร้อมทั้งกล่าวต่อว่า "พวกโง่ที่้าขโมยไปนั้นหารู้ไม่ว่า ตราบใดที่มันไม่ได้รับกระบวนการบางอย่างของเผ่าเรา มันก็ไม่มีวันอ่านตัวอักษรภายในได้"
หนิงเทียนกล่าวออกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยกย่อง“วิเศษเผ่าซิของท่านช่างยิ่งใหญ่จริงๆ ฮาฮา" เมื่อกล่าวจบประโยคมุมปากของมันแย้มยิ้มขึ้นมา
"แต่ว่านายน้อยเฟย ที่บ้านข้ามีทักษะต่อสู้หนึ่งแขนงหนึ่งที่มีชื่อว่า ‘ทักษะกระดูกลูกสุนัข’
วิธีฝึกฝนนั้นก็ไม่ได้ยากนักเพียงแค่ดื่มเืของสัตว์เดรัจฉานสี่ขาและโคจรลมปราณ
กำหนดศูนย์รวมที่ก้นกบไปยังจุดกลางหน้าผาก และเคลื่อนลมปราณจากตา กระเดือก หัวใจ ลิ้นปี่ไปทั่วร่างกายเท่านั้น
ถ้าทักษะที่อยู่ในมือของท่านนั้นเขียนไว้เช่นที่ข้าได้กล่าวไปแล้วละก็ ข้าคิดว่า ท่านนั้นกำลังเข้าใจผิดแล้ว
นั้นเป็เพียงทักษะบ่มเพาะกระดูกลูกสุนัข ของข้าที่ได้ให้มอบให้แก่แม่นางปี้เหยาเพื่อแทนคุณ
มันคงจะไม่ใช่ทักษะบ่มเพาะกระดูกราชสีห์ที่ยิ่งใหญ่ของเผ่าซิเป็แน่”
เมื่อได้ยินคำพูดของหนิงเทียน ซิเฟยและซิตู่หรือแม้กระทั่งนักรบของเผ่าซิพวกมันทั้งหมดได้แต่อ้าปากค้าง ราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่พวกมันได้ยิน
ทักษะบ่มเพาะที่พวกมันล้วนบูชา เหตุใดถึงกลายเป็ทักษะกระดูกลูกสุนัขไปได้พวกมันใช่เวลาอยู่ชัวครู่ในการดึงสติของพวกมันกลับมา
เวลานี้ภาพลักษณ์อันสง่างามของซิเฟยแปรเปลี่ยนไป มันะโออกด้วยโทสะเหนือคณานับ “บัดซบ เ้ากล้าดูิ่ทักษะบ่มเพาะของเผ่าซิเรา”
“เอ๋...แต่ว่าเคล็ดวิชาที่ข้าท่องไปเมื่อครู่นั้น เป็ทักษะบ่มเพาะกระดูกลูกสุนัขของบ้านข้าจริงๆนี่นา ”ใบหน้าที่ใสซือบริสุทธิ์ของมันขัดแย้งกับน้ำเสียงที่กล่าวออกด้วยความเย้ยหยัน
มันยังกล่าวต่ออีกว่า "เอาเช่นนี้เป็ไรนายน้อยเฟย ถ้าสิ่งที่ข้ากล่าวออกไปนั้นตรงกับสิ่งที่อยู่ในมือท่าน ก็แสดงว่ามันไม่ใช่ทักษะบ่มเพาะของเผ่าท่านมันเป็เพียงทักษะกระดูกลูกสุนัขของบ้านข้า
เช่นนั้นแล้วข้าขอรบกวนให้ท่านอ่านมันให้ทุกคนฟังได้หรือไม่?"
เวลานี้ใบหน้าของซิเฟยเขียวคล้ำขึ้นมาทันที มันจะกล้ายอมรับได้อย่างไรว่านั้นเป็เคล็ดเดินลมปราณของทักษะบ่มเพาะกระดูกราชสีห์
อีกทั้งมันไม่้าให้ความลับของทักษะบ่มเพาะเผ่ามันรั่วไหลออกไปได้
เมื่อคำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของหนิงเทียน สีหน้าของฝูงชนที่ได้ฟังล้วนแปรเปลี่ยนไปพวกมันทั้งหลายล้วนสับสนว่าแท้จริงแล้วทักษะบ่มเพาะที่อยู่ในมือของนายน้อยเฟยเป็ทักษะใดกันแน่..
ภายในความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าของฝูงชนต่อซิเฟย บัดนี้หนิงเทียนได้ยัดเหยียดความสงสัยให้แก่พวกมันเรียบร้อย
“เ้าคนนอก เ้ายังไม่หุบปากอีกรึนี้เป็เื่ในหมู่บ้านข้า เ้าไม่เพียงแต่ทำให้เื่แย่ลงอีกทั้งยังกล้าตั้งข้อสงสัยต่อเผ่าซิ เ้า้าให้พวกเราตกตายทั้งหมู่บ้านหรือไง”
ปี้ชีตวาดลั่นมันเน้นย้ำคำว่าเผ่าซิออกมา เพื่อที่จะดึงสติของฝูงชนให้กลับคืนสู่ความหวาดกลัว
‘หางจิ้งจอกโผล่ออกมาอีกตัวแล้วสินะ’ มุมปากของหนิงเทียนยกยิ้มขึ้น
ปี้ชียังกล่าวต่อ “นายน้อยเฟย อย่าได้ฟังเื่ไร้สาระที่คนนอกกล่าวออกมามันเพียงโอ้อวดความรู้ของมัน ข้าสามารถบอกได้เลยว่าทักษะบ่มเพาะกระดูกสุนัขของมันเป็เพียงคำโกหกมดเท็จ”
“ถูกของท่านพ่อและนี้เป็เื่ภายในหมู่บ้านของพวกเรา นายน้อยเฟยท่านโปรดให้ความเป็ธรรมแก่พวกเรา เรากำลังถูกคนนอกรุกรานความสงบ” ปี้ฟางชี้ไปที่หนิงเทียนมันกำลังใช้โทสะเขากลบเกลื่อนความจริง
เมื่อได้ยินคำพูดของปี้ชีและปี้ฟาง ฝูงชนจำนวนมากที่อยู่รอบๆรีบเปลี่ยนแปลงสีหน้า
แม้พวกมันจะสงสัยในคำพูดของซิเฟยและผู้นำหมู่บ้านของมัน แต่ก็ไม่มีแม้คนเดียวที่กล้าจะเข้าข้างคำพูดของหนิงเทียน
เพียงเพราะบุคคลตรงข้ามนั้นคือบุตรชายคนเดียวของหัวหน้าเผ่าซิและในอนาคตมันจะเป็หัวหน้าเผ่าซิคนต่อไป
มันมีความสามารถจะถล่มหมู่บ้านปี้จุ่ยได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วยาม
ถึงคำพูดจะสามารถกระชากหน้ากากอันใสสื่อของผู้มีอำนาจได้แต่ใครละจะกล้าต่อว่าใบหน้าอันแท้จริงภายใต้หน้ากากอันใสสื่อนั้น
ปราศจากพลัง ความจริงนั้นเป็เพียงเื่รองลงไปเท่านั้น คนที่มีพลังชี้นกบอกว่าเป็ปลา คนธรรมดายังไม่กล้าบอกว่ามันคือนก
“หนิงเทียน” ปี้เหยาพึมพำอย่างแ่เบานี้เป็ครั้งแรกที่มันเรียกว่าหนิงเทียนไม่ใช่คุณชายหนิงอย่างทุกครั้ง ปี้เหยาก้มหน้าลงบนฝ่ามือทั้งสองข้าง สองตานางเอ่อล้นด้วยประกายน้ำตา
ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังที่สุด ทุกคนล้วนตราหน้าด่าทอนาง มีเพียงเขาที่ก้าวออกมาช่วยเหลือนาง ชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของนางโดยปราศจากความเกรงกลัวใดๆ ต่อชนเผ่าที่ยิ่งใหญ่ อย่างเผ่าซิ
ความประทับใจนี้ถูกตราตึงอยู่ภายในหัวใจของปี้เหยาอย่างที่สุด
ปี้ชีชี้นิ้วไปยังใบหน้าของหนิงเทียน “เ้าคนนอกเ้ามีเจตนาเช่นไรกับหมู่บ้านเรากันแน่”
“ท่านพ่อมันต้องเป็สายลับจากหมู่บ้านอื่นแน่ๆ มันมีเจตนาที่จะสร้างความแตกแยกแก่หมู่บ้านปี้จุ่ยของเรากับเผ่าซิ” ปี้ฟางกล่าวพลางหันไปหาซิเฟย
“นายน้อยเฟย ท่านโปรดช่วยหมู่บ้านของพวกเราให้พ้นจากเภทภัยครั้งนี้ด้วยเถอะ”
ซิเฟย ผงกหัวรับ “นายน้อยผู้นี้จะช่วยกำจัดภาระของหมู่บ้านเ้าสักครั้งหนึ่ง เ้าคนนอกเ้าเป็สายลับจากหมู่บ้านใด?จงรีบบอกมา ข้าจะเว้นโทษตายให้แก่เ้า”
“….” คำตอบของหนิงเทียนมีเพียงรอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้า
ลดราคาพิเศษสุด ติดต่อ Facebook ภพทนันท์ นักเขียน ข้ามกำแพง เพิ่มเพื่อนแล้ว ทักมาหาผมได้เลย
ตัวหนังสือในกลุ่มอ่านง่ายกว่านี้ และ สนุกกว่านี้ รับประกัน100%