ลานกว้างด้านหน้าจวนกำลังถูกบ่าวรับใช้วิ่งวุ่นเก็บกวาดทำความสะอาด เพื่อจัดเตรียมงานมงคลสำหรับบิดานาง ด้วยปีนี้บิดานางนั้นจะครบหกสิบหนาวในอีกไม่กี่เดือน ลู่เสียนมองไปยังเรือนกลางน้ำเห็นว่าโจวเหรินจงกำลังนั่งคุยกับบิดา นางก็ได้แต่ลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย แม้มิอยากพบหน้าแต่ก็มิอาจหลีกเลี่ยงได้ นางต้องไปตลาดเพื่อสั่งผ้าสำหรับจัดเตรียมจวนไว้รับแขกที่มาอวยพรครั้นจะออกไปเสียก็เกรงว่าบิดาจะเป็ห่วง จำต้องเดินไปกล่าวแจ้งเสียหน่อย
“ท่านพ่อลูกเตรียมงานเกือบครึ่งแล้ว แต่ยังขาดผ้าไว้ใช้ประดับเช่นนั้นลูกขออนุญาตออกไปสั่งผ้าที่ตลาดเดี๋ยวนะเ้าคะ” ลู่เสียนกล่าวทั้งมิมองหน้าโจวเหรินจง แต่พอนางเอ่ยจบโจวเหรินจงจึงรีบกล่าวแทรก
“คุณหนูลู่จะออกไปข้างนอกอันตราย ให้ไปเป็เพื่อนเ้าดีหรือไม่” ลู่เสียนมิตอบนางพลางคิดในใจอย่างก่นด่าว่าคนที่อันตรายเสียกว่าก็คือเขานั่นเอง ลู่เสียนมิตอบแม่ทัพลู่เฉาจึงเอ่ยแทน
“เช่นนั้นก็ดี หากเป็อันอ๋องแล้วข้าก็วางใจ” แม่ทัพลู่เฉาปรายตามองบุตรีอย่างรู้ทัน เขาเองก็เคยกล่าวบอกนางไปบ้างแล้ว อยู่ที่นางแล้วจะตัดสินใจเช่นไร ลู่เสียนแม้มิพอใจแต่ก็มิกล้าปฏิเสธบิดาปล่อยให้เขาเดินตามมาอย่างเงียบ ๆ
เกวียนม้าเทียมหยุดจอดด้านหน้าทางเข้าตลาดก่อนที่อู๋ทงจะรีบะโลงเพื่อรอรับนายสาว แต่โจวเหรินจงที่เป็บุรุษเขาย่อมเร็วกว่าผลักร่างอู๋ทงจนเซไปอีกทางก่อนยกมือเขานั้นส่งให้ลู่เสียนเพื่อประคองตัวลง ลู่เสียนมองอย่างลังเลแต่ก็ต้องจำยอม นางวางมือเรียวบางตนลงไปที่มือหนาของเขา โจวเหรินจงกระชับแน่นจนลู่เสียนใรีบชักมือออกก่อนจะเดินนำไปยังร้านผ้าที่ประจำ
ในขณะนั้นฮุ่ยหลิงเองก็เพิ่งจะออกมาซื้อหนังสัตว์สำหรับตัดถุงมือยามสักซ้อมเพลงดาบ เพราะเขาซุ่มฝึกฝนด้วยตนเองเช่นนั้นจึงมิอาจกล่าวใช้ใครได้ ทั้งยัง้าตรวจดูว่าหนังสัตว์นั้นมีความหนาคงทนหรือไม่ แต่ยังมิทันที่จะเลือกเสร็จก็ได้ยินเสียงชาวบ้านกล่าวนินทาหนาหูถึงคู่หมั้นตน
“นี่...เ้าว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลลู่จะแต่งให้ผู้ใดกันแน่”
“แต่นางมีสัญญาหมั้นหมายอยู่กับองค์ชายเจ็ด”
“มันก็ไม่แน่ อันอ๋องรูปโฉมสง่างามทั้งยังแข็งแรงเป็ข้า ข้าก็เลือกอันอ๋อง”
“ชู่วว!! อย่าเสียงดังไป แม้องค์ชายเจ็ดจะอ่อนแอแต่รูปโฉมงดงามนัก ครั้งก่อนข้าเอาอาหารไปให้น้องข้าที่กองทหารแอบเห็นพระองค์ แม้จะจากที่ไกลแต่รัศมีความงดงามช่างโดดเด่นนัก”
“งดงามแล้วกระไร อ่อนแอเยี่ยงนั้นจะทำไหวเปล่าก็มิรู้” สิ้นเสียงแม่ค้าหนึ่งเอ่ยจบเสียงหัวร่อก็ดังขึ้นรอบ ฮุ่ยหลิงที่ยืนฟังจากที่มิไกลได้ยินเข้าถึงกลับชะงักมิกล้าขยับกายเดินออก รอจนแม่ค้าเ่าั้วุ่นวายขายของ เขาจึงเร่งย้ำฝีเท้าออกห่าง ฮุ่ยหลิงมองภาพตรงหน้าต้นเหตุที่ทำให้ตนถูกนินทา ลู่เสียนกำลังเดินคู่มากับโจวเหรินจง เขามองภาพคนทั้งคู่อดนึกขุ่นเคืองมิได้ แต่พอเห็นแววตาเรียวกำลังจ้องมาทางเขาด้วยท่าทางดีใจ หัวใจของเขาก็พลันเต้นรัวดังกลองศึก
ลู่เสียนแทบอยากะโใส่เขาทันทีที่พบ มิใช่ว่านางนั้นโหยหาคิดถึงเขาหรืออย่างไรเพราะรู้ดีว่าเขานั้นมิชมชอบนางอยู่ก่อนแล้ว แต่ที่นางแสดงท่าทางเช่นนั้นก็เพราะหากนางขืนอยู่กับโจวเหรินจงนานกว่านี้นางอาจพลาดคว้ามีดขึ้นปาดคอโจวเหรินจงเป็แน่
“องค์ชาย ข้ากำลังอยากพบท่านอยู่พอดี” ลู่เสียนรีบวิ่งตรงไปคว้าแขนเขา ฮุ่ยหลิงแม้ใบ้างแต่ก็มิได้ดึงแขนกลับแต่อย่างไร ได้แต่มองหน้านางทีมองทางโจวเหรินจงทีก่อนที่เจียวหั่วที่ตามมาทีหลังจะยืนงุงงง
“คุณหนูลู่? ท่านมาทำอะไรที่ตลาด” เจียวหั่วเอ่ยถามขึ้นทันทีที่มาถึงพวกเขา ลู่เสียนแหงนหน้ามองฮุ่ยหลิงพลางตอบ
“ข้ามาซื้อผ้าจัดเตรียมงานเซิงรื่อท่านพ่อ องค์ชายท่านจะมาร่วมงานด้วยไหมเพคะ” ลู่เสียนตอบเจียวหั่ว ก่อนเอ่ยถามเขา ฮุ่ยหลิงได้แต่นิ่งเงียบมิรู้ว่าเขาควรที่จะตอบนางไปเช่นไร หากมิรับปากก็เกรงว่านางจะเสียใจ แต่หากรับปากไปก็เกรงว่าจะหลบเลี่ยงขุนนางบางคนที่เฝ้าจับผิดมิได้
“ข้าขอคิดดูก่อน” เขาตอบอย่างมิเต็มเสียง แต่ลู่เสียนกับเอียงศีรษะยิ้มบอก
“มิเป็ไรเพคะ หากพระองค์มิสะดวก เช่นนั้นเพียงแค่วันนี้องค์ชายเลี้ยงของอร่อยข้าก็พอแล้วเพคะ”
“ถ้าเ้า้าเช่นนั้นก็ได้” เป็ครั้งแรกที่ลู่เสียนเพิ่งเคยเห็นรอยยิ้มของเขา รอยบุ๋มข้างแก้มมันช่างน่าเอ็นดูนัก ลู่เสียนปรายตามองมายังโจวเหรินจงที่ดูท่าตอนนี้คงมิพอใจนางมิน้อยแต่ก็คงมิกล้าออกหน้ามากนัก นางจึงรีบใช้โอกาสนี้ผละตัวเองออกห่างจากเขา
“อันอ๋อง วันนี้ข้าของคุณท่านมานะเ้าคะ แต่ข้ามิรบกวนท่านแล้ว ข้าอยากเดินเที่ยวกับคู่หมั้นข้าเสียมากกว่า” ลู่เสียนกล่าวจบก็รีบดันฮุ่ยหลิงออกไปอีกทาง ปล่อยให้โจวเหรินจงยืนกำหมัดแน่นข่มโทสะ เขาจ้องมองแผ่นหลังบาง ๆ ที่เดินจากไปไกลก่อน เอ่ยขึ้น “ข้าให้เ้าหยามิ่ข้าได้เพียงเท่านี้ ครั้งหน้าอย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกันคุณหนูลู่” โจวเหรินจงกัดฟันเอ่ยเสียงต่ำ ก่อนหันหลังกลับอย่างโกรธเคือง ลู่เสียนที่พอได้ห่างจากโจวเหรินจงก็รีบเอียงตัวกลับไปมองอย่างหวาดหวั่นก่อนจะเอ่ยบอกลาเขา
“ขอบคุณองค์ชายเพคะ หม่อมฉันออกมานานแล้วเกรงว่าท่านพ่อจะเป็ห่วง เช่นนั้นหม่อมฉันทูลลา” ลู่เสียนกำลังจะหมุนตัวหนีแต่มือหนึ่งของเขากลับคว้าแขนนางไว้จนมิอาจเดินต่อได้
“ก็ไหนเ้าอยากให้ข้าเลี้ยงของอร่อยมิใช่หรือ” ฮุ่ยหลินกล่าวถาม ลู่เสียนกระพริบตาไล่ทวนความจำ นางเพียงแค่หาทางหลบหลีกโจวเหรินจงจึงกล่าวออกไปเช่นนั้น มิใช่จริงจังจะให้เขาเลี้ยงนางเสียหน่อย ลู่เสียนแทบหลุดหัวร่อออกมาแต่ก็ใช้มือป้องปากที่คลี่ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยไว้แล้วตอบ
“ตอนนี้หม่อมฉันมิอยากแล้วเพคะ หม่อมฉันมิบังอาจรบกวนองค์ชาย เช่นนั้นหม่อมฉันขอตัว” ฮุ่ยหลิงยืนเงียบมองร่างระหงที่เดินกลับไป พลางก้มมองมือตนที่ัันาง นี่เขาคาดหวังสิ่งใดกัน ฮุ่ยหลิงโยนหนังสัตว์ที่ซื้อมาให้เจียวหั่วก่อนนั่งรถม้ากลับวัง