แสงจันทร์วันเพ็ญสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำในสระบัวจนเกิดเป็ประกายสีเงินระยิบระยับ ทั่วทั้งจวนแม่ทัพถูกประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงและสีทองมงคล กลิ่นหอมของขนมไหว้พระจันทร์และสุราดอกกุ้ยฮวาอบอวลไปในอากาศ ทว่าภายใต้ความรื่นเริงของงานเทศกาลที่ดูเหมือนจะสมานรอยร้าวในจวนแห่งนี้ กลับมีความตึงเครียดบางอย่างแฝงตัวอยู่เยี่ยงเพชฌฆาตที่ซ่อนคมดาบไว้ในแขนเสื้อ
เม่ยเหลียน นั่งเคียงข้าง แม่ทัพเฉินหยาง บนปะรำพิธีที่จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ นางอยู่ในชุดผ้าไหมสีม่วงเข้มปักลวดลายผีเสื้อเริงระบำที่ดูเย้ายวนและลึกลับ แววตาของนางนิ่งสงบดุจผิวน้ำ ทว่าทุกครั้งที่นางยกจอกสุราขึ้นจิบ นางจะลอบสังเกตท่าทางของเหล่าองครักษ์ที่ยืนรายล้อม ซึ่งเริ่มมีอาการ "เซื่องซึม" เล็กน้อยจากฤทธิ์ยาชาอย่างอ่อนที่ผสมอยู่ในสุราตามแผนการของอาซาน
"เม่ยเหลียน... คืนนี้เ้าช่างงดงามเหลือเกิน" เฉินหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขาที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการาเ็ดูสง่าผ่าเผยในชุดขุนนางเต็มยศ มือหนาของเขาเอื้อมมาวางทับลงบนมือเรียวของนาง "ข้าดีใจที่คืนนี้เราได้มานั่งดูพระจันทร์ด้วยกันอย่างสงบสุขเช่นนี้"
"ข้าก็เช่นกันเ้าค่ะท่านพี่... ความสงบสุขในคืนนี้ช่างเป็สิ่งที่หาได้ยากยิ่ง" นางตอบด้วยรอยยิ้มลวงตาที่หวานหยดย้อย ทว่าในใจกลับรู้สึกสมเพชที่เขามองไม่ออกเลยว่า พายุใหญ่กำลังจะพัดกระหน่ำในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า
ในขณะที่งานเลี้ยงกำลังดำเนินไป อนุชิง ที่นั่งอยู่ถัดไปลอบมองเม่ยเหลียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและระแวง นางสังเกตเห็นว่าเม่ยเหลียนมักจะมองไปยังประตูลับทิศตะวันออกบ่อยครั้งจนผิดปกติ "ท่านพี่เม่ยเหลียนเ้าคะ ดูเหมือนท่านจะสนใจทิศทางนั้นเป็พิเศษ มีแขกคนสำคัญที่ท่านกำลังรออยู่หรือเ้าคะ?"
เม่ยเหลียนชะงักเพียงครู่ก่อนจะหันไปสบตานางเอกด้วยความเ็า "ข้าเพียงแต่ชื่นชมแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทางนั้นมากกว่าทิศอื่น หรือว่าเ้ามีธุระอันใดที่ทิศตะวันออกอย่างนั้นหรืออนุชิง?"
คำตอกกลับที่นิ่มนวลแต่บาดลึกทำให้อนุชิงต้องสงบปากสงบคำลง ทว่าความสงสัยของนางกลับไม่ได้จางหายไป เฉินหยางที่เริ่มมึนเมาด้วยฤทธิ์สุราไม่ได้ใส่ใจบทสนทนาของสตรีทั้งสอง เขาเพียงแต่รู้สึกลุ่มหลงในกลิ่นกายของเม่ยเหลียนที่เย้ายวนใจยิ่งกว่าทุกคืน
"ข้ารู้สึกร้อนเหลือเกินเม่ยเหลียน... ข้าอยากจะกลับไปที่เรือนเอกกับเ้าเดี๋ยวนี้" เฉินหยางกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
เม่ยเหลียนรู้ว่านี่คือจังหวะที่นางต้องลงมือ "ท่านพี่ไปรอข้าที่ห้องก่อนเถิดเ้าคะ ข้าขออยู่ไหว้พระจันทร์และแจกจ่ายรางวัลให้บ่าวไพร่ที่เหนื่อยยากมาทั้งวันอีกครู่หนึ่ง แล้วข้าจะตามไปปรนนิบัติท่านให้สมใจเ้าค่ะ"
เฉินหยางพยักหน้าอย่างว่าง่ายเพราะความมึนเมาและตัณหาที่บดบังตา เขาเดินออกจากปะรำพิธีไปพร้อมกับองครักษ์ส่วนตัวสองนาย ทิ้งให้เม่ยเหลียนอยู่ท่ามกลางบ่าวไพร่และอนุชิงที่ยังคงจับตาดูนางอยู่
เมื่อสบโอกาส เม่ยเหลียนแสร้งทำเป็เดินไปที่สวนดอกโบตั๋นเพื่อรับลมเย็น นางลอบเดินลัดเลาะผ่านเงามืดของแมกไม้ มุ่งหน้าไปยังประตูลับตามนัดหมาย ใจของนางเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและความหวาดกลัวที่ผสมปนเปกัน ทุกก้าวย่างของนางคือการเดิมพันด้วยชีวิต ทว่ารสสวาทที่ถวิลหาจากอาซานคือสิ่งที่คอยหล่อเลี้ยงแรงกายให้นางก้าวต่อไป
ทันทีที่นางมาถึงประตูลับ มือหนาคู่หนึ่งก็คว้าเอวนางเข้าสู่เงามืดอย่างรวดเร็ว เม่ยเหลียนเกือบจะร้องออกมาทว่าริมฝีปากที่ร้อนระอุของใครบางคนกลับบดจูบลงมาปิดปากนางไว้ทันควัน รสชาติของสุราป่าและกลิ่นอายความดิบเถื่อนที่คุ้นเคยทำให้นางรู้ได้ทันทีว่าคือใคร... อาซาน
เขาในชุดดำรัดกุมดูราวกับเทพบุตรแห่งรัตติกาล อาซานรวบร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างหิวกระหาย เขาซุกไซ้ใบหน้าลงบนลำคอระหงของนางอย่างรุนแรง "ข้าคิดถึงเ้าใจจะขาด... ยอดรักของข้า"
"อาซาน... ท่านเสี่ยงเกินไปแล้ว ทหารยังอยู่เต็มจวน!" เม่ยเหลียนกระซิบทั้งที่ร่างกายเริ่มสั่นสะท้านด้วยความรัญจวนซ่านสยิวที่เขาปรนเปรอให้
"ความเสี่ยงยิ่งมาก รสสวาทก็ยิ่งหวานล้ำมิใช่หรือ?" อาซานไม่สนคำเตือน เขาอุ้มนางขึ้นนั่งบนแท่นหินในซอกตึกที่มืดมิดและไร้ผู้คน มือหนาเริ่มรุกรานอาภรณ์ไหมสีม่วงเข้มของนางอย่างรวดเร็ว "คืนนี้ข้าไม่ได้มารับเ้าเพียงอย่างเดียว แต่ข้าจะมาเอา 'รางวัล' ที่เ้าสัญญาไว้ก่อนที่เราจะไปจากที่นี่ตลอดกาล"
อาซานเริ่มบรรเลงบทรักที่เต็มไปด้วยความโหยหาและการที่รุนแรง เขาขบเม้มยอดอกอิ่มของนางผ่านผ้าไหมบางเบา สร้างความเสียวซ่านจนเม่ยเหลียนต้องแอ่นกายรับด้วยความรุ่มร้อน เสียงลมหายใจหอบพร่าของทั้งคู่ประสานไปกับเสียงดนตรีจากงานเลี้ยงที่ดังแว่วมาไกลๆ การเริงรักท่ามกลางอันตรายที่พร้อมจะถูกจับได้ทุกเมื่อ (Outdoor/Risk) ยิ่งช่วยทวีความสยิวซ่านให้สูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
"อาซาน... แรงกว่านี้... ทำให้ข้ารู้ว่าข้าเป็สตรีของท่านเพียงคนเดียว" เม่ยเหลียนกระซิบชิดใบหูพรางจิกเล็บลงบนหลังกว้างของเขา
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจมดิ่งอยู่ในพายุอารมณ์ที่ไร้กฎเกณฑ์ เสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินอย่างรวดเร็วและเสียงเรียกที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นใกล้ๆ "ท่านพี่เม่ยเหลียน! ท่านอยู่ที่ไหนเ้าคะ! ท่านพี่เฉินหยางเรียกหาท่านเป็การด่วน!" เสียงของ อนุชิง ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงซอกตึกที่ทั้งคู่ซ่อนตัวอยู่
เม่ยเหลียนตัวแข็งทื่อ นางสบตากับอาซานในความมืด แววตาของชู้รักยังคงฉายแววความดื้อรั้นทว่าเฉียบแหลม เขาไม่ได้หยุดการกระทำ แต่กลับเพิ่มจังหวะที่หนักหน่วงขึ้นเพื่อแกล้งให้นางต้องกลั้นเสียงครางรัญจวนไว้สุดความสามารถ ความกดดันที่ต้องซ่อนเร้นอารมณ์ภายใต้ความเสี่ยงที่จะถูกจับได้ ทำให้เม่ยเหลียนรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น
"ท่านพี่เม่ยเหลียน! ถ้าท่านไม่ขานรับ ข้าจะเข้าไปดูในสวนแล้วนะเ้าคะ!" อนุชิงะโขู่ พร้อมกับเสียงกิ่งไม้ที่ถูกเหยียบดังใกล้เข้ามาทุกที
รัตติกาลวันไหว้พระจันทร์ที่ควรจะจบลงด้วยการหนี กลับกลายเป็กับดักที่บีบคั้นหัวใจ เม่ยเหลียนจะจัดการกับอนุชิงอย่างไร? และอาซานจะพานางหนีออกไปได้ทันก่อนที่เฉินหยางจะรู้ตัวหรือไม่? ความลับหลังม่านมงคลนี้กำลังจะถูกเปิดเผยในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด!