เวลาค่อยๆผ่านไปในที่สุดยานอวกาศของมนุษย์ก็มาถึง ทหารฝึกหัดที่เหลือรอดพากันขึ้นยานอวกาศ พวกเขาไม่มีใครพูดคุยกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พวกเขาหดหู่
สองวันต่อมาพวกเขากลับมาถึงโลกทุกคนต่างโล่งใจ พวกเขาคิดว่าไม่มีที่ไหนปลอดภัยเท่าบ้านอีกแล้ว
มายด์และมิ้นต์ไปจัดการเื่ต่างๆ ส่วนโจกลับมาที่ห้องพัก เขาทำดีที่สุดแล้ว มีแค่เขาคนเดียวที่สู้กับสเปคได้ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถปกป้องทุกคนได้
โจถอนหายใจ เขาเสียดายที่มนุษย์สูญเสียคนที่ใช้พลังได้ไปมากมาย นี่เป็การสูญเสียทรัพยากรบุคคลมหาศาล การจะหาคนมาทดแทนนั้นคงต้องใช้เวลาอีกนาน
โจเลิกคิดและไปนอนพัก เขาตื่นครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 16 ชั่วโมงก่อน
….
….
โจตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังผ่านไป 8 ชั่วโมง เขามองผ่านหน้าต่างตอนนี้เป็เวลากลางคืน โจจึงอาบน้ำและสวมเสื้อผ้าเครียมออกไปข้างนอก
บริเวณหน้าทางเข้าองค์กรเต็มไปด้วยผู้คนมากมายถือป้าย คำบางคำบนป้ายเต็มไปด้วยคำหยาบคาย เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเรียกร้องค่าเสียหายที่ลูกหลานตกตายไป
โจเดินผ่านฝูงชนและเดินไปตามริมถนน เขาหาอะไรกินและเดินเล่นจนไปถึงแม่น้ำ แม่น้ำสายนี้ตัดผ่านตัวเมืองทั้งสองฝาก มีสะพานข้ามแม่น้ำอยู่หลายเส้น โจเดินไปนั่งที่เก้าอี้และมองสายน้ำที่ไหลเอื่อย
“ช่างเป็เมืองที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา” โจพึมพำขณะมองแสงไฟที่ยังคงสว่างทั่วเมือง ผู้คนไม่น้อยเดินหัวเราะกับเพื่อนๆหรือคู่รัก
“นั่นสิคะ” เสียงผู้หญิงดังขึ้นมาจากด้านหลัง เธอตอบรับคำพูดของโจ
โจเลิกคิ้วและหันไปมอง เขาจำผู้หญิงคนนี้ได้เธอคือรินที่คอยหลบหน้าเขา เขาจึงไม่แปลกใจว่าทำไมถึงััถึงเธอไม่ได้เพราะเธอมีพลังว่างเปล่า
โจหันกลับมาและมองแม่น้ำโดยไม่กล่าวอะไร
รินรวบรวมความกล้า นั่งลงด้านข้างโจ เธอเป็หญิงสาวขี้อายเธอต้องใช้ความกล้าอย่างมากเพื่อนั่งลงข้างๆผู้ชาย ใบหน้าของเธอแดงเป็ลูกมะเขือเทศ
“ขอโทษนะคะ” เสียงเบาราวกับยุงออกมาจากปากอมชมพูของริน
“เื่อะไรเหรอครับ?” โจกล่าวถามแม้จะรู้อยู่แล้วว่าเธอขอโทษเื่อะไร
“ก็เื่ที่อยู่ๆ ฉันพยายามหลบหน้าคุณน่ะค่ะ” รินพูดด้วยความรู้สึกผิด
โจหันมาและยิ้มให้เธอพร้อมกับพูดว่า “ไม่เป็ไรหรอกครับ”
รอยยิ้มของโจทำให้เธอเขินอายจนต้องหลบสายตา
“แล้ว…พอจะบอกเหตุผลได้หรือเปล่าว่าทำไมถึงหลบหน้าผม?” โจกล่าวถามด้วยความสงสัยเขาคิดว่าเธอน่าจะกลัวเขา
“คือว่า…” รินหลบสายตาและอ้ำๆอึ้งๆ
เห็นท่าทางของเธอโจไม่อยากทำให้เธอลำบากใจจึงกล่าวว่า “งั้นช่างมันเถอะ”
“ไม่ใช่นะ ไม่ใช่ไม่อยากบอก” รินกระวนกระวาย กลัวว่าโจจะเข้าใจผิด
เธอสูดลมหายใจลึกๆสีหน้าเปลี่ยนเป็จริงจัง “คุณเป็มนุษย์ต่างดาวใช่ไหมคะ?”
ได้ยินคำถามของเธอโจรู้สึกอยากร้องไห้แต่เขาก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
เห็นชายหนุ่มไม่ปฏิเสธหรือยอมรับ เธอก็มั่นใจว่าความคิดของเธอนั้นถูกต้อง เธอจึงพูดต่อว่า “พ่อของฉันเป็ผู้บริหารระดับสูง พ่อบอกกับฉันว่าคุณไม่ใช่มนุษย์”
โจเลิกคิ้วด้วยความสนใจ ดูเหมือนเขาน่าจะได้ข้อมูลอะไรสักอย่างจากเธอก็ได้
“หมายความว่าไง?” โจเอ่ยถาม
“พ่อบอกว่าท่านประธานนำวิดีโอที่คุณสู้กับพวกโจรใต้ดินพวกนั้นให้สหพันธ์กาแลคซี่ดูและถามพวกเขาว่ารู้จักคุณไหมโดยแลกกับเทคโนโลยีส่วนหนึ่ง” รินพูดอย่างจริงจัง
“โอ้…แล้วได้คำตอบว่ายังไง?” โจอยากรู้
“พวกเขาบอกว่ารู้จักคุณ”
โจหรี่ตาลงไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไร โจเงียบไปครู่หนึ่งก็หันหน้าไปถามรินว่า “แล้วพวกเขาได้พูดอะไรอีกไหม?”
รินส่ายหัว “ไม่มีแล้วค่ะ พ่อบอกว่าประธานได้ลองถามคำถามอื่นอีกแต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรมาและพวกเขาก็ไม่ยอมรับเทคโนโลยีอีกเลย”
โจถอนหายใจออกมา เขาโล่งอกที่ความลับของเขายังไม่ถูกล่วงรู้ เขาคิดว่าทางสหพันธ์บอกว่ารู้จักเขาเพื่อเบี่ยงเบนให้คิดว่าตัวเขาไม่ใช่มนุษย์ โจตัดสินใจว่าให้มันเป็แบบนี้ต่อไปแล้วกัน
วันที่รินและโจถูกโจรใต้ดินโจมตี หลังจากเธอกลับมาถึงบ้านพร้อมกับเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้พ่อเธอฟัง ด้วยความที่ว่ามันเป็เื่น่าเหลือเชื่อพ่อของเธอจึงไปตรวจสอบวิดีโอ พอได้เห็นสิ่งที่โจทำพ่อของรินก็ส่งวิดีโอนี้ให้ประธานดู หลังจากได้คำตอบของสหพันธ์กาแลคซี่พ่อของเธอก็บอกกับเธอว่าโจอาจจะไม่ใช่มนุษย์ มันจึงทำให้เธอกลัวและคอยหลบหน้าเขา แต่พอได้รู้ว่าโจออกจากหน่วยของเธอ เธอก็รู้สึกผิดที่ทำแบบนั้นกับโจ เธอพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อขอโทษเขาแต่ก็ทำไม่ได้
หลังจากกลับจากดาวร้างเธอนอนพักและตื่นขึ้นมา คนในหน่วยของเธอตายไปไม่น้อยทำให้เธอเศร้าเสียใจจึงคิดออกมาเดินเล่นเพื่อสงบจิตใจ ทว่าขณะที่เธอเดินมาถึงแม่น้ำเธอก็บังเอิญเห็นโจนั่งอยู่ เธอคิดว่าตอนนี้น่าจะเป็โอกาสที่ดีจึงเข้ามาเพื่อขอโทษเขา
“เพื่อเป็การขอโทษ ให้ฉันเลี้ยงข้าวคุณนะคะ” รินมองโจด้วยแววตาคาดหวัง
เห็นสายตาของเธอโจก็ไม่อยากทำลายความหวังดีจึงตอบตกลง “ตกลงครับ”
เขาเพิ่งจะกินข้าวมาแต่ก็ต้องไปกินอีกรอบ หวังว่าท้องคงไม่แตกหรอกนะ
พวกเขามาถึงภัตตาคารแห่งหนึ่ง โจและรินนั่งลงและเริ่มสั่งอาหาร โจสั่งมากินแค่หนึ่งจาน
“ตอนนี้คุณอยู่หน่วยไหนเหรอคะ?” รินเอ่ยถาม
“เรียกผมโจเฉยๆเถอะ…ผมอยู่หน่วยหิมะ" โจกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ได้ยินคำพูดของโจเธอก็ดีใจ ที่เธอยังเรียกเขาว่าคุณเพราะยังกังวลว่าโจโกรธหรือเกลียดเธออยู่ แต่พอเขาบอกให้เรียกชื่อเฉยๆเธอก็รู้ว่าเขาไม่ได้โกรธหรือเกลียดเธอ
“หน่วยหิมะ…เป็หน่วยของหลานสาวของประธานไม่ใช่เหรอคะ?” รินพูดด้วยความประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าหลังจากที่โจออกจากหน่วยเขาจะไปเข้าหน่วยหิมะ
“หลานสาวของประธาน?” โจประหลาดใจไม่คิดว่ามายด์ที่เป็หัวหน้าหน่วยหิมะจะเป็หลานสาวของประธานองค์กรโลกสมัยใหม่
“ใช่ค่ะ…โจไม่รู้เื่นี้เหรอคะ?” รินกล่าวถามเห็นโจส่ายหัวจึงพูดต่อไปว่า “ประธานมีหลานสาวสองคน พวกเธอมีชื่อว่าคุณหนูมายด์และคุณหนูมิ้นต์ หน่วยของเธอจะคัดคนโดยดูที่นิสัย”
โจไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกคนในหน่วยถึงดูเป็มิตรนัก ที่แท้ก็เพราะแบบนี้นี่เอง
“โจได้เข้าหน่วยหิมะ แสดงว่าโจต้องเป็คนดีสินะคะ” รินพูดด้วยรอยยิ้มน่ารัก
โจกระอักกระอ่วนเขาไม่อยากจะบอกว่าถูกบังคับต่างหาก