ฉู่ซิวเดินมาหยุดอยู่หน้าศิลาจักรพรรดิมนุษย์เสวียนอู่ที่มีความสูงเกือบสองคน ดูราวกับกำแพงแผ่นหนึ่ง เขาพลางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ วันที่จะได้เชิดหน้าชูตา คือวันนี้แหละ!
จากนั้นเขาก็โคจรเืลมทั่วร่าง ยื่นมือออกไปแตะลงบนพื้นผิวหินที่ให้ความรู้สึกเย็นเล็กน้อย เพียงชั่วหนึ่งลมหายใจ ตัวอักษรสีแดงฉานก็ปรากฏขึ้นบนนั้น
"เอ๊ะ?!"
เมื่อเห็นตัวอักษรบนศิลา เ้าหน้าที่อำเภอผู้รับผิดชอบการประกาศผลก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ อำเภออันอู่ไม่ได้ใหญ่โตนัก ในฐานะตระกูลผู้มีอิทธิพลในอำเภอ เื่ราวของตระกูลฉู่จึงเป็ที่รู้กันโดยทั่วกัน เ้าหน้าที่ผู้นี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ในใจของเขาพลันผุดคำว่าซ่อนคมรอเวลา อดทนต่อความยากลำบาก และแสร้งเป็หมูเพื่อกินเสือขึ้นมาทันที ใบหน้าที่เดิมทีเรียบเฉย เมื่อหันไปมองฉู่ซิวก็รีบปั้นยิ้มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
"ฉู่ซิว หนึ่งตำลึงหนึ่งเฉียนหก ครบสองตำลึง! ได้เลื่อนขั้นเข้าสู่สถานศึกษาอำเภอ ยินดีด้วย!"
เสียงประกาศนั้นทำให้เ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ต่างหันขวับมามองศิลาจักรพรรดิมนุษย์เสวียนอู่ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ในชั่วพริบตาลานประลองยุทธ์ที่เคยอึกทึกพลันเงียบสงัดจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตก คนที่อยู่ที่นี่ ใครบ้างจะไม่รู้เื่ของตระกูลฉู่?
หลายคนเตรียมการไว้ถึงขั้นจัดหาของขวัญไว้พร้อมสรรพ เพื่อรอส่งมอบให้ฉู่เฉิงเยี่ยหลังจากเสร็จสิ้นการสอบขั้นต้น ทว่าเสียงประกาศของเ้าหน้าที่ในตอนนี้ กลับทำลายข้อเท็จจริงที่ควรจะเป็ไปตามนั้น!
ฉู่ซิวผู้นั้น ถึงกับมีเืลมครบสองตำลึงจนสอบผ่านอย่างนั้นหรือ?!
หนึ่งตำลึงหนึ่งเฉียนหก! นี่ไม่ใช่การเพิ่งจะทะลวงผ่านแบบฉิวเฉียดเหมือนฉู่เฉิงเยี่ย แต่คือทะลวงผ่านไปนานแล้วอย่างแน่นอน!
เด็กคนนี้ วางแผนมานานแล้ว!
ในชั่วขณะนั้น ทุกคนต่างมีความคิดนับพันวนเวียนอยู่ในหัว คนที่ใคร ๆ ต่างรู้ว่าเป็ขยะ กลับสร้างชื่อจนะเืเลื่อนลั่นขึ้นมาทันที จะไม่ให้ผู้คนใได้อย่างไร?!
หลายคนถึงกับเริ่มตีความเกินจริงไปไกล ฉู่ซิวผู้นี้คงเกรงว่าท่านอาจะลอบทำร้าย จึงได้อดทนรอคอยมาตลอด เพื่อรอให้ถึงวันสอบของอำเภอ ภายใต้การเป็พยานของนายอำเภอ จึงค่อยสร้างชื่อให้โลกตะลึง!
"ยินดีด้วย!"
เหลียวสิง อาจารย์ผู้สอนของสถานศึกษาอำเภอซึ่งรับหน้าที่เป็ผู้คุมสอบ เอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบในลานประลอง
เมื่อผู้คุมสอบเอ่ยปาก ก็ถือเป็การยืนยันข้อเท็จจริงนี้ เ้าหน้าที่รอบ ๆ เริ่มได้สติ และรีบกล่าวแสดงความยินดีอย่างกระตือรือร้น
"โกง!"
เสียงะโดังลั่นขัดจังหวะความกระตือรือร้นของเหล่าเ้าหน้าที่ ทุกคนรวมถึงเหล่านักเรียนต่างหันไปมองต้นเสียง ซึ่งก็คือฉู่เฉิงเยี่ย
"เมื่อวานยังมีเืลมเพียงสามเฉียนสาม แต่วันนี้กลับกลายเป็หนึ่งตำลึงหนึ่งเฉียนหก?"
"เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด!"
คำพูดที่เต็มไปด้วยความสงสัยของฉู่เฉิงเยี่ยนั้นดังก้องและหนักแน่น เขาไม่มีทางเชื่อว่าฉู่ซิวจะมีเืลมถึงหนึ่งตำลึงหนึ่งเฉียนหก!
"จริงด้วย เมื่อวานพวกเราทดสอบพร้อมกัน ฉู่ซิวมีเืลมสามเฉียนสามจริง ๆ !"
"สามเฉียนสาม เพิ่มขึ้นเป็ครบสองตำลึงในคืนเดียว เป็ไปได้อย่างไรกัน?!"
นักเรียนคนอื่น ๆ เมื่อนึกขึ้นได้ก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์และสงสัยตาม...
"เป็ไปได้ไหมว่ากินโอสถวิเศษชั้นยอดอะไรเข้าไป?"
"เป็ไปไม่ได้! บ้านข้าเปิดโรงปรุงยา ไม่มีโอสถชนิดนี้อยู่เลย!"
"ใช่! โอสถทุกชนิดต้องเป็นักยุทธ์ที่มีเืลมครบสองตำลึงเท่านั้นถึงจะใช้ได้ มิฉะนั้นร่างกายจะเกิดอันตรายจนะเิออก!"
"แล้วนี่มันเื่อะไรกัน? แปลกยิ่งนัก!"
เมื่อเห็นเหล่านักเรียนต่างสงสัยกันหมด ฉู่เฉิงเยี่ยที่ขบฟันแน่นก็เริ่มผ่อนคลายลง และหัวใจที่ตื่นตระหนกก็ค่อย ๆ สงบลง ตำแหน่งผู้นำตระกูลฉู่ต้องเป็ของเขา ใครก็พรากไปไม่ได้!
ฉู่เฉิงเยี่ยหันไปมองเหลียวสิงผู้คุมสอบ ด้วยสายตาที่แน่วแน่แล้วกล่าวว่า "ฉู่ซิวผู้นี้ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมบางอย่างเพื่อโกงการทดสอบแน่นอน!" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
"บังอาจ!" เหลียวสิงเบิกตากว้าง ตวาดลั่นราวกับเสียงฟ้าร้อง จนทำให้ขาของฉู่เฉิงเยี่ยอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่
สถานศึกษาอำเภอ คือสถาบันการศึกษาสูงสุดของอำเภออันอู่ ผู้ที่สามารถเป็อาจารย์ในนั้นได้ ความหนาแน่นของเืลมจักรพรรดิมนุษย์ในร่างกาย ย่อมไม่ใช่สิ่งที่นักยุทธ์ระดับต่ำที่มีเืลมเพียงสองตำลึงจะต้านทานได้ เสียงะโนี้ทำให้ฉู่เฉิงเยี่ยใจนิญญาแทบหลุดออกจากร่าง สายตาเหม่อลอยว่างเปล่า ในสมองขาวโพลน รู้สึกอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก
"เอ้อ" อาจารย์เฉียนจากสำนักยุทธ์ที่อยู่ด้านข้าง พุ่งตัวมาขวางหน้าฉู่เฉิงเยี่ย เพื่อกำบังแรงกดดันจากเหลียวสิง
"พี่เหลียว ไยต้องถือสาหาความกับนักเรียนที่ยังอ่อนต่อโลกเช่นนี้ด้วย!"
"หึ!" ใบหน้าของเหลียวสิงยังคงเคร่งขรึมและแค่นเสียงเย็น "เด็กคนนี้ไม่เคารพจักรพรรดิมนุษย์ เ้าในฐานะอาจารย์สำนักยุทธ์ ย่อมมิอาจเลี่ยงความรับผิดชอบได้!"
อาจารย์เฉียนยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ "ข้าเชื่อว่า องค์จักรพรรดิมนุษย์ผู้ล่วงลับคงจะทรงทราบและไม่ถือสาเื่เล็กน้อยเหล่านี้หรอก..."
ในตอนนี้ฉู่เฉิงเยี่ยเริ่มได้สติคืนมา เมื่อเห็นว่ามีอาจารย์เฉียนคอยหนุนหลัง ความกลัวในใจก็หายไปสิ้น
เขาหันไปมองเพื่อนร่วมชั้น แล้วชูแขนะโว่า "เมื่อวานเืลมที่ฉู่ซิวทดสอบได้คือสามเฉียนสาม พวกเราทุกคนต่างเห็นกันหมด!"
"หากจะบอกว่าศิลาจักรพรรดิมนุษย์ไม่มีทางผิดพลาด แล้วเหตุใดเพียงแค่วันเดียว ถึงมีความแตกต่างกันได้ขนาดนี้?!"
ประโยคหลังนี้ ฉู่เฉิงเยี่ยกำลังโต้แย้งเหลียวสิง แต่เขากลับไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย เขาหันกลับมามองฉู่ซิวด้วยสีหน้าท้าทาย "หากเ้าไม่ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยม กล้าทดสอบใหม่อีกรอบหรือไม่?!"
สำหรับความไม่ยินยอมของฉู่เฉิงเยี่ยนั้น ฉู่ซิวเข้าใจดี ในตอนนี้ที่อีกฝ่ายทำตัวเหมือนตัวตลกที่ะโโลดเต้น ก็เพียงเพราะไม่สามารถยอมรับความจริงที่ว่าเืลมของเขามีครบสองตำลึงในชั่วข้ามคืนได้
อันที่จริง เกรงว่าทุกคนในที่นี้ต่างก็มีความสงสัยเต็มอก เพราะวิถียุทธ์เน้นการก้าวหน้าตามลำดับ การที่เืลมเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในคืนเดียว ย่อมเป็เื่ที่ยากจะเชื่อสำหรับใครก็ตาม ทว่าในโลกใบนี้ วิถียุทธ์ถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิมนุษย์
อำนาจของจักรพรรดิมนุษย์นั้นมิอาจสงสัยได้!
ดังนั้น ทุกคนจึงยอมเชื่อว่าเืลมของฉู่ซิวพุ่งสูงขึ้นในคืนเดียว ดีกว่าจะสงสัยว่าการวัดผลของศิลาจักรพรรดิมนุษย์เกิดข้อผิดพลาด และด้วยเหตุนี้ความสงสัยของฉู่เฉิงเยี่ยจึงทำให้เหลียวสิงโกรธจัด
และในขณะนี้ คำขอที่ไร้เหตุผลให้ "ทดสอบอีกครั้ง" ก็เป็เพียงวิธีสุดท้ายที่เขาใช้หลังจากจนปัญญา เดิมทีฉู่ซิวคิดจะทดสอบอีกครั้ง เพื่อให้ฝ่ายนั้นเลิกหวังอย่างเด็ดขาด
แต่พอนึกดูอีกทีเ้าอยากให้ข้าทดสอบงั้นหรือ?
ข้าไม่ทำเด็ดขาด!
สองปีมานี้ เ้าคอยตามรังควานทำให้ข้าหงุดหงิดอยู่เรื่อย...
วันนี้ข้าจะทำให้เ้าหงุดหงิดบ้าง!
จะไม่ทดสอบ เพื่อให้เ้าต้องทรมานใจ!
"เ้าเด็กบ้า!"
ก่อนที่ฉู่ซิวจะได้แสดงท่าที เหลียวสิงที่อยู่ด้านข้างก็โกรธขึ้นมาอีกครั้ง
"ศิลาจักรพรรดิมนุษย์เสวียนอู่ คือสมบัติที่ชโลมด้วยโลหิตแท้ของจักรพรรดิมนุษย์ การใช้สิ่งนี้วัดเืลมของพวกเ้า ก็เสมือนจักรพรรดิมนุษย์เสด็จมาด้วยพระองค์เอง!"
"เขามีฐานะเป็เพียงนักยุทธ์ตัวเล็ก ๆ จะสามารถหลอกลวงจักรพรรดิมนุษย์ได้อย่างไร!"
"เ้ากำลังสงสัยในตัวเขา หรือว่า..."
"สงสัยในองค์จักรพรรดิมนุษย์?!"
ใบหน้าของเหลียวสิงเขียวคล้ำ แววตาฉายรังสีอำมหิต ทุกคนต่างเชื่อว่า หากไม่มีอาจารย์เฉียนคอยขวางไว้ ฉู่เฉิงเยี่ยคงถูกซ้อมจนน่วมแน่!
"ทดสอบอีกครั้งจะเป็ไรไป..."
อาจารย์เฉียนยังคงมีรอยยิ้มประดับใบหน้า โดยไม่ใส่ใจสายตาเ็าของเหลียวสิง
"เหล่าเหลียว อย่าทำให้เป็เื่ใหญ่เลย เฉิงเยี่ยไม่ได้สงสัยในองค์จักรพรรดิมนุษย์ แต่เขาสงสัยในตัวฉู่ซิว"
"เ้าก็รู้ว่ามีโอสถบางชนิดที่สามารถเพิ่มเืลมได้ในระยะเวลาสั้น ๆ ..."
"หึ!" เหลียวสิงแค่นเสียงพลางเยาะเย้ยว่า "โอสถมีเพียงนักยุทธ์เท่านั้นที่ใช้ได้!"
"หากเด็กคนนี้มีเืลมไม่ครบสองตำลึง จะสามารถกินโอสถได้อย่างไร?"
"หรือว่า มีปรมาจารย์ปรุงโอสถผู้ยิ่งใหญ่ท่านใดว่างจัด จนสร้างโอสถชนิดนี้ขึ้นมาเพื่อคนธรรมดาโดยเฉพาะ?"
เมื่อเผชิญกับการเยาะเย้ยของเหลียวสิง ใบหน้าของอาจารย์เฉียนก็มีความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย "โลกนี้กว้างใหญ่ย่อมมีเื่แปลกประหลาดเกิดขึ้นได้ เผื่อว่ามันจะเป็เช่นนั้นล่ะ?"
พูดจบ เขาก็หันไปมองฉู่ซิว ทำหน้าขรึมและสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ฉู่ซิว ทดสอบอีกครั้ง!"
"ไม่ทดสอบ!" ฉู่ซิวตอบกลับอย่างเด็ดขาด โดยไม่ให้เกียรติอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
เมื่อก่อนเขาอาจไม่ได้สังเกต แต่ในตอนนี้ หากไม่ตาบอด ใครจะดูไม่ออกว่าหมอนี่กับฉู่เฉิงเยี่ยเป็พวกเดียวกัน?
อีกอย่าง ผู้คุมสอบอย่างเหลียวสิงดูเป็คนที่ยึดมั่นในการปกป้อง เกียรติของจักรพรรดิมนุษย์อย่างยิ่ง ย่อมต้องยอมรับผลคะแนนของเขาแน่นอน
ในเมื่อเป็เช่นนี้ ตอนนี้เขาก็ถือว่าสอบผ่านการทดสอบของอำเภอแล้ว
หลังจากนี้ เขาจะได้ออกจากสำนักยุทธ์ และเลื่อนขั้นเข้าสู่สถานศึกษาอำเภอ ดังนั้น เหตุใดต้องไปเกรงใจอาจารย์เฉียนที่เป็พวกเดียวกับฉู่เฉิงเยี่ยด้วย?
เมื่อเห็นฉู่ซิวไม่มีความเกรงใจเช่นนี้ อาจารย์เฉียนก็ชะงักไป ใบหน้าเปลี่ยนเป็บึ้งตึงทันที
เหอะ! เ้าเด็กนี่ปีกกล้าขาแข็งแล้วรึ?!
ขณะที่กำลังจะะเิอารมณ์ เขาก็ััได้ถึงสายตาเ็าของเหลียวสิง ใบหน้าจึงรีบเปลี่ยนเป็รอยยิ้มในชั่วพริบตา และใช้น้ำเสียงที่อ่อนลงว่า "หากเืลมครบสองตำลึง จะกลัวอะไรกับการทดสอบอีกครั้งเล่า?"
"ไม่ทดสอบ!" ฉู่ซิวหรี่ตา และยังคงปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
อาจารย์เฉียนยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เหลียวสิงเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขากับฉู่ซิวทันที "พอได้แล้ว!"
"ศิลาจักรพรรดิมนุษย์ไม่มีทางผิดพลาด!"
"การสอบของอำเภอดำเนินการต่อ ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องห้ามรบกวนสนามสอบ!"
คำพูดของเหลียวสิงถือเป็คำขาด เพื่อยุติเื่วุ่นวายในครั้งนี้ เหล่าผู้คนที่มุงดูอยู่รอบ ๆ ต่างรู้สึกผิดหวัง
อาจารย์เฉียนเองก็จนปัญญา เขาหันไปมองฉู่เฉิงเยี่ยที่มีสีหน้าไม่ยินยอม แล้วกระซิบว่า "กลับไปค่อยคิดบัญชีกัน..."
ฉู่เฉิงเยี่ยขบฟันกรอด หากผลคะแนนของฉู่ซิวเป็เื่จริง กลับไปจะคิดบัญชีอะไรได้?!
ตำแหน่งผู้นำตระกูลที่เกือบจะถึงมือ กลับปลิวหายไปเช่นนี้หรือ?!
เขาไม่ยอม!
เืลมของฉู่ซิวต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่นอน เืลมเพิ่มขึ้นถึงแปดเฉียนสามในคืนเดียว เป็ไปได้อย่างไร?!
ความคิดในหัวของฉู่เฉิงเยี่ยหมุนวนอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เป็ประกาย จากนั้นเขาก็มีสีหน้าลังเล สายตาสั่นไหว สุดท้าย เขาก็ขบฟันและะโเรียกฉู่ซิวที่กำลังจะหันหลังเดินจากไป
"ฉู่ซิว!"
ในมือของเขาชูขวดหยกบรรจุโอสถขึ้นสูง
"นี่คือโอสถขัดเกลากายา!"
"เ้าทดสอบอีกครั้ง หากเืลมครบสองตำลึงจริง ๆ ข้าจะยกมันให้เ้า!"
"แต่หากไม่กล้าทดสอบ แสดงว่าในใจเ้ามีพิรุธ!"
"ถ้าเป็เช่นนั้น ต่อให้เ้าสอบผ่านการทดสอบของอำเภอ ตระกูลก็ไม่มีวันยอมรับเกียรติยศของเ้า!"
ฉู่ซิวมองขวดหยกบรรจุโอสถใบเล็กในมือของฉู่เฉิงเยี่ย แล้วแสยะยิ้ม
"ตกลง!" เขาตอบตกลงอย่างรวดเร็วและเต็มใจยิ่ง