บรรยากาศกดดันคุกคามแพร่กระจายไปทั่วจวนจงจิ้งโหว
แทบจะทำให้ทุกผู้คนถูกการเคลื่อนไหวของดาบที่ชักออกมานี้ข่มจนขวัญหาย
ตอนนี้ใบหน้าของจิ้นอ๋องยังคงเ็ามิเปลี่ยน ทั้งยังเหมือนประกายดาบถูกดึงออกจากฝักก็มิปานบรรยากาศเต็มไปด้วยไอสังหารกดลึก
สายตาของเขากวาดผ่านทุกผู้ต่างลุกลี้ลุกลนรีบหลบสายตา
“อา!”
ด้วยว่ายังเยาว์ทั้งยังเป็หญิงสาวบอบบางที่ถูกเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมมาในห้องหอ ซ่งิเยว่พลันอุทานเสียงสูงออกมา
ทว่าตอนที่นางอุทานนั้นสายตากลับหยุดอยู่ที่ใกล้เท้าของซ่งิหลานอันเป็ดาบแกร่งแฝงกลิ่นคาวเืและเจตนามุ่งร้าย
ปลายดาบเล่มนั้นอยู่ในระยะประชิดซ่งิหลานทว่าไอสังหารของจิ้นอ๋องในตอนนี้ ้าพุ่งเข้าหาใคร?
ซ่งิหลานเองก็อยากรู้คำตอบข้อนี้เหมือนกัน
นางมองท่าทีจิ้นอ๋องที่จิตสังหารลอยขึ้นสูงเลยไปถึงเท้าซึ่งไม่ได้ย่างก้าวเข้ามาเบื้องหน้า สิ่งที่สงสัยเพียงอย่างเดียวก็คือจิ้นอ๋องเพิ่งจะนึกถึงเื่นั้นได้หรือว่ามีลับลมคมในใด ด้วยเหตุนี้จึงได้ตามมาฆ่านางปิดปาก?
มิเช่นนั้นชักดาบหันเข้าหาตนเองใบหน้าจะฆ่าจะแกงกันเพราะเหตุใด?
แม้ว่าก้นบึ้งหัวใจนางกำลังวิเคราะห์ทว่าสีหน้ากลับไม่ได้เปลี่ยนแปลง ได้ยินเสียงอุทานแหลมสูงของซ่งิเยว่ก็มิได้ใส่ใจเพียงใช้ั์ตาทั้งคู่กวาดมองร่างสูงตระหง่าน ดังต้นยูคาลิปตัสต้านลมของชายหนุ่มชุดดำมองดูแล้วเขาเหมือนจะมิได้แข็งแกร่งสักเท่าไหร่ ทว่าเมื่อปรากฏตัวพร้อมทั้งไอสังหารนั่นความเ็าและน่าเกรงขามไม่เหมือนผู้อื่น ท่าทีอย่างนี้ทำให้ผู้อื่นมิกล้ามีใจเป็ปรปักษ์ แต่หาก้าฆ่าคนปิดปากจริงๆ นั่นก็ทำให้ซ่งิหลานรับไม่ได้แล้วนางยังใช้ชีวิตไม่พอเลย คิ้วงามยกขึ้น นางอมยิ้มถามจิ้นอ๋องว่า “ฝ่าานี่หมายความว่าอย่างไรเพคะ?”
นางพิเคราะห์เขาอยู่เป็นานจิ้นอ๋องค่อยๆหมุนตัวไปทางอื่นอย่างสงบหันเพียงใบหน้าด้านข้างที่หล่อเหลาคมคายให้แก่นาง
องครักษ์คู่ใจของเขาตะลึงงันเพราะคาดไม่ถึงเรียบร้อยใบหน้าไม่อาจมองสบตรงๆอย่างเปิดเผย
“ฝ่าานี่คือเหตุอันใดพะยะค่ะ?” จงจิ้งโหวรู้สึกอย่างชัดแจ้งว่าตัวเองถูกคุกคามตอนนี้ความโกรธเคืองมลายหายไปสิ้น
แม้เขาหวาดกลัวจิ้นอ๋องแต่ในฐานะตระกูลที่สืบทอดอำนาจมานับร้อยปีย่อมมีความหยิ่งทะนงและอำนาจเป็ของตัวเอง เห็นจิ้นอ๋องเข้าจวนตัวเองตามอำเภอใจ เช่นนั้นหากเล่าลือกันออกไปในภายหลังเขายังจะ้าหน้าแก่ๆนี่อีกหรือ? จงจิ้งโหวหน้าเขียวคล้ำ ะโถามเสียงสูงว่า “ในเมื่อเสียมารยาทดังนี้ต่อให้เป็ฝ่าา กระหม่อมก็มิอาจเลิกราโดยง่าย!” เขาหยุดไปชั่วขณะมองเห็นซ่งิหลานอยู่เบื้องหน้าดาบแกร่ง ปรากฏความคะเนและลังเลใจย่นหัวคิ้วถามไปว่า “ไม่ทราบว่าฝ่าาไม่พอพระทัยด้วยเหตุอันใด”
จิ้นอ๋องแม้ว่าอยู่ในเมืองหลวงมักทำตามอำเภอใจทว่ากลับไม่เคยใช้อำนาจบาตรใหญ่อย่างนี้
“ฝ่าาดูเหมือนว่ามาเพราะคุณหนูสาม คุณหนูสามเ้าไปทำอะไรล่วงเกินฝ่าาเข้า รีบมาขออภัยต่อฝ่าาอย่าให้คนในจวนต้องมาเดือดร้อนตาม!”
หลี่ซื่อใบหน้าไร้สีหลบอยู่ข้างหลังจงจิ้งโหวได้ยินจงจิ้งโหวซักถาม ฉับพลันดั่งดอกหลีได้ฝน
น้ำเสียงของนางโศกเศร้าตื่นตะลึงจนไม่เป็ตัวเอง ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลใจ ทั้งน้ำตานองหน้าพูดว่า“เ้าคงมิได้ทำให้ท่านพ่อของเ้าขายหน้ากระมัง!”
คำพูดของนางเต็มไปด้วยความนัยอื่นจงจิ้งโหวได้ยินคำพูดของภรรยา พลันโมโหขึ้นมาชี้นิ้วพูดอย่างไร้ไมตรีต่อซ่งิหลานว่า “เ้ามันนังลูกเวรอยู่ข้างนอกทำอะไรลงไปบ้างล่ะ?!”
เขาคิดว่าหากซ่งิหลานอยู่ข้างนอกพลั้งเผลอทำเื่ให้จิ้นอ๋องกริ้วหนักกระทั่งต้องตามมาฆ่าถึงจวนจงจิ้งโหว ไม่เพียงตัวเองเดือดร้อน ยังจะทำให้สตรีอื่นในจวนถูกผู้อื่นประณามความประพฤติแค่คิดก็โมโหแทบตาย กระทืบเท้า “นังลูกเวรมิน่าถึงได้กลับจวนเอาป่านนี้ ช่างไม่รู้จักความสงบเสงี่ยม ไร้กิริยามารยาท เ้ามันช่าง...”
เขาเพิ่งจะด่าได้ไม่กี่คำก็รู้สึกว่าเบื้องหน้ามีลมเย็นทำให้หายใจลำบากขึ้นอย่างกะทันหัน
ดาบหนักเล่มหนึ่งกดลึกอยู่ตรงลำคอของเขา รอยเืเริ่มซึมออกมา
เืหยดหนึ่งกลิ้งจากดาบเล่มนั้นลงมาตกลงสู่พื้น
จงจิ้งโหวปิดปากลงทันควันสรรพสิ่งรอบข้างเงียบกริบ
แม้ว่าเขาทะนงในศักดิ์ศรีของตระกูลใหญ่ทว่าเทียบกับชีวิตตัวเองแล้ว ความหยิ่งทะนงใดๆล้วนไม่มีค่าพอให้คว้าจับไว้
จิ้นอ๋องทำตามอำเภอใจในเมืองหลวงกระทั่งกานหยวนตี้ฮ่องเต้หลายปีเ่าั้ยังต้องอดทน นับประสาอะไรกับจงจิ้งโหวล่ะแม้จิ้นอ๋องฆ่าจงจิ้งโหวจริงๆ จงจิ้งโหวเกรงว่ากานหยวนตี้ฮ่องเต้คงเพียงแค่ตวาดคำสองคำเท่านั้นขณะเดียวกันก็ไม่มีความเห็นอื่นใดต่อจิ้นอ๋องท้ายที่สุดก็เพียงแต่เพิ่มความดีความชอบปลอบขวัญจวนจงจิ้งโหวรอบหนึ่งไม่มีวิธีจัดการที่ดีไปกว่านี้แล้ว เหงื่อผุดขึ้นตามศีรษะเขา สายตามิอาจละไปจากคมดาบที่ถือมั่นเกรงว่าจิ้นอ๋องไม่ทันระวังก็จะพลาดพลั้งเอาศีรษะเขาไป ได้แต่กล่าวเสียงแ่เบาเกรงจะทำให้จิ้นอ๋องไม่พอใจ
“ฝ่าา้าทำอะไรพะยะค่ะ?!”
“ข้าโกรธมาก”
“อะไรนะ?!”
“ข้าช่วยนางเอาไว้ เป็ผู้มีพระคุณของนาง ด้วยความสัมพันธ์นี้ผู้ที่ถูกข้าปกป้องเอาไว้ กลับต้องมาถูกเ้าทำให้อัปยศเช่นนี้ข้ารู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก”
นิ้วมือเรียวยาวขาวผ่องของจิ้นอ๋องชี้ไปทางซ่งิหลานพูดอย่างช้าๆว่า “เ้าเหยียดหยามนางก็เหมือนไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา” เขาเพิ่งจะเห็นกับตาตนเองว่าจงจิ้งโหวทั้งรังเกียจและไร้เมตตาต่อซ่งิหลาน
อย่างไรเสียเขาก็เป็บิดาของนางทว่าตอนที่เกิดเื่ขึ้น กลับเพียงแค่ประณามเห็นได้ชัดว่าผู้หญิงที่อยู่ข้างกายเขาผู้นั้นมีแผนการล้ำลึกและไม่ใช่เจตนาดี แต่เขากลับทำเหมือนเป็ของล้ำค่าน่าทะนุถนอมตรงกันข้ามกลับผลักหยกเนื้อดีเข้าสู่โคลนตม จิ้นอ๋องไม่ชอบความรู้สึกนี้เป็อย่างมากเขายังรู้สึกว่า รอยยิ้มเพียงบางเบานั่นของหญิงสาว นางมิได้สะทกสะท้านเลย...
สิ่งที่ควรจะได้รับคือความอ่อนโยนและรักใคร่ทะนุถนอม มิใช่การพบเจอที่เ็า
“ฝ่าาคำพูดนั้น กระหม่อมไม่เข้าใจจริงๆพะยะค่ะ”
จงจิ้งโหวคาดไม่ถึงโดยเด็ดขาดว่าแท้ที่จริงแล้วจิ้นอ๋องออกหน้าเพื่อซ่งิหลาน
หากบนโลกนี้ช่วยคนหนึ่งครั้งยังต้องคอยตามช่วยตลอดไปช่วยจนไม่มีอะไรให้ช่วยได้อีกแล้ว เช่นนั้นวันๆหนึ่งของผู้มีพระคุณคงจะวุ่นวายพิลึก
ในใจของเขาทั้งประหลาดใจและสับสนเกรงว่าในใจจิ้นอ๋องวางแผนการแยบยลและร้ายกาจ ทว่าเห็นจิ้นอ๋องไม่เอ่ยวาจาเขาได้แต่กัดฟันพูดเสียงเบาว่า “กระหม่อมเข้าใจแล้ว”
เพิ่งจะยอมอ่อนข้อจงจิ้งโหวก็รู้สึกว่าความเยียบเย็นที่ทำให้ตัวเองขนหัวลุก เลื่อนออกจากลำคอ
“จำคำข้าไว้ให้ดี คนที่ข้าช่วยเอาไว้ ใครหน้าไหนก็ไม่สามารถแตะต้อง” จิ้นอ๋องเก็บดาบ พบคนในจวนจงจิ้งโหวล้วนเงียบกริบ เดิมทีก็ไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้วว่าในใจของพวกเขาแท้จริงแล้วคิดอะไรอยู่เขาเหลือบมอง สายตาหยุดอยู่ที่สีหน้าหลังจากผ่านความประหลาดใจ ก็ดูเหมือนมองตัวเองด้วยสายตาที่ดีขึ้นของหญิงสาวริมฝีปากเรียวบางเม้มเข้าหากัน ก้าวอย่างช้าๆไปถึงเบื้องหน้านางพูดเสียงเบาว่า “ข้าช่วยเ้าไว้ เ้าก็คือความรับผิดชอบของข้า ต่อไปภายหน้า หากมีใครในจวนกล้าทำไม่ดีต่อเ้าให้เ้ามาบอกข้า ไม่ว่า...”
เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “ไม่ว่าเ้าจะถูกหรือผิดข้าจะรับผิดชอบแทนเ้าเอง”
ซ่งิหลานเงยหน้าขึ้นฉับพลันมองชายหนุ่มร่างสูงที่้าให้ตัวเองหันมอง
เขาหน้าตาหล่อเหลาคมคายท่วงท่าสง่างาม ทั้งที่ท่าทียังคงเ็าเหมือนเก่า ทว่าวาจาที่เอ่ยออกมากลับทำให้ตัวเองรู้สึกใจสั่นรัวต่อคำพูดนั้น
ไม่ว่า...จะถูกหรือผิด?
“ขอบพระทัยท่านอ๋อง” ซ่งิหลานไม่เคยคิดเลยว่าการถูกปกป้องของตัวเอง จะไม่ได้มาจากญาติสนิทชิดใกล้อย่างท่านพ่อท่านย่าของตัวเองทว่ากลับเป็คนที่เพิ่งพบรู้จักกันยังไม่ถึงครึ่งวันอย่างท่านอ๋องผู้นี้
ความรู้สึกในใจของนางต่อจิ้นอ๋องนั้นมีจำกัดนางรู้ว่าเขาเป็องค์ชายรองของฮองเฮา รู้ว่าในมือของเขากุมอำนาจทางทหารนอกจากนี้แล้ว ที่รู้อย่างชัดเจนก็คือในวังหลวงเป็การต่อสู้ระหว่างฮองเฮาและหลี่กุ้ยเฟยอำนาจในการแย่งชิงตำแหน่งฮองเฮาในราชสำนึกยิ่งสู้ยิ่งดุเดือดระหว่างนางและหลี่ซื่อความแค้นลึกล้ำดั่งมหาสมุทรยังมีชีวิตของมารดานางอีกหนึ่งชีวิตจึงเป็ธรรมดาที่จะเป็ศัตรูคู่อาฆาตกับครอบครัวหลี่ซื่อ
หากเป็เช่นนี้แม้จวนจงจิ้งโหวแอบซ่อนตัวเป็สมัครพรรคพวกอยู่ข้างกุ้ยเฟย ทว่าในใจของซ่งิหลานยังคงหวังว่าฮองเฮาจะรักษาตำแหน่งไว้ได้
มีเพียงแค่หลี่กุ้ยเฟยที่อยู่วังหลวงพ่ายลงหลี่ซื่อที่อยู่จวนจิ้งโหว ถึงจะหมดอำนาจอย่างแท้จริง
จิ้นอ๋องปกป้องนางในวันนี้ซ่งิหลานจดจำอย่างเงียบๆ คิดว่าภายหลังจะต้องมีโอกาสได้ตอบแทนแน่ แม้ว่านางปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเยือกเย็นทั้งยังเืเย็นในบางส่วนทว่าก็ไม่ใช่คนอกตัญญู เก็บความซาบซึ้งใจที่จิ้นอ๋องสนับสนุนจำไว้ในใจ ภายหลังจะต้องตอบแทนให้เขาขณะที่ขอบคุณจิ้นอ๋องอีกรอบก็เห็นบรรยากาศที่เครียดตึงของชายหนุ่มดูเหมือนผ่อนคลายลงไปมาก อีกด้าน นั่นก็คือชายหนุ่มองครักษ์คู่ใจซึ่งมักจะยืนอยู่ข้างกายจิ้นอ๋องเสมอยิ้มให้กับสถานการณ์ที่จบลงด้วยดี“บ่าวจ้าวถง คารวะคุณหนูสาม ฝ่าาของข้าเปิดเผยตรงไปตรงมา หากทำให้คุณหนูสามไม่พอใจขอคุณหนูสามโปรดอภัย”
เขายิ้มทั้งยังพูดต่อไปว่า“ตอนกลางวันเพราะฝ่าาเป็ต้นเหตุ คุณหนูสามจึงสูญเสียทรัพย์สินมีค่ามากมายบ่าวได้ตระเตรียมมาชดเชยให้แล้ว ขอคุณหนูสามโปรดรับไว้ เพื่อความสบายใจของฝ่าา”
เขาโบกมือจึงเห็นด้านนอก องครักษ์ของจวนจิ้นอ๋องหามหีบไม้แดงเดินดิ้นทองเข้ามา
แต่ละหีบที่เปิดออกบนใบหน้าของจ้าวถงปรากฏรอยยิ้มมีเลศนัย
ผ้าลายปักทุกชิ้นเปล่งประกายแสงสว่างแพรวพราวดูลานตาไปหมดยังมีหีบภาพเขียนพู่กันอันล้ำค่าอีกหลายชิ้น และอีกหีบหนึ่ง เป็เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ประดับด้วยเพชรพลอยดารดาษอยู่จนเต็มยังมีชาดทาปากและแป้งผัดหน้าวางทับอยู่้า
ทรัพย์สินมีค่ามากมายทั้งหมดล้วนทำให้ผู้อื่นประหลาดใจ
“ข้ามอบให้แก่เ้า”
เห็นท่าทีซ่งิหลานคล้ายจะปฏิเสธสายตาจิ้นอ๋องเปล่งประกาย เป็ประกายล้ำลึกและสงบ พูดกับนางน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “ห้ามปฏิเสธ!”
“นี่มันแพงเกินไปแล้ว”
พูดไปแล้วคนสติฟั่นเฟือนผู้นั้นเป็สาเหตุ ทำให้ซ่งิหลานต้องสูญเสียเสื้อผ้าอาภรณ์เครื่องประดับเ่าั้จริงๆทว่าสิ่งของเหล่านี้ที่วางอยู่ต่อหน้าคาดว่าล้วนแต่เป็ของเก่ามูลค่านับร้อยนับพันเท่าเรียกว่านางไม่อาจรับค่าตอบแทนเพราะไม่มีความดีความชอบแม้ว่าอีกด้านคือั์ตางามแฝงความอิจฉาริษยาของซ่งิเยว่จะทำให้ผู้อื่นรู้สึกเบิกบานใจก็ตามแต่อย่างไรก็ดีซ่งิหลานไม่ยินยอมรับสิ่งของมูลค่าสูงเ่าั้จากจิ้นอ๋องถึงจะอธิบายว่าเพื่อชดเชยให้ทว่าก็ยากที่จะคล้อยตาม นางเพียงแค่ปฏิเสธอย่างนิ่มนวลอีกครู่หนึ่งสายตาของจิ้นอ๋องเพียงหยุดอยู่ที่เสื้อดำสุภาพทว่าค่อนข้างเก่าเล็กน้อยของนางชั่วขณะหนึ่งจึงพูดเสียงทุ้มต่ำว่า “ยังสามารถให้ผู้อื่นได้”
ซ่งิหลานสูดลมหายใจเข้าลึก
จิ้นอ๋องพูดถูกในเื่นี้
นางห่างจวนไปถึงแปดปีกับคนสนิทในจวนล้วนไม่ได้ไปมาหาสู่ ทั้งไร้การติดต่อทั้งไร้ความรู้สึก
จักจูงใจผู้อื่นอย่างไร?
อาศัยแค่แผนของนาง? หรือว่า...ใช้เสื้อผ้าอาภรณ์เครื่องประดับมีค่าเหล่านี้ ให้นางเข้าไปอยู่ในใจพี่สาวน้องสาวเร็วขึ้นสักหน่อยหรือว่าใช้สิ่งของเหล่านี้ซื้อใจ เพื่อการมีที่ยืนอย่างมั่นคงในจวน?
อีกครั้งแล้วที่จิ้นอ๋องแท้จริงแล้ว...
“ภายหลัง ข้าค่อยคืนท่าน” นางพลันพบว่าตัวเองจำเป็ต้องใช้สิ่งของเหล่านี้จริงๆและไม่เสแสร้งเกรงอกเกรงใจ ตอบรับอย่างตรงไปตรงมา
มุมปากจิ้นอ๋องยกขึ้นเล็กน้อย
ฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวนั่งอยู่ข้างๆอีกด้านคือจงจิ้งโหวที่ยากจะหลีกหนีจากสถานการณ์ใบหน้าปรากฏความไม่พอใจขึ้นหลายส่วนสายตานางมองไปทางจิ้นอ๋องและซ่งิหลาน ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
นางมิได้มองพลาด...
หลานสาวของนางผู้นี้เป็เด็กที่มีวาสนาดีอย่างแน่นอน
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/cbd7c044802f07a826abd2eff68d73da
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ยอดพธูแห่งยุคที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #ยอดพธูแห่งยุค #readAwrite ด้วยน้า