ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    ความทะเยอทะยานของจักรพรรดิจิ้งจอก

            เมื่อเห็นว่าท่าทีของจักรพรรดิหญิงไม่ยอมให้ตนเข้าไปจักรพรรดิจิ้งจอกก็เริ่มรู้สึกว่าต้าหมิงจะต้องอยู่ด้านในแน่และความลับของต้าหมิงจะต้องไม่ธรรมดาไม่อย่างงั้นจักรพรรดิหญิงที่ยิ่งใหญ่อย่างนางจะยอมประกาศให้ต้าหมิงเป็นคู่หมั้นได้อย่างไร

            “นี่มันเรื่องอะไรกัน” จักรพรรดิอสรพิษกล่าว

            “ข้าก็แค่สนใจกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ที่ปล่อยออกมาจากด้านในก็เท่านั้นเอง พวกเจ้าเห็นใหมกลิ่นอายนั่นทำให้เจ้าสัตว์ร้ายนั่นสงบลงแล้ว” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว

            “นั่นก็จริงกลิ่นอายนี่ทำให้สายเลือดอสูรของข้าสั้นใหวเลยทีเดียว” จักรพรรดิปักษากล่าว

            “จักรพรรดิหญิงท่านบอกได้ใหมว่าข้างในมีสิ่งใดอยู่กันแน่” จักรพรรดิกระทิงกล่าว

            “ข้างในเป็นสถานที่โบราณที่เหลืออยู่ของเผ่าอสูร ข้างบังเอิญพบมันเมื่อหลายปีก่อนและใช้มันเป็นสถานที่บ่มเพาะตลอดมา” จักรพรรดิหญิงกล่าว

            “มรดกของพวกอสูรงั้นเหรอ ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นมาในเวลาอันสั้น” จักรพรรดิอสนีกล่าวด้วยสีหน้าละโมบ

            “น่าสนใจ มรดกของเผ่าอสูร” แม้แต่จักรพรรดิวิญญาณและจักรพรรดิวายุยังต้องแสดงสีหน้าตื่นเต้น

            “เหอะ ของแบบนั้นมันไม่มีหรอก แต่ข้างในเป็นสถานที่ฝึกฝนของเผ่าอสูรเท่านั้นเอง” จักรพรรดิหญิงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นจะต้องปิดบังแล้วจึงกล่าวขึ้น

            “แล้วใครฝึกฝนอยู่ด้านใน” จักรพรรดิเหมันต์กล่าว

            “คนรักของข้า” จักรพรรดิหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            “ใช่จริงๆ” ใบหน้าของจักรพรรดิจิ้งจอกฉายแววตื่นเต้นออกมาอย่างเห็นได้ชัด

            ในบรรดาจักรพรรดิของดินแดนครึ่งอสูร จักรพรรดิจิ้งจอกเองก็มีความทะเยอทะยานอยากจะออกไปจากทวีปแห่งนี้ไม่ต่างจากจักรพรรดิหญิงแต่ว่าด้วยพลังของนางไม่สามารถทำได้เพราะรอบๆทวีปแห่งนี้มีม่านพลังบางอย่างกักขังพวกเขาเอาไว้และยังมีทะเลที่กว้างขวางอย่างมากล้อมรอบทำให้ไม่สามารถเดินทางข้ามไปได้เพราะในทะเลพวกนั้นมีสัตว์เวทที่อันตรายอย่างมากซ่อนอยู่เต็มไปหมด

            จักรพรรดิคนอื่นๆขมวดคิ้วทันที ข่าวลือหนาหูนี้พวกเขาก็ได้ยินมาที่จักรพรรดิหญิงของอาณาจักรอัคคีรับเด็กหนุ่มชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งมาเป็นคู่หมั้น แต่ข่าวลือต่อมาคือคู่หมั้นคนนั้นอยู่ๆก็ได้แสดงความสามารถออกมาอย่างมากจนถูกขนานนามว่าอัจฉริยะ แม้จะเป็นผู้อัญเชิญแต่ความสามารถส่วนตัวกลับไม่ด้อยไปกว่าจอมเวทย์คนอื่นๆเลย

            “น่าสนใจ ข้าเองก็อยากจะเจอเขาสักครั้ง” จักรพรรดิวายุที่เป็นชายชราเผ่าภูติกล่าวด้วยสีหน้าสนใจ

            “ตอนนี้เขากำลังบ่มเพาะอย่างหนักถ้าอยากจะเจอ ในการประลองของสามดินแดนในอีกไม่กี่เดือนพวกเจ้าก็จะได้เจอเอง” จักรพรรดิหญิงกล่าว

            “เจ้ามั่นใจว่าเขาจะสามารถเป็นตัวแทนของดินแดนมนุษย์ได้” จักรพรรดิวิหคกล่าว

            “แน่นอน พวกเจ้ารอดูได้เลย” จักรพรรดิหญิงกล่าว

            “เอางั้นก็ได้ครั้งนี้ข้าจะยอมถอยไปก่อน” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าวด้วยน้ำเสียงไพเราะ

            ตัวนางเองไม่ต้องการให้จักรพรรดิครึ่งอสูรคนอื่นๆรู้ถึงความลับของต้าหมิงเพราะนางต้องการจะเก็บความลับนี้เอาไว้คนเดียว

            เมื่อเห็นว่าจักรพรรดิจิ้งจอกยอมถอยจักรพรรดิหญิงก็ขมวดคิ้ว นางรู้ดีว่าถ้าจักรพรรดิจิ้งจอกสนใจสิ่งใดแล้วนางจะไม่ยอมถอยไปง่ายๆแน่

            “ต้าหมิงครั้งนี้เจ้าหาเรื่องให้ตัวเองเสียแล้ว” จักรพรรดิหญิงคิด

            “แต่ข้าอยากจะเข้าไปชมสถานที่ฝึกฝนของเผ่าอสูรสักครั้ง” จักรพรรดิอสนีกล่าว

            “บัญชีของเรายังไม่ได้จัดการเลยแล้วเจ้ายังคิดจะหน้าด้านมายุ่งกับของของข้าอีกงั้นเหรอ” จักรพรรดิหญิงกล่าวพร้อมกับพลังเวทย์ที่ร้อนละอุปะทุออกมา

            “นี่มันเรื่องอะไรกันข้าไม่เข้าใจที่เจ้าพูด” จักรพรรดิอสนีกล่าวด้วยสีหน้าไขสือ

            “ฮ่า ฮ่า เรื่องนี้คนของข้าก็กลับมารายงานเช่นกัน จักรพรรดิอสนีบางเรื่องเจ้าก็ทำเกินไปจริงๆ” จักรพรรดิเหมันต์กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาออกมา

            สำหรับจักรพรรดิเหมันต์เขาไม่ต้องการให้จักรพรรดิทั้งสองต้องสู้กันเพราะมันจะไม่เป็นผลดีต่อเผ่ามนุษย์อย่างแน่นอน แต่คนที่ชอบทำลายความสัมพันธ์ของสามอาณาจักรก็คือจักรพรรดิอสนีนี่ทำให้บางครั้งจักรพรรดิเหมันต์ก็รู้สึกโกรธขึ้นมาเช่นกัน

            “เรื่องนั้นเจ้านั่นมันทำด้วยตัวเองข้าไม่ได้สั่งเสียหน่อย” จักรพรรดิอสนีกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            “หึ” จักรพรรดิหญิงเค้นเสียงและก้าวเดินไปยังพื้นที่ลับ จักรพรรดิคนอื่นๆตอนแรกจะเดินตามเข้าไปแต่เมื่อก้าวไปได้แค่ก้าวเดียวพวกเขาก็รับรู้ได้ถึงอันตราย

            “ตูม!!!!!!!!!!!!” ในตอนนั้นเองมีร่างเงาของสัตว์ร้ายตัวหนึ่งปรากฎและฟาดฟันเคียวที่แหลมคมออกมายังพวกเขา

            “ค่ายกลสัตว์ร้ายงั้นเหรอ นี่นางสามารถควบคุมค่ายกลของพวกอสูรได้งั้นเหรอ” จักรพรรดิอสูรมีใบหน้าตื่นตระหนกเมื่อสักครู่ถ้าเขาช้ากว่านี้เขาคงถูกสังหารไปแล้ว

            “ค่ายกลนั่นเป็นค่ายกลที่สามารถสังหารแม้แต่ระดับจักรพรรดิได้เพราะงั้นนางถึงได้มั่นใจนักและไม่สนใจพวกเราเลย” จักรพรรดิอสรพิษกล่าว

            “เอาตามจริงแล้วพวกเจ้าทุกคนต่างก็ค้นหาพื้นที่ลับของเผ่าอสูรมาตลอดหลายปีและในมือของพวกเจ้าก็มีสถานที่ลับพวกนั้นอยู่ในครอบครองกันทั้งนั้นซึ่งพวกเจ้าเองก็ไม่อยากจะให้ใครเข้าไปยุ่งใช่ใหมละเพราะงั้นนางเองก็ไม่อยากให้ใครเข้าไปยุ่งกับของๆนางเช่นกัน” จักรพรรดิเหมันต์กล่าว

            “ใช่แล้วละ การไปยุ่งของๆคนอื่นเป็นเรื่องที่เสียมารยาทเพราะงั้นเรื่องนี้ข้าไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วย” ราชินีภูติกล่าวและจากไปทันที

            จักรพรรดิวิญญาณไม่รอช้ารีบตามภรรยาของตนเองไปเช่นกัน ส่วนจักรพรรดิจิ้งจอกเองก็จากไปนานแล้วสำหรับนางตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาหาความลับจากต้าหมิง

            “ความลับของเผ่าอสูรจะต้องอยู่กับเด็กนั่นแน่ รอก่อนเถอะ ข้าจะต้องนำตัวเจ้าเด็กนั่นมาและหาความลับการออกไปจากดินแดนต้องสาปแห่งนี้เสียที” จักรพรรดิจิ้งจอกคิดในใจ

            จักรพรรดิคนอื่นๆเองก็จากไปเช่นกันพวกเขาเป็นถึงระดับจักรพรรดิเป็นหน้าเป็นตาของเผ่าใหนเลยพวกเขาจะกล้าทำตัวเสียมารยาทแบบจักรพรรดิอสนี

            “เจ้าเองก็กลับไปเสียเถอะ” จักรพรรดิเหมันต์กล่าวกับจักรพรรดิอสนี

            “หึ แม้จะถูกนังผู้หญิงคนนั้นทิ้งเจ้าก็ยังเข้าข้างนางอยู่อีกงั้นหรือ” จักรพรรดิอสนีกล่าว

            “ถูกทิ้ง เจ้าเข้าใจผิดแล้ว แต่แรกพวกเรายังไม่เคยได้รักกันมีแต่ข้าที่หลงรักนางเท่านั้นแต่ว่าความรักของข้ามันไม่สมหวังเท่านั้นเองแต่สำหรับข้าไม่ได้เจ็บปวดอะไรเลยเพราะข้ามีหญิงสาวมากมายที่ยังรักข้าอยู่ แต่ที่ข้าเข้าข้างนางเพราะว่านางทำสิ่งที่ถูกไม่เหมือนกับเจ้าที่พยายามที่จะทำลายสมดุลของดินแดนมนุษย์” จักรพรรดิเหมันต์กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา

            “แล้วไง ข้าคือจักรพรรดิอสนี ข้าอยากได้อะไรก็ต้องได้ถ้าใครมาขวางข้าจะทำลายให้สิ้น” จักรพรรดิอสนีกล่าวด้วยสีหน้าอวดดี

            “ข้าไม่สนว่าเจ้าจะทำอะไร แต่ถ้าวันหนึ่งเจ้าทำให้ดินแดนมนุษย์อ่อนแอลงจนทำให้สองดินแดนใช้โอกาสนี้โจมตีเข้ามา วันนั้นข้าจะสังหารเจ้าทิ้งซะ” จักรพรรดิ์เหมันต์กล่าวพร้อมกับพลังเวทย์ที่รุนแรงปะทุออกมา

            พริบตาที่พลังเวทย์ของจักรพรรดิเหมันต์ปะทุพื้นดิน ต้นไม้ใบหญ้ากลายเป็นปติมากรรมน้ำแข็งทันที จักรพรรดิอสนีที่เห็นว่าจักรพรรดิเหมันต์เอาจริงก็ส่งเสียงในลำคอก่อนจะจากไป

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา ที่คุณอ่าน