ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 5 บทที่ 149 อนาคตที่สดใสรออยู่

            เจิงจื้อเฉิงเข้าใจความหมายของเหอหงเซิง จึงหัวเราะแล้วพูดว่า “เสี่ยวจิ่ง บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ราคาแปดพันหยวนถูกเกินไปจริงๆ แถวถนนฝั่งนั้นมีบ้านอีกหลัง ทำเลไม่ดีเท่านี้ พื้นที่ไม่ใหญ่เท่านี้ ก่อนสิ้นปีก็ขายได้ตั้งหมื่นสองพันหยวน”

            “ถึงแม้ว่าหนูจะหาเงินยาก แต่ก็ต้องมีสถานที่ทำมาหากิน จะอยู่แต่ในชนบทไม่ได้หรอก เอาอย่างนี้ดีไหม หนูเพิ่มเงินอีกหน่อย แล้วลุงเหอก็จะขายบ้านหลังนี้ให้หนู”

            จิ่งเยี่ยนกุยถอนหายใจ “ลุงเจิงคะ ลุงก็รู้ว่าหนูหาเงินยากลำบากแค่ไหน แล้วลุงก็ยังรู้ว่าหนูไม่ได้คิดจะซื้อบ้านเลยจริงๆ แปดพันหยวนสำหรับหนูมันเยอะมากนะคะ ลุงให้หนูเพิ่มเงินให้ลุงเหอ งั้นขวดแก้วของลุงจะลดให้หนูสักสามเฟินต่อขวดได้ไหมคะ?”

            เจิงจื้อเฉิงหัวเราะเสียงดัง ชี้หน้าเธอแล้วพูดว่า “เสี่ยวจิ่ง เธอนี่มันหัวการค้าจริงๆ! ถ้าเธอสั่งซื้อในปริมาณที่มากพอ ลดให้สามเฟินต่อขวดคงไม่ได้ แต่ลดให้สองเฟินพอได้”

            โรงงานเป็นของรัฐ การขายในราคาสูงกว่าหรือต่ำกว่าสองเฟินไม่ได้มีผลกระทบต่อเขามากนัก แถมขวดแก้วที่จิ่งเยี่ยนกุยซื้อก็มีกำไรไม่น้อย เขายินดีที่จะทำเรื่องนี้เพื่อเห็นแก่หน้ากัน

            จิ่งเยี่ยนกุยยิ้มแล้วพูดว่า “ตกลงค่ะ ถ้าลุงเจิงพูดแบบนี้ หนูจะเพิ่มให้ห้าร้อยหยวนนะคะ มากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ!”

            เมื่อเหอหงเซิงได้ยินว่าเธอเพิ่มให้ห้าร้อยหยวน ก็รู้สึกเหมือนได้กำไร จึงดีใจมาก รีบชวนจิ่งเยี่ยนกุยเซ็นสัญญา โดยมีเจิงจื้อเฉิงเป็นพยาน

            หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว จิ่งเยี่ยนกุยกับเหอหงเซิงก็นัดวันชำระเงิน พร้อมกับวางเงินมัดจำ ถือว่าเรื่องนี้เสร็จสิ้นสมบูรณ์

            ดังนั้น จิ่งเยี่ยนกุยที่ตอนแรกแค่อยากเช่าบ้าน ก็ได้ซื้อบ้านไปหนึ่งหลัง

            ตอนที่อาหญิงเล็กจิ่งตามจิ่งเยี่ยนกุยเดินออกจากบ้านหลังนั้น ทั้งคู่ยังคงสับสนอยู่เล็กน้อย

            เธอหันไปถามจิ่งเยี่ยนกุยว่า “เยี่ยนกุย แกหยิกฉันดูหน่อยสิ ว่าฉันฝันไปหรือเปล่า?”

            จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะแล้วพูดว่า “อาคะ อาไม่ได้ฝัน เราเพิ่งซื้อบ้านไปจริงๆ ค่ะ”

            อาหญิงเล็กจิ่งก็ยังรู้สึกงุนงง “เยี่ยนกุย เธอเพิ่งจะหาเงินได้ก็ซื้อบ้าน แล้วต่อไปจะเอาเงินที่ไหนมาทำธุรกิจล่ะ?”

            จิ่งเยี่ยนกุยยิ้มแล้วพูดว่า “อาหญิงเล็กคะ การซื้อบ้านครั้งนี้คือการลงทุนค่ะ บ้านเก่าทั้งโทรมทั้งเล็ก อยู่ก็ไม่สบาย การซื้อบ้านเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว เพียงแต่วันนี้เราบังเอิญเจอบ้านที่เหมาะก็เลยซื้อเสียเลย ซื้อเร็วก็ได้อยู่บ้านหลังใหญ่เร็วไงคะ”

            เธอพูดจบก็เข้าไปใกล้อาหญิงเล็กจิ่ง แล้วพูดว่า “นี่เป็นบ้านที่หนูซื้อเอง ไม่ต้องให้พวกคนในหมู่บ้านมาพูดว่าเราอาศัยอยู่ที่บ้านปู่ย่า กินข้าวของปู่ย่า! ต่อไปเราจะเป็นเจ้าของบ้านเอง อย่าให้พวกเขาได้พูดอะไรเหลวไหลอีก!”

            อาหญิงเล็กจิ่งอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “จริงด้วย ฉันไม่คิดเลยว่าลูกหลานฉันคนนี้จะเก่งได้ขนาดนี้! เธอซื้อบ้านได้แล้ว อาภูมิใจในตัวเธอมาก ต่อไปก็ต้องพยายามให้มากขึ้น คงต้องหาเงินซื้อบ้านบ้างแล้วละ”

            ตอนนั้นถึงแม้ว่าเธอจะหย่ากับจูจินหลงด้วยเหตุผลต่างๆ นานา แต่ในใจเธอก็ยังรู้สึกกังวลใจอยู่บ้าง ประกอบกับคำพูดเย้ยหยันของอาสามจิ่งและเหล่าผู้หญิงปากมากในหมู่บ้าน ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้พูดอะไรต่อหน้าจิ่งเยี่ยนกุย แต่ในใจก็รู้สึกกดดันอยู่พอสมควร

            แต่ตอนนี้จิ่งเยี่ยนกุยกลับใช้การกระทำที่แสดงให้เห็นว่า ตราบใดที่พวกเธอพยายามและไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา พวกเธอก็สามารถมีชีวิตที่ดีได้เช่นกัน

            ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น

            จิ่งเยี่ยนกุยพูดกับเธอว่า “อาคะ หนูเคยบอกแล้วว่าชีวิตของเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ!”

            อาหญิงเล็กจิ่งพยักหน้าอย่างหนักแน่น แต่ก็คิดถึงอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ “ถ้าเราย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง แล้วต่อไปจะไม่สะดวกกลับไปเก็บสมุนไพรแล้วสิ!”

            จิ่งเยี่ยนกุยยิ้มแล้วพูดว่า “ที่หนูขึ้นไปเก็บสมุนไพรบนเขาเมื่อก่อน ก็เพราะหนูไม่มีเงินทุน ตอนนี้หนูมีเงินทุนแล้ว หนูก็ทำธุรกิจอื่นได้แล้ว ไม่ต้องไปเดินป่าทุกวันอีกแล้วค่ะ”

            การเก็บสมุนไพรเป็นงานที่ยากลำบากจริงๆ ต้องขึ้นเขาตั้งแต่เช้ามืด ในป่ามีทั้งงู แมลงและสัตว์ร้าย มันอันตรายถึงชีวิต ถ้าไม่ถูกบีบคั้นจนหมดทางไป จิ่งเยี่ยนกุยก็คงจะไม่ขึ้นไปเก็บสมุนไพรหรอก

            ก่อนหน้านี้ จิ่งเยี่ยนกุยก็เคยเตือนอาหญิงเล็กจิ่งหลายครั้ง บอกให้เธอไม่ต้องลำบากมากนัก แต่อาหญิงเล็กจิ่งก็คิดว่าจิ่งเยี่ยนกุยก็ลำบากมากพอแล้ว ถ้าเธอเก็บสมุนไพรได้มากหน่อย ก็จะขายได้เงินมากขึ้น และจะช่วยแบ่งเบาภาระของจิ่งเยี่ยนกุยได้บ้าง

            เมื่ออาหญิงเล็กจิ่งได้ยินจิ่งเยี่ยนกุยพูดแบบนั้น ก็คิดว่าจิ่งเยี่ยนกุยเป็นคนฉลาดจริงๆ เรื่องพวกนี้ถ้าเป็นเธอคงคิดไม่ถึงแน่นอน จึงพูดว่า “หลังจากที่กลับไปครั้งนี้แล้ว ถ้ามีเวลาว่างฉันจะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรเพิ่มหน่อย แต่คนในหมู่บ้านรู้ว่าเธอหาเงินได้จากการเก็บสมุนไพร ก็เลยแห่กันขึ้นเขาไป”

            เรื่องนี้จิ่งเยี่ยนกุยรู้ดี และคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ในหมู่บ้านก็เป็นแบบนี้ เมื่อมีช่องทางทำเงิน ทุกคนก็จะพยายามเข้าไปทำตาม ก่อนหน้านี้สมุนไพรที่เธอตากไว้ที่หน้าบ้านเก่า ชาวบ้านก็เคยแอบมาดู แล้วพยายามเข้าไปขุดสมุนไพรในป่า

            แต่สมุนไพรเป็นสิ่งที่ต้องนำไปแปรรูป ถึงพวกเขานำสมุนไพรที่เหมือนกันไปขาย แต่ราคาจะแตกต่างกันมาก

            สองอาหลานกลับมาที่บ้านเก่าอย่างมีความสุข หลิวหงอิงกำลังใช้มีดหั่นสมุนไพรอยู่ ส่วนหยางหว่านซิ่วและจิ่งจงอี้ก็ช่วยกันจัดสมุนไพร

            เมื่อหยางหว่านซิ่วเห็นทั้งสองคนกลับมา ก็ถามถึงความคืบหน้าเรื่องเช่าบ้าน จิ่งเยี่ยนกุยกระแอมแล้วพูดว่า “ย่าคะ หนูซื้อบ้านหลังนั้นแล้วค่ะ”

            เมื่อหยางหว่านซิ่วได้ยินดังนั้น มือที่ถือกระด้งอยู่ก็แทบจะร่วงลงพื้น “อะไรนะ? แกว่าอะไรนะ?”

            จิ่งเยี่ยนกุยยิ้มแล้วพูดซ้ำอีกครั้ง จากนั้นอาหญิงเล็กจิ่งก็เล่ารายละเอียดของวันนี้ให้ฟัง

            หยางหว่านซิ่วถึงกับงุนงง “แกนี่มันเก่งจริงๆ!”

            ในใจของเธอนั้นรู้สึกดีใจ เงินนี้เป็นเงินที่จิ่งเยี่ยนกุยหามาเอง เธออยากจะใช้จ่ายอย่างไรก็ได้ เพียงแต่การที่ซื้อบ้านได้โดยที่ไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้ ทำให้หยางหว่านซิ่วรู้สึกว่าหลานสาวคนนี้ช่างเหมือนเธอจริงๆ!

            จิ่งจงอี้ถามถึงรายละเอียดอีกครั้ง จิ่งเยี่ยนกุยจึงอธิบายเรื่องบ้านหลังนั้น

            ตอนที่เจิงจื้อเฉิงโทรศัพท์หาเหอหงเซิง เธอก็เคยไปถามเพื่อนบ้านแถวนั้น บ้านหลังนั้นที่พูดกันว่าเป็นบ้านผีสิง ที่จริงแล้วไม่มีใครตายในนั้น และก็ไม่มีเหตุการณ์แปลกประหลาดอะไร

            เพียงแต่เจ้าของบ้านหลังนี้ไปไต้หวันแล้วไม่ได้กลับมาอีก แล้วคนอื่นๆ ที่อยากจะย้ายเข้าไปอยู่ ก็มักจะเกิดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในครอบครัวก่อนจะย้ายเข้าไป ทำให้บ้านหลังนี้ได้รับชื่อเสียงไม่ดี

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่สนใจเรื่องพวกนี้ ทำเลก็ดี ราคาบ้านก็ถูก เธอจึงตัดสินใจซื้อ

            เมื่อจิ่งจงอี้และหยางหว่านซิ่วได้ยินเธอพูดแบบนั้น ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ กลัวว่าเธอจะถูกหลอกเพราะยังเด็ก หยางหว่านซิ่วถึงกับรู้สึกเสียใจที่ไม่ยอมไปดูบ้านกับเธอในวันนี้

            หลิวหงอิงหัวเราะแล้วพูดว่า “ลุง ป้า ถ้าไม่สบายใจ พรุ่งนี้ก็ไปดูบ้านกับเยี่ยนกุยสิคะ ถ้ามีใครหลอกเยี่ยนกุยจริงๆ ป้ากับลุงก็ไปทวงเงินมัดจำคืนได้นี่คะ?”

            “อีกอย่าง เยี่ยนกุยเป็นเด็กฉลาด ใครจะหลอกเธอได้!”

            หยางหว่านซิ่วคิดว่าหลิวหงอิงพูดก็มีเหตุผล ตอนนี้ก็ใกล้จะมืดแล้ว ไม่งั้นเธอคงจะรีบพาจิ่งเยี่ยนกุยไปในเมืองเสียแล้ว

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663