อะไรนะ! พวกเขาจดทะเบียนสมรสกันแล้ว?
ไม่… เป็นไปไม่ได้
ก่อนหน้านี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวเกลียดฉินซู่อย่างกับอะไรดีแค่เห็นหน้าก็เบือนหนีแล้ว วันๆ เอาแต่หาเรื่องฆ่าตัวตาย ขี้เกียจสันหลังยาวแล้วอยู่ดีๆ ทำไมถึงยอมไปจดทะเบียนสมรสได้ล่ะ?
หลี่เจียวเจียวรู้สึกเย็นเยียบไปถึงฝ่าเท้าเธอมองฉินซู่อย่างไม่อยากจะเชื่อ พยายามฝืนยิ้มจนมุมปากกระตุกผ่านไปพักใหญ่ถึงตั้งสติได้
"พี่ฉินซู่ อย่าล้อฉันเล่นเลยก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ของพี่กับเสี่ยวเสี่ยวเป็นยังไงคนทั้งหมู่บ้านก็รู้กันหมด!พี่อย่าโดนเสี่ยวเสี่ยวหลอกเอานะ ถ้าเธอได้โควตากลับเมืองไปแล้วเธอก็คงจะสลัดพี่ทิ้ง ที่พี่ทำดีกับเธอไปก็จะสูญเปล่า"
จนถึงตอนนี้หลี่เจียวเจียวยังคงมีความหวังเล็กๆ ว่าฉินซู่กำลังโกหกเธอเขาจะไปจดทะเบียนสมรสกับต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยังไงกัน?
แต่คำพูดต่อมาของฉินซู่ก็ทำลายความหวังของหลี่เจียวเจียวลงทันที
"ตอนที่พี่สาวคนโตกลับมาเมียฉันก็ไปจดทะเบียนสมรสกับฉันที่ตัวอำเภอแล้วอยากให้ฉันเอาทะเบียนสมรสมาให้ดูเป็นหลักฐานไหม? ตราประทับในทะเบียนสมรสก็เป็นของพ่อเธอ"
เพราะพี่สาวคนโตเสียเปรียบที่ไม่มีทะเบียนสมรสช่วงนั้นเขากังวลใจมาก และมักจะคิดว่าภรรยาจะทิ้งเขาไปไหม
บางทีอาจจะเพราะต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นถึงความผิดปกติของเขาทั้งสองคนเลยถือโอกาสไปทำทะเบียนสมรสที่อำเภอแถมยังให้ผู้ใหญ่บ้านประทับตราให้อีกด้วย
ถึงเขาจะเกษียณแล้วแต่ก็ยังมีหลักประกันรองรับอยู่ ถ้าแต่งงานกันแล้ววันหน้าอยากจะหย่ากันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะขั้นตอนยุ่งยากมาก
หลี่เจียวเจียวเซถอยหลังไปก้าวหนึ่งใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม แต่สีหน้ากลับซีดเผือด
"จดทะเบียนสมรสก็ดีแล้วอย่างนี้ถึงเสี่ยวเสี่ยวจะได้โควตากลับเมือง ก็ไม่มีโอกาสใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรพี่ฉินซู่ก็ไม่ต้องเสียเปรียบ"
ถึงภายนอกเธอจะยิ้มแย้มแต่ในใจกลับอัดอั้นตันใจ
หลี่เจียวเจียวกำหมัดแน่นปลายเล็บคมทิ่มลงไปในฝ่ามือ แต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นหลี่เจียวเจียวไม่พูดอะไรฉินซู่ก็เลยเลิกสนใจ แล้วหันไปตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อ
มันแปลกจริงๆ นี่นาผู้ใหญ่บ้านประทับตราให้แล้ว ทำไมหลี่เจียวเจียวยังต้องมาถามอีก?
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งตรวจอาการให้ชาวบ้านเสร็จไปรอบหนึ่งทุกคนไม่มีอาการอะไรน่าเป็นห่วง เธอหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อบนหน้าผากพอหันกลับไปก็เห็นหลี่เจียวเจียวเดินออกมาจากศาลบรรพบุรุษ ดวงตาของหล่อนแดงก่ำ
คิ้วของต่งเสี่ยวเสี่ยวขมวดเล็กน้อยฉินซู่ไม่ได้อยู่ในนั้นเหรอ? ทำไมหลี่เจียวเจียวถึงเดินออกมาจากข้างในได้ล่ะ?
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเก็บยาในกล่องยาให้เรียบร้อยก่อนจะถือกล่องยาเดินเข้าไปในห้องที่ฉินซู่อยู่
ชาวบ้านที่บาดเจ็บจะมารวมตัวกันที่ศาลบรรพบุรุษตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อรอให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวมาตรวจอาการเมื่อตรวจเสร็จแล้วก็จะแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน
ในห้องค่อนข้างมืดและชื้นแต่ก็ยังมองเห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบได้อย่างชัดเจน
ในห้องมีชาวบ้านหลายคนกำลังจัดของส่วนฉินซู่กำลังนับเทียนไขสีขาวที่นำออกมา และของที่จำเป็นสำหรับงานศพ
เขารู้สึกได้ว่ามีคนเข้ามาใกล้เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของภรรยาเขาพอเงยหน้าขึ้นก็เห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวที่เพิ่งเดินเข้ามาใบหน้าของเขาก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน
"คนป่วยข้างนอกเป็นยังไงบ้าง?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวส่ายหน้าเล็กน้อย"อาการของพวกเขาดีขึ้นมาก ไม่มีใครเป็นอันตรายถึงชีวิตฉันเพิ่งเห็นหลี่เจียวเจียวตาแดงก่ำ วิ่งออกจากห้องไป"
ฉินซู่ชะงักเขานึกถึงคำถามที่หลี่เจียวเจียวถามเขาเมื่อกี้ เลยพูดขึ้นมา
"ไม่รู้ว่าวันนี้หลี่เจียวเจียวเป็นอะไรจู่ๆ ก็ถามเรื่องทะเบียนสมรสของเราสองคน"
ชายคนหนึ่งที่อยู่ในห้องเดียวกันกำลังเก็บของเขาพูดแซวขึ้นมา
"เสี่ยวเสี่ยวเมื่อกี้ฉันได้ยินทุกอย่างที่อยู่ในห้องเจียวเจียวบอกว่าเธอแต่งงานกับฉินซู่ก็เพื่อให้ได้โควตากลับเมืองเร็วๆพอถึงตอนนั้นเธอก็จะทิ้งลูกทิ้งผัว"
พอคุยกันไปแบบนี้บรรยากาศในห้องผ่อนคลายมากขึ้น
“โชคดีนะที่พวกเราก็อยู่ในห้องด้วยตอนเก็บของไม่อย่างนั้นถ้าเห็นแค่ตอนหลี่เจียวเจียววิ่งออกไปในสภาพตาแดงก่ำแบบนั้นคนที่ไม่รู้เรื่องอาจจะคิดว่าฉินชู่ไปแอบทำอะไรไม่ดีใส่หลี่เจียวเจียวก็ได้”
"ฮ่าๆๆๆ ก็ใช่น่ะสิ!คนในหมู่บ้านเรารู้กันทั้งนั้นว่าหลี่เจียวเจียวคิดอะไรกับฉินซู่"
ชาวบ้านหลายคนที่อยู่ข้างๆ หัวเราะคิกคัก
หลี่เจียวเจียวชอบฉินซู่ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเรื่องนี้คนในหมู่บ้านรู้กันหมด
ตั้งแต่เด็กจนโตหลี่เจียวเจียวแทบจะเกาะติดฉินซู่ทุกวัน เธออาศัยว่าพ่อตัวเองเป็นผู้ใหญ่บ้านจึงทำตัวเย่อหยิ่งต่อคนรุ่นเดียวกัน ไม่สนใจใครทั้งนั้นแต่พอเห็นฉินซู่ท่าทีของเธอก็เปลี่ยนไป สายตาของเธอจ้องมองไปที่ฉินซู่ ใครๆก็ดูออกว่าหลี่เจียวเจียวคิดอะไรกับฉินซู่อยู่
น่าเสียดายที่ดอกไม้มีใจ แต่สายน้ำไม่ไหลตาม[1]
ฉินซู่เป็นคนซื่อตรงและเรียบง่ายนับว่าเขาเป็นหนึ่งในคนที่มีอนาคตของหมู่บ้านเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเพียงคนเดียวในหมู่บ้าน แถมยังเคยไปรับราชการทหารอีกด้วยเรียกได้ว่าเป็นคนเก่งมากจริงๆ
ก่อนขาจะพิการ ป้าๆ หลายๆคนต่างก็คิดจะยกลูกสาวให้ฉินซู่กันทั้งนั้น
แต่พอขาของเขาพิการแล้วก็ไม่มีใครอยากจะยกลูกสาวให้คนพิการ มีแต่หลี่เจียวเจียวที่ยังคงเหมือนเดิมพอมีเวลาว่างเธอก็อยากจะตามไปเกาะแกะฉินซู่
ฉินซู่รู้จักหลีกเลี่ยงพยายามรักษาระยะห่างมาโดยตลอด แถมยังปฏิเสธหลี่เจียวเจียวอย่างตรงไปตรงมา
หลี่เจียวเจียวกลับเชื่อมั่นมาตลอดว่าถ้าเอาหินมาอุ่นไว้ตลอดสักวันมันก็จะร้อนขึ้นมาได้ [2]
แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาฉินซู่ก็กลับพาเด็กสองคนกลับมาด้วย หลี่เจียวเจียวก็ใจกว้างแสดงตัวชัดเจนว่ายินดีรับเด็กทั้งสองคนมาดูแล ถ้าได้แต่งงานกับฉินซู่เธอก็จะเลี้ยงดูเด็กสองคนเหมือนลูกของตัวเอง
ฉินซู่ปฏิเสธโดยไม่คิดแต่ใครจะรู้ว่าจะมีจู่ๆ ก็มีคนโผล่มาขวางทางเธอ
ฉินซู่ที่หลี่เจียวเจียวใฝ่ฝันถึงกลับถูกปัญญาชนที่ถูกส่งตัวมาพัฒนาชนบทขวางทางไปครึ่งหนึ่ง และคนๆนั้นก็คือต่งเสี่ยวเสี่ยว
ฉินซู่กลัวว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะเข้าใจผิดเขาเลยรีบอธิบายให้เธอฟัง
"ที่รัก อย่าเข้าใจผิดนะฉันไม่เคยคิดอะไรกับหลี่เจียวเจียวเลย ฉันแค่พูดความจริงใครจะรู้ว่าเธอจะอ่อนไหวขนาดนี้ ถึงได้วิ่งร้องไห้ตาแดงออกไปแบบนั้น!"
ถ้าไม่มีชาวบ้านกลุ่มนี้อยู่ด้วยเรื่องนี้คงอธิบายไม่จบแน่
พอเห็นสามีทำท่าร้อนรนต่งเสี่ยวเสี่ยวก็อดขำไม่ได้ เธอหัวเราะออกมาทันที
"ฉันเชื่อที่รักอยู่แล้ว!"
ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริงๆแล้วหลี่เจียวเจียวจะไม่ต้องรับผิดชอบเลยหรือไง?
พอได้ยินแบบนั้น ฉินซู่ก็ถอนหายใจออกมาขอแค่ภรรยาไม่โกรธเขาก็ดีแล้ว
"โอ้โฮ ฉินซู่ ดูไม่ออกเลยนะเนี่ยไม่นึกว่านายจะเป็นคนกลัวเมียขนาดนี้!"
"เจ้าหมอนี่เก็บอาการเก่งจริงๆ! ปกติเห็นว่าเป็นคนตรงไปตรงมา ที่ไหนได้กลายเป็นคนกลัวเมียซะได้!"
พอเจอพวกหนุ่มๆ พวกนั้นแซวเข้าฉินชู่ก็ถลึงตาใส่
"จิ๊! ไปไกลๆ เลยนะฉันเต็มใจทำแบบนี้เอง อย่างน้อยฉันก็มีเมีย พวกนายล่ะ มีไหม?"
พวกหนุ่มๆ ที่เมื่อกี้ยังหัวเราะเยาะฉินซู่ใบหน้าก็เหี่ยวลงทันที พลางกลอกตา
"เออ พวกเราเป็นคนโสดจะไปกล้าแซวคนมีเมียอย่างนายได้ยังไงกันล่ะ!"
ฉินชู่ยกมุมปากยิ้มน้อยๆ ดวงตาเป็นประกายสีหน้าของเขาดูภูมิใจมาก
พวกหนุ่มๆ “…”
เชิงอรรถ
[1] ดอกไม้มีใจ แต่สายน้ำไม่ไหลตาม (落花有情,流水无意)หมายถึง การแอบรักข้างเดียว
[2] เอาหินมาอุ่นไว้ตลอดสักวันมันก็จะร้อนขึ้นมาได้ (石头一直捂,总归是要捂热) คล้ายกับคำในภาษาไทยที่บอกว่าน้ำหยดลงหินทุกวัน หินยังกร่อน