…นี่ก็ผ่านมา 3 วันแล้ว จนฉันกลับมาทำงานปกติ แต่ที่ไม่ปกติคืออารมณ์ฉัน เพราะฮัลวอล เอาแต่หลบหน้า ไม่ออกมากินข้าวด้วยกันไม่ออกมาเจอ ไม่ติดต่อใดๆ มาเลย อยู่คอนโดเดียวกัน ห้องห่างแค่เอื้อม แต่กลับเหมือนอยู่กันคนละที่
“เฮ้ออออ”
“เอ่อดายอน เราถอนหายใจรอบที่ร้อยแล้วมั้ง”
พี่เจฮาแซว
“อ้ะ ขะ ขอโทษค่ะพี่”
“เรามีเื่กลุ้มใจรึเปล่า เล่าให้พี่ฟังได้นะ”
ฉันยิ้มตอบ ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ จะเล่ายังไงล่ะ ฉันเองยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยค่ะ
“สวัสดีครับสาวๆ”
เสียงหล่อๆ ของพี่อุนกูทักขึ้น
“สวัสดีดีค่ะพี่อุนกู”
“วันนี้มีประชุมภาคบ่ายนะครับ”
“อ่อ ที่เรียกหมอทั้งบริษัทและหัวหน้าฝ่ายทุกฝ่ายใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ พี่เดาว่าเป็เื่งานประจำปี”
“งานประจำปี…???”
“อ่อ บริษัทเรามีจัดงานแข่งขันกีฬาภายใน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของพนักงานและส่งเสริมสุขภาพน่ะครับ ตามปกติ ฝ่ายบริหารจะให้หมอเป็คนคิดเกมส์การแข่งขัน เพื่อให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพของพนักงานที่สุด…”
หลังจากนั้นพี่หมอก็ร่ายยาว ถึงการแข่งขันปีก่อนๆ จนถึงเวลาเข้าประชุม
ตอนนี้หมอทุกแผนก นั่งรวมกันที่ห้องประชุมใหญ่ของบริษัท
ไม่นาน ก็มีท่านประธานหรือเรียกง่ายๆ ว่าเ้าของบริษัทนั่นแหละ ถือไม้เท้า มีเลขาพยุงมา ทุกคนพร้อมใจกันลุกคำนับ แล้วนั่งลง ประธานมองทั่วแล้วพยักหน้า พลางยิ้มแฉ่งใส่ทุกคน
“...สวัสดีครับทุกท่าน ไม่ได้พบกันนานเลย อย่างที่ทุกท่านคงจะเดาออกอยู่แล้ว ไม่ใช่เื่เครียดอะไรครับ… แค่งานประจำปีของบริษัทเรา”
ทุกคนเงียบรอฟังท่านประธานพูด และแล้วท่านประธานก็กวาดสายตาไปรอบห้อง และหยุดลงที่ฉัน
“อ่อ นั่นหมอ น้องใหม่ใช่ไหมครับ พึ่งเคยเห็นหน้า…”
ฉันลุกโค้งคำนับประธานและแนะนำตัว
“สวัสดีค่ะ หนูชื่อ คิมดายอน ค่ะ เป็หมอฝ่ายเครื่องล่าง… ขอฝากเนื้อฝากตัวกับบริษัทด้วยนะคะ”
“ฮึ่มม ตัวจริงสวยกว่าในรูปอีกนะเนี้ย”
ท่านประธานแซวจนฉันขนลุก ในรูปหรอ… หมายถึงใบสมัครงานหรอ
“เอาล่ะๆ งานประจำปี ปีนี้ คุณหมอแต่ละแผนก ไปคิดมานะครับว่าเราจะใช้กีฬาและนันทนาการอะไร ...อ่อ ปีนี้มีจุดพิเศษอยู่นิดหน่อย ทุกชนิดกีฬา ถ้านับแบบส่วนตัว ใครกวาดรางวัลได้มากที่สุด ผมมีบ้านพร้อมที่ดิน สิทธิ์ผูกขาด พร้อมโอนให้เขาครับ…และที่สำคัญ ปีนี้คุณหมอแต่ละแผนก ต้องลงแข่งกีฬาด้วยนะครับ จะแข่งเดี่ยวเพื่อชิงบ้านรึแข่งกลุ่มตามแผนกตัวเองก็ได้”
ทั้งห้องยกมือปล้องปากด้วยความใ ไม่ใช่ว่าใที่หมอต้องลงแข่งนะ
..บะ บ้านพร้อมที่ดิน พร้อมโอน เวอร์ไปแล้วค่าาาา
“เพื่อเป็การกระตุ้นให้พนักงานบริษัทเรากระตืนรือร้นที่จะเข้าร่วมน่ะ เพราะผมเห็นน้อยคนเหลือเกินจะร่วมกีฬา แถมคนที่เข้าร่วมก็รายชื่อซ้ำๆ ทุกปี แบบนี้พนักงานเราจะไปมีความสามัคคีได้ยังไงล่ะ “
ตอนนี้ในห้องเสียงอื้ออึง หมอทุกคนมองหน้ากันไปมาด้วยความตื่นเต้น ต่อจากนั้นเราก็ประชุมรายละเอียดทั่วๆ ไป รวมไปถึงปัญหาหน้างาน หรือข้อเสนอที่อยากให้บริษัทแก้ไข จนจบการประชุม ทุกคนแยกย้ายกันกลับแผนกของตัวเอง
“แข่งอะไรดีล่ะ…”
พี่อุนกูบุ่นแล้วทำท่ากุมขมับไปด้วย
“หนักใจขนาดนั้นเลยหรอคะ” ฉันแกล้งถาม
“ครับ ปกติพี่เข้ายิมออกกำลังกาย แต่ไม่เคยลงเล่นกีฬาน่ะครับ”
“กีฬาเบาๆ วิธีเล่นไม่เยอะไหมคะ เช่น วิ่งเดี่ยว วิ่งผลัด ะโไกล”
“วิ่งก็ดีนะ เป็พื้นฐานในการออกกำลังกาย แต่เสริมลูกเล่นไปหน่อย…”
“ยังไงครับพี่เจฮา”
“วิ่ง 4 ขา”
“ห้ะ”
ฉันกับพี่อุนกูร้องขึ้นพร้อมด้วยความงง
สรุปคือ หมอแต่ละแผนก มีอย่างน้อย 3 คนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราจะใช้ผู้แข่ง 3 คนเป็เกณฑ์ มัดขาคู่วิ่งด้วยกัน 3 คนก็จะได้ 4 ขาอย่างว่า… โป๊ะเชะ หลังจากส่งเื่ไป ไม่นานก็ได้รับการอนุมัติมา จนหมอทั้งแผนก (ของฉัน) เดินตัวปลิวเพราะภารกิจลุล่วงแล้ว เหลือรอเวลาแข่งเท่านั้น…
ก๊อกๆๆ
“เชิญครับ” พี่อุนกูขานรับ
ฉันที่มัวเก็บของเพราะเลิกงานแล้วก็ไม่ทันได้หันไปดูว่าใครมา
“...”
“อ้าววว คุณที่โดนตอกนิ้วนี่ครับ วันนี้มีอะไรหรอครับ…”
กึก
มือฉันหยุดเก็บของทันที ที่รู้ว่าใครมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้าๆ ก็เห็นเ้าตัวยืนมองฉันอยู่หน้าประตู ด้วยความเกร็ง ฉันเลยหยิบน้ำมาจิบแก้ประหม่า
“ผมมีชื่อนะครับหมอ… ชเวฮัลวอลครับ”
เขาพูดด้วยเสียงเรียบแล้วเดินเข้ามา
“อ่อ ขอโทษด้วยครับคุณชเว ไม่ทราบว่ามีเื่อะไรให้หมอช่วยครับ”
“ผมอยากให้หมอ ตรวจหัวใจให้หน่อยครับ มันโหวงๆ เหมือนมีอะไรหายไป”
“อึก ..แค้กๆๆๆๆ “
ฉันสำลักน้ำ ไอรัว เมื่อได้ยินมุกเสี่ยวๆ ของอีตาฮัลวอล
“เอ้า เป็อะไรไหมครับดายอน”
ฉันยกมือปราบทันทีที่พี่อุนกูรีบเดินเข้ามาหาฉัน โดยทิ้งแขก (ที่เล่นมุกชวนอ้วก) ไว้หน้าประตู
“มะ ไม่เป็อะไรค่ะ พี่อุนกู ไปดูพนักงานเถอะ”
“เอ่อ โอเคครับ… ว่าแต่คุณชเว นั่งลงตรงนี้เลยครับ หมอขอตรวจหน่อย”
พี่อุนกูผายมือให้ฮัลวอลนั่ง เ้าตัวยังคงจ้องหน้าฉัน ทั้งๆ ที่ให้พี่หมออุนกูจับตรวจร่างกายอยู่
“เอ… อัตราการเต้นก็ปกตินะครับ ชีพจรก็ปกติ กินอาหารผิดประเภท หรือพักผ่อนน้อยหรือเปล่าครับ”
“ไม่ครับ ผมน่าจะอกหัก...”
ฮัลวอลพูดด้วยเสียงแ่เบา ั์ตายังจ้องฉันนิ่ง พี่อุนกูและ
พี่เจฮามองตามสายตาของฮัลวอล และมาหยุดอยู่ที่ฉัน
ค่ะ… ตอนนี้ทั้งห้องกำลังมองฉันเป็ตาเดียว
“ดะ ดายอน กลับแล้วนะคะ สวัสดีค่ะ”
ฉันรีบปิดกระเป๋า และเดินจ้ำเท้าออกมาโดยไม่มองใคร ก่อนจะหยุด แล้วเอามือทาบอก อยู่ที่หน้าป้ายบริษัทที่เดิมที่ชอบมารอแท็กซี่
ใจฉันสั่นจนจะะเิ เพราะสายตาฮัลวอล น้ำเสียงฮัลวอล คำพูดเสี่ยวๆ นั่นหรือกลัวจะถูกเปิดเื่ความสัมพันธ์กันนะ…
ปี้น!
ฉันนั่งรอรถได้ไม่นาน เสียงแตรรถดังขึ้นสั้นๆ ดึงสายตาฉันให้หันไปมองก็เห็นรถเก๋งสีดำคันเดินจอดเทียบท่าอยู่
“ขึ้นรถ..”
ครั้งนี้ฉันยอมขึ้นรถอย่างว่าง่าย เพราะี้เีจะยืนเถียงด้วย ทั้งรถตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงแอร์และเพลงคลออยู่เท่านั้น
“นาย… ทำแบบนั้นทำไม”
“ทำอะไร”
“ไปห้องพยาบาลแล้วเล่นมุกอย่างนั้นน่ะ”
“เปล่าเล่น ฉันไปเพราะฉันไม่สบายจริงๆ”
“ไม่สบายแล้วบอกว่าอกหักน่ะหรอ หมอบ้านนายรักษาอาการอกหักได้รึไง”
“ฉันไปเพราะที่นั่น มีหมอรักษาอาการอกหักของฉันได้….”
“นายมัน.. ไอ้บ้า”
ฉันนั่งกำมือแน่นเพราะไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนมาด่าเขา