ภายในเรือนหลินอ้ายหลังจากที่ฟางฮูหยินเดินจากไป หลี่ซูเม่ยก็เดินเข้าไปหาพี่ชายที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าล้อเลียนจนหลี่หยงเป่าต้องเขกศีรษะน้องสาวอย่างหมั่นไส้กับความคิดลึกจนเกินพอดีของน้องสาวสุดรัก
“โอ๊ยย!! ท่านพี่เจ็บนะเ้าคะ”หลี่ซูเม่ยกุมศีรษะที่ถูกพี่ชายประทุษร้ายแม้ว่ามันจะไม่เจ็บเลยก็ตามแต่แสร้งโอดครวญเพียงนิดหน่อยพอเป็พิธีเท่านั้น
“เจ็บสิดี เ้าจะได้ออกจากความคิดบ้าๆพี่รู้นะว่าเ้าคิดอันใดอยู่” หลี่หยงเป่าเอ่ยอย่างรู้ทัน
“คิดอันใด น้องมิได้คิดอันใดเลยนะเ้าคะอย่าได้กล่าววาจาใส่ร้ายกันเช่นนี้” หลี่ซูเม่ยเอ่ยพลางมองพี่ชายที่ถูกมือบางยึดจับอยู่ที่ปลายอาภรณ์แน่น
“คุณหนูฟางนางเป็อันใดมากหรือไม่เ้าคะ” หลี่ซูเม่ยเอ่ยถามพี่ชายพลางมองคนาเ็ที่อยู่บนเตียงก็ให้รู้สึกสงสาร
“นางและสาวใช้าเ็สาหัสไม่น้อย”
“ช่างน่าสงสารนัก เหตุใดต้องเกิดเื่เช่นนี้กับสตรีบอบบางเช่นนางด้วย”หลี่ซูเม่ยเอ่ยอย่างสงสารและเวทนาร่างบางที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง
ผ่านไปราวครึ่งชั่วยามฟางฮูหยินและบ่าวไพร่ในเรือนก็ยกสำรับเย็นและที่นอนมาให้คนทั้งสอง หลังจากสองพี่น้องทานกันจนเสร็จเรียบร้อย ฟางฮูหยินก็ส่งบ่าวหญิงมาคอยปรนนิบัติเพราะคาดว่าคืนนี้บุตรีของนางต้องพิษไข้แน่นอนทั้งกำชับกับบ่าวหญิงหนักแน่นว่าหากเกิดเื่อะไรขึ้นให้รีบไปตามได้ทันทีก่อนจะหันไปสนทนากับแขกทั้งสองอยู่ครู่ใหญ่และเดินออกไปจากเรือน
ยามจื่อ (23.00-24.59 น.) ร่างบางที่กำลังนอนอยู่บนเตียงเริ่มกระสับกระส่ายด้วยพิษไข้จนบุรุษที่จ้องมองนางมิได้นอนหลับสังเกตเห็นมือหนาเอื้อมไปััหน้าผากนวลที่เริ่มแดงก่ำด้วยพิษไข้อย่างเป็ห่วงพลางหันไปมองน้องสาวและบ่าวไพร่ของตระกูลฟางก็ต้องถอนหายใจเพราะไม่อยากรบกวนเวลานอนของคนทั้งสอง
“แม่นางขอโทษที่ล่วงเกิน”หลี่หยงเป่าพยายามเอื้อมมือไปหยิบผ้าสะอาดและจุ่มไปยังถังน้ำที่อยู่ด้านล่างอย่างทุลักทุเลก่อนจะค่อยๆ บรรจงเช็ดตามแขนและใบหน้าอย่างเบามือ ตามที่เคยดูแลน้องสาวยามป่วยไข้
“อืม...” ร่างบางที่ัักับความเย็นก็ส่งเสียงครางออกมาอย่างรู้สึกสบายร่างที่เคยกระสับกระส่ายเริ่มสงบนิ่งอีกครั้ง แต่กระนั้นมือบางก็ยังคงไม่ยอมปล่อยหลี่หยงเป่ามองใบหน้างดงามน่ารักอย่างอ่อนโยนพร้อมกับยกยิ้มมุมปากบางๆ
“ป๊าม๊าอย่าร้องไห้” เสียงละเมอครางออกมาจากเรียวปากคู่งามหยดน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัวหลี่หยงเป่าเห็นดังนั้นก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตานางอย่างเบามือแม้จะได้ยินไม่ชัดว่านางกล่าวอันใดออกมาก็เข้าใจไปว่านางคงจะเจ็บาแจนละเมอออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“เด็กน้อยอย่าร้องไห้ เ้าปลอดภัยแล้ว”หลี่หยงเป่าลูบศีรษะเล็กอย่างอ่อนโยนเอ่ยปลอบ
หลี่ซูเม่ยแอบปรือตามองจดจ้องการกระทำให้พี่ชายอย่างไม่คลาดสายตาอีกทั้งรอยยิ้มที่นางไม่ได้เห็นมานานปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทั้งความอ่อนโยนที่พี่ชายแสดงออกมาก็ยิ่งทำให้นางคาดหวังว่าคุณหนูนางนี้จะสามารถทำให้พี่ชายนางลืมรักแรกและเปิดใจอีกครั้งก่อนจะหลับตาลงอีกครา
ยามเหม่า (05.00-06.59 น.)ร่างบางที่ต้องพิษไข้เกือบทั้งคืนก็เริ่มขยับตัวอีกครั้ง ต่างจากบุรุษเพิ่งได้นอนหลับพักผ่อนเพราะต้องค่อยเช็ดตัวให้อีกฝ่ายหลี่ซูเม่ยที่เพิ่งตื่นก็เช็ดหน้าเช็ดตาโดยบ่าวหญิงทำหน้าที่เก็บที่นอนและปรนนิบัติหลี่ซูเม่ยเดินไปยังเตียงที่มีร่างบางนอนอยู่พลางจับหน้าผากเพื่อตรวจดูว่าไข้ลดหรือยังเพราะเมื่อคืนนางตื่นเป็พักๆ ทั้งยังลอบมองพี่ชายทุกครั้ง
“นะ...น้ำ...โอ๊ยยย!!...”เสียงร้องเรียกหาน้ำทันทีที่ขยับตัวความรู้สึกเจ็บปลาบก็เกิดขึ้น
“อ๊ะ!!...เ้ารู้สึกตัวแล้วรึคุณหนูฟาง”หลี่ซูเม่ยเอ่ยอย่างดีใจที่หญิงสาวตรงหน้ารู้สึกตัวพลางเข้าไปประคองอย่างรวดเร็วระวังไม่ให้โดนาแ
“คุณเป็ใคร”พิมพ์ลดาเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าอย่างงุนงง ทว่ามือบางยังไม่ปล่อยอาภรณ์ของชายหนุ่ม
“ข้ามีนามว่าหลี่ซูเม่ย เ้ารอตรงนี้สักครู่ข้าจะเอาน้ำมาให้เ้าดื่มเสียก่อน”หลี่ซูเม่ยตอบคนตรงหน้าที่พูดจาแปลกๆ ก่อนจะหันกลับไปเอาน้ำให้อีกฝ่ายได้ดื่มดับกระหาย
หลังจากที่พิมพ์ลดาดื่มน้ำจนสดชื่นสีหน้าก็เริ่มดีขึ้นแม้จะเ็ปแต่ก็พอทนได้พร้อมกับกวาดตามองไปรอบบริเวณและสำรวจตนเอง พิมพ์ลดาก็เข้าใจในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอทั้งความฝันและกลุ่มคนที่เธอเคยพบเห็นต่างก็สวมใส่ชุดจีนโบราณ
พิมพ์ลดาหลับตานิ่งพร้อมกับปล่อยน้ำตาออกมาพลางคิดถึงพ่อแม่ของเธอไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็เช่นไร“ป๊าม๊าเหมยอยู่นี่ เหมยสบายดี ป๊ากับม๊าไม่ต้องเป็ห่วง และอย่าเศร้าไปนะดูแลตัวเองตามที่ให้สัญญาไว้กับเหมยด้วยนะไอ้เกดฉันขอให้แกมีความสุขนะ” พิมพ์ลดาคิดในใจเมื่อรู้ว่าเธอได้ตายจากไปแล้วในภพนั้นและกลายมาเป็ิญญาสิงอยู่ในร่างสตรีนางนี้
“เ้าร้องไห้เจ็บที่ใดรึข้าจะได้ไปตามหมอมาดูอาการ” หลี่ซูเม่ยถามหญิงตรงหน้าที่นั่งหลับตาและร้องไห้เงียบๆด้วยความเป็ห่วง
“ขะ...ข้ามิเป็อันใด มิทราบว่าเ้าคือใครนะข้าฟังมิชัด” พิมพ์ลดาเอ่ยอย่างตะกุกตะกักพยายามพูดภาษาเดียวกับอีกฝ่าย
“ข้ามีนามว่าหลี่ซูเม่ย เป็น้องสาวของท่านแม่ทัพที่เ้าจับปลายอาภรณ์มิยอมปล่อยอย่างไรเล่าคุณหนูฟางเหมยฮวา”หลี่ซูเม่ยแนะนำตนเองอีกครั้งก่อนจะใช้สายตามองมือบางที่ยังคงจับอาภรณ์พี่ชายนางอย่างเหนียวแน่น
“แม่ทัพ? ปลายอาภรณ์?” พิมพ์ลดายังคงงุนงงพลางไล่มองตามสายตาหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะมาหยุดที่มือของเธอกำลังยึดจับปลายอาภรณ์สีดำสนิทแน่น ก่อนจะไล่สายตามองขึ้นไปยังใบหน้าชายหนุ่มที่นั่งหลับอยู่บนเตียงของเธอ
“โอ้!!...จ้าวโหย่งถิงแห่งป่าท้อ พ่อของลูกชัดๆ” พิมพ์ลดาเอ่ยออกมาอย่างหลุดปากดวงตาเบิกค้างอย่างใกับความหล่อของคนตรงหน้าจนลืมอาการาเ็ของตัวเองไปชั่วขณะ
“แม่นางฟาง ผู้ใดคือจ้าวโหย่งถิงแห่งป่าท้อเ้าคะข้ามิเห็นรู้จัก แต่พ่อของลูกนี่เ้าหมายถึงหลี่หยงเป่าพี่ชายข้าใช่หรือไม่เ้าคะคิก...คิก...” หลี่ซูเม่ยเอ่ยถามทั้งยังหัวเราะชอบใจกับสิ่งที่ได้ยินนางรู้สึกถูกชะตากับสตรีตรงหน้านัก
หลี่หยงเป่าตื่นั้แ่ที่ได้ยินเสียงครางหลุดออกมาจากปากบางแต่แสร้งทำเป็หลับต่อ้ารู้ว่านางจะทำอย่างไรต่อไปแต่สิ่งที่ได้ยินทำเอาเขาแทบจะหลุดหัวเราะออกมาเสียให้ได้มีอย่างที่ไหนเอ่ยออกมาได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ ว่าเขาเป็พ่อของลูกทั้งมือบางก็ยังไม่ปล่อยชายอาภรณ์ของเขา
“ดะ...เดี๋ยวนะพี่ชายแม่นางหลี่ชื่อว่าอะไรนะเ้าคะ”พิมพ์ลดาหรือฟางเหมยฮวาหันขวับ ทันทีที่ได้ยินนามคุ้นๆคล้ายกับนิยายที่เพิ่งอ่านไป แต่ยังอ่านไม่จบก็ซี้แหงแก๋ซะก่อน
“พี่ชายข้ามีนามว่าหลี่หยงเป่าเ้าค่ะ เป็แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเฟิง”
“ห๊า!!...โอ๊ยยยยย!!...” ฟางเหมยฮวาลุกพรวดอย่างรวดเร็วโดยลืมว่าเธอได้รับาเ็ก่อนหน้านี้
หลี่หยงเป่าลืมตาขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงร้องใตามมาเสียงร้องด้วยความเ็ปของสตรีที่ตนอยู่ดูแลเฝ้าไข้ทั้งคืนด้วยความเป็ห่วงแม้จะไม่เข้าใจตนเองว่าทำไมต้องห่วงใยสตรีตรงหน้าก็ตาม และด้วยความรู้สึกไวเท่าความคิดหลี่หยงเป่ารวบร่างบางไว้ในอ้อมแขนได้ทันท่วงทีก่อนที่นางจะหงายหลังลงไปจนอาจกระทบเข้ากับาแที่ด้านหลัง
“ว้ายย!!...” เสียงกรีดร้องด้วยความใดังขึ้นก่อนจะเงียบลงเมื่อฟางเหมยฮวาสบตาเข้ากับั์ตาคมเข้มใกล้กันเพียงปลายจมูกััเช่นเดียวกันกับหลี่หยงเป่าก็ใไม่น้อยพลันนิ่งค้างเมื่อสบเข้ากับดวงตาใสกระจ่างของนางอกด้านซ้ายที่เคยสงบพลันเต้นระส่ำไม่เป็จังหวะ
“อะแฮ่ม!...”เสียงกระแอมกระไอดังขึ้นเมื่อหลี่ซูเม่ยที่มองเหตุการณ์ตาจ้องตากันอยู่นาน จึงตัดสินใจขัดจังหวะคนทั้งคู่แม้ใจกำลังลิงโลดเพียงใดแต่หากผู้ใดมาเห็นภาพนี้คงไม่ดีนัก
“อะ...เอ่อ...ขออภัยท่านแม่ทัพเ้าค่ะ”ฟางเหมยฮวาได้สติก่อนจึงเร่งขอโทษคนตรงหน้า “อกไอ้เหมยจะแตกผู้ชายอารายย...หล่อวัวตายควายล้มนี่ละพ่อของลูกชัดๆ จ้าวโหย่งถิงของเหมย เฮ้ย!!...ไม่ใช่สิต้องเรียกว่าท่านแม่ทัพหลี่ของเหมยถึงจะถูกต่อไปท่านจะไม่เหงาและลืมรักแรกได้ในเร็ววันเชื่อข้าสิ ข้าจะอ่อย...เอ้ยย!!...ไม่ใช่ข้าจะ...จะอะไรดีวะแช่งแม่งเหอะ...” ฟางเหมยฮวาคิดในใจ
“มิเป็ไร เ้ายังาเ็อยู่ควรจะนอนนิ่งๆเพื่อไม่ให้กระทบกับาแอย่าเพิ่งขยับตัวจะดีกว่า”หลี่หยงเป่าเอ่ยพร้อมกับใบหน้าซับสีแดงจางๆ หลี่ซูเม่ยอดไม่ได้ที่จะส่งสายตาเย้าแหย่อีกฝ่ายจนผู้เป็พี่ชายได้แต่ส่งสายตาคาดโทษไปให้
“แม่นางฟางควรทำตามอย่างที่พี่ชายข้าบอกนะเ้าคะ”
“ขอบคุณท่านแม่ทัพที่แนะนำและขอบคุณที่ท่านได้ช่วยชีวิตข้าและคนของข้าไว้แล้วชิงชิงนางเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”
“นางปลอดภัยดีเ้าอย่าได้ห่วงเลย”
“ขอบคุณท่านแม่ทัพจริงๆ เ้าค่ะและก็ต้องขอบคุณคุณหนูหลี่ที่อยู่เฝ้าข้าเป็เพื่อนพี่ชายท่านเช่นกันเ้าค่ะ”
“มิเป็ไร เ้าเรียกข้าว่าเม่ยเอ๋อร์ก็ได้”
“เ้าค่ะเช่นนั้นท่านก็เรียกข้าว่าฮวาเอ๋อร์เถิดเ้าค่ะ” ฟางเหมยฮวายิ้มออกมาอย่างจริงใจ
“ได้ ข้าจะถือว่าเ้าเป็สหายของข้าแล้วกันนะ”
“ข้ายินดีเ้าค่ะที่มีท่านเป็สหาย”ฟางเหมยฮวาตอบ
“ตึง!!...ตึง!!...”เสียงวิ่งจากด้านนอกดังมาถึงด้านในเรียกสายตาของคนด้านใจเป็อย่างดีและทันทีที่ประตูเปิดออกสตรีและชายวัยกลางคนก็พากันเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง
“ฮวาเอ๋อร์/ฮวาเอ๋อร์”สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันจากผู้ที่มาใหม่
“ป๊าม๊า ฮือๆ...ฮือๆ...” ฟางเหมยฮวานิ่งค้างแม้จะเห็นเื่ราวต่างๆในห้วงแห่งความฝันแต่ไม่คิดว่าคนทั้งสองจะเหมือนพ่อและแม่ของเธอเมื่อภพก่อนราวกับคนๆเดียวกัน
“ฮวาเอ๋อร์เ้าเจ็บที่ใดบ้างลูกรัก”ฟางเหมยลี่รีบโอบกอดร่างบางอย่างระวังกลัวว่าจะกระทบาแโดยไม่สนใจคำเรียกก่อนหน้านี้
“เหมย...เอ่อ...ฮวาเอ๋อร์ไม่คิดว่าจะเจอกับท่านพ่อท่านแม่อีกแล้ว”ฟางเหมยฮวากอดสตรีวัยกลางคนตรงหน้าไว้แน่น
หลี่หยงเป่าและหลี่ซูเม่ยพลางขยับออกมาให้คนทั้งคู่ได้สนทนากันสะดวกสายตาคมเข้มยังคงจดจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นอย่างไม่ว่าตา
“ท่านพี่มองขนาดนี้ หากนางเป็ปลากัดคงท้องไปแล้วกระมัง”หลี่ซูเม่ยเห็นสายตาของพี่ชายก็อดที่จะเย้าแหย่เบาๆ พอให้ได้ยินกันสองคนจนผู้เป็พี่ชายให้รางวัลด้วยการเขกศีรษะน้องสาวตัวดี
“โอ๊ย!!...” หลี่ซูเม่ยครางออกมาเบาๆ
หลังจากนั้นเ้าของจวนก็เอ่ยชวนแขกทั้งสองรับสำรับเช้าที่ห้องอาหารแต่ทั้งสองก็ปฏิเสธขอตัวกลับก่อนโดยที่หลี่ซูเม่ยหันกลับมาพูดคุยกับฟางเหมยฮวาเล็กน้อยและรับปากว่าจะมาเยี่ยมนางใหม่พร้อมกับพี่ชายเธอก็พยักหน้าน้อยๆ และยิ้มออกมาอย่างยินดี