บรรยากาศภายในสุสานนักรบไร้นามตึงเครียดจนถึงขีดสุด กลิ่นอายความตายจาก อัศวินไร้เศียร (ขั้น 2-1) กดทับจนพื้นหินรอบตัวมันเริ่มร้าว แรงกดดันจากลำดับพลังที่ต่างกันเกือบหนึ่งขั้นใหญ่ (จาก 1-2 ไปถึง 2-1) ทำให้ร่างขุนนางหนูของอาเธลสตันสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็เพราะสัญชาตญาณของอันเดดระดับต่ำที่ยำเกรงต่อผู้ที่อยู่สูงกว่า
"ขั้น 2-1... ห่างชั้นกันเกินไปถ้าจะใช้พละกำลังเข้าหักหาญ" อาเธลสตันพึมพำ ดวงตาสีแดงหรี่ลงอย่างใช้ความคิด
อัศวินไร้เศียรขยับตัว ขวานั์ที่เต็มไปด้วยรอยบิ่นถูกลากไปกับพื้นหินจนเกิดประกายไฟและเสียงเสียดสีที่ชวนให้แสบแก้วหู มันไม่มีหัวที่จะกู่ร้อง แต่ไอิญญาสีดำที่พุ่งออกมาจากลำคอที่ขาดวิ่นนั้นส่งเสียงหวีดหวิวราวกับพายุคลั่ง
[คำเตือน: ตรวจพบศัตรูระดับขุนพล – ความน่าจะเป็ในการชนะ: 12%]
"12 เปอร์เซ็นต์งั้นหรือ? มากเกินพอสำหรับคนอย่างข้า!" อาเธลสตันะโก้อง "หนูรบกระดูก! ไป!"
ข้ารับใช้ตัวจิ๋วพุ่งออกไปดุจลูกศรสีขาว มันไม่ได้เล็งที่ลำตัว แต่อาศัยความคล่องตัววิ่งไต่ไปตามผนังถ้ำก่อนจะกระโจนเข้าใส่หัวเข่าของอัศวินั์ ขณะเดียวกัน อาเธลสตันก็สั่งการหุ่นเชิดตัวที่สองซึ่งเป็ นักรบโครงกระดูก ที่เขาเพิ่งชุบชีวิตขึ้นมาให้เข้าปะทะตรงๆ
ตึง!
ขวานั์ฟาดลงมาเพียงครั้งเดียว ร่างของนักรบโครงกระดูกที่แข็งแกร่งกว่าหนูหลายเท่ากลับแตกละเอียดเป็ชิ้นๆ ในพริบตา แต่นั่นคือเป้าหมายที่อาเธลสตันวางไว้
"ตอนนี้แหละ! [ะเิศพ (Corpse Explosion)]!"
อาเธลสตันยื่นมือออกไป พลังิญญา 50 แต้มที่เขาเพิ่งจ่ายซื้อทักษะมาถูกรีดเร้นออกมาจนหมดสิ้น เศษกระดูกของหุ่นเชิดที่เพิ่งถูกทำลาย และซากหนูสุสานที่นอนเกลื่อนกราดจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้เริ่มเรืองแสงสีม่วงเข้มก่อนจะขยายตัวขึ้น
บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!
เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกจากการะเิิญญาทำให้ร่างั์ของอัศวินไร้เศียรเสียหลัก เปลวไฟสีหมึกกัดกินชุดเกราะหนักของมันจนเริ่มปริร้าว ทักษะนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายทางกายภาพเท่านั้น แต่มันฉีกกระชากิญญาของเป้าหมายด้วย
"จี๊ด!" หนูรบกระดูกอาศัยจังหวะนั้นกัดเข้าที่ข้อพับเกราะของมัน พลังกัดเซาะเริ่มทำงาน
อาเธลสตันไม่รอช้า เขาพุ่งตัวออกไปราวกับเงาสีเทา ดาบสั้นสนิมโลกันตร์ในมือขวาส่องแสงสีแดงวาวโรจน์ เขาไม่ได้เล็งที่เกราะหนา แต่เล็งที่ช่องว่างตรงลำคอที่ขาดวิ่น!
"จงดับสูญไปซะ!"
เคร้ง!
อัศวินไร้เศียรปัดป้องได้อย่างหวุดหวิดด้วยด้ามขวาน แรงปะทะทำให้อาเธลสตันกระเด็นถอยหลังไปหลายเมตร มือของเขาชาหนึบจนเกือบทำดาบหลุดมือ พลังของขั้น 2-1 นั้นรุนแรงเกินไปจริงๆ แม้จะาเ็แต่มันก็ยังเหนือกว่าเขามาก
[แต้มิญญาคงเหลือ: 5 แต้ม]
[คำเตือน: พลังงานในร่างต่ำกว่าเกณฑ์ – สถานะ 'กระหายิญญา' เริ่มทำงาน]
วิสัยทัศน์ของอาเธลสตันเริ่มพร่ามัวเป็สีเื เขารู้สึกหิวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขามองไปรอบๆ ซากศพที่เหลืออยู่ในระยะมีไม่มากพอจะะเิได้อีกครั้ง เขา้าิญญา... เดี๋ยวนี้!
ในจังหวะที่อัศวินไร้เศียรเงื้อขวานเตรียมจะปลิดชีพเขา อาเธลสตันตัดสินใจเดิมพันครั้งสุดท้าย เขาพุ่งเข้าไปหาขวานนั้นแทนที่จะหลบ!
"เ้าคิดว่าข้าคือเหยื่องั้นหรือ? เปล่าเลย... ข้าคือผู้ล่า!"
เขาปล่อยให้ขวานั์เฉือนเข้าที่หัวไหล่ซ้ายจนกระดูกแตกละเอียด แต่ในขณะเดียวกัน มือขวาของเขาก็คว้าเข้าที่ชุดเกราะของมัน และเริ่มใช้ทักษะพื้นฐานที่สุดแต่ร้ายกาจที่สุดของระบบ
"[เนตรกลืนิญญา: รูปแบบเขมือบเื]!"
ทันทีที่ััถูกตัว พลังงานสีขาวบริสุทธิ์ถูกกระชากออกมาจากร่างของอัศวินไร้เศียรไหลเข้าสู่ร่างกายของอาเธลสตันโดยตรง มันไม่ใช่การฆ่าแล้วเก็บแต้ม แต่มันคือการ 'สูบ' ิญญาในขณะที่ศัตรูยังมีชีวิตอยู่!
อัศวินไร้เศียรดิ้นพล่าน ร่างของมันเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลังของขั้น 2-1 กำลังถูกถ่ายเทมายังขั้น 1-2 อย่างบ้าคลั่ง
[ได้รับแต้มิญญา +5... +10... +20...]
[ตรวจพบิญญาระดับสูง: เริ่มกระบวนการเลื่อนระดับเร่งด่วน!]
แสงสีม่วงและสีแดงะเิออกมาจากจุดที่ทั้งสองัักัน แรงะเิครั้งสุดท้ายซัดให้อาเธลสตันและอัศวินไร้เศียรกระเด็นออกจากกัน ร่างของอัศวินั์ค่อยๆ สลายกลายเป็ฝุ่นผง เนื่องจากแกนกลางิญญาถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
อาเธลสตันนอนแผ่อยู่บนพื้นหิน าแที่ไหล่ค่อยๆ สมานตัวด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ กระดูกที่แตกหักกลับมาต่อกันใหม่ และดูแข็งแกร่งกว่าเดิม
[ภารกิจสำเร็จ: สังหารบอสประจำเขต]
[เลื่อนระดับสู่: ขั้น 1-3... 1-4... จนถึง ขั้น 1-5 (จุดสูงสุดของระดับิญญาพยาบาท)]
[ได้รับไอเทม: กุญแจกุหลาบเหล็กกล้า]
[ได้รับแต้มิญญาคงเหลือ: 150 แต้ม]
"ขั้น 1-5..." อาเธลสตันยันตัวขึ้นลุก พลังในร่างตอนนี้หนาแน่นกว่าตอนที่เขาตื่นขึ้นมาครั้งแรกหลายสิบเท่า เขารู้สึกว่าถ้าสู้กับอัศวินไร้เศียรตัวเมื่อครู่อีกครั้ง เขาอาจจะไม่ต้องเจ็บตัวหนักขนาดนี้
เขามองไปที่ประตูหินที่สลักรูปกุหลาบและดาบหัก บัดนี้ไม่มีผู้พิทักษ์ขวางทางอีกต่อไป เขาเดินเข้าไปหาประตูนั้นแล้วใช้กุญแจที่ได้รับมาเสียบเข้าที่ใจกลางดอกกุหลาบ
ครืนนนนน...
ประตูหินขนาดมหึมาค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยโลงศพหินอ่อนแกะสลักอย่างประณีต แตกต่างจากความซอมซ่อภายนอก ที่ใจกลางห้องโถงมีรูปปั้นของขุนนางผู้หนึ่งที่ดูเคร่งขรึม ในมือถือดาบเล่มเดียวกับที่อาเธลสตันมี... ดาบประจำตระกูลเรเวนวูดที่ยังสมบูรณ์
ที่ฐานของรูปปั้นมีข้อความสลักไว้ว่า:
"แด่ผู้สืบทอดที่รอดพ้นจากความตาย กุหลาบจะเบ่งบานอีกครั้งในคิมหันต์ฤดูที่มืดมิด"
"นี่คือ... สุสานลับของบรรพบุรุษข้าจริงๆ ด้วย"
อาเธลสตันเดินเข้าไปลูบฐานรูปปั้น ทันใดนั้น ิญญาดวงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากรูปปั้นนั้น มันไม่ใช่สัตว์อสูร แต่มันคือชายแก่ในชุดพ่อบ้านที่ดูสะอาดสะอ้าน ร่างของเขาโปร่งแสงเป็สีฟ้าจางๆ
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ... ท่านนายน้อยอาเธลสตัน" ิญญาพ่อบ้านคุกเข่าลง "ข้า เซบาสเตียน ผู้พิทักษ์ิญญาแห่งเรเวนวูด รอคอยท่านอยู่ ณ ชั้นที่ 1 แห่งนี้มานานแสนนาน"
อาเธลสตันเบิกตากว้าง "เ้า... เ้ารู้จักข้า? และเ้ายยังมีสติปัญญาอยู่?"
"แน่นอนครับ เพราะตระกูลของเราไม่ได้เป็เพียงขุนนางธรรมดา แต่เราคือผู้สืบทอดสายเืแห่ง 'จอมราชันย์อันเดด' ที่ถูกลืมเลือน และตอนนี้ท่านได้ปลุกพลังนั้นขึ้นมาแล้ว"
อาเธลสตันกำหมัดแน่น ความลับของตระกูลที่เขาไม่เคยรู้ พลังที่แท้จริงของระบบกลืนกิน และความลึกลับของสุสานอีก 5 ชั้นที่เหลือ... บัดนี้เขามีผู้ช่วยที่จะบอกทางสู่การแก้แค้นแล้ว
"บอกข้ามา เซบาสเตียน... ข้าต้องทำอย่างไรถึงจะลงไปสู่ชั้นที่ 2 ได้?"
"ก่อนจะไปชั้นที่ 2 ท่านต้องทำสิ่งหนึ่งก่อนครับ" เซบาสเตียนยิ้มอย่างลึกลับ "ท่านต้องสร้าง 'อัศวินหุ่นเชิด' ที่แท้จริงจากศพของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในห้องโถงนี้ เพื่อเป็องครักษ์ส่วนตัวของท่าน"
อาเธลสตันมองไปที่โลงหินที่อยู่ใกล้ที่สุด กลิ่นอายของิญญาที่สงบนิ่งแต่ทรงพลังแผ่ออกมา การหวนคืนของขุนนางหนูกำลังจะก้าวเข้าสู่บทตอนที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
[สรุปสถานะตอนที่ 3]
ระดับพลัง: ขั้น 1-5 (Max ของระดับแรก)
แต้มิญญา: 150
หุ่นเชิด: หนูรบกระดูก (ขั้น 1-2)
พันธมิตรใหม่: เซบาสเตียน (ิญญาพ่อบ้าน)