ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองชีโรฮุย
"น้องชินเ้าไม่ต้องเกรงใจไป เ้าอยากกินอะไรก็สั่งได้เลย เพราะยังไงซะพวกเราก็ถือได้ว่าอยู่ภายในกองกำลังเดียวกันแล้วนี่นา''
คุชิคินกล่าวแนะนำชินที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันกับพวกเขา
ส่วนทางด้านชินนั้นก็ยังคงไว้ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ แต่ความจริงแล้วนั้นเขารู้สึกหิวเป็อย่างยิ่ง เพราะั้แ่ที่มาถึงดวงดาวที่แปลกประหลาดแห่งนี้… ก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะงั้นแล้วตอนนี้ชินจึงไม่เกรงอกเกรงใจอะไรทั้งสิ้น
หลังจากคุชิคินกล่าวจบ เขาก็เลือกอาหารที่้าทันที แม้อาหารที่ชินเลือกนั้นจะแพงเป็อย่างมาก แต่ผู้คนที่นั่งอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร สำหรับพวกเขาแล้วอาหารที่ชินเลือกนั้น พวกเขาก็กินกันอยู่ทุกวันอยู่แล้ว
ถึงแม้ซูลิมจะไม่ค่อยติดต่อกับตระกูลของตน แต่ยังไงซะนางก็เป็ถึงหนึ่งในห้าปีศาจของอาณาจักรดาบสีขาว นี่จึงทำให้ทางตระกูลซูได้ส่งเงินมาให้ซูลิมอยู่อย่างสม่ำเสมอ…
หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จสิ้นแล้ว ซูลิมก็ได้เอ่ยถามขึ้นมา
''น้องชินตอนนี้เ้ามีที่พักอาศัยหรือยัง ? ถ้ายังไม่มีเ้าสนใจจะไปอยู่กับพวกเราไหม แม้จะอยู่ไกลจากเมืองไปหน่อยแต่ที่นั่นก็มีที่พักเพียงพอที่พวกเราจะสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างสบายเลยแหละ''
ชินได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร เพราะตอนนี้เขาก็ไม่มีที่พักจริงๆ แถมภายในดาวดวงนี้เขาก็ยังรู้อะไรไม่มากนัก หากติดตามกองกำลังที่แข็งแกร่งนี้ไปก็อาจจะได้ข้อมูลสำคัญบางอย่างที่ใช้สำหรับตามหาชีวานเพิ่มขึ้นมาก็ได้
เขาจึงได้พยักหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ดั่งเช่นเคย
ซูลิมเห็นเช่นนั้นนางจึงยิ้มออกมา
และนางก็ได้พาทุกคนออกจากร้านอาหารและเดินทางกลับที่พักโดยทันที…
แต่ทันทีที่พวกเขาออกจากร้านอาหารพวกเขาก็ได้เห็นกลุ่มคนที่มีจำนวนราวๆสามสิบคนมายืนดักอยู่หน้าร้านอาหาร
หลังจากซูลิมเห็นคนกลุ่มนั้น
ประกายตาที่เคยสดใสก่อนหน้าก็ได้กลายเป็เ็าขึ้นมาโดยทันที และพักพวกของนางก็ไม่ได้ต่างอะไรกับนางมากนัก
''การที่พวกเ้าถึงกับมาที่นี่ด้วยจำนวนคนขนาดนี้… ก็คงเพราะมีเื่สำคัญอะไรบางอย่างสินะ ?''
ซูลิมเอ่ยถามกลุ่มคนเ่าั้
''รายงานคุณหนูซูลิม... ท่านผู้นำตระกูลมีคำสั่งให้พวกเรานำโลหิตศักดิ์สิทธิที่คุณหนูสามารถแย่งชิงมาได้กลับไปที่ตระกูลเพื่อที่จะตรวจสอบขอรับ''
ชายที่ดูเหมือนจะเป็ผู้นำของกลุ่มคนสามสิบคนนี้ได้กล่าวออกมา
ซูลิมได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหัวและหัวเราะออกมาอย่างเ็าแล้วกล่าวตอบไปว่า
''โลหิตศักดิ์สิทธิที่ว่านั่น… ข้าไม่ได้เป็คนที่แย่งชิงมาได้เสียหน่อย แล้วข้าจะมอบมันให้พวกเ้าไปได้อย่างไร ? ข้าว่าทางตระกูลซูคงจะเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ''
เมื่อได้ยินเช่นนี้ชายคนนั้นจึงรู้สึกเคร่งเครียดขึ้นมาโดยทันทีเหงื่อจำนวนมากผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเขา...
ตัวเขานั้นรู้ดีว่าซูลิมไม่ค่อยถูกกับตระกูลของตนเองสักเท่าไหร่นัก แต่จะอย่างไรนี่ก็เป็ถึงคำสั่งของผู้นำตระกูลซู หากตัวเขากลับไปมือเปล่าก็ย่อมต้องได้รับการลงโทษจากตระกูลซูอย่างแน่นอน
เขาจึงได้กล่าวออกมาอีกครั้ง
''แน่นอนข้าย่อมรู้เื่ที่ท่านว่ามา... แต่ผู้ที่แย่งชิงมาได้ยังไงซะก็ถือเป็คนภายในกองกำลังของคุณหนู... ข้าคิดว่าคุณหนูคงจะสามารถส่งมอบมันมาให้แก่พวกเราเพื่อที่จะนำกลับไปให้ตระกูลซูตรวจสอบได้''
ซูลิมย่อมรู้ดีว่าชายตรงหน้านี้ไม่ได้ผิดอะไร หากเขาทำตามคำสั่งไม่ได้ เขาย่อมต้องถูกตระกูลของตนลงโทษอย่างแน่นอน
นางจึงได้กล่าวออกมาอีกครั้งว่า
''กองกำลังของข้าไม่ได้เป็กองกำลังเชกเช่นนั้นอย่างที่เ้าคิด ของที่คนๆนั้นหามาได้ย่อมต้องเป็ของคนๆนั้น ข้าไม่สามารถไปบีบบังคับเอามันมาได้… แต่ตัวข้าเองก็รู้ดีว่าหากเ้ากลับไปมือเปล่าเ้าย่อมได้รับการลงโทษ เพราะงั้นแล้วพวกเ้าก็จงนำคำพูดของข้าไปบอกผู้นำตระกูลซะ...
ข้าซูลิมจะลงแข่งขันในศึกห้าอาณาจักรภายใต้ตระกูลซู…
แค่เื่นี้ก็คงมากพอที่จะทำให้เ้าไม่ถูกลงโทษแล้วล่ะ''
ชายผู้นั้นหลังได้ยินคำตอบของซูลิมก็ใออกมาในทีแรก จากนั้นก็ปลื้มปิติยินดีเป็อย่างยิ่ง เขาจึงเอ่ยขอบคุณซูลิม และนำกองกำลังสามสิบคนที่ตนพามากลับทันที
ส่วนพวกคุชิคินหลังจากที่พวกเขาได้ยินคำพูดของซูลิมก็ดูตกอกใเป็อย่างมาก…
''พี่ซูนี่ท่านจะเข้าร่วมศึกห้าอาณาจักรนั่น… ภายในนามของตระกูลซูจริงๆงั้นรึ ?''
คุชิคินเอ่ยถามขึ้นมาอย่างร้อนรน
คนอื่นๆเองก็มีท่าทีไม่ต่างกัน
ส่วนชินนั้นก็รู้สึกขอบคุณซูลิมที่ช่วยตนถึงขนาดนี้ และเขาเองก็รู้สึกสงสัยเป็อย่างมากว่าศึกห้าอาณาจักรที่ว่ามันคืออะไร และทำไมพวกเขาต้องดูร้อนรนเช่นนั้นด้วย แต่ชินก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกมา
ส่วนทางซูลิมนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน
นางเพียงพยักหน้ารับ…
พวกคุชิคินเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกเคร่งเครียดเป็อย่างมาก แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้
เพราะพวกเขารู้ดีว่าซูลิมเมื่อตัดสินใจอะไรออกไปแล้ว ยากมากที่นางจะเปลี่ยนใจ พวกเขาจึงทำได้เพียงเดินทางกลับที่พักด้วยความรู้สึกหนักใจ
ส่วนชินนั้นก็ยังคงใบหน้าไร้อารมณ์และได้เดินตามพวกเขาไปเช่นกัน
ค่ำคืนได้ผ่านไป…
จนแสงสว่างของยามเช้าได้กลับคืนมาอีกครั้ง
และเช้าวันนี้ก็ได้มีเื่ใหญ่เกิดขึ้นกับตระกูลซูมะ
นั่นก็เพราะาาดาบสีขาวได้เดินทางมายังตระกูลซูมะด้วยตัวเอง มันจึงทำให้พวกเขาใและรีบร้อนจัดเตรียมการต้อนรับด้วยความเร็วราวพายุสายฟ้า…
''าาดาบสีขาว... การที่ท่านมาเยือนที่ตระกูลอันต่ำต้อยของข้านั้น… ท่านมีเื่อะไรอย่างนั้นรึ ?''
ซูมะฮิรุยผู้นำตระกูลซุมะ เอ่ยถามออกมาอย่างนอบน้อม
ส่วนทางฝั่งาาดาบสีขาวนั้น
ทันทีที่ได้ยินคำถามเขาก็ได้กล่าวตอบทันที
''ได้ยินว่าท่านผู้นำตระกูลซูมะกำลังตามหาเด็กน้อยหน้ากากดำ ผู้ที่เอาชนะห้าปีศาจทั้งหมดได้ด้วยตัวคนเดียวอยู่อย่างนั้นรึ ?''
ซูมะฮิรุยได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกใเป็อย่างยิ่ง เขาได้คิดในใจ
(หรือเด็กน้อยนั่นจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับราชวงศ์ดาบสีขาวงั้นรึ ?)
''ถูกต้องแล้ว ตอนนี้ข้ากำลังตามหาเด็กน้อยนั่นอยู่จริงๆ เพราะลูกสาวข้าซูมะอุสึคุรู้สึกถูกใจเด็กน้อยนั่นเป็อย่างมาก ข้าจึงพยายามตามหาเด็กนั่น เพื่อให้เขามาตบแต่งกับลูกสาวข้าให้ได้นั่นเอง... หรือาาดาบสีขาวจะรู้อะไรเกี่ยวกับเด็กน้อยนั่นงั้นรึ ?''
าาดาบสีขาวได้ยินเช่นนั้นก็ได้แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา
เขาได้คิดในใจ…
(ตบแต่งงั้นรึ ? หรือผู้นำตระกูลซูมะคิดว่าสาวน้อยหน้ากากดำนั่นเป็ผู้ชายกันนะ…)
าาดาบสีขาวจึงหันหน้าไปมองซูมะอุสึคุที่นั่งอยู่ข้างๆซูมะฮิรุยที่ตอนนี้กำลังยิ้มออกมาอย่างเ้าเลห์
าาดาบสีขาวเห็นเช่นนั้นก็พอจะเข้าใจขึ้นมาได้บ้างเล็กน้อย…
เขาจึงกล่าวกับซูมะฮิรุยไปว่า
''ไม่ใช่หรอกข้าก็แค่รู้สึกสนใจเด็กน้อยนั่นก็เท่านั้นเอง และที่ข้ามาที่นี่ก็เพื่อที่จะถามข้อมูลของเด็กน้อยนั่นจากซูมะอุสึคุลูกสาวของท่านยังไงล่ะท่านผู้นำตระกูลซูมะ''
ซูมะฮิรุยได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกโล่งใจที่เด็กน้อยนั่นไม่ได้เกี่ยวข้องกับาาดาบสีขาว ไม่งั้นเื่นี้ก็คงยุ่งยากขึ้นไปอีกเป็แน่…
''เกี่ยวกับเด็กน้อยนั่น… อุสึคุเองก็รู้อะไรไม่มาก นางรู้แค่ว่าอายุน้อยกว่านาง และแข็งแกร่งพอที่จะล้มห้าสัตว์ประหลาดพร้อมกันทีเดียวได้''
ซูมะฮิรุยกล่าวเื่ที่ตนรู้ทั้งหมดออกมา
ราขาดาบสีขาวได้ยินเช่นนี้ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรมากนัก
เขาจ้องมองไปที่ซูมะอุสึคุ
ด้วยสายตาสาดประกาย…
จากนั้นเขาจึงเอ่ยลาซูมะฮิรุย และเดินทางกลับทันที
หลังจากส่งาาดาบสีขาวกลับไปแล้ว
ซูมะฮิรุยก็ไปยังห้องของตนพร้อมกับรอรายงานจากคนๆหนึ่งอยู่…
คนผู้นี้ถือเป็แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ภายในตระกูลซูมะ หลังจากที่ซูมะฮิรุยออกคำสั่งไปนั้น
คนผู้นี้ก็ได้ออกไปหาข้อมูลโดยทันที
''เป็อย่างไรบ้างคาชิ เ้าได้ข่าวอะไรเกี่ยวกับเด็กน้อยนั่นบ้างหรือไม่ ?''
ซูมะฮิรุยเอ่ยถามทันทีที่คนผู้นั้นเดินเข้ามา
หลังจากคนผู้นั้นได้ยิน เขาก็ส่ายหัวออกมา
มันทำให้ซูมะฮิรุยผิดหวังเป็อย่างมาก…
แต่ชายคนนั้นก็ได้เอ่ยบางอย่างขึ้นมา
''อย่าพึ่งผิดหวังไปเลยท่านผู้นำตระกูล
ถึงแม้จะไม่มีข้อมูลของเด็กน้อยนั่น
แต่ข้าก็ได้รู้เื่สำคัญบางอย่างที่อาจจะทำให้ท่านได้พบเจอกับเด็กนั่นได้''
หลังจากได้ยินสิ่งที่คาชิกล่าว
ดวงตาของซูมะฮิรุยประกายโดยทันที
''เื่สำคัญที่ว่านั่นคืออะไร ? รีบบอกข้ามาเร็วเข้า !!''
ซูมะฮิรุยกล่าวออกมาอย่างรีบร้อน
หลังจากเห็นความรีบร้อนของซูมะฮิรุย
ชายคนนั้นก็กล่าวออกมาทันที…
''เมื่อคืนนี้ข้าได้พบเจอกับท่านวาริแห่งอาณาจักรทลายนภา…
ท่านคงจะรู้ดีอยู่แล้วว่าท่านวาริเป็ใครท่านผู้นำตระกูล เพราะงั้นข้าจึงได้ขอให้นางทำนายเกี่ยวกับเด็กน้อยหน้ากากดำนั่นโดยทันที
และสิ่งที่นางทำนายออกมาได้นั้นก็คือ…
"ศึกห้าอาณาจักร"'
ซูมะฮิรุยที่ได้ยินเช่นนั้นเข้าก็รู้สึกเคร่งเครียดขึ้นมาโดยทันที
''หรือเ้าเด็กน้อยนั่นจะไปลงแข่งศึกห้าอาณาจักร... แต่ด้วยความสามารถของเด็กน้อยนั่นก็คงไม่ใช่เื่แปลกอะไร
คำทำนายของท่านวารินั้นก็ไม่เคยผิดพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียวเสียด้วย...
แต่เด็กนั่นจะไปในนามของใครกัน ?
ศึกห้าอาณาจักรหากไม่มีอำนาจมากพอก็ไม่อาจที่จะเข้าร่วมได้ ดูท่าว่าเื่นี้คงจะหนีไม่พ้นความยุ่งยากจริงๆสินะ…''
หลังกล่าวจบซูมะฮิรุยก็ได้ออกจากห้องของตนและออกเดินทางโดยทันที
ซึ่งทิศทางที่เขากำลังไปนั้นดูเหมือนจะเป็ที่ตั้งของตระกูลซูหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ที่อยู่ใกล้กับตระกูลซูมะมากที่สุด