สองสามีภรรยาต่างมองหน้ากันไปมา ด้วยเมื่อคืนนี้บุตรีของพวกเขาได้มาพูดเื่ที่พวกเขาไม่คาดคิดมาก่อน แม้ว่าเื่ที่นางพูดนั้นจะเป็เื่ปกติในที่ลับแต่ไม่เคยมีใครทำเื่นี้ในที่แจ้งมาก่อนเช่นกัน
“ท่านพี่”
“หากทำตามที่เถียนเถียนบอก ต่อไปหงเออร์ของพวกเราคงจะมิถูกใครนำเื่นี้ไปทำให้เดือดร้อนได้”
“แล้วท่านพี่คิดว่าหงเออร์จะยอมหรือเ้าคะ”
“แน่นอนว่าอาจจะไม่...แต่เมื่อเขารู้ความจริง...เขาอาจจะเปลี่ยนใจได้”
จางหยุนผิงที่รับรู้เื่จากบุตรสาวนั่นได้ทำให้นางรู้สึกเครียดอยู่ไม่น้อย แต่ยังโชคดีที่เื่นี้มีคนรู้ไม่มาก ไม่นานเฉินไฉ่หงและเฉินฟางซินได้เดินมาหาทั้งสองที่เรือน
“หงเออร์ เถียนเถียนพวกเ้ามาแล้วหรือ”
“ท่านพ่อมีอะไรหรือขอรับถึงได้ให้เถียนเถียนไปเรียกลูก”
“โม่อวี้ขอลากลับบ้านเดิม มารดาของเขาป่วยหนักนี่คือจดหมายที่เขาทิ้งไว้ให้เ้า”
เฉินไฉ่หงรู้สึกไม่พอใจด้วยว่าคนสนิทของเขานั้นมิเคยทำอะไรที่ไม่บอกเขา แต่เมื่อเขาอ่านจดหมายนั้นนั่นก็พอจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
“อีกเื่ พรุ่งนี้คู่หมั้นของเ้าที่พ่อได้หมั้นหมายให้ั้แ่เด็กจะมา”
“คู่หมั้นหรือขอรับ ทำไมลูกไม่รู้เื่นี้มาก่อน”
“ความจริงพ่อกับแม่ก็ลืมเื่นี้ไปแล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้บิดาและมารดาของนางได้เสียชีวิต ก่อนจะจากไปพวกเขาได้ทิ้งจดหมายไว้ให้พวกเรา....เพื่อทวงสัญญาหมั้นหมาย...นั่นจึง....ทำให้พ่อปฏิเสธไม่ได้”
“ท่านพ่อ ท่านแม่...แต่ข้า....”
“เื่อื่นเอาไว้ก่อน นางจะมาพักที่จวนเราเพื่อเรียนรู้นิสัยเ้า วันที่เก้าเดือนหน้าข้าจะจัดงานแต่งงานให้พวกเ้า”
“ทำไมถึงต้องจัดอย่างรวดเร็วเช่นนี้”
“เร็วงั้นหรือ ตอนนี้เ้าก็อายุได้ 18 ปีแล้วสมควรแต่งงานได้แล้ว เ้าจะให้น้องสาวของเ้าแต่งออกก่อนเ้าหรืออย่างไร”
“แต่...”
“เื่นี้พ่อไม่ได้ขอความเห็นจากเ้า...ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วเ้าออกไปได้”
เฉินไฉ่หงเดินออกจากห้องไปด้วยความรู้สึกสับสน เฉินซีฮัน จางหยุนผิงและเฉินฟางซินต่างมองตามชายหนุ่มไปด้วยความห่วงใย
“พวกเราทำเช่นนี้ถูกแล้วหรือ”
สตรีมีอายุเอ่ยขึ้นเบา ๆ เฉินซีฮันเดินเข้าไปโอบไหล่นางเบา ๆ เพื่อปลอบใจ
“ท่านพ่อท่านแม่ทำถูกแล้วเ้าค่ะ ให้ทุกคนเห็นท่านพี่ที่เป็เช่นนี้น่ะดีแล้ว ทุกอย่างจะได้ราบรื่น...”
“เ้าเองก็เหมือนกัน ทำไมต้องทำเช่นนี้กับพี่ชายแท้ ๆ ของเ้า”
สตรีมีอายุหันมาดุบุตรสาวของตน แต่เฉินฟางซินกลับยิ้มส่งกลับไปให้มารดาก่อนจะเข้าไปกอดแขนนางอย่าเอาใจ
“ท่านแม่อย่าลืมสิเ้าคะ...หากพวกเราเป็คนลงมือทุกอย่างจะจบอย่างงดงาม แต่หากให้ผู้อื่นรู้และเป็คนลงมือ...ข้าคิดว่าเื่ราวอาจจะจบไม่สวยก็ได้”
สองสามีภรรยามองบุตรีก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย แม้พวกเขาจะมิได้มีศัตรูแต่ก็มิใช่ไม่มีใครที่้าจะเห็นพวกเขาล้ม
เสียงรถม้าเคลื่อนมาจอดหน้าจวนตระกูลเฉิน พ่อบ้านได้ออกไปต้อนรับสตรีที่เพิ่งมาจากบ้านนอกด้วยความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย สตรีรูปร่างโปร่งบางได้เดินลงมาจากรถม้าพร้อมกับผ้าปิดหน้ากว่าครึ่งเผยให้เห็นเพียงดวงตางามเท่านั้น
“คุณหนูหลี เชิญด้านในขอรับ”
สตรีผู้มาใหม่มิได้เอ่ยขอบคุณบุรุษมีอายุก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน โถงใหญ่ของเรือนทุกคนต่างอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา จางหยุนผิงได้เดินเข้าไปรับหญิงสาวอย่างอ่อนโยน
“เดินทางมาเหนื่อยหรือไม่”
“ไม่เ้าค่ะท่านป้า”
“เหตุใดยังเรียกเช่นนี้อีก อีกไม่นานเ้าก็จะแต่งเข้าตระกูลเฉินแล้วเ้าควรเรียกข้าว่าท่านแม่นะ”
เฉินไฉ่หงพิจารณาสตรีที่เป็คู่หมั้นของตนอยู่เงียบ ๆ ก่อนจะหันไปมองเฉินฟางซินที่ยิ้มมาทางเขาก่อนจะมองไปทางพี่สะใภ้ของตนเอง
“น่าแปลกทำไมพี่สะใภ้ถึงต้องปิดหน้าปิดตาเช่นนี้ หรือว่าจะเป็สตรีน่าเกลียด”
“อย่าเสียมารยาทอวี่เออร์”
หลี่รุ่ยถิงเอ่ยดุบุตรสาวของตนก่อนจะมองนางด้วยสายตาเยาะเย้ยอยู่ไม่น้อย แม้ว่าพวกนางจะอยากแยกเรือนแต่ว่าตอนนี้กลับไม่สามารถออกไปได้เร็วดั่งใจจึงต้องจำยอมอยู่ต่อไป
“คือว่าเมื่อเดือนก่อนเกิดเหตุไม่คาดคิดทำให้ใบหน้าของข้าได้รับาเ็ หากว่ามิปิดไว้ข้าเกรงว่าอาจทำให้พวกเ้าใได้”
“ไม่ว่าพี่สะใภ้จะเป็อย่างไร พวกเราก็ยินดีรับท่านเข้าตระกูลอย่างแน่นอน”
เฉินฟางซินเอ่ยยิ้ม ๆ ขณะหันไปทางเฉินจื่อเซี่ยที่ยืนอยู่ด้านข้างและสะกิดเด็กหนุ่มเบา ๆ
“ใช่ขอรับ”
แม้เด็กหนุ่มจะมิแน่ใจกับสิ่งที่เห็น แต่เขานั้นได้ยินเื่ราวมาบางส่วนจากพี่สาวของเขานั่นได้ทำให้เด็กหนุ่มอดที่จะชื่นชมพี่สาวของตนเองไม่ได้
“นางคือพี่สะใภ้ของพวกเรา ดังนั้นพี่สะใภ้....ท่านอย่าได้ฟังคนอื่นเลยนะขอรับอีกไม่นานพวกเขาก็จะแยกบ้านออกไปแล้ว ต่อไปก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราอย่างแน่นอน พี่สะใภ้อยู่ที่นี่อย่างสบายใจเถอะนะขอรับ”
“อาเซี่ย ถึงอย่างไรเสียพวกเราก็แซ่เดียวกัน เ้าจะต้องพูดถึงเพียงนี้เชียวหรือ”
เฉินเจียวอวี่เอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ แต่เฉินจื่อเซี่ยมิได้สนใจกลับหันไปหาพี่สะใภ้ของตนเอง
“พี่เถียนเถียนได้เตรียมห้องไว้ให้พี่สะใภ้แล้ว ห้องของพี่สะใภ้อยู่ใกล้ ๆ ห้องพี่ใหญ่ ท่านพ่อท่านแม่บอกว่าพวกท่านจะได้ใช้เวลารู้จักกันก่อนแต่งงาน”
“เวลาเดือนเดียวคงจะพอทำให้พี่สะใภ้พึงพอใจในตัวพี่ใหญ่ของพวกเราได้นะ”
เฉินฟางซินพูดยิ้ม ๆ นั่นทำให้หลีโม่ถึงกับก้มหน้าซ่อนความเขินอายของตน ต่างจากบุรุษที่ทุกคนเอ่ยถึง เขาจ้องสตรีตรงหน้าอย่างพิจารณาด้วยรู้สึกแปลก ๆ กับนางแต่กระนั้นเขากลับไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไร
“จริงสิ พี่สะใภ้มาจากชนบทเช่นนั้น เซียวอวี้ เ้าไปติดตามดูแลพี่สะใภ้ทีนะ บ่าวและคนรับใช้ให้เ้าช่วยดูแลและจัดการแทนพี่สะใภ้ด้วย”
“เ้าค่ะ”
เซียวอวี้บ่าวรับใช้คนสนิทของเฉินฟางซินได้ถูกส่งให้สะใภ้คนใหม่นั่นได้ทำให้คนนอกครอบครัวนางถึงกับใเล็กน้อย ด้วยว่านี่คือการประกาศบอกทุกคนว่าสตรีผู้นี้....คือ....คนของนาง
ทุกอย่างในเรือนถูกจัดเตรียมและดูแลเป็อย่างดี แม้ว่าห้องของเฉินไฉ่หงจะอยู่ใกล้กับหลีโม่แต่ชายหนุ่มกลับพยายามหลบหน้าและมิเคยพบกับนางสักครั้งจนเป็ที่เล่าลือในหมู่คนรับใช้ เฉินฟางซินที่ได้ยินถึงกับยกยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะดำเนินแผนการต่อไป
“คุณหนูหลี คุณหนูสามให้เชิญท่านไปดื่มชาที่ศาลากลางสวนเ้าค่ะ”
“ข้ารู้แล้ว”
สตรีร่างสูงโปร่งเดินไปตามทางที่คุ้นเคยก่อนจะพบสตรีรูปงามนั่งอยู่ท่ามกลางมวลดอกไม้ทำให้น่าหลงใหล เท้าของนางค่อย ๆ เดินเข้าไปก่อนจะเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เถียนเถียน”
“พี่สะใภ้ นั่นก่อนสิ”
หญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะให้บ่าวรับใช้นำเครื่องถ้วยชาออกมา
“ข้าได้ยินมาว่าพี่สะใภ้ชงชาได้เยี่ยมยอดมาก เช่นนั้นหากข้าอยากจะชิมชาฝีมือพี่สะใภ้สักหน่อยไม่ทราบว่าพี่สะใภ้จะรังเกียจหรือไม่”
“แน่นอนว่าข้ายินดีอย่างแน่นอน”
หลีโม่ได้รับชามาก่อนจะชงชาให้แก่เฉินฟางซิน นางมิรู้เลยว่าท่วงท่าในการชงชาของนางนั้นได้หยุดสายตาชายผู้กำลังเดินเข้ามา
“โม่อวี้”
ชายหนุ่มครางชื่อนี้กับตัวเองเบา ๆ ดั่งเห็นร่างโม่อวี้ทับซ้อนร่างหลีโม่ แต่ยังมิทันไรจู่ ๆ เขากลับได้ยินเสียงเรียกของเฉินฟางซินนั่นจึงทำให้เขามิสามารถหลบไปไหนได้นอกจากเดินเข้าไปร่วมวงด้วยเท่านั้น