“ฟิ่ว!”
เมื่อแม่นางคนงามที่แต่งกายเรียบๆพูดจบด้วยน้ำเสียงเ็าเงาร่างของนางที่เมื่อสักครู่อยู่ด้านหน้าก็ลอยไปหายแว็บไปกับตา
“ในเมื่อเหาะได้ก็พาข้าเหาะไปด้วยก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องทำเช่นนี้เลย”
ตู้เซ่าฝู่เบื่อแสนเบื่อกับพฤติกรรมของสตรีคนสวยนางนั้นทว่าเขาเองก็ไม่กล้าเดินซี้ซั้วเองจริงๆไม่ใช่แค่เพราะตนทานยาพิษที่นางยัดใส่ปากไปแล้วแต่จากที่วันนี้ถูกเหล่าอสูรลอบโจมตีมากมายตู้เซ่าฝู่เพิ่งรู้จักข้อมูลใหม่จากเทือกเขาอสุรกายนี้และตรงนี้น่าจะยังเป็เพียงพื้นที่ชายแดนของแนวเขาอสุรกาย ในเมื่อแค่เขตโดยรอบความอันตรายยังมากเหลือล้นเช่นนี้เขาพอจินตนาการได้ว่าหากเข้าสู่ภายในลึกกว่านี้จะอันตรายมากกว่านี้เพียงใด
“กรอบแกรบๆ!”
ทันใดนั้นตู้เซ่าฝู่ก็ได้ยินเสียงบางอย่าง สายตาเขาเพ่งเล็งไปทางแนวพุ่มไม้ที่อยู่ด้านข้าง
“แอ๊ๆ”
แนวพุ่มไม้ที่อยู่ด้านข้างสั่นไหวจากด้านในจากนั้นก็ได้ยินเสียง “แอ๊ๆ” ซึ่งเป็เสียงร้องของอสูรชนิดหนึ่งตู้เซ่าฝู่เริ่มตื่นเต้นจังหวะหัวใจเต้นถี่ขึ้น ทันใดนั้นก็มีสหายั์ขนาดราวๆสามศอกตามตัวพุ่งตรงออกมาจากทางแนวพุ่มไม้
“โครมๆ!”
สหายั์ห้าตัวพุ่งออกมาการเคลื่อนไหวของพวกมันทำให้พื้นดินสั่นระรัวพวกมันส่งพลังอาฆาตที่มุทะลุดุดันมาให้ตู้เซ่าฝู่
สหายั์สามตัวมีสีดำขลับดั่งสีหมึกแผงขนคอยาวเป็เส้นตรง ขนาดตัวใหญ่ราวๆ หนึ่งจั้งมีจมูกยาวสองอันที่ลักษณะคล้ายกับงวงช้าง พร้อมกับมีลำแสงเย็นส่องเป็ประกายทำให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกถึงความเย็นะเืขนหัวลุก
“ปีศาจหมูทลายผาห้าตัว”
ตู้เซ่าฝู่สีหน้าเปลี่ยนทันทีปีศาจหมูทลายผาเป็อสูรที่อยู่ในขั้นเบิกนภาเต็มตัวปีศาจหมูทลายผาที่โตเป็ผู้ใหญ่แล้ว ความสามารถจะพัฒนาจนถึงขั้นเบิกนภาทุกตัวความร้ายกาจต้องเหนือกว่าอสูรเกล็ดกล้าเป็แน่
อสูรเกล็ดกล้าเพียงตัวเดียวก็เล่นเอาซะตู้เซ่าฝู่เหนื่อยจนแข้งขาอ่อนปีศาจหมูทลายผาปรากฏมาพร้อมกันห้าตัวเช่นนี้ความรู้สึกของตู้เซ่าฝู่ขณะนี้เป็อย่างไรทุกคนน่าจะพอเดาออกปีศาจหมูทลายผาที่วิ่งนำมาก่อนตัวหนึ่งอยู่ห่างเขาเพียงนิดเดียวแล้ว
“หมัดคลื่นซัดสะท้าน!”
ก่อนที่ปีศาจหมูทลายผาตัวแรกจะกระโจนมาถึงตัวตู้เซ่าฝู่ไม่มีเวลาให้ลังเล จึงปล่อยหมัดคลื่นซัดสะท้านไปอีกครั้งโจมตีใส่ร่างของปีศาจหมูทลายผา ขณะนั้นเองปีศาจหมูทลายผาก็มีแสงเปล่งบนลำตัวมันเองก็ปล่อยพลังปราณอสูรออกมา
“ปึง!”
ปีศาจหมูทลายผาถูกหมัดคลื่นซัดสะท้านของตู้เซ่าฝู่ซัดจนกระเด็นตู้เซ่าฝู่ก็ไม่ใช่ว่าจะรอด ก่อนหน้านี้ไม่นานที่ต้องประชันกับอสูรเกล็ดกล้าทำให้ขณะนี้เขาแทบไม่มีแรงต่อสู้เหลือแล้วขณะนั้นเ้าปีศาจหมูทลายผาที่มีชื่อเสียงเื่พลังความป่าเถื่อนก็พุ่งกระแทกกลับมาร่างของเขาถูกชนเข้าอย่างจังจนกระเด็นล้มกระแทกพื้น มุมปากของเขามีเืไหลออกมา
“ปึง!”
ปีศาจหมูทลายผาที่ถูกตู้เซ่าฝู่โจมตีกระเด็นกระแทกพื้นร้องโหยหวนด้วยความเ็ปเป็เสียงแหลมที่เสียดแทงแก้วหูมากทว่ามันสามารถลุกขึ้นมายืนได้หลังจากนั้นในไม่ช้า
“ปึง!”
“แอ๊ๆ”
ปีศาจหมูทลายผาอีกสี่ตัวอ้าปากแยกเขี้ยวจนเห็นแสงน่าขนลุกจากเขี้ยวของมันพวกมันคำรามแผดเสียงขู่พร้อมกับกระโจนเข้าหาตู้เซ่าฝู่
ตู้เซ่าฝู่พบว่าสถานการณ์ขณะนี้ไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไรสีหน้าเริ่มซีดเผือด เขาแทบจะไม่เหลือแรงรับมือกับพวกมันแล้วปีศาจหมูทลายผามาอีกตัวก็ไม่รู้จะกำราบได้อย่างไรแล้วแล้วนี่กระโจนรุมมาหาเขาพร้อมกันสี่ตัว เขาจะไหวได้อย่างไร
“ฟิ่วๆๆ!”
ระหว่างนั้นเหตุการณ์ทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลันไปเสียหมดมีเสียงลมกระโชกแรงดังขึ้น ลำแสงจำนวนมากแล่นฉิวดั่งฟ้าแลบพุ่งตรงไปที่บริเวณ่หว่างคิ้วของปีศาจหมูทลายผาทั้งสี่ตัวจากนั้นก็ได้ยินเสียงปีศาจหมูทลายผาล้มตึงพวกมันไม่มีเวลาแม้แต่จะร้องตอบสนองด้วยความเ็ป
“ฟิ้ว!”
ต่อจากนั้นติดๆก็มีลำแสงอีกเส้นพุ่งใส่กลางหว่างคิ้วของปีศาจหมูทลายผาอีกตัว ที่กำลังคำรามพร้อมกับกระโจนใส่ตู้เซ่าฝู่มันคือตัวที่เมื่อสักครู่ตู้เซ่าฝู่โจมตีกระเด็นถอยไปชั่วคราว จู่ๆ มันก็ล้มขาชี้ฟ้าไปเลย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อครู่นี้ทำให้ตู้เซ่าฝู่ถอนหายใจโล่งอกได้เปลาะหนึ่งเขาคิดว่าจอมยุทธหญิงนางนั้นน่าจะกลับมาแล้ว
ทว่าเมื่อมองที่ศพของปีศาจหมูทลายผาตู้เซ่าฝู่ก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที ที่หน้าผากบริเวณหว่างคิ้วของพวกมันมีศรปลายคมกริบปักอยู่ปลายที่หางศรเป็ขนนกชนิดพิเศษ คิดว่าน่าจะเป็ศรคมที่สั่งทำมาเฉพาะตัว
ศรคมห้าดอกสังหารปีศาจหมูทลายผาที่เป็อสูรขั้นเบิกนภาได้ภายในเสี้ยวนาทีเป็การโจมตีที่รวดเร็วและเฉียบคมราวกับสายฟ้าแลบแต่นี่ไม่ใช่รูปแบบการโจมตีของสตรีคนงามนางนั้น
“ตุ๊บ!”
ขณะที่ตู้เซ่าฝู่กำลังใเ้าปีศาจหมูทลายผาที่ล้มกองต่อหน้าเขาด้านในพุ่มไม้ก็มีเงาตะคุ่มๆ กระโจนออกมา
มีสาวน้อยคนหนึ่งสวมชุดจอมยุทธสีมรกตขนาดกระชับพอดีตัวอายุน่าจะยังไม่มาก ราวๆ สิบหกสิบเจ็ดปี คิ้วดกเรียงตัวสวยงามดั่งขนนกผิวพรรณผุดผ่องขาวเนียนราวกับหิมะเส้นผมบางแต่ดกหนาถูกเกล้ามัดไว้เป็มวยบนศีรษะอย่างง่ายๆในมือของนางข้างหนึ่งถือธนูที่ดูวิจิตรประณีตอยู่ นางมีใบหน้าเรียวสวยรูปร่างสูงเพรียว ดูรวมๆ แล้วให้ความรู้สึกถึงความพลิ้วไหวดั่งสายลมทำให้เขาคิดถึงพรายที่อยู่กลางป่าเขา แม่นางคนนี้ช่างดูเหมือนภูตพรายยิ่งนัก
สตรีนางนั้นที่ปรากฏกายต่อหน้าตู้เซ่าฝู่ทำเพียงมองตู้เซ่าฝู่สักครู่ นางมีั์ตาที่สดใสดั่งสายน้ำท่าทางดูผิวเผินเหมือนเป็มิตร ทว่าลึกๆ กลับให้ความรู้สึกถึงความห่างเหินทำให้เขาไม่กล้ามองตรงๆ หรือเข้าใกล้เพราะสายตาคู่นั้นของนางราวกับว่าสามารถอ่านทุกอย่างออกได้ทั้งหมด
สตรีชุดเขียวคนนี้ควักมีดสั้นออกมาจากเสื้อตรงหน้าอกนางนั่งยองๆ บนพื้นข้างๆ ร่างของปีศาจหมูทลายผาจากนั้นใช้มีดตัดเขี้ยวที่ยาวดั่งงาช้างที่เปล่งแสงได้ของปีศาจหมูทลายผานางมีสิบนิ้วที่เรียวยาว ผิวพรรณผ่องใส ผิวขาวแต่มีสีเืฝาดเป็สีชมพูระเรื่อมีดสั้นที่นางใช้คมกริบและแข็งแรงสามารถตัดทุกส่วนของปีศาจหมูทลายผาได้โดยง่ายราวกับแค่สับเต้าหู้การเคลื่อนไหวของนางราวกับการเต้นรำ ไรผมพลิ้วตามลมโชย เอวสะโพกบางๆโยกตามจังหวะการเคลื่อนไหว แขนขายาวเรียว ดูแล้วช่างงดงามอ่อนช้อย
หลังจากนั้นสตรีนางนี้ก็นำเขี้ยวมุมปากของปีศาจหมูทลายผาทั้งห้าตัวเก็บเข้าถุงแล้วลุกขึ้นยืนพร้อมมองมาที่ตู้เซ่าฝู่ที่เพิ่งคลานดันตัวลุกขึ้นมายืนจากพื้นนางขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยว่า “มีพลังเพียงแค่นี้กลับกล้าเข้ามาในเทือกเขาอสุรกายไม่อยากตายไวก็รีบออกจากที่นี่ไปเถิด ่นี้ที่นี่เ้าไม่ควรมา”
น้ำเสียงของนางเล็กๆใสๆ ฟังแล้วสดชื่น นางเพิ่งพูดจบ แต่พอตู้เซ่าฝู่ที่กำลังมึนๆหันมามองอีกทีนางก็หายไปแล้ว
“ความเร็วสุดยอดช่างแข็งแกร่งจริงๆ”
ตู้เซ่าฝู่ใช้ลิ้นเลียเืที่มุมปากรู้สึกถึงรสชาติหวานคาวของเลือก ในใจของเขากำลังใอยู่สาวน้อยคนนี้อายุยังไม่มาก ทว่ากับมีพละกำลังที่แข็งแกร่งมากเหลือเกินสังหารปีศาจหมูทลายผาได้ง่ายดายราวกับมันเป็เพียงลูกหมูธรรมดาแน่นอนว่าคนทั่วไปมิอาจทำได้
“ดูท่าเ้าเป็คนโชคดีอยู่ ที่ยังไม่ตาย”
มีเสียงเ็าของสตรีคนหนึ่งดังขึ้นมาสตรีงามที่แต่งกายชุดราบเรียบนางนั้นกลับมาแล้วปรากฏตัวอยู่ด้านหน้าตู้เซ่าฝู่โดยไม่ให้สุ้มให้เสียง
“อีกนิดเดียวก็ตายแล้ว”
ตู้เซ่าฝู่รู้สึกผิดหวังหรือเรียกว่าน้อยเนื้อต่ำใจน่าจะเหมาะสมกว่า หากสาวน้อยนางนั้นปรากฏตัวไม่ทันเวลาชีวิตน้อยๆ ของเขาคงดับสูญไปแล้ว
“น่าสนใจช่างน่าสนใจจริงๆ คิดไม่ถึงว่าคนของตระกูลนั้นก็มา ดูท่าพร์ไม่ใช่ย่อยๆน่าจะยังมีคนอื่นตามมาอีกกระมัง ถ้าไม่อย่างนั้นไม่มีทางปล่อยให้ผู้มีพร์ขนาดนี้ของตระกูลเข้ามาในเทือกเขาอสุรกายเพียงลำพังหรอก”
สตรีชุดเรียบคนนี้ไม่สนใจตู้เซ่าฝู่เลยเอาแต่จ้องมองไปยังทิศทางที่สาวน้อยที่แต่งชุดนักสู้สีมรกตกำลังไป พึมพำเบาๆ ว่า“คึกคักกันใหญ่แล้ว อย่างไรก็ถือว่ามีวาสนาต่อกัน ไปดูสักหน่อยดีกว่า”
“เ้าหนูข้าพาเ้าไปดูเื่สนุกๆ หน่อยเป็อย่างไร สนใจหรือไม่?”
สตรีชุดเรียบๆคนนี้เพิ่งจะหันหลังกลับมา และใช้สายตาจ้องมาที่ตู้เซ่าฝู่
“ท่านรุ่นพี่ ท่านพี่สาวคนสวยขอรับ กระผมไม่สนใจเื่สนุกสักเท่าไรท่านคือท่านยอดฝีมือ ท่านไม่ต้องกินอะไรก็ได้แต่ข้าไม่ได้ทานอะไรมาหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว โครกๆ...” ตู้เซ่าฝู่พูดยังไม่ทันขาดคำท้องของเขาก็มีเสียงน้ำย่อยโครกคราก ดังออกมา ได้ยินก็รู้ว่าหิวมากๆ แล้ว
ผู้ฝึกวิชาลมปราณได้ถึงระดับหนึ่งไม่ต้องกินอะไรสิบถึงสิบห้าวันก็ถือเป็เื่ปกติ มีตำนานว่าหากพลังปราณสูงถึงขั้นๆ หนึ่ง ผู้ฝึกฌานสามารถใช้พลังปราณมาหล่อเลี้ยงอวัยวะในร่างกายไม่จำเป็ต้องรับประทานอะไรอีกเลยก็เป็ได้
ทว่าระดับสูงถึงขั้นนั้นไม่ใช่ว่าแบบแรกหรือแบบที่สอง สภาพของตู้เซ่าฝู่ในขณะนี้ ไม่น่าจะทำได้สำเร็จ
สตรีนางนี้ดูเหมือนว่าจะลืมเื่นี้ไปนางเหลือบมองตู้เซ่าฝู่ พลางกล่าวว่า “ตอนนี้เ้าไปหาอะไรมากินหน่อยก็ได้นะ”