Bustling Officialdom กลรักเกมอำนาจ [นิยายแปล]

    ตอนที่ 1 นายกเทศมนตรีกู้ชิง (7)

    ตอนที่ 1 นายกเทศมนตรีกู้ชิง (7)

            จากนั้นกู้ชิงก็กล่าวแนะนำหยวนจุนให้เอกอัครราชทูตได้รู้จัก

            ขณะหยวนจุนมองเขาด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและเรียบนิ่ง ก็จับมือกับเขา “ด้วยความยินดีเลยครับท่านนายกเทศมนตรี”

            กู้ชิงเผยยิ้มพลางเอ่ย “ด้วยความยินดีเช่นกันครับ”

            หลังทั้งสองผละมือกัน กู้ชิงก็เอ่ยแนะนำว่า ท่านนี้คือหยวนจุนประธานกรรมการเครือบริษัทตงฟาง

            เอกอัครราชทูตจับมือกับหยวนจุนด้วยความยินดียิ่ง โดยบอกว่าเครือบริษัทตงฟางเลื่องชื่อเป็๞อย่างมาก นึกไม่ถึงว่าประธานจะยังหนุ่มขนาดนี้ ช่างน่าทึ่งจริงๆ

            ต่อมากู้ชิงก็เอ่ยแนะนำนักธุรกิจที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงอีกหลายท่านให้เขารู้จักอีก

            หลังมอบหมายหน้าที่หลังจากนี้ให้แก่รองนายกเทศมนตรีทั้งสอง เขาก็วางแก้วไวน์บนโต๊ะ แล้วยกแขนขึ้นดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือไปที ตอนนี้เป็๞เวลาหนึ่งทุ่มยี่สิบนาที ยังเหลือเวลาอีกสิบนาทีก่อนจะออกจากโรงแรมแล้วกลับไปยังบ้านพักข้าราชการ

            “ท่านนายกเทศมนตรี เรามาดื่มกันสักแก้วดีไหมครับ”

            เสียงดังมาจากข้างหลัง พอเขาเหลียวหลัง ก็พบว่าเป็๞เซวียติ้ง

            เซวียติ้งชูแก้วมาทางเขา แล้วเผยยิ้มน่ารำคาญเหลือเกิน กู้ชิงผู้คลุกคลีในแวดวงการเมืองมาหลายปีย่อมรู้ตัวไวเป็๲พิเศษ มองปราดเดียวก็เข้าใจนัยแฝงที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มแบบนี้จนปรุโปร่ง เขาแย้มยิ้มตามความเคยชิน เอ่ยด้วยวาทศิลป์อย่างข้าราชการว่า “ขอบคุณประธานเซวียที่มาร่วมงานกาล่าค่ำนี้ครับ ในงานสัมมนานักธุรกิจคราวหน้าคงจะเสวนากันได้มากกว่านี้แน่ครับ”

            เอ่ยจบก็ยกแก้วไวน์ขึ้นชนแก้วอีกฝ่ายเบาๆ ไปที

            จังหวะที่เขาจะดื่มไวน์แดง ใครบางคนก็กระแทกโดนแขนขวา ทำให้ไวน์ในแก้วกระเซ็นเปื้อนกาย

            “ขออภัยด้วยครับ” หยวนจุนผู้เผลอเดินชนเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุขุม ก่อนจะหันกายมาทางเขา จนบดบังสายตาของเซวียติ้งเข้าเต็มๆ แล้วรับแก้วที่มีไวน์กระฉอกจากมือเขามา ก่อนวางกับโต๊ะ

            ชายหนุ่มร่างสูงพลันคั่นกลางระหว่างเขากับเซวียติ้ง ทั้งสองจึงอยู่ในระยะประชิด ทำเอากู้ชิงถอยหลังตามจิตใต้สำนึกไปก้าวหนึ่ง จังหวะที่หยวนจุนหยิบผ้าเช็ดหน้าติดสูทจากเสื้อสูท พร้อมยื่นมือไปเช็ดแทนเขา เขาก็เผยยิ้มพลางเบี่ยงกาย “ไม่เป็๲ไรครับ”

            หยวนจุนเก็บผ้าเช็ดหน้าติดสูทกลับเข้าที่ ยื่นนามบัตรให้หนึ่งใบ แล้วกล่าวขออภัย “ผมจะนำสูทใหม่มาเปลี่ยนให้ท่านนายกเทศมนตรีเองครับ”

            กู้ชิงไม่รับนามบัตร หากแต่เอ่ยว่า “ขอบคุณครับประธานหยวน ไม่ต้องใส่ใจกับเ๱ื่๵๹เล็กน้อยหรอกครับ” พูดจบก็ดูเวลาที่นาฬิกาข้อมืออีกที แล้วอ้างว่า “คืนนี้ยังมีธุระอื่นอีก คราวหน้าค่อยมาดื่มกันใหม่ เชิญทุกท่านเพลิดเพลินกับงานกาล่ากันตามสบายครับ” พูดจบ ก็เดินออกจากแกรนด์บอลรูมงานกาล่าทันที

            เมื่อพบว่าเขากลับแล้ว เซวียติ้งก็กลับไปยืนอยู่ข้างๆ เซินฝานจีผู้เป็๞ภรรยา

            ส่วนหยวนจุนก็กลับไปยังโซฟารับรอง ร่วมนั่งอยู่กับชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่มีหน้าตาละม้ายเขา และนักธุรกิจอีกหลายท่านของเมืองนี้

            ขณะที่กู้ชิงเดินออกจากแกรนด์บอลรูมงานกาล่า หยางเตี่ยนซือก็เดินตามออกมา เมื่อทั้งสองถึงชั้นหนึ่ง กู้ชิงก็ยื่นมือรับกุญแจรถ โดยบอกว่าตนจะขับรถกลับเอง ส่วนเขาจะกลับไปร่วมงานจนกว่างานกาล่าจะเลิกก็ได้

            หยางเตี่ยนซือไม่ได้กลับไปที่แกรนด์บอลรูม หากแต่ส่งเขาขึ้นรถ ส่วนตนก็เรียกรถคันหนึ่งจากริมถนนกลับบ้าน

            ระหว่างขับรถ ห้วงความคิดของกู้ชิงก็หวนนึกภาพเหตุการณ์งานกาล่าเมื่อครู่ ต่อมาจึงจอดรถเข้าข้างทาง ใช้มือถือเสิร์ชหาองค์กรทดลองที่ใกล้ที่สุด จากนั้นก็ขับมุ่งหน้าไป

            หลังถึงองค์กรทดลอง เขาถอดเสื้อสูทส่งให้นักทดลอง และกรอกข้อมูลลงแบบฟอร์มใบหนึ่งไปคร่าวๆ ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้แล้วออกมา

            เมื่อกลับขึ้นรถ ก็ขับรถยิงยาวยังบ้านพักข้าราชการในละแวกสวนสาธารณะหฺวาอิง เขาจอดรถที่ลานจอดรถ แล้วตรงไปยังอาคารสอง

            ห้อง 301 อาคาร 2 ในบ้านพักข้าราชการคือบ้านพักเ๽้าหน้าที่รัฐ ที่มีสามห้องนอนหนึ่งห้องรับแขก กานปินอดีตนายกเทศมนตรีได้พาภรรยาและลูกมาพักอาศัยที่ห้องนี้ หลังจากกานปินแขวนคอจบชีวิต และสองแม่ลูกย้ายออกไป กู้ชิงก็เข้ามาอาศัยแทน

            สำหรับสามห้องนอน เขาเปลี่ยนห้องหนังสือจากเดิมมาเป็๞ห้องนอน แล้วย้ายเตียงนอนและตู้เสื้อผ้า รวมถึงเครื่องเรือนชิ้นใหญ่ต่างๆ จากสองห้องนอนเข้าไป จากนั้นก็ล็อกสองห้องนั้นไว้โดยไม่แตะต้อง

            เมื่อกลับถึงบ้าน นั่งลงบนโซฟา เขาก็ครุ่นคิดกับคำถามหนึ่ง...ทำไมเซวียติ้งต้องจับตามองเขา

            สามเดือนก่อน คนคนนี้เพียงส่งการ์ดเชิญมาสามหน โดยไม่เคยเจอะเจอหรือพูดคุยกับเขาเลย แสดงว่าประจักษ์แล้วว่า เขาเป็๞คนขี้ขลาดตาขาวคนหนึ่ง ที่วางตัวเป็๞กลางและไม่กล้าลองดีกับใคร นักการเมืองที่แสนจะธรรมดาอย่างเขาคนนี้ ยังไม่ควรค่าให้เขาเหลียวมองเลยด้วยซ้ำ แต่ทำไมจู่ๆ ถึงได้เปลี่ยนท่าที แล้วหันมาจับตามองเขาล่ะ

            หรือว่าเซินฝานจีจะแฉฉากหน้าของเขากับสามีที่เพิ่งแต่งงานด้วย

            ไม่หรอก เขาเชื่อใจเธอ แล้วเธอก็ไม่มีทางบอกใครเด็ดขาด

            ถ้าอย่างนั้นสาเหตุที่เซวียติ้งเปลี่ยนท่าทีไปอย่างปัจจุบันทันด่วนเกิดจากอะไร...อย่าลืมสิว่าคืนนี้ทั้งสองเพิ่งจะพบหน้าและพูดจากันเป็๲ครั้งแรก เขาไม่น่าจะสนใจตนอย่างทันทีทันใดได้หรอกมั้ง

            เมื่อประเมินอย่างถี่ถ้วน ก็เหลือความเป็๞ไปได้เพียงหนึ่งเดียว...เขาคงได้ยินบทสนทนาที่พูดคุยกับเซินฝานจีภายในรถของค่ำวันศุกร์ เหตุก็เพราะคำพูดของเธอที่ทำให้เซวียติ้งเปลี่ยนท่าทีไป

            นี่ก็หมายความว่า เซินฝานจีไม่เป็๲ที่น่าไว้ใจ คนตระกูลเซวียถึงได้ลอบติดเครื่องดักฟังไว้กับเธอ ในเมื่อเป็๲แบบนี้ ก็เป็๲ไปได้สูงว่าเซวียติ้งจะใช้อุบาย แล้วบีบบังคับให้เขาเข้าพวกตระกูลเซวีย

            แต่การกระทำของหยวนจุนล่ะ หมายความว่าอะไรอีก เขาคาใจกับไวน์แก้วนั้นไปเองหรือเปล่า

            ถ้าเกิดว่าทดลองไวน์ที่เปื้อนสูทแล้วเจอสารตกค้าง เขาก็ติดค้างน้ำใจของอีกฝ่ายครั้งหนึ่งเลยน่ะสิ

            การโดนเซวียติ้งจับตามอง การติดค้างน้ำใจหยวนจุน กับเซินฝานจีที่รู้จักโฉมหน้าที่แท้จริงของตน จะมีก็แต่ตระกูลเซี่ยในหมู่สี่ตระกูลใหญ่ที่เขายังไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์ด้วย

            

            สิ่งเหล่านี้มีแต่จะเป็๞อันตรายต่อเขาผู้๻้๪๫๷า๹จะปฏิบัติหน้าที่เป็๞นายกเทศมนตรีอย่างสงบ จนสิ้นสุดวาระอย่างราบรื่นเสียเหลือเกิน บางทีเขาไม่น่าจะใจอ่อน ปล่อยให้เพื่อนเก่าขึ้นรถมาเลย