ในขณะที่ลู่สือม่านกำลังรู้สึกเ็ปกับคำต่อว่าของกลุ่มคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็มีเสียงของสตรีผู้หนึ่งเอ่ยแทรกเข้ามา
“ถ้าหากการที่พี่หญิงของข้าสู้ข้าไม่ได้ทำให้พวกเ้ารู้สึกดูแคลนนางว่าเป็คนไร้ค่าเช่นนั้นพวกเ้าที่สู้ข้าไม่ได้ก็คงจะเป็คนไร้ค่าเช่นเดียวกันกระมัง”เสียงของลู่สือหลิงทำให้ลู่สือม่านรู้สึกอับอายมากขึ้นกว่าเดิม
ตอนที่อยู่ในจวนเ้าเมืองนางยังเป็คุณหนูใหญ่ที่ผู้คนเคารพนับถือแต่พอเข้าสำนักถงซานแล้วคุณหนูใหญ่ที่ผู้คนในจวนเคารพและเทิดทูนเช่นนางกลับตกต่ำถูกผู้คนเหยียบย่ำดูแคลนส่วนลู่สือหลิงที่ชิงดีชิงเด่นกับนางมาโดยตลอดตอนที่อยู่ในจวนในยามนี้กลับกลายเป็คุณหนูรองที่มีความสามารถโดดเด่นจากจวนเ้าเมืองเทียนเหอไปเสียแล้ว
“เื่นี้เ้าไม่ต้องมายุ่ง”ลู่สือม่านเอ่ยกับน้องสาวต่างมารดาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจสำหรับนางแล้วต่อให้นางไม่ชอบลู่สือหลิงมากเพียงใดแต่นางก็ไม่อยากให้ลู่สือหลิงต้องผิดใจกับคนพาลที่กำลังหาเื่นางอยู่ในตอนนี้ยิ่งคนในกลุ่มนี้รู้สึกดูแคลนลูกอนุอย่างลู่สือหลิงลู่สือม่านก็ยิ่งไม่อยากจะให้ลู่สือหลิงเข้ามาเกี่ยวข้อง
“จะไม่ยุ่งก็คงจะไม่ได้เมื่อครู่นี้พวกนางกล้าเอ่ยถึงข้าด้วยน้ำเสียงดูแคลนถ้าหากไม่จัดการให้หลาบจำก็ไม่ใช่ข้าลู่สือหลิง”เมื่อลู่สือหลิงเอ่ยจบซวีจื่อเหมยก็ลงมือโจมตีนางก่อนในทันที
ลู่สือม่านอดเอ่ยเตือนออกมาตามสัญชาตญาณไม่ได้“หลิงหลิง หลบ!” แม้ว่าลู่สือม่านจะไม่ได้เอ่ยเตือนออกมาลู่สือหลิงก็เบี่ยงกายหลบการโจมตีของซวีจื่อเหมยได้อยู่แล้วซวีจื่อหลันรีบลงมือจู่โจมลู่สือหลิงซ้ำในทันทีที่เห็นว่าพี่สาวของนางโจมตีพลาด
“นี่พวกเ้ากล้ารุมนางเชียวหรือ”ลู่สือม่านเอ่ยออกมาด้วยความร้อนใจ ซวีจื่อเหมยจึงหันมาฟาดพลังใส่นางในทันที
“อึก!”พลังที่ซวีจื่อเหมยฟาดมาลู่สือม่านสามารถหลบได้แต่เพราะนางมัวแต่คิดจะโจมตีลู่สือม่านนางจึงหลบการโจมตีจากลู่สือหลิงไม่พ้น
“เ้ากล้าทำร้ายพี่หญิงของข้าหรือ” ซวีจื่อหลันเอ่ยพลางฟาดพลังปราณเข้าใส่ลู่สือหลิงทำให้ลู่สือหลิงต้องรีบะโหลบอย่างรวดเร็วแต่นางกลับไม่เห็นการโจมตีของตู้ฟางเหนียงที่ลอบโจมตีในยามที่นางเผลอ
ซวีจื่ออิงรีบเค้นพลังปราณที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเบี่ยงเบนพลังปราณของตู้ฟางเหนียงทำให้ลู่สือหลิงรอดพ้นจากการโจมตีของตู้ฟางเหนียงจูเหม่ยฉีที่ยืนดูอยู่รีบรวบรวมพลังปราณเพื่อจะช่วยสหายของตนในทันทีส่วนซวีจื่อหลันที่กำลังโกรธแค้นที่ลู่สือหลิงทำให้ซวีจื่อเหมยได้รับาเ็ก็ซัดพลังปราณใส่ลู่สือหลิงจนนางจำต้องหลบไปหลบมาไม่อาจจะตอบโต้การจู่โจมได้
ลู่สือม่านเห็นว่าหากเป็เช่นนี้ต่อไปลู่สือหลิงคงจะต้องเพลี่ยงพล้ำแล้วหลังจากนั้นทั้งนางและซวีจื่ออิงคงจะต้องถูกเล่นงานเป็รายต่อไปแน่นางจึงดึงลูกกลอนเพิ่มพลังปราณออกมาแล้วโยนให้ลู่สือหลิงในทันที
“หลิงหลิง! เ้ากินยาของข้า”เมื่อลู่สือหลิงได้ยินคำพูดของลู่ม่านนางก็รีบรับยาลูกกลอนเอาไว้แล้วนำยาลูกกลอนมากลืนกินลงคอไปในทันที
เมื่อลู่สือม่านเห็นการกระทำของน้องสาวต่างมารดาแล้วก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ด้วยนิสัยชอบเอาชนะของลู่สือหลิงทำให้พวกนางสองพี่น้องต่อสู้แย่งชิงความโปรดปรานจากบิดามาโดยตลอดยามอยู่ในจวนเ้าเมือง พวกนางสองคนลักลอบเล่นงานกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง
เื่ที่ลู่สือม่านถูกจัดให้อยู่ในลำดับขั้นผู้ฝึกตนส่วนลู่สือหลิงได้อยู่ในลำดับขั้นสร้างฐานแถมนางยังได้ยินมาว่าลู่สือหลิงอยู่ในขั้นสุดท้ายของขั้นสร้างฐานแล้วและนางกำลังเตรียมพร้อมที่จะขยับขึ้นไปอยู่ในขั้นสร้างแก่นพลังปราณลู่สือม่านก็รู้แล้วว่าตนเองพ่ายแพ้ให้แก่น้องสาวต่างมารดาอย่างไรข้อกังขาแต่สิ่งที่ทำให้นางคาดไม่ถึงก็คือในยามนี้ลู่สือหลิงไม่เพียงออกหน้าช่วยนางตีคนแถมยังยอมกินยาลูกกลอนที่นางปรุงกับมืออีกด้วย
“คิดจะรังแกแต่คนที่มีพลังปราณด้อยกว่าเช่นนั้นก็จงลองลิ้มรสการถูกรังแกดูบ้าง” เมื่อลู่สือหลิงเอ่ยจบก็รวบรวมพลังลมปราณแล้วใช้พลังลมปราณที่รวบรวมมาได้โจมตีใส่ซวีจื่อเหมยซวีจื่อหลัน จูเหม่ยฉีและตู้ฟางเหนียง จนพวกนางได้รับาเ็ไปตามๆ กัน
ลู่สือหลิงก้มลงมาจ้องมองฝ่ามือของตนเองที่ในยามนี้สามารถควบคุมพลังปราณได้สมใจอีกทั้งที่จุดตันเถียนของนางดูเหมือนจะมีพลังอันยิ่งใหญ่ไหลวนอยู่พลังที่ไหลวนทำให้ร่างกายของนางร้อนผ่าวราวกับจะะเิออกมาลู่สือหลิงจึงรีบส่งเสียงบอกลู่สือม่านในทันที
“พี่หญิงข้าอั๊ก!” เมื่อเอ่ยจบนางก็กระอักเืออกมา ลู่สือม่านรีบพุ่งเข้าไปหานางในทันที
“หลิงหลิง!เ้าเป็อะไรไป” ลู่สือม่านเอ่ยออกมาด้วยความร้อนใจเมื่อครู่นี้นางจับตามองการโจมตีของลู่สือหลิงอย่างไม่ให้คาดสายตานางจึงรู้ดีว่าลู่สือหลิงหาได้ถูกคนกลุ่มนี้โจมตีจนได้รับาเ็ในใจของนางพลันรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาในทันทีเมื่อคิดว่าการที่ลู่สือหลิงมีอาการเช่นนี้อาจจะเป็เพราะผลข้างเคียงจากยาลูกกลอนของนาง
“กินนี่เ้ากินยาคุ้มใจของข้าก่อน” ลู่สือม่านเอ่ยออกมาพลางใช้มือค้นหายาในถุงมือไม้ของนางสั่นไปหมดจนลู่สือหลิงที่ััถึงความร้อนรนของนางไว้ต้องยื่นมาจับฝ่ามือของนางแล้วเอ่ยออกมาเสียงเบา
“ไม่ต้องร้อนใจข้ายังไม่ตายหรอก” เมื่อลู่สือหลิงเอ่ยออกมาเช่นนี้ลู่สือม่านก็ทอดถอนใจออกมาแล้วค่อยๆ หายาในถุงผ้าของตนเองอีกครั้งเมื่อพบขวดยาคุ้มใจแล้วนางก็เทยาออกแล้วนำมาป้อนให้ลู่สือหลิงในทันที
“ม่านม่าน!”เสียงเรียกของพี่ชายทำให้ลู่สือม่านเงยหน้าขึ้นแล้วรีบเอ่ยกับเขาในทันที
“พี่ใหญ่ท่านดูหลิงหลิงให้ข้าที นางกินยาของข้าแล้วก็กระอักโลหิตออกมา”เมื่อลู่สือม่านเอ่ยเช่นนี้ลู่สืออินก็รีบตรงเข้ามาดูอาการของลู่สือหลิงในทันทีเขาช่วยประคองร่างของลู่สือหลิงแล้วตรวจจับชีพจรของนางพลังลมปราณที่ตีย้อนกลับไปย้อนกลับมาทำให้เขารีบเอ่ยถามลู่สือม่านในทันที
“ม่านม่านเ้าเอายาอะไรให้นางกิน”คำถามของพี่ชายทำให้ลู่สือม่านนิ่วหน้าแล้วจึงได้เอ่ยออกมาตามตรง
“ลูกกลอนเพิ่มพลังปราณพอนางกระอักโลหิตข้าก็ให้นางกินยาคุ้มใจ”เมื่อลู่สือม่านเอ่ยเช่นนี้ลู่สืออินก็เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“แล้วนางก็ยอมกินเมื่อก่อนพวกเ้าสองคนแทบจะตบตีกันจนตายไปข้างหนึ่งมิใช่หรือ”
คำถามของพี่ชายทำให้ลู่สือม่านชี้ไปที่สตรีชุดม่วงทั้งสี่คนที่ในยามนี้ช่วยกันประคับประคองร่างกายของกันและกันอย่างทุลักทุเล
เมื่อครู่นี้พวกนางพึ่งจะมีเื่กับลู่สือม่านและลู่สือหลิงยามนี้พี่ชายของสองพี่น้องสกุลลู่ที่มีพลังปราณอยู่ในลำดับขั้นจินตันมาถึงที่นี่แล้วถ้าหากเขาคิดจะเอาเื่พวกนางขึ้นมาพวกนางก็คงเป็ได้แค่เพียงฝุ่นผงภายในพริบตาหากเขาลงมือ
“พวกนางรังแกข้าแล้วหลิงหลิงมาช่วย ข้าเห็นว่านางมีแนวโน้มว่าจะถูกคนเหล่านี้รุมรังแกก็เลยมอบยาลูกกลอนเพิ่มพลังให้แก่หลิงหลิง”เมื่อลู่สือม่านเอ่ยเช่นนี้ลู่สืออินก็ตรวจสอบพลังปราณของลู่สือหลิงในทันที
“นางเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”ลู่สือม่านเอ่ยถามด้วยความรู้สึกผิด แม้ว่านางจะทะเลาะกับลู่สือหลิงมาั้แ่เด็กแต่นางก็ไม่เคยคิดจะลงมือทำร้ายลู่สือหลิงเลยสักครั้งอาจจะมีพลั้งมือตบตีกันบ้างแต่พอลู่สือหลิงเริ่มมีพลังปราณนางก็ไม่เคยลงไม้ลงมือกับลู่สือหลิงอีกเลย...
“พลังปราณของนางอยู่ในขั้นสร้างฐานแล้วการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของพลังปราณทำให้ร่างกายรับไม่ไหว”เมื่อลู่สืออินเอ่ยจบก็อุ้มลู่สือหลิงขึ้นแล้วเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ข้าจะพาเ้าไปอาจารย์ฉินเขาน่าจะช่วยรักษาเ้าได้ ต่อไปก็จงจำเอาไว้อย่าได้กินยาของม่านม่านส่งเดชอีก”ลู่สืออินเอ่ยพลางอุ้มลู่สือหลิงไปยังหอจันทราของฉินชวนโดยไม่สนใจว่าลู่สือม่านจะติดตามเขามาหรือไม่
ฉินชวนผู้นี้คือหนึ่งในอาจารย์ของสำนักถงซานความสามารถของเขาคือการรักษาและปรุงยาผู้คนต่างก็ยกย่องกันว่าเขาคือผู้บำเพ็ญที่เชี่ยวชาญการรักษาและมีความสามารถในการหลอมยามากที่สุดในหมู่ผู้บำเพ็ญเซียนอาการของลู่สือหลิงไม่น่าไว้วางใจเขาจึงคิดว่าควรจะพานางไปให้ฉินชวนช่วยตรวจดูอาการของนางอีกครั้งหากร่างกายของลู่สือหลิงเกิดความผิดปกติจะได้ทำการรักษาได้ทันท่วงที