หลงจินพาองค์หญิงใหญ่เดินเท้าั้แ่ 10 โมงเช้า จนถึง บ่าย 3 โมง โดยไม่หยุดพักท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจีกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุดเพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่เส้นขอบฟ้าเท่านั้น องค์หญิงใหญ่เดินลากขาด้วยความเหนื่อยล้า โชคดีที่ทั้งวันมีเมฆก้อนใหญ่บดบังแสงแดดตลอดทางพร้อมกับลมโชยพัดผ่านทำให้นางเดินต่อไปได้ แม้นางจะเหนื่อยมากเพียงใด แต่นางก็ไม่เคยปริปากบ่นว่าเหนื่อยเลยสักคำ เพราะนางคิดว่าต้องหนีออกจากที่นี่ให้เราที่สุดเท่านั้น หลงจินเดินนำหน้าห่างองค์หญิงใหญ่ไปกว่า 10 ก้าว เมื่อหลงจินรู้สึกว่าองค์หญิงใหญ่เริ่มช้าลงเรื่อยๆจึงหันกลับไปมอง ก็เห็นองค์หญิงใหญ่ก้มหน้าก้มตาเดินอย่างช้าๆด้วยความเหนื่อยล้า
‘ หากเดินช้าอย่างนี้ คืนนี้คงได้นอนกล้าทุ่งเป็แน่… ’ หลงจินคิดในใจแล้วเดินเข้าไปหาองค์หญิงใหญ่ เมื่อมายืนอยู่ตรงหน้าองค์หญิงใหญ่ก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าพลางมองหลงจินดวยความสงสัย
" ขึ้นหลังข้า ข้าจะแบกเ้าไปเอง " หลงจินพูด องค์หญิงใหญ่รู้สึกดีใจมากที่หลงจินจะแบกนางไป
" ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านวีรบุรุษเสือ " องค์หญิงใหญ่กล่าวด้วยรอยยิ้มดีใจ
" ข้าไม่ใช่วีรบุรุษเสือ ข้าชื่อว่าหลงจิน แล้วเ้าล่ะชื่อว่าอะไรองค์หญิง "หลงจินพูด
‘ หลงจิน? ช่างเป็ชื่อที่แปลกนักหากมีศรีษะเป็เสือเช่นนี้ ’ องค์หญิงใหญ่คิดในใจด้วยความประหลาดใจในชื่อของหลงจิน เพราะคำว่า หลงจิน มีความหมายว่า ัทอง แต่ทว่าหัวของเขานั้นเป็หัวของเสือขาว
" ขออภัยเ้าค่ะ ท่านหลงจิน ข้ามีนามว่า หวงหลินอิงเ้าค่ะ " องค์หญิงใหญ่พูดด้วยรอยยิ้ม หลงจินปลดดาบทั้งสองเล่มแล้วยืนให้องค์หญิงใหญ่นางก็รับมาทันที แม้หลงจินจะไม่พูดอะไรแต่นางก็รู้ดีว่าให้เก็บไว้ให้ จากนั้นหลงจินก็หันหลังแล้วนั่งยองเพื่อให้องค์หญิงใหญ่ขึ้นขี่หลัง นี่เป็ครั้งแรกขององค์หญิงใหญ่ที่จะได้ขึ้นหลังของคนอื่นที่ไม่ใช้ข้ารับใช้หรือบิดาของตน นางจึงรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
‘ ช่างเป็แผ่นหลังที่กว้างจริงๆ ’ องค์หญิงใหญ่มองแผ่นหลังของหลงจิน แล้วนางก็เอาดาบขึ้นมาสะพายหลังทั้งสองเล่ม ก่อนที่จะขึ้นขี่หลังหลงจินอย่างช้าๆ
ในขณะที่มือััโดนขนเสือของหลงจินััอันนุ่มฟูและรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกนางคอยๆเลื่อนมือกอดคอหลงจินเพื่อที่จะััขนอันนุ่มฟูอย่างใกล้ชิดพลางแนบใบหน้าเข้าไปชิดกับหลังศรีษะหลงจิน นางได้กลิ่นหอมดั่งดอกโบตั๋นอ่อนๆจากตัวของหลงจิน จนรู้สึกตัวเบาโล่งสบายอย่างบอกไม่ถูกเพียบครู่เดียวเท่านั้นนางก็หลับไปอย่างไม่รู้ตัว
ทางด้านหลงจินเมื่อองค์หญิงใหญ่ขึ้นมาขี่หลังของเขาอย่างช้าๆแล้วในตอนที่องค์หญิงใหญ่ก็เริ่มกอดคอ หลงจินก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย แต่ทว่ามันกลับมีัันึงที่แนบอยู่บริเวณกลางหลังของหลงจิน มันรู้สึกนุ่มนิ่มอย่างที่หลงจินไม่เคยััจากที่ไหนมาก่อน มันนุ่มและยืดหยุ่นเกินจะบรรยายได้
‘ ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน! ’ ในขณะที่หลงจินแปลกใจอยู่นั้น องค์หญิงใหญ่ก็ขยับตัวเข้ามาแนบชิดหลงจินมากขึ้นทำให้ความรู้สึกนุ่มนวลนั้นแนบเขามาใกล้จนหลงจินรู้สึกขนลุก
‘ ช่างให้ความรู้ที่แปลกประหลาดยิ่งนัก.. ความรู้นี้มันอะไรกัน? ’ หลงจินรู้สึกสงสัยอยู่ไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจแต่อย่างใด ก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วออกตัววิ่งด้วยความเร็ว แล้วในขณะวิ่งนั้นเองััอันนุ่มนวลนั่นก็ขยับไปมาอยู่ด้านหลังของหลงจินจนรู้สึกได้อย่างชัดเจน แม้จะรู้สึกแปลกๆ แต่หลงจินก็ชอบอยู่ไม่น้อย
หลงจินแบกองค์หญิงใหญ่วิ่งอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากม้าศึกจนออกจากทุ่งหญ้า เข้าสู่ชายป่าออกจากเขตชนเผ่าอาจู เข้าสู่เขตชายแดนแคว้นต้าฉิน ซึ่งเป็พื้นที่ป่าเขามีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน หลงจินพาองค์ใหญ่วิ่งมาจนตะวันใกล้จะลับของฟ้าจึงหยุดพักใต้ต้นไม้ใหญ่ องค์หญิงใหญ่ลงจากหลังของหลงจิน แล้วนางก็เอาดาบยื่นคืนให้กับหลงจิน
" คืนนี้เราจะพักที่นี่ " หลงจินรับดาบมาสะพายพลางพูด องค์หญิงใหญ่ก็พยักหน้าหนึ่งครั้ง แล้วนางก็ได้ยินเสียงลำธารจึงหันไปตามเสียงนั้น
" ทางนั้นมีแม้น้ำอยู่หากเ้าอยากไปก็ไปเถอะ ข้าจะก่อกองไฟและหาอาหาร " หลงจินพูด
" แต่ว่า…" แม้องค์หญิงใหญ่จะอย่างไปก็ตามแต่ก็รู้สึกลังเลถึงความปลอดภัยของตน
" เ้าไปเถอะ ข้าจะดูแลเ้าเอง อย่าได้กังวล " หลงจินพูดเสียงเรียบ องค์หญิงใหญ่ได้ก็ยิ้มออกมา เพียงคำพูดของหลงจินนางก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาทันที
" ขอบคุณเ้าค่ะ " องค์หญิงใหญ่พูดด้วยรอยยิ้มแล้วเดินไปตามเสียงลำธาร หลงจินก็เริ่มลงมือก่อกองไฟทันที
องค์หญิงใหญ่เดินตามเสียงน้ำไหลอยู่ครู่หนึ่งก็ออกจากแนวป่าเกจอกับพื้นที่เต็มไปด้วยก้อนหินและโขดหินขนาดใหญ่ แม้ในขณะนั้นพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าจนไร้แสงตะวัน แต่วันนั้นเป็วันพระจันทร์เต็มส่องสว่างจนเห็นแม้น้ำใสสะอาดไหลเอื้อยๆ พลางกระทบแสงจันทร์ระยิบระยับ องค์หญิงใหญ่เดินไปข้างริมแม้น้ำนั่งยองแล้วเอามือััน้ำอันใสสะอาดและเย็นสะบาย จากนั้นก็ตักน้ำขึ้นมาดื่มและล้างหน้าด้วยความสดชื่นและเย็นสบาย
แล้วทันใดนั้นนางก็นึกสิ่งที่นางอยากทำมาโดยตลอดหลายวัน นั้นคือการอาบน้ำ เมื่อนางนึกได้อย่างนั้นก็หันมองซ้ายมองขวาเมื่อไม่มีใครอยู่แล้ว นางก็เดินถอยออกมาสี่ ห้าก้าวแล้วเริ่มถอดกำไลขอมือทองคำประดับด้วยทับทิมสีแดงสด ปลดสร้อยคอที่ทำจากเงินเงางามสะท้อนแสงจันทร์ประดับด้วยทับทิมเม็ดใหญ่ ปลดสายรัดเอวสีชมพูเข้มออกแล้วถอดชุดคคลุมยาวสีชมพูขาวลายดอกกุหลาบออกแล้วถอดเสื้อแขนยาวสีชมพูอ่อนอีกชั้นออก แล้วถอดถอดเสื้อแขนยาวผ้าขาวบางชุ้มไปด้วยเหงือจนแนบชิดผิวซึ่งเป็ชั้นสุดท้ายออก เผยให้เห็นผิวพรรณขาวพ่องใสไร้ตำหนิกระทบแสงจันทร์สว่าง มีผ้าผืนเดียวสีชมพูปักลายดอกกุหลาบสวยงามคาดปิดรอบอกมีเชือกพูกที่คอและเอว แม้จะมีผ้าปกปิดแต่ก็ไม่อาจปกปิดเนินอุดมที่อวบใหญ่และเต่งตึงได้ นางถอดกระโปร่งสีชมพูปักลายกุหลาบ เผยให้เห็นขาอันเรียวยาวบั้นท้ายอวบอั๋นเข้ารูปใส่กางเกงในทรงสามเหลี่ยมปิดส่วนสงวนพูกเชือกข้างเอวสองข้าง นางปลดเชื่อกางเกงในที่ละข้างแล้วถอดออกจากนั้นก็ถอดผ้ารัดอกออกเป็ชิ้นสุดท้าย ร่างเปลี่ยยเปล่าขององค์หญิงหวงหลินอิงส่องประกายสะท้อนแสงจันทร์อย่างเปร่งประกาย องค์หญิงใหญ่เดินลงไปในน้ำอย่างช้าๆด้วยความรู้สึกเย็นสบายและความสดชื่น นางอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์ด้วยความดีใจที่ได้อาบน้ำในวันนี้… โดยไม่คิดเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองนางอยู่ในมุมมืด
‘ ข้าแค่จะมาตักน้ำไม่นึกว่าจะได้เห็นอะไรเช่นนี้! ’ หลงคิดรำพึงอยู่ภายในใจด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวและชีพจรที่เต้นผิดจังหวะ ดวงตาเบิกโพร่งไม่อาจละสายตาไปได้ เรือนร่างอันงดงามได้สะกดหลงจินจนแทบจะหยุดหายใจ แม้หลงจินจะไม่ได้สนใจองค์หญิงใหญ่ในครั้งแรกที่พบเจอแต่บัดดนี้หลงจินไม่อาจละสายตาไปจากเรือนร่างขององค์หญิงใหญ่ไปได้พลางมองด้วยความสงสัยใคร่อยากรู้ของเขา ทั้งหน้าอกกลมโตเต่งตึงได้รูปพลางทำให้หลงจินละลึกขึ้นััจากด้านหลังที่เคยัักับความนุ่มนวลนั้น และยิ่งปลายถันสีชมพูอ่อนสะดุดตา แม้จะอยู่ในยามค่ำคืนแต่หลงจินก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน มองต่ำลงมาก็เป็หน้าท้องที่แบนราบเรียบเอวที่คอดกิ่วรับกับรูปบั้นท้ายที่ผายกว้างงอนโดดเด่นก็ทำให้จิตใจหลงจินนั้นสั่นสะท้านอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน หลงจินไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนนี้เป็ครั้งแรกของหลงจินที่ได้เห็นร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาว ในขณะที่หลงจินกำลังจ้องมองตาเป็มันอยู่นั้น หลงจินก็หลุดออกจากภวังค์ด้วยความเจ็บและความรู้สึกแน่นที่ปรากฎขึ้น หลงจินรับรู้ได้ทันทีว่ายามนี้ัของเขาได้ผงาดแข็งตัวดันกางเกงจนแทบจะทะลุแล้ว หลงจินรู้สึกแปลกใจอย่างมากที่เป็เช่นนี้ เพราะทุกครั้งแท่งหยกของหลงจินจะแข็งตัวก็ตอนที่ตื่นนอนเท่านั้น แต่นี้กลับแข็งขึ้นมาอย่างน่าประหลาด อีกทั้งยังแข็งกว่าทุกครั้ง พร้อมกับความร้อนรุ่มอยู่ภายในแท่งหยกและภายในใจ
‘ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับข้ากัน!? ’ หลงจินคิดในใจด้วยความแปลกประหลาดใจอย่างมาก หลงจินไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไรจึงถอยออกห่างจากตรงนั้น