กลางดึกคืนนี้ภายในจวนราชครูมีการวางเวรยามคึกคัก แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเพียงพริ้วกายชั่วอึดใจ ก็ใช้วิชาตัวเบาเข้ามาในเรือนได้แล้ว เขาจุดกำยานหลับไหลให้สาวใช้หน้าห้อง แล้วเดินเข้าไปภายในห้องนอนก็ได้กลิ่นเหมยกุ้ยอ่อนๆ ร่างเล็กหลับใหลไปแล้ว เขาเดินเข้าไปจ้องเรียวปากอิ่ม ไล้มือไปข้างแก้มอย่างอดใจไม่ได้ ร่างเล็กขยับเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างงัวเงีย นางใเผลออ้าปากขึ้นด้วยความใ เขาจึงโน้มตัวลงปิดปากนาง บดเบียดกลีบปากบางนุ่มอยู่ชั่วอึดใจจนนางเหมือนจะขาดห้วงหายใจ จึงใช้กำปั้นน้อยๆ ทุบตีเขาเพื่อเปิดปากขอลมหายใจ เขาจึงผละใบหน้าออก มองนางด้วยแววตาปรารถนา
“น่าแปลกใจ ที่วันนี้ว่าที่ฮูหยินของข้าไม่เอ่ยปากใส่อย่างเช่นก่อน” หยางเฟยหลงเอ่ย ด้วยแววตาหลอกล้อ
“ข้ามีเื่จะคุยและตกลงกับท่าน”
“หืมมมมม แสดงว่าเ้ารอข้าหรอ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงยียวน
“ก่อนอื่นท่านช่วยลุกจากตัวข้าก่อนเราสามารถนั่งเจรจากันดีๆ ได้” นางถลึงตาใส่เขา ก่อนจะยกมือดันตัวเขาออกเพื่อจะหาทางลุกขึ้นจากสถานการณ์เสียเปรียบ
“เ้ามีอะไรจะถามข้า”ว่าพลางลุกขึ้นมานั่งจ้องตานาง อยู่ข้างเตียง
“ท่านมีอนุสาวใช้อุ่นเตียงกี่คน แล้วจวนท่านที่บ้านนอกมีข้ารับใช้กี่คน ท่านทำกิจการอะไรแล้วทำไมท่านถึงได้รับปากท่านพ่อที่จะแต่งข้า... อื้ออออ อ่อย” นางยังถามไม่ทันจบเขาก็โน้มตัวลงประกบปากนางบดเบียดขบกลีบปากอย่างยอกล้อ ก่อนจะค่อยๆผล่ะออก ก่อนจะแย้มยิ้มให้นางที่ทำได้แค่อ้าปากผะงาบๆๆ
“ข้าไม่มีอนุภรรยา หรือ สาวใช้อุ่นเตียง ที่จวนบ้านนอกของข้ามีบ่าวรับใช้ให้เ้าใช้งานอยู่ได้อย่างไม่ลำบากข้ามีแม่ครัวให้เ้าไม่ต้องเชือดไก่ ถอนขน และชำแหละ” เขากล่าวล้อเลียนนาง ในขณะที่นางได้แต่อ้าปากใที่เค้ารู้เื่แม่ครัวจางสอนงานครัวนาง
“ท่าน ท่าน” นางกล่าวได้เพียงเท่านั้น เขาก็ประกบปากนางอีกครั้ง กว่าจะถอนริมฝีปากออกมาได้ นางแทบหมดลมหายใจ
“ตัวข้าเป็เพียงคหบดีค้าขายเกี่ยวกับโอสถ มีร้านค้าโอสถประจำตระกูลอยู่หลายเมือง ครอบครัวข้า เหลือเพียงข้าและท่านปู่อยู่แค่2 คนเท่านั้น ท่านปู่ของข้ามีนิสัยแปลกประหลาด ชอบเลี้ยงสัตว์ไว้ทดลองโอสถไม่ค่อยอยู่จวน แต่ถ้าเ้ามีเ้าก้อนแป้งน้อยให้ข้าเมื่อไหร่รับรองว่าท่านปู่ของข้าต้องอยู่ติดจวนพร้อมทั้งมอบสมบัติทั้งหมดให้เ้าก้อนแป้งน้อยเป็แน่” เขากล่าวจบ ก็อ้าปากประกบปากนางมอบจูบหวานล้ำให้นาง กว่าจะถอนกลีบปากออก นางก็แทบหมดลมหายใจไปอีกรอบ
“คราวนี้เ้ายังอยากถามอะไรข้าอีกไหม หนึ่งคำถาม ข้าคิดค่าตอบแทนหนึ่งจูบ” เขาแย้มยิ้มใสซื่อให้นางจนตาหยี๋ พร้อมรอคอยคำตอบ
“ไม่ข้า.. ข้าไม่อยากรู้อะไรอีกแล้ว” นางก้มหน้าที่ร้อนผ่าว แก้มแดงหูแดงเถือกด้วยความอาย
“อ้าวแต่ข้าอยากจะให้เ้าถามอีกนี่สิ ข้าจะทำยังไงกับเ้าดี เ้าถึงจะกลับมาเป็แม่นางน้อยที่กล้าหาญอยากรู้เื่ของข้าเหมือนเช่นก่อนหน้านี้” เอาโน้มตัวเข้าไปกอดนางไว้ในอ้อมกอด นางทำได้เพียงซุกซบใบหน้าลงไปในอกแกร่ง
“ที่ข้ามาหาเ้าคืนนี้ข้าเพียงจะมาบอกเ้าว่า ข้าจะไม่อยู่หลายวันปิดประตูหน้าต่างลงกลอนไว้ให้มิดชิด อย่าให้ใครย่องเข้ามาหาได้ รู้หรือไม่” เขากล่าวขำหัวเราะในลำคอ หึหึ
“ข้ารู้ว่าท่านไม่ปล่อยให้ใครเข้ามาหาได้ง่ายๆหรอก” นางพูดจบก็อ้าปากกัดอกแกร่งไปทีนึง หมายจะแก้แค้นคืนเขาไปบ้าง
“ถ้าเ้ายังไม่หยุดกัดข้า ข้าจะกัดปากเ้าคืน” เมื่อได้ยิน นางจึงรีบอ้าปากออก และยิ้มให้เขาจนตาหยี๋
“ดีมากเด็กดี เ้าว่าง่ายเช่นนี้ข้าย่อมตอบแทนความน่ารักของเ้า” เขายิ้มก่อนจะประกบปากจูบนางอีกที ก่อนผละออกมา ยกยิ้มให้นางอย่างใสซื่อ นางทำได้แค่ถลึงตาตอบกลับไป
“................” ต่างคนต่างเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ นางก็ไม่กล้าถามเขาทั้งๆ ที่มีคำถามมากมาย เพราะกลัวหนึ่งคำถาม ต่อหนึ่งจูบ ส่วนเขาแค่ได้กอดนางนั่งพิงหัวเตียงก็เป็การผ่อนคลายที่ดีก่อนที่เขาจะออกไปปฎิบัติภารกิจลับ อีกหลายวันกว่าเขาจะได้เจอนางอีก
รุ่งเช้าเสี่ยวหลินเดินเข้ามาเปิดหน้าต่างยกอ่างน้ำล้างหน้าเข้ามาในห้องให้นางล้างหน้าบ้วนปากนางลืมตาตื่นขึ้นทบทวนความทรงจำเมื่อคืน นางหลับไปในอ้อมกอดเขา เขาจากไปตอนไหนนางไม่รู้ตัวเลยนางได้แต่อับอายที่ปล่อยตัวไปเมื่อคืน
“คุณหนูเ้าคะ คุณหนู” นางใเมื่อเสี่ยวหลินเรียกอีกครั้ง
“อืม เช้านี้ข้าจะไปทานข้าวกับท่านพ่อที่เรือนใหญ่”
เช้านี้นางเลือกแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใสปักปิ่นทองระย้า ทาชาดสีอ่อน ด้วยความที่เป็หญิงงามติดอันดับ หนึ่งสามสาวงามในเมืองหลวงแค่นางเดินออกจากเรือน บ่าวไพร่ก็แทบตะลึงตาค้างในความงาม เมื่อมาถึงเรือนใหญ่
“ซือเอ๋อร์ คารวะท่านพ่อ พี่ใหญ่ เ้าค่ะ” นางยกยิ้มอย่างที่คิดว่าน่ารักที่สุดให้บิดา และพี่ชาย
“เ้าอยากได้อะไร ไหนบอกพี่ชายมาสิ” พี่ใหญ่ของนางถามพลางเลิกคิ้วขึ้น
“วันนี้ข้าอยากไปข้าอยากออกไปเที่ยวข้างนอก พี่ใหญ่ไปเป็เพื่อนข้าหน่อยสิ” นางออดอ้อนร้องขอพี่ชาย พร้อมทำตาปริบๆ
“ทานข้าวกันก่อน แล้วค่อยว่ากัน” ท่านราชครูเอ่ย ออกไปพลางลูบหัวลูกสาวตัวน้อย
ระหว่างทานข้าวนางก็เอาใจพี่ชายและบิดาด้วยการตักกับข้าวให้ เสียงพูดคุยหยอกล้อ หัวเราะกันสามพ่อลูกระหว่างทานข้าว อย่างมีความสุข ข่าวนี้ดังไปไกลถึงเรือนฮูหยินรอง นางได้แต่กำมือแน่นหน้านิ่งแต่แววตาแข็งกร้าว นางเกลียดลูกสาวของนังฮูหยินใหญ่ที่จากไป เพราะมันทำให้ลูกสาวของนางไม่เป็ที่โปรดปรานของบิดา เห็นทีนางต้องจัดการอะไรบางอย่างก่อนที่มันจะแต่งออกไปจากจวน เพื่อที่หนทางสู่การเป็ฮูหยินเอกของนางจะได้ง่ายขึ้นและเมื่อไดที่นางได้ขึ้นเป็ฮูหยินเอกแล้วเมื่อนั้น ลูกสาวของนางก็จะได้แต่งเป็ไท่จื่อเฟยเข้าวังบูรพาของรัชทายาทได้อย่างสมฐานะ